https://www.facebook.com/jeerachart.jongsomchai?fref=nf" />

... "การจัดระเบียบโลกใหม่ : ใช้โควิด19, ผ่านวิกฤติหนี้ทั่วโลก แปรรูปขายประเทศให้นักล่าข้ามชาติ"

FaceBook Page : Active
https://www.facebook.com/jeerachart.jongsomchai?fref=nf
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13167
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

... "การจัดระเบียบโลกใหม่ : ใช้โควิด19, ผ่านวิกฤติหนี้ทั่วโลก แปรรูปขายประเทศให้นักล่าข้ามชาติ"

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 23 เม.ย. 2020 6:34 pm

Jeerachart Jongsomchai
19 เมษายน ·

... "การจัดระเบียบโลกใหม่ : ใช้โควิด19, ผ่านวิกฤติหนี้ทั่วโลก แปรรูปขายประเทศให้นักล่าข้ามชาติ"
94076024_10215954847653952_4920543297140686848_o.jpg
94076024_10215954847653952_4920543297140686848_o.jpg (122.24 KiB) เปิดดู 127 ครั้ง

... "การระบาดของโรคโควิด19 ถูกใช้เพื่อทำให้โลกหยุดชะงัก เพื่อนำไปสู่การว่างงาน การล้มละลายและความสิ้นหวัง?"

... เมื่อการปิดเมืองปิดประเทศ เป็นทางออกเพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสปีศาจ แต่ก็เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา ทั้งการว่างงาน การล้มละลายทางเศรฐกิจ โรงแรมห้างร้านทยอยปิดตัวลง เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทุกประเทศร้องโหยหวนหาเงินกู้

... ความจริงที่ไม่ได้พูดกันมากนักคือ coronavirus ถูกใช้เป็นข้ออ้างสำหรับผู้มีผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพและนักการเมืองที่ทุจริตเพื่อทำให้ทั่วทั้งโลกตกตะลึงกับการว่างงานจำนวนมาก การล้มละลายและความยากจนข้นแค้น

... นี่คือภาพที่แท้จริงของสิ่งที่เกิดขึ้น "ความยากจน" แพร่ไวกว่าไวรัสไปทั่วโลก ในขณะที่ "ความอดอยาก" กำลังปะทุขึ้นในประเทศโลกที่สาม เขยิบมาใกล้บ้านประเทศที่ร่ำรวย

... “คนอเมริกันที่หมดหวังหลายล้านคนรอคอยความช่วยเหลือแจกจ่ายเป็นเวลานาน”
“คนอเมริกันต่อแถวยาวหลายไมล์ที่หน้าธนาคารอาหารและสำนักงานช่วยเหลือการว่างงานทั่วอเมริกาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา” อินเดีย อิตาลี ก็ขาดแคลนอาหารไม่ต่างกัน ทั่วโลกกำลังถูกทำให้กลายเป็น "ประเทศกำลังพัฒนา"

... "ไอเอ็มเอฟจะเป็นยารักษาความจนของโลก?"

... ศาสตราจารย์ Michael Chossudovsky บอกว่า "ผมใช้เวลากว่าสิบปีในการวิจัยภาคสนามเกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิรูปเศรษฐกิจของ IMF และ World Bank ในทวีปแอฟริกา เอเชีย ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลข่าน

... นับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 มีการใช้ “ยาเศรษฐกิจที่แรง” ในประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นหนี้ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า "โครงการปรับโครงสร้าง" (SAP)

... จากปี 1992 ถึงปี 1995 ผมได้ทำการวิจัยภาคสนามในอินเดีย บังคลาเทศ และเวียดนามและกลับไปที่ละตินอเมริกาเพื่อจบการวิจัยต่อที่บราซิล ในทุกประเทศที่ผมไปเยี่ยมมารวมถึงเคนยา ไนจีเรีย อียิปต์ โมร็อกโกและฟิลิปปินส์ ผมสังเกตเห็นรูปแบบเดียวกันของ "การจัดการทางเศรษฐกิจและการแทรกแซงทางการเมือง" โดยสถาบันการเงินในอเมริกา

... ในอินเดียซึ่งเกิดจากการปฏิรูปกองทุนไอเอ็มเอฟโดยตรง ทำให้ผู้คนหลายล้านถูกผลักดันให้เกิดภาวะอดอยาก, ใน "เวียดนาม" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการผลิตข้าวเติบโตมากแห่งหนึ่งของโลก แต่ความอดอยากในระดับท้องถิ่นได้ปะทุขึ้นอันเป็นผลมาจากการควบคุมราคาและกฎระเบียบของเรื่องเมล็ดธัญพืช

... "เผด็จการเงินดอลลาร์" ได้ถูกสร้างขึ้นทั่วโลก ด้วยปลายทางที่เกิดขึ้นคือ "การเพิ่มหนี้สกุลเงินดอลลาร์ในประเทศกำลังพัฒนา" ส่วนใหญ่ระบบการเงินของประเทศทั้งหมดถูก “ ทำให้ขึ้นกับดอลลาร์” “dollarized”

... มาตรการรัดเข็มขัดทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่เอื้อต่อการล่มสลายของค่าแรงที่แท้จริง ภายใต้คำว่า "โครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะถูกกวาดต้อนให้เข้าคอก" ตามการกำหนดจากประเทศเจ้าหนี้ ก่อให้เกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ความยากจน และการว่างงานจำนวนมาก

... ในไนจีเรียเริ่มต้นในปี 1980-1989 ระบบสาธารณสุขทั้งหมดได้ถูกรื้อทิ้ง โรงพยาบาลของรัฐถูกบีบบังคับให้ล้มละลาย แพทย์ผู้ที่ผมพูดด้วยได้อธิบายโปรแกรมการปรับโครงสร้างที่น่าอับอายด้วยอารมณ์ขันที่โหดร้ายว่า "เรากำลังถูกทำลายอย่างช้าๆ ภายใต้คำว่าโครงการพัฒนา"

... วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2020 ที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับเหตุผลเรื่องของการระบาดใหญ่ของ COVID-19: ไม่จำเป็นสำหรับ IMF-World Bank ที่จะเจรจาปรับโครงสร้างเงินกู้กับรัฐบาลหลายชาติทั่วโลก

... สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้วิกฤตการณ์ COVID-19 คือ “การปรับตัวของโครงสร้างเศรษฐกิจไปทั่วโลก” การดิ่งเหวทางเศรษฐกิจจากไวรัสนี้ ก่อให้เกิดกระบวนการล้มละลายไปทั่วโลก การว่างงาน ความยากจนและความสิ้นหวัง

... มันเกิดขึ้นอย่างไร? "การปิดเมือง" จะถูกนำเสนอต่อรัฐบาลแห่งชาติเพื่อแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของ COVID-19 มันกลายเป็นฉันทามติทางการเมือง แต่ก็กระเทือนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม

... การปิดตัวของเศรษฐกิจของชาติต่างๆ บางส่วนหรือทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากการบังคับใช้สิ่งที่เรียกว่า “ตามแนวทางของ WHO” หรือ "องค์การอนามัยโลก" ที่เกี่ยวข้องกับการปิดตัวลงรวมถึงข้อจำกัด ทางการค้า การเข้าเมือง และการขนส่ง ( เขาวางโครงสร้าง รูปแบบจะเห็นแบบนี้ทั่วโลก )

... "สถาบันการเงิน" ที่มีประสิทธิภาพและกลุ่มล็อบบี้รวมถึงใน "วอลล์สตรีท" "ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจยาโลก, สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) และ "มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์" มีส่วนเกี่ยวข้องในการชักใย "การกำหนดการทำงานขององค์การอนามัยโลก" ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของ COVID-19 อีกที

... การเมือง ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อเพื่อค้าขายระหว่างประเทศถูกปิดไปด้วย รวมทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานต่างๆล้วนถูกปิด สิ่งนี้ไม่เคยเกิดมาก่อนในโลก

... กระบวนการผลิต การขนส่งสินค้าบริการ การลงทุน ถูกกระทบไปทั่วโลก การนำเข้าส่งออก การค้าปลีก การบริโภคจับจ่ายลดลง รายได้เข้าประเทศลดลง การเติบโตชะลอตัว แต่รายจ่ายและหนี้เพิ่มขึ้น เพราะต้องกู้มาจับจ่ายทางการรักษา เวชภัณฑ์และอื่นๆ

... "ผลที่ตามมาคืออะไร? "

... จะเกิด "การกระจุกตัวของความมั่งคั่งและทุนไปอยู่ที่บริษัทใหญ่ๆ"
จะเกิดการพังทลาย ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในทุกพื้นที่สำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงเศรษฐกิจบริการการเกษตรและการผลิต,

... สิ่งเหล่านั้นจะอำนวยความสะดวกในการได้มาซึ่ง "การซื้อกิจการ" ของ บริษัทขนาดกลาง และเล็กที่ล้มละลายเหล่านั้น

... เกิดการเสื่อมถอยของแรงงาน มันทำให้ "ตลาดแรงงาน" สั่นคลอน และ "การปะทุครั้งใหญ่ของการว่างงาน" จะเกิดการกดขี่เอาเปรียบค่าแรง ค่าจ้าง ตัดเงินเดือน ตามมา ทั้งใน “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” และใน "ประเทศกำลังพัฒนา" ที่ยากจน อดอยากขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค

... มันนำไปสู่ "การเพิ่มของหนี้ภายนอกประเทศ" ที่ต้องกู้ยืมเขามา มันจะเปิดทางให้เป็นเงื่อนไขในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจก่อนจะให้กู้ตามมา เป็นการขายสมบัติแหล่งทรัพยากรของประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่กำลังต่อรองต่ำครั้งใหญ่

... ( เช่น บ่อน้ำมัน การไฟฟ้า การประปา เหมืองแร่ธาตุ หลุมทองคำ สายการบิน บริษัทเดินขนส่งระบบราง บริษัทขนส่งทางบก เครือข่ายโรงแรม โรงงานผลินสินค้าบริการ อาหารและยา บริษัทและสถาบันการเงิน ในประเทศนั้นๆ จะเป็นเป้าหมายในการกว้านซื้อในราคาถูก )

... "ปลายทางของวิกฤติไวรัสโควิด19" จะไปสิ้นสุดที่ คติพจน์ แบบพิมพ์เขียวของพวก "เสรีนิยมใหม่" ที่มีแนวคิดว่าระบบรัฐวิสาหกิจหรือทรัพย์สินของรัฐบาลทั่วโลกจะต้องตกเป็นสมบัติของและบริหารโดย "เครือข่ายนายทุนข้ามชาติ" หรือเอกชนโลกบาล ตามแนวทางที่เขาวางแผนมาตั้งแต่ "ฉันทามติวอชิงตัน" ในปี 1989

... โดยกระบวนการซื้อรัฐวิสาหกิจทั่วโลกราคาถูกนั้นจะผ่านเครื่องมือหลักอย่าง " ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก"

... ป้าแคทาริน่าผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟบอกว่า “เราจะพึ่งพาเงินกู้ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในฐานะสินเชื่อโดยรวม” ในการเตรียมการให้กู้วิกฤติการเงินจากโควิด19 ( Kristalina Georgieva แถลงข่าวในต้นเดือนมีนาคม 2020 )

... ฟังตอนแรกสิ่งนี้ดูเหมือนจะ "ใจกว้าง” ที่จะให้เงินจำนวนมาก แต่ท้ายที่สุดแล้วมันเรียกว่า "เงินกู้" ที่มีเงื่อนไข

... "เป้าหมายสูงสุดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการทำให้เกิดหนี้สกุลเงินดอลล่าร์ กระจายแพร่เชื้อทั่วโลกต่อไป"

... The ultimate objective is to make the external (dollar denominated) debt go fly high

... "การจัดระเบียบโลกใหม่?"

... "การปิดประเทศ" Lockdown ทำให้ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศถูกทำลายอย่างแท้จริง

... มันสั่นคลอนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจทั้งหมด มันทำลาย "สถาบันทางสังคม" รวมถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัย มันเป็นหัวหอกในการทำลายในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ล้มละลาย

... "โลกแบบไหนรอเราอยู่?"

... "การจัดระเบียบโลกใหม่" อย่างโหดร้าย ในการก่อสร้างตามแบบพิมพ์เขียวของ Henry Kissinger? ( ความเห็นจาก WSJ, 3 เมษายน 2020): เขาบอกตอนนั้นว่า

... “การแพร่ระบาดของเชื้อ Coronavirus จะเปลี่ยนระเบียบโลกไปตลอดกาล”

... ทำให้นึกถึงคำแถลงครั้งประวัติศาสตร์ของ Kissinger ในปี 1974 ที่ว่า
“การลดจำนวนประชากรโลก : ควรเป็นสิ่งสำคัญลำดับสูงสุดของนโยบายต่างประเทศของอเมริกาที่มีต่อประเทศโลกที่สาม” ( บันทึกความเห็น 1974 ในสภาความมั่นคงแห่งชาติ ของอเมริกา )

.

...

... The New World Order?

The lockdown impoverishes both the developed and developing countries and literally destroys national economies.

It destabilizes the entire economic landscape. It undermines social institutions including schools and universities. It spearheads small and medium sized enterprises into bankruptcy.

What kind of World awaits us?

A diabolical “New World Order” in the making as suggested by Henry Kissinger? (WSJ Opinion, April 3, 2020):

“The Coronavirus Pandemic Will Forever Alter the World Order”

Recall Kissinger’s historic 1974 statement: “Depopulation should be the highest priority of US foreign policy towards the Third World.” (1974 National Security Council Memorandum)

The political implications are far-reaching.

What kind of government will we have in the wake of the crisis?

.

...
... What is the underlying objective of this restructuring of the global economy? What are the consequences? Cui Bono?

A massive concentration of wealth and corporate capital,,
the destabilization of small and middle sized enterprises in all major areas of economic activity including the services economy, agriculture and manufacturing.
facilitates the subsequent corporate acquisition of bankrupt enterprises
It derogates the rights of workers. It destabilizes labor markets.
It creates mass unemployment
It compresses wages (and labor costs) in the so-called high income “developed countries” as well as in the impoverished developing countries.
It leads to an escalation of the external debt
It facilitates subsequent privatization

.

... https://www.globalresearch.ca/towards-a ... te/5709755



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน