14. ยุคสุดท้าย (End Time)

ในความเชื่อของหลายศาสนา พระเจ้าสร้างทุกอย่าง เมื่อเป็นเช่นนั้น พระเจ้ามีแผนการสำหรับจุดจบของทุกอย่างเหมือนกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13304
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

14. ยุคสุดท้าย (End Time)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 26 ส.ค. 2017 11:01 pm

Thanong Fanclub
ถูกใจเพจแล้ว · 19 มีนาคม 2015 · มีการแก้ไข ·

14. ยุคสุดท้าย (End Time)
10675601_332201600309554_8818741409508016975_n.jpg
10675601_332201600309554_8818741409508016975_n.jpg (37.79 KiB) เปิดดู 192 ครั้ง

ไม่มีประสบการณ์ยุคสุดท้าย (End Time) ของใครจะหลอกหลอน ขนลุกชัน เจ็บปวดและบาดลึกเข้าไปถึงก้นบึงของหัวใจเท่ากับFyodor Mikhailovich Dostoevsky (1821-1881) นักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัสเซียที่ตลอดทั้งชีวิตเต็มไปด้วยโชคร้ายและความทุกข์ทรมาณ

ในขณะที่เขามีอายุ27ปี เขาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว และกลายเป็นนักโทษประหารชีวิต เพียงเสี้ยวเดียวระหว่างความเป็นและความตายก่อนที่จะถูกยิงเป้าช่างระยะเวลาที่ทนทุกข์ทรมาณอาจมิอาจจะพรรณาได้ แต่Dostoevskyรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด และประสบการยุคสุดท้ายนี้ทำให้บุคคลิกและอุดมการณ์ชีวิตของเขาไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้งกับปรัชญาของชีวิตและศาสนา ทุกลมหายใจมีคุณค่าและเขาต้องใช้ที่ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดด้วยการสร้างยุคใหม่ (the Age) ผ่านงานเขียนเรื่อง Crime and Punishment (1866), The Idiot (1869), Demons (1872) และ The Brothers Karamazov (1880) ซึ่งทำให้Dostoevskyเป็นนักเขียนระดับโลกไม่เป็นรองใครในด้านความลึกซึ้งจิตวิทยาของตัวละคร

Dostoyeskyเกิดที่กรุงมอสโควในปี1821ในยุคพระเจ้าซาร์ เขาได้เรียนรู้วรรณคดีและนิทานปรำปราตั้งแต่เด็ก หลังจากเรียนหนังสือจบที่Nikolayev Military Engineering Instituteแล้ว เขาทำงานเป็นวิศวกรและเป็นนักเขียน/นักแปลเพื่อหารายได้พิเศษ เขาเห็นความทุกข์ทรมาณของชนใช้แรงงานที่ทำงานเหมือนทาส และรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมของสังคมหรือระบบแรงงานทาส ทำให้เขามีแนวคิดโน้มเอียงไปทางด้านสังคมนิยม เขาอ่านหนังมากและต้องการเป็นนักเขียน

ต่อมาเขาเข้าร่วมกับPetrashevsky Circle ซึ่งเป็นสมาคบลับที่มีแนวคิดเสรีภาพของสังคมอุดมคติ อิทธิพลนี้มาจากยุโรปที่กำลังตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพและการแสดงออกในศตวรรษที่19 Dostoyeskyเข้าร่วมขบวนการใต้ดินที่มีอุดมการณ์ก่อการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ในปี 1849เขาถูกทางการจับกุมเพราะว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่มีความคิดปฏิวัติ Dostoyeskyอ้างว่าเขาไม่ได้ต่อต้านรัฐบาล แต่เขาไม่เห็นด้วยกับระบบแรงงานทาส เขาถูกขังในคุกที่มีสภาพย่ำแย่ โดยนอนบนกองฟาง อากาศอับชื้น แทบจะไม่มีแสงสว่าง เป็นเวลา8เดือนที่เขาและเพื่อนที่ถูกจับด้วยกันถูกเรียกตัวไปสอบสวนและส่งกลับไปขังต่อ หนังสือไม่มีให้อ่าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ดูแลคุกอนุโลมยอมญาติให้มีการนำเอาหนังสือเข้ามาอ่านในคุกได้ Dostoyeskyมุ่งอ่านหนังสือไบเบิ้ลและหนังสือเกี่ยวกับจิตวิญญานต่างๆ

ในเดือนตุลาคมที่หนาวเหน็บ นักโทษถูกลำเลียงออกจากคุก ให้ไปขึ้นรถม้าที่คอยอยู่ Dostoyeskyและเพื่อนร่วมชะตากรรมชีวิตคิดว่าคงจะถูกนำไปตัดสินให้ลงโทษสถานเบา เมื่อรถม้่าหยุดลง นักโทษถูกสั่งให้ไปยืนเรียงกันเป็นไม้กระดาน ทุกคนถูกสั่งให้โดนยิงเป้า ผู้คุมให้ไม้กางเกนให้นักโทษจูบลาเป็นครั้งสุดท้าย เปิดโอกาสให้สารภาพบาปกับบาดหลวง และให้แต่งตัวเป็นชาวนามีฮู๊ดเพื่อการโดนยิงเป้า

นักโทษ3คนแรกถูกจับมัด นำพาไปหลักประหาร ทหารเข้าแถวประจำที่ ยกปืนขึ้นประทับบ่า เตรียมเหนี่ยวไกยิง ทันใดนั้นเอง มีเสียงกลองรัวขึ้นมา ขัดจังหวะ Dostoyesky ขณะนั้นอยู่อันดับ6ที่จะโดนยิงเป้า ตระหนักขึ้นมาทันทีว่าเขาและเพื่อนรอดตายแล้ว มีเจ้าหน้าที่ควบม้ามาพร้อมกับสาร์นจากพระเจ้าซ่าร์ที่1 ที่ถูกส่งมาอย่างทันควันว่าให้พระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษประหารทุกคน Dostoyeskyและเพื่อนร่วมตายถูกส่งกลับไปขังที่คุกเดิม ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังไซบีเรียเพื่อทำงานหนักชดใช้โทษ

ฉากของจัตุรัสที่ประหาร นักโทษที่เตรียมตัวรับเคราะห์ และการได้รับพระราชทานอภัยโทษในนาทีสุดท้ายก่อนถูกยิงเป้า มีผลต่อจิตใจของนักโทษทุกคนอย่างมหาศาล รวมทั้งDostoyesky 2คนถึงกลับเป็นบ้าหลังจากนั้น แต่Dostoyeskyกลับใช้ประสบการณ์การรอดตายนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและบ่มความเชื่อในทางศาสนามากยิ่งขึ้น ทำให้เขาเห็นคุณค่าใหม่ของชีวิต

ในนิยายเรื่องThe Idiot เขียนขึ้นมา20ปีหลังจากการรอดตายการการถูกยิงเป้า Dostoyesky ให้ตัวละครเจ้าชายMyshkinพูดถึงเรื่องการประหารชีวิตที่คล้ายกับประสบการณ์โดยตรงของเขา

"แต่มันจะดีกว่านะที่ฉันจะเล่าให้เธอเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันพบเมื่อปีที่แล้ว ผู้ชายคนนี้ถูกลากกับคนอื่นไปยังแดนประหารชีวิต มีการอ่านประกาศโทษประหารให้เขาฟัง อีก20นาทีต่อมา มีการอ่านประกาศอภัยโทษ และให้มีการลงโทษที่เบากว่า เขากำลังจะตายตอนอายุ27ปี ยังมีสุขภาพดีและแข็งแรง เขาบอกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าช่วงเวลานั้นที่ในห้วงความคิดที่ว่า: "ถ้าฉันต้องไม่ตายหล่ะ ฉันจะใช้ทุกๆนาทีให้เป็นยุค จะไม่มีการเสียเวลาให้ว่างเปล่า ทุกๆนาทีจะมีค่า....."

thanong
19/3/2015

http://community.middlebury.edu/~beyer/ ... aphy.shtml
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... =3&theater



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน