ฮ่องกงนองเลือด 1967 : ย้อนอดีตประท้วง-จลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (1) .

รวมบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13303
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ฮ่องกงนองเลือด 1967 : ย้อนอดีตประท้วง-จลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (1) .

โพสต์โดย admin » อังคาร 20 ส.ค. 2019 3:43 pm

บูรพาไม่แพ้
ฮ่องกงนองเลือด 1967 : ย้อนอดีตประท้วง-จลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (1)
.

การชุมนุม #ประท้วงฮ่องกง ครั้งล่าสุด 2019 นี้ อาจจะเป็นครั้งแรกของคนหนุ่มสาวชาว #ฮ่องกง หลายๆ คน โดยเฉพาะรุ่นที่เกิดหลังการส่งมอบเกาะฮ่องกงอดีตอาณานิคมอังกฤษคืนสู่ #จีน แต่สำหรับชาวฮ่องกงผู้มีอายุเกินกว่า 60 ปี หรือชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อพยพว่ายน้ำข้ามฝั่งมา ต่างเคยได้รู้ - เห็นและบ้างเคยมีส่วนร่วม ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ประท้วงที่บานปลายกลายเป็นการจลาจลครั้งรุนแรงที่สุดของฮ่องกง เมื่อ 52 ปีก่อน (1967)

ข้อมูลทางการเผยการประท้วงครั้งนั้น ประชาชนเสียชีวิต 51 คน บาดเจ็บ 802 คน ถูกจับกุม 4,979 คน และศาลพิพากษาต้องโทษจำคุก 1,936 คน

#การจลาจลปี1967 #六七暴動 เป็นการชุมนุมต่อเนื่องระยะเวลานานถึง 6 เดือน เริ่มจากเพียงประท้วง นัดหยุดงานในเดือนเมษายน-พฤษภาคม จากนั้นชุมนุมบนถนนเดือนมิถุนายน บานปลายกลายเป็นก่อความรุนแรง จลาจล ในเดือนกรกฏาคม และที่สุดจนถึงเข้าขั้นก่อการร้าย สังหารนักข่าว และ ลอบวางระเบิด

ในเวลาที่ความรุนแรงมากที่สุดนั้น มีผู้ก่อเหตุทำระเบิดวางทั่วเมืองฮ่องกง มีทั้งระเบิดจริงและปลอม หลอกล่อให้ทางการสับสน ตำรวจผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยเก็บกู้ระเบิดจากกองทัพอังกฤษ ต้องเก็บ-กู้-ปลดชนวนระเบิด มากกว่า 8,000 จุด โดยจำนวนนั้นเป็นระเบิดจริงมากถึง 1,100 จุด

ชีวิตชาวฮ่องกงเวลานั้นเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม ทุกสิ่งหยุดชะงักอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิต รวมถึงชีวิตของเด็กหญิงอายุแปดขวบ "หว่องยีมัน" และน้องชายอายุสองขวบของเธอ "หว่องซิวฟาน" ซึ่งเสียชีวิตจากระเบิด ที่คนร้ายวางห่อเหมือนของขวัญวางไว้หน้าที่พักอาศัยของเธอ

จุดเริ่มต้นของการจลาจลในปี 1967 นั้นเริ่มขึ้นในฤดูร้อน เดือนพฤษภาคม เป็นการจลาจลต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง ซึ่งในเวลานั้นอยู่ใต้อาณัติปกครองของอังกฤษ มีผู้ว่าการฯ คือ เดวิด เทรนช์

ขบวนการที่สนับสนุน #พรรคคอมมิวนิสต์ ในฮ่องกงซึ่งเรียกตนว่า "#กลุ่มต่อสู้ต่อต้านการกดขี่ข่มเหงอังกฤษ" (The Anti-British Persecution Struggle) ได้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลใต้อาณัติอังกฤษ ตั้งฉายาชาวตะวันตกว่า "หมูอ้วนเผือก" กับ ชาวจีนที่ฝักใฝ่ตะวันตกว่า "สุนัขรับใช้ผิวเหลือง"

แต่ก่อนที่จะถึงวันวิปโยคจลาจล 1967 ฮ่องกงในห้วงเวลานั้น (ตั้งแต่สถาปนาจีนใหม่ ค.ศ.1949) ก็เหมือนภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งเป็นเสมือนแผ่นดินหลบภัยสำหรับชาวจีนอพยพนับล้านที่หนีแผ่นดินใหญ่ไปตายดาบหน้า อดทนกับสภาพชีวิตแร้นแค้น เป็นพลเมืองชั้นสอง ยังชีพโดยใช้แรงงานที่ตนมีทำงานกุลีกรรมกร ได้ค่าแรงมากที่สุดเพียงวันละ 10-12 ดอลลาร์ฮ่องกง และไม่มีสวัสดิการอื่นใด

ยุค 60 สถานการณ์บ้านเมืองในฮ่องกง ครอบคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความไม่พอใจต่อการปกครองอาณานิคมของอังกฤษ สภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงานของประชากรทั่วไปลำบากยากเข็ญ สังคมฮ่องกงเวลานั้น เต็มไปด้วย การคอร์รัปชั่นทุกหัวระแหง การทุจริตในเจ้าหน้าที่เป็นที่แพร่หลาย ทุกที่มีการกดขี่ไร้ความเป็นธรรม ประชาชนหมดความไว้วางใจตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสั่งสมให้ทั้งชาวฮ่องกงและชาวจีนอพยพไม่พอใจ แต่ต้องเก็บกดความไม่พอใจไว้ แม้เรียกร้องแต่รัฐบาลใต้อาณัติอังกฤษไม่ได้มีทีท่าสนใจตอบสนองดูแล หรือคุ้มครองปัญหาปากท้องแรงงานของประชาชนเลย

ประชาชนอดทนทำมาหากิน แต่ก็มีสภาพเหมือนระเบิดเวลาที่รอจุดชนวนเท่านั้น

จนกระทั่งเมื่อ เศรษฐกิจฮ่องกงทรุด ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1965 ธนาคาร Canton Trust and Commercial Bank (廣東信託銀行) ล้ม และรัฐบาลเข้าไปอุ้มแต่ก็ไม่ไหว ไม่กี่วันต่อมาวิกฤติการเงินการธนาคารในฮ่องกง ตามมาเป็นระลอกสอง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปทั่ว

ประชาชนรากหญ้าฮ่องกงจากที่ถูกกดขี่ ก็กลายเป็นถูกกดทับชีวิตซ้ำอย่างรุนแรง
.

*** จลาจลในปี 1966 ***

หลังอดทนกับสภาพชีวิต และอดกลั้นกับความอยุติธรรมมานาน ในที่สุดการต้องจ่ายเพิ่มค่าเรือโดยสารข้ามฟากอีก 5 เซนต์ (Star Ferry) ก็กลายเป็นไฟจุดชนวนระเบิด ปลดปล่อยความโกรธแค้น

ในเดือนเมษายน ปี 1966 บริษัทเดินเรือโดยสารข้ามฟาก Star Ferry ได้เพิ่มค่าเรือโดยสาร 5 เซนต์ (หรือประมาณ 25%) ก่อความเดือดร้อนให้ประชาชน จนมีนักศึกษาอายุ 27 ปี คนหนึ่ง ชื่อ "โซวส่าวจ้ง" (蘇守忠) ประท้วงโดยสงบด้วยการอดอาหาร ที่อาคารผู้โดยสาร Edinburgh Place เพื่อให้ทางการช่วยดูแลรับฟังปัญหา

โซวส่าวจ้ง คนหนุ่มผู้ประท้วงอดอาหารในวันนั้น ปัจจุบันอายุย่าง 80 ปีแล้ว ถือครองบวชเป็นพระภิกษุ ได้เคยให้สัมภาษณ์ย้อนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ว่า

"ในเวลานั้น อาตมามีความคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง มันเป็นแรงกดดันคุกรุ่นอยู่ภายในที่ต้องปลดปล่อยออกมา"

วันที่ 4 เมษายน 1966 -
ในตอนเช้าของวันที่ 4 เมษายน โซวส่าวจ้ง ชายหนุ่มวัย 27 ปี ที่ทำงานเป็นนักแปล เริ่มการประท้วงอดอาหาร ที่ Star Ferry Termina

https://mobile.facebook.com/story.php?s ... ed_comment



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13303
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ฮ่องกงนองเลือด 1967 : ย้อนอดีตประท้วง-จลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (2) .

โพสต์โดย admin » อังคาร 20 ส.ค. 2019 6:28 pm

บูรพาไม่แพ้
55 นาที ·
ฮ่องกงนองเลือด 1967
ย้อนอดีตประท้วง-จลาจล ครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (ตอน 2)
ในยุค 1960 ฮ่องกงเป็น “สังคมที่มั่นคงและมั่งคั่งมากขึ้น เทียบได้กับประเทศที่พัฒนาแล้วในเกือบทุกด้าน” แต่สภาพการทำงานของแรงงานกรรมกรยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำติดดินจนน่าตกใจ เมื่อเทียบกับโลกที่พัฒนาแล้วหรือที่อื่น ๆ ชีวิตแรงงานในฮ่องกงแตกต่างมากมายกับแรงงานในโรงงานทอผ้าที่อินเดีย ปากีสถาน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
คนงานในโรงงานฮ่องกงต้องทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ผู้หญิงทำงานวันละสิบสองชั่วโมง และอาจจะหยุดงานได้เพียงสองวันในหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ด้านแรงงานในฮ่องกงมีแต่ความตึงเครียดมากขึ้น และหากจะเกิดจลาจลขึ้นอีกก็ไม่อาจมีเหตุอันใดอื่น นอกจากกรณีพิพาทแรงงานของคนงานกับนายจ้าง
หลังจากการจลาจลฮ่องกงในปี 1966 ที่ถูกทางการอังกฤษปราบนั้น เหมือนพลังเคลื่อนไหวต่างๆ ได้มอดดับและจบแล้ว ... แต่ความจริงกลับเป็นเพียงบทโหมโรงของความวุ่นวายที่ซับซ้อนรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
หนุ่มสาวฮ่องกงในเวลานั้นเริ่มรับเอาความคิดขับเคลื่อนสังคม จากกระแสปฏิวัติวัฒนธรรมบนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป้าหมายของกระแสการปฏิวัติวัฒนธรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการเมืองนี้ ได้แพร่เข้าสู่ฮ่องกงอย่างรวดเร็ว สนองความรู้สึกของคนหนุ่มสาวที่กำลังแสวงหาความหมายและเปลี่ยนแปลงสังคม พวกเขากลายเป็นพลังสำคัญของการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมมวลชนใหม่ มุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมพ้นการกดขี่จากชนชั้นปกครอง - นายทุน
แนวคิดในการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ยังแพร่เข้าสู่มาเก๊าซึ่งเวลานั้นปกครองโดยประเทศโปรตุเกส
ที่มาเก๊านี้เอง! ... ถ้อยคำของเหมาเจ๋อตงในสมุดปกแดงได้ปลุกคนหนุ่มสาวลุกฮือต่อต้านรัฐบาลมาเก๊า ของโปรตุเกส และก่อเหตุความรุนแรง ที่เรียกว่า "12-3" (一二·三」事件) โดยอ้างอิงถึงวันที่เกิดการจลาจล (วันที่ 3 ธันวาคม 1966)
.
***เหตุการณ์ "12-3" (一二·三」事件)***
เหตุการณ์ "12-3" มีต้นเหตุมาจากชาวบ้านเกาะไทปา พยายามขออนุญาตสร้างโรงเรียนเอกชนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรฝ่ายซ้ายผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ บนที่ดินที่ได้รับจากทางการโปรตุเกส แต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานโยธาธิการ กลับไม่ยอมออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้ เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านจึงเดินหน้าก่อสร้างไปก่อนโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ที่สุดก็ถูกทางการฯ เข้าระงับการก่อสร้างโรงเรียน นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจมาเก๊า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1966 และในที่เกิดเหตุนั้นเอง มีประชาชนบาดเจ็บ 40 คน 14 คนถูกกักขัง
เหตุการณ์นี้ปลุกให้กลุ่มนักศึกษาและคนงานประมาณ 60 คน เดินขบวนประท้วงด้านนอกทำเนียบผู้ว่าการมาเก๊า เพื่อสนับสนุนชาวไทปา พร้อมตะโกนถ้อยคำปลุกระดมมวลชนจากสมุดปกแดง
จากการประท้วงกลายเป็นการใช้ความรุนแรง โดยกลุ่มเรดการ์ดมาเก๊า ในวันที่ 3 ธันวาคม นั่นเองจึงเป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลออกคำสั่งปราบปรามจับกุมผู้ก่อเหตุ รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก ผู้ประท้วง 8 คนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต และบาดเจ็บ 212 คน
หลังการปราบปรามวันที่ 3 ธันวาคม (หรือ "12-3") ชาวจีนในมาเก๊าเปลี่ยนใช้วิธีต่อต้านรัฐบาลโดยการแข็งขืน "3 ไม่" ได้แก่ "ไม่จ่ายภาษี - ไม่ให้บริการ - ไม่ขายของให้กับชาวโปรตุเกส" เช่นเดียวกับรัฐบาลจีนบนแผ่นดินใหญ่ที่ไม่พอใจมาก รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลกวางตุ้ง สั่งตัดน้ำและสาธารณูปโภคให้กับมาเก๊านานนับเดือน จนที่สุด ผู้ว่าการโปรตุเกส José Manuel de Sousa e Faro ต้องยอมตามความต้องการของผู้ประท้วง และลงนามคำขอโทษที่หอการค้าจีนภายใต้ภาพของเหมาเจ๋อตง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 1967
ชาวจีนในมาเก๊า มองว่านี่คือ "ชัยชนะของมวลชนผู้ถูกปกครองในการต่อสู้กับผู้มีอำนาจปกครอง" รวมถึงการเข้าควบคุมของมาเก๊าโดยพฤตินัยของจีน
รุ่งอรุณแห่งปี 1967 นั้น คนหนุ่มสาวฮ่องกง เฝ้ามองชัยชนะของประชาชนกับการต่อสู้ที่มาเก๊า ว่าคือต้นแบบในการต่อสู้กับรัฐบาลอังกฤษผู้ปกครองฮ่องกง ... พวกเขาคาดหวังชัยชนะ แต่พวกเขา คิด คาดการณ์ผิด!!!
..........................
** โปรดติดตาม อ่านตอนสุดท้าย - ฮ่องกงนองเลือด 1967
ย้อนอดีตประท้วง-จลาจล ครั้งร้ายแรงที่สุดในฮ่องกง (ตอน 3)

https://mobile.facebook.com/53114725393 ... rdc=1&_rdr


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน