เรื่องสกปรก ตอนที่ 1 - ตอนที่ 4

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.2016 มีข่าวออกสื่อใหญ่ในอเมริกาว่า นาย James Comey ผอ.FBI ทำหนังสือแจ้งรัฐสภาอเมริกันว่า ทาง สนง.FBI จะรื้อเรื่องอีเมล์คุณนายคลินตัน ขึ้นมาตรวจสอบใหม่ เพราะมีหลักฐานใหม่ที่อาจเกี่ยวข้องกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13306
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เรื่องสกปรก ตอนที่ 1 - ตอนที่ 4

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ธ.ค. 2017 9:42 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
ถูกใจเพจแล้ว · 5 พฤศจิกายน 2016 · มีการแก้ไข ·
14900493_1447941298567679_4231892720535078070_n.jpg
14900493_1447941298567679_4231892720535078070_n.jpg (89.26 KiB) เปิดดู 207 ครั้ง

"เรื่องสกปรก"

ตอน 1

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.2016 มีข่าวออกสื่อใหญ่ในอเมริกาว่า นาย James Comey ผอ.FBI ทำหนังสือแจ้งรัฐสภาอเมริกันว่า ทาง สนง.FBI จะรื้อเรื่องอีเมล์คุณนายคลินตัน ขึ้นมาตรวจสอบใหม่ เพราะมีหลักฐานใหม่ที่อาจเกี่ยวข้องกัน

แต่ทางอัยการสูงสุด คือ คุณนาย Loretta Lynch และผู้ช่วยอัยการสูงสุด Sally Yates ไม่เห็นด้วย บอกว่า อย่างนี้จะทำให้มีปัญหา สร้างความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอเมริกา ที่ถือว่า เรื่องความโปร่งใสและ ความเป็นธรรมในโลกนี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก ... การเลื่อกตั้งจะมีวันที่ 8 พฤศจิกายน นี้แล้ว เหลืออีกแค่ 11 วันเอง ..... พวกคุณ FBI ทำได้ยังไงนะ.... มันอาจจะกระทบกับการลงคะแนนเสียง สร้างความไม่เป็นธรรมนะ ....พวกคุณนายไม่พอใจอย่างยิ่ง

เขาว่า คุณผัวคลินตัน เอาคุณนาย Lynch อัยการสูงสุด ไปกล่อมบนเครื่องบินส่วนตัวหลบสายตาสื่อ ...โปร่งใสจัง

นอกจากนี้ ยังมีข่าวออกมาอีกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ FBI บางกลุ่ม ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่นาย Comey จะรื้อเรื่องคุณนายหน้าโหดตอนนี้ แต่ James Comey ก็เดินหน้า

ก่อนหน้าที่จะทำการรื้อเรื่องขึ้นมาพิจารณาต่อ Comey ทำหนังสือแจ้งไปทางฝ่ายกฏหมายของรัฐสภาก่อนแล้ว ซึ่งฝ่ายรัฐสภาก็ ไม่ปฏิเสธ หรือสนับสนุนการรื้อเรื่อง... ตีกรรเชียงรักษาความเป็นธรรมไปเรื่อยๆก่อน

หลังจากนั้น Comey ก็เขียนจดหมายถึงเจ้าหน้าที FBI ว่า.... แม้เราจะมีข้อตกลงกับฝ่ายกฏหมายของรัฐสภาแล้วว่า เราจะไม่ทำการตรวจสอบใดที่จะมีผลทางการเมืองในช่วง 60 วันก่อนมีการเลือกตั้ง ....และจะไม่ให้ข่าวใดกับสาธารณะด้วย และโดยปรกติ เราก็ไม่ต้องรายงานต่อสภาถึงความคืบหน้าในการสอบสวนของเรา.... แต่ผมคิดว่า เรามีหน้าที่ ที่จะต้องบอกเรื่องหลักฐานใหม่นี้ แม้ว่าเราจะได้บอก มาหลายเดือนก่อนหน้านี้ว่า การสอบสวนของเราสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม...แต่มันจะทำให้คนอเมริกันเข้าใจผิดได้... ถ้าเราไม่บอกเขาว่าเราได้หลักฐานใหม่มา...

หลังจากมีข่าวเรื่อง FBI จะรื้อคดีออกมา ฝ่ายหาเสียงของคุณนายคลินตัน ด่า Comey ไม่เหลือ

ส่วนฝ่ายหาเสียงของนายทรัมพ์ ก็แสดงความชื่นชม ในความกล้าหาญของ Comey

##############
ตอน 2

เรื่องที่คุณนายคลินตันใช้อีเมล์ ผ่านเครื่องมือส่วนตัวของคุณนาย มันแดงขึ้นมาเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 โดย Washington Post เอามาปูดว่า คุณนายใช้เครื่องมือส่วนตัวในการรับส่งอีเมล์ของทางการ และใช้แบบนี้มาตั้งแต่รับตำแหน่งใน ปี ค.ศ.2009 แล้ว คุณนายอ้างว่า ฉันถนัดใช้แต่แบล๊กเบอรี่ของฉัน ใช้มันเครื่องเดียวติดต่อกับคนทั้งโลกสดวกกว่านี่ เรื่องอะไร จะต้องให้ฉันวิ่งเข้ามาใช้เครื่องใหญ่ในออฟฟิสทุกที ฉันแก่แล้วนะ วิ่งไปวิ่งมาเหนื่อยย่ะ

ที่นี้ไอ้อีเมล์ที่ส่งกันไปมาระหว่างคุณนาย กับหน่วยงานในกระทรวงต่างประเทศเอง มันมีเป็นหมื่นชิ้น และส่วนใหญ่ก็เป็นเอกสารลับทั้งนั้น ลูกน้องก็เลยตาเหลือก จะแก้ไขยังไงดี(วะ) บางคนเสนอแบบเลียมาก.... เอาแบบท่านใบตองซีคะ ท่านใช้ของสภาความมั่นคง ต้องมีการถอดรหัส ความลับจะได้ไม่รั่วไหล.... รมว.กระทรวงต่างประเทศนี่ ใหญ่ไม่น้อยกว่าประธานาธิบดีนะ

เออจริง... เห็นอย่างนี้มาหลายคนแล้ว ....แต่แผนเลียขา ไม่สำเร็จ สภาความมั่นคง ไม่เล่นด้วย บอกว่าแพงมากไป (แปลว่าข่าวเรื่องคุณนายจะเอาแบล๊กอย่างเดียวนี่ น่าจะรั่ว หรือรู้ตัวกันตั้งแต่ตอนนั้นนะ ว่าคุณนายทำผิดกฏ ... โกลด์ หรือบลูไม่เอาบ้างหรือคร้าบ.. รสนุ่มกว่านะ)

พวกเลียขา บอกว่า งั้นเราตั้งระบบเอง โยงกับเครื่องคุณนายดีมั๊ย คุณนายจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาปวดขาแย่ พอเอาผู้ชำนาญการมาดูเตรียมติดตั้ง คุณนายถึงได้บอกว่า จริงๆอีแบล๊กนี่ มันก็โยงอยู่แล้ว กับเครื่องที่ใต้ถุนบ้านฉัน ที่ Chappaqua ห่างจากวอชิงตันไปแค่ 260 ไมล์เอง ผัวฉันเขาให้ติดตั้งระบบเครื่องนี้เอง และเราก็ใช้เครื่องนี้ด้วยกัน ตอนที่เราทำ มูลนิธิคลินตันน่ะ อ้าว...

แผนการติดตั้งระบบใหม่ ก็เลยเปลี่ยน....เป็นขยายเครื่องที่ใต้ถุนบ้านให้ใหญ่ขึ้น ถึงขนาดต้องจ้างที่ปรึกษาระบบ มาประจำการอยู่ที่ใต้ถุนบ้านแทน....และเอกสารทุกรายการที่กระทรวงส่งให้คุณนาย ก็ไปถึงเครื่องที่ใต้ถุนบ้านด้วย แต่ไม่มีใครทักท้วงว่าอะไร หรือดำเนืนการใด พณ.ท่านใบตองแห้งรู้เรื่องนี่ไหม รู้หรือไม่ คงไม่มีปัญหานะ ไม่งั้น มันจะเพิ่งมามีปัญหาได้ยังไง

ใครจะกล้ายุ่ง .... ใครอ่านมั่งล่ะ ไอ้เครื่องที่ใต้ถุนน่ะ ....อ๋อ....คงมีแยะ แม่ครัว คนทำความสะอาด ผู้จัดการส่วนตัว ผัวของผู้จัดการส่วนตัว ที่ปรึกษาส่วนตัว พวกเลียขา ผัวของพวกเลียขา ทส. ยามเฝ้า ฯลฯ .... แล้วคุณผัวของคุณนายอ่านด้วย กำกับด้วยหรือเปล่า... อันนี้ข่าวไม่ได้บอกครับ สรุปว่า แล้วเรื่องแบล๊ก เรื่องใต้ถุนก็เงียบไป ไม่มีใครกล้าแอะ

มาตอนคุณนายเริ่มหาเสียง ตอนจะเป็นนางประธานาธิบดี ในปี 2015 นี่แหละ New York Times ก็เอาเรื่องการใช้อีเมล์ของคุณนายมาขยาย ตามมาด้วย AP
สื่ออื่นๆก็เลยตามดมกันใหญ่ .. ที่นี้ก็ปิดไม่มิดแล้วสิ ในที่สุด ก็มีกลุ่มนักกฏหมายและชาวบ้านที่สงสัย รวมตัวกันยื่นคำร้องขอให้ทางรัฐสภาทำการสอบสวนว่า มีการกระทำความผิดตาม Freedom of Information Act หรือไม่

รัฐสภา ตั้งคณะกรรมมาธิการขึ้นมาทำการสอบสวน หลังจากการสอบสวนเบื้องต้นบอกว่า การสื่อสารทางอีเมล์ของหน่วยรัฐ โดยใช้เป็นเครื่องมือส่วนตัว เป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ หน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ของรัฐ และ FBI ก็เลยเพิ่งตื่น(เต้น) ขนทีมมาร่วมสอบสวนด้วย

จนบัดนี้ การสอบสวนยังไม่ได้คำตอบว่า ใช้เครื่องที่ใต้ถุนบ้าน ปลอดภัยกว่าใช้เครื่องที่ห้องทำงานในกระทรวงอย่างไร และเอกสารที่เกี่ยวข้องมีประมาณหลายหมื่นชิ้น ....อย่างน้อย กว่า 2 พันชิ้น ที่มีการตรวจสอบเจอ มีตีตราประทับว่า
"C "

เมื่อคุณนายถูกถาม ตอนถูกเรียกไปสอบสวนว่า รู้ไหมมันเป็นเอกสารจัดชั้นความลับ

"C" มาจาก คำว่า Classified ความลับนะครับคุณนาย ...แล้วไปอ่านกันที่ใต้ถุนได้ยังไง

คุณนาย ตอบว่าไม่ทราบว่า C หมายถึงความลับ....

ตายห่า .. ขอโทษครับ.... ผมนึกไม่ถึงจริงๆ ว่า หล่อนโง่ดักดานขนาดนี้ หรือหล่อนเห็นคนอื่นโง่ยิ่งกว่าควาย....หรือมันอะไรกันแน่ ... นี่ผมไม่ได้เขียนเล่น แต่งเอาเองนะ ผมอ่านจากสื่อของอเมริกานั่นแหละ ผมเคยฟังตอนเจ้าทรัมพ์หาเสียง มันด่าคุณนายเรื่องนี้ ผมยังนึกว่ามันเว่อ... ขอโทษนะทรัมพ์ .. นึกไม่ถึงว่ะ ว่าบ้านมึงมันจะแย่ขนาดนี้ ....แล้วเราไปค้อมหัวถึงพื้นให้มันได้ไงเนี่ย .. คุณ infinity คร้าบ ....ตื่นหรือยัง หรือต้องปลุกแรงกว่านั้น

###############
ตอน 3

FBI เปลี่ยนใจกลับมารื้อข่าวเพราะอะไร เขาว่ามันมาจากที่ New York Times (NYT) เขียนอีกนั่นแหละ

NYT รายงานว่า มีกลิ่นไม่สู้ดีเกี่ยวกับมูลนิธิของครอบครัวคลินตัน ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือ ชื่อ Clinton Cash เขียนโดย Peter Schweizer ซึ่งเป็นบรรณาธิการอาวุโส ของ Breibart News ซึ่งมีประธานชื่อ Steve Bannon ซึ่งบังเอิญเป็นประธานกรรมการฝ่ายหาเสียงของนายทรัมพ์ ด้วย

อย่าเพิ่งร้อง อ้อ.. ว่ามันเป็นอย่างนี้เอง

มันไม่ใช่อย่างนี้ แค่นี้ครับ....เรื่องมันคงยิ่งกว่าอย่างนี้เอง

ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือนี้ ...ป่านนี้จะมีเหลือหรือเปล่าก็ไม่รู้

Clinton Cash ออกมาช่วงต้นปี 2015 ....มีบางท่อนที่ NYT เอามาลง
บอกว่า..... ตั้งแต่คุณเมียทำงานหนักเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ คุณผัวคลินตัน ก็เดินสายบรรยายกับผู้นำประเทศ องค์การใหญ่ๆ ตลอดเวลา (คงเหงา) ได้รับค่าบรรยายแก้เหงา ในเดือนเมษา.. อย่างน้อย 26 ล้านเหรียญ ถือเป็นการบริจาคเข้ามูลนิธิ(โดยไม่ต้องเสียภาษี ใช้ชื่อลูกสาวเป็นประธานมูลนิธิ)

รายการที่มูลนิธิได้รับมากที่สุด คือการจัดการให้บริษัทรัสเซีย ซื้อแร่ยูเรเนียมของอเมริกา หลังจากนั้นบริษัท(หน้าม้า)ของรัสเซีย ก็บริจาคเงินเข้ามูลนิธิก้อนใหญ่ ตอนนั้น คุณเมียเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเอง ทำเป็นด่าคุณพี่ปูตินของผมแช๊ดๆๆ ... โอ้ย สนุกจริง

นอกจาก NYT เอามาลงแล้ว Wall Street Journal (WSJ) ก็เอามาขยายในเดือนพฤษภาคม ปี 2015 เมื่อหนังสือออกมาใหม่ๆ ด้วย

...ตั้งแต่ คุณนายคลินตัน มาเป็น รมว.กต. คุณผัวคลินตัน ที่ไม่มีใครสนใจฟังประสพการณ์ของอดีตประธานาธิบดี มาเลยเกือบ 9 ปี ก็เกืดขายดี มีคนเชิญไปพูดตลอด สถานที่ไป ไม่ใช่แถว ลอนดอน เบอร์ลินนะ ส่วนมากเป็นประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย อย่าง แถวอาฟริกา คาร์ซัคสถาน...

....เรื่องที่น่าจะแย่ที่สุด ที่หนังสือ Clinton Cash เขียน น่าจะเป็นเรื่องที่ คุณผัวจัดให้มีการเจรจากันกับหลายฝ่าย ฝ่ายหนึ่งนั้นคือ เหมืองแคนาดา ของนาย Ian Telfer ซึ่งผลของการเจรจาทำให้ รัสเซียมีไอกาสซื้อแร่ยูเรเนียม ที่ซื้อขายกันได้ในอเมริกา ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ยูเรเนียมส่วนใหญ่ ตกไปอยู่ในความครอบครองของรัสเซีย...

....และมูลนิธิคลินตัน ก็มีคนบริจาคเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญ หลังจัดจากการเจรจานี้ ..... การซื้อขายรายการนี้ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งคุณนายในฐานะ รมว.กต. ก็อยู่ในคณะกรรมการนี้

.....หนังสือนี้ยังเล่าเรื่อง ซูดานดีล เรื่องเหมืองที่สวีเดน เรื่องคองโก (แหม.. เหมือนกับเรื่องที่ลุงนิทานเอามาแฉเลย เดี๋ยวเขาจะนึกว่านัดกัน หรือลอกการบ้านกันนะ) เรื่องซาอุ กับเอธิโอเปีย... คุณผัวไม่เคยมีใครเชิญไปพูดที่ไนจีเรียเลยนะ พอคุณเมียเป็น รมว.กต. เขาก็เชิญไปพูด 2 ครั้ง ได้ค่าพูดแก้เหงา แก้น้ำลายบูด มาครั้งละ 7 แสนเหรียญ ครั้งละ 21 ล้านบาทเอง...

ส่วนตะวันออกกลางไม่ต้องถาม เหมือนบ้านที่ 2 จะไปเมืองไหนล่ะ (เมีย)จัดให้ได้ทั้งนั้น

หลังจากนั้น สื่อของอีกค่ายก็ออกมาด่ากลับ....ไม่จริง โกหกทั้งเพ แต่ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมให้ชาวบ้านเข้าใจมากขึ้น

แต่ยังไง ผมก็ขอชื่นชมการเฉือนคมของคุณพี่ปูตินของผม .... มิน่า เขาถึงเขียนสรรเสริญว่าเป็น นักพนัน ... เพิ่งเข้าใจ...เยี่ยมครับคุณพี่

แต่ที่ผมสงสัย และยังไม่ได้รับคำตอบ ใครต้องการกากะบาดหน้าผัวเมียคู่นี้หนอ
มีอะไรขัดใจ กาทิ้งทั้งคู่เลยนะ หรือจะแค่ปราม... วันที่ 8 พ.ย. นี่ก็รู้ หรือ ต้องหลังจากนั้น เรื่องนี้ คงต้องไปถามคุณเวหา จักรพายุหะ โหรใหญ่ ที่ผมเป็นแฟน

##############
ตอน 4 (จบ)

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้เอง Breitbart blog ลงบทความที่เขียนโดย Curt Schilling ทำนองว่า ... ผมโตมาที่อริโซนา ผมไม่คิดว่าคน 1 หรือ 2 คน ที่ผมรู้จักจะตายอย่างไม่น่าเชื่อ ในสถานการณ์ที่เหลือเชื่อได้ ...แต่ถ้าคนหลายคน ที่เกี่ยวข้องกับพวกคลินตัน หายตัวไป หรือถูกลอบฆ่า หรือตาย ในวัยแค่ 40, 50 ปี และอาจจะมีคนบอกว่า มันไม่น่าเป็นไปได้เลยนะ... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก... แต่ถ้าพูดแบบนั้น มันก็เหมือนเป็นพวกเชื่อทฤษฏีสมคบคิด ... สักวันหนึ่ง คงมีคนบอกว่า เออ มันเป็นไปได้ว่ะ ... แต่สำหรับผม (Schilling) ผมอยู่ในโลกนี้มานานพอ ที่จะบอกว่า ถ้าหล่อนจะลงเหว ก็เพราะหล่อนทำตัวเอง......

ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจที่ Schilling เขียน ผมเลยค้นเอกสารอ่านต่อ

ผมเข้าไปค้น ชื่อ Andrew Breitbart คนตั้ง Breibart blog เขาเกิดเมื่อปี 1969 และตายเมื่อปี 2012 นี่เอง อายุ 40 กว่าปีเองนะ เขาเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ เขาเป็นเจ้าของรายการวิทยุ โทรทัศน์ เป็นสื่อ เป็นนักเขียน เรียกว่า เป็นคนมีชื่อเสียง และหัวรุนแรง เขายังเป็นบรรณาธิการของเวบชื่อ Drudge Report ซึ่งเป็นสื่อรายแรกที่แฉเรื่อง โมนิก้า ลูวินสกี้ เด็กฝึกงานของคุณผัวคลินตัน ในปี ค.ศ.1996 ...ผมเริ่มเห็นอะไรลางๆ

Breitbart หมดสติขณะเดินเล่นแถว Brentwood แคลิฟอร์เนีย เขาถูกนำตัวไปโรงพยาบาล ไปถึง หมอก็บอกว่าตายแล้ว หัวใจล้มเหลวกระทันหัน อายุ 43 ปีเอง

การตายของเขาเป็นที่กล่าวถึงกันมาก จนมีการชัณสูตรหาร่องรอยของสารพิษ ซึ่งผลชัณสูตรบอกไม่มีอะไรผิดปรกติ นักการเมืองใหญ่ฝั่งรีพับลิกัน เช่น Rick Santorum, Mitt Romney, Newt Gingrich ต่างบอกว่าการตายของ Breitbart เป็นความสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

ยังมีข่าวที่ต้องกรองหน่อย บอกว่าพนักงานชันสูตรศพเขา ก็ตายหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ด้วยอาการอาเจียร หมดสติ และหมดลมหายใจ

แม้ตัว Breitbart จะเสียชีวิตแล้ว แต่บล๊อกที่เขาสร้างขึ้นมายังอยู่ และเป็นบล๊อกที่เอาเรื่องเซ็กซ์ฉาวของ Anthony Weiner มาแฉเป็นรายแรก อีกเหมือนกัน

Anthony Weiner เป็นชาวยิว สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคดีโมแครต ที่สำคัญคือเขาเป็นผัวของนาง Huma Abedin ผู้จัดการประจำตัว หรือคนสนิทที่สุด ของคุณนายคลินตัน Abedin ดูแลทุกเรื่องให้คุณนาย จนคุณนายออกปากว่า เขาเป็นเหมือนลูกสาวอีกคนของฉัน ถ้าใครดูข่าวต่างประเทศบ่อยๆ คงจำได้ สาวหน้าแขกทาปากแดงจัด ยืนห่าง 5 เมตรจากคุณนายเสมอ หล่อนดูแลแบบ 360 องศาเลย

Abedin เป็นชาวปากีสถาน ที่ครอบครัวอพยพไปอยู่ที่ซาอุดือารเบีย พ่อแม่เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่ซาอุดิ ข่าวบอกว่า Abedin มีความสนิทกับกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูดของซาอุดิมาก ข่าววืกิลีกส์ที่ออกมาในช่วงหลังเกี่ยวกับอีเมล์ของคุณนาย มีหลายชิ้น ที่ระบุว่า Abedin เป็นผู้ประสานงานระหว่างกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูดให้คุณนาย

ท่านผู้อ่านคงจำกันได้ว่า เมื่ออียิปต์มีอาหรับสปริง มูบารัคประธานาธิบดีอียิปต์ 30 กว่าปี ถูกสปริงดีดกระเด็นออกไป และนายมอร์ซิ หัวหน้ากลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาให้การสนับสนุน ก็เข้ามาเป็นประธานาธิบดีแทน

ส่วน Weiner ผัวยาย Abedin นี่ น่าจะเป็นคนมีปัญหาทางเพศ ชอบโทรศัพท์หาสาวชวนเล่นเพศสัมพันธ์เสมอ ล่าสุด ไม่กี่เดือนนี้เป็นข่าวไปทั่ว ว่าเซลฟี่ตัวเองในชุดกางเกงในส่งให้สาว ที่สื่อบอกว่า อายุไม่ถึง 15 ปี FBI จับได้ เพราะกำลังตามดู นาง Abedin กับผัว ว่ารู้เห็นเรื่องอีเมล์ของคุณนายคลินตันมากน้อยแค่ไหน เลยได้เลขเด็ด... Weiner ถูกสอบสวน เขาสารภาพ และต้องลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง ผมจำไม่ได้ว่าไอ้บ้าเซ็กส์มันทำอะไรอีกบ้าง แต่ยายเมียโกรธจัด เพราะทำมาหลายครั้งแล้ว เลยขอหย่า

ทีนี้ FBI ก็เลยต้องไปค้นบ้านรวมทั้งเครื่องมือทั้งหลายของไอ้บ้าเซ็กส์ ว่ามีของหลวงติดไปบ้างหรือไม่ ก็เป็นที่มาของหลักฐานใหม่ ที่ Comey จะเอามาใช้กับคุณนายคลินตันนี่แหละครับ ข่าวบอกว่าไอ้บ้านี่ใช้เครื่องใต้ถุนด้วย...

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 นี้ NYT ลงข่าวอีก สรุปให้เข้าใจว่า จากการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องอีเมล์ของคุณนายคลินตัน ทำให้เจอเรื่องไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับมูลนิธิครอบครัวคลินตัน ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับหนังสือเรื่อง Clinton Cash อาจจะเข้าข่ายว่า มีการหาประโยชน์ส่วนตนจากตำแหน่งหน้าที่ จะถึงเป็นเรื่องกระทบความมั่นคงระหว่างประเทศหรือไม่ การสอบสวนยังไปไม่ถึง แต่การสรุปของ FBI ในเดือนกรกฏาคม บอกว่า คุณนายคลินตันและคณะ กระทำการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เกี่ยวกับการใช้อีเมล์ของหน่วยงานรัฐ

และระหว่างการสืนสวนหาหลักฐาน FBI เจอการขัดขวาง และขัดขา จากหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง โดยเฉพาะจากสำนักงานอัยการ และทางด้านศาล

ซึ่งผมเข้าใจว่า ทั้งอัยการสูงสุด และประธานศาลสูงนั้น เป็นคนที่ท่านประธานาธิบดีใบตองแห้ง เลือกมาเอง

เรื่องทั้งหมด จะจริงมากน้อยแค่ไหนไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง คงกระทบความมั่นคงของอเมริกาแน่นอน แต่ที่แย่ไม่แพ้กันคือ ความน่าทุเรศของเรื่อง และที่น่าทุเรศที่สุดคือ ตัวพณ.ใบตองแห้ง สมชื่อจริงๆ .. แทนที่จะให้ FBI รีบดำเนินการสอบสวนคนที่เข้าข่ายทำผิดกฏหมาย ศีลธรรม และจริยธรรม ทุกอย่าง กลับด่าหัวหน้า FBI ว่าไม่รู้จักเวลากาละเทศะ แปลว่า ...ความยุติธรรม มาทีหลังการชิงอำนาจ...นี่คงเป็นหลักธรรมาภิบาลของอเมริกา... และลูกระเป๋ง

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
5 พ.ย. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน