ตอนที่ 1 : พี่เลี้ยงนางนม

พรุ่งนี้ผมจะนำนิทานเรื่องใหม่ เรื่อง "แหกคอก" มาลงให้อ่านกันนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักล่าเหมือนเดิม ยาวประมาณ 12 ตอน อ่านเรื่องใหม่นี้แล้ว ถ้าท่านผู้อ่านกลับไปอ่านนิทานเรื่อง มายากลยุทธอีกรอบ จะทำให้อ่านสนุก และเข้าใจกลยุทธนักล่ามากขึ้น...
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13543
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ตอนที่ 1 : พี่เลี้ยงนางนม

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 12:31 pm

10311388_841491202546028_1346579433233595377_n.jpg
10311388_841491202546028_1346579433233595377_n.jpg (52.87 KiB) เปิดดู 499 ครั้ง

อเมริกาพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก ที่วันนี้กำลังถูกท้าทาย จะรักษาตำแหน่งหมายเลขหนึ่งได้หรือไม่ ได้อีกนานเท่าไร ชาวโลกกำลังจับตามอง อเมริกา ขยับขา อ้าแขน แหกปาก ไม่ว่าจะทำอะไรเป็นข่าวไปทั่วโลก แต่เป็นข่าวในทางร้ายมากกว่าดี แต่ถึงอย่างนี้ก็ยังมีชาวโลกสวยชื่นชอบอเมริกา ผู้นำความเจริญมาสู่โลก ผู้นำเศรษฐกิจเสรี โลกาภิวัฒน์มันไปทุกอย่าง ไม่ว่าการค้า การศึกษา วัฒนธรรม ฯลฯ ไม่มีอเมริกาเป็นเพื่อน ไม่มีอเมริกาตบหัวลูบหลัง หรืออเมริกาไม่เห็นด้วย ไม่ว่าเรื่องอะไร จะเป็นจะตายเสียให้ได้

แต่ถ้าถามชาวแหกคอกไม่ว่าพันธ์เทศพันธ์ไทย ต่างบอก ถุด ! อเมริกา มันก็แค่นักล่า(อาณานิคม)รุ่นใหม่ กระสันอยากจะป็นจักรวรรดิอเมริกา แต่ใจไม่ถึงที่จะประกาศให้โลกรู้ ได้แต่ทำตัวหน้าไหว้หลังหลอก อย่างงี้นักเลงจริงเขาดูถูก (โปรดนึกถึงหน้าพี่ปูตินเวลาพูดกับนายโอบามาก็แล้วกัน) แล้วสมันน้อยว่าไงจ๊ะ เห็นอเมริกาเป็นพี่เบิ้ม ผู้นำ ผู้พิทักษ์ ผู้ปกครอง ฯลฯ หรือเป็นนักล่ารุ่นใหม่ ไม่ต่างกับจิ๊กโก๋ปากซอย กล้าเบ่งแต่กับผู้อ่อนแอกว่า เจอนักเลงใหญ่อย่างพี่ปู หรือแค่อาเฮียยืนหน้าเฉย อย่าติดเบรคใส่เกียร์ว่างก็แล้วกัน

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพึ่งลงมติ นี่ยังไม่ถึงตีสี่ มีเวลาตัดสินใจ อ่านนิทานกันไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน อ่านๆไปก็จะมองออกเองแหละ ว่าอเมริกาเป็นพี่เบิ้มผู้พิทักษ์ของโลกสวย หรือเป็นนักล่าของชาวแหกคอก รู้จักเขาให้ชัดเจน จะได้รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวเองหรือปฏิบัติกับอเมริกาอย่างไร

นักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่(สมัยนั้น) ต่างประสานเสียงเชียร์ บอกว่าอเมริกาเป็นนักล่าแน่นอนที่สุดและไม่ได้เป็นนักล่าแบบอุบัติเหตุ ไม่ใช่ประเภทเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีใครเลี้ยงดู เลยต้องปากถีบตีนกัด ออกมาล่าเหยื่อเลี้ยงตัวเองตั้งกะเด็ก ไม่ใช่นะ อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด อเมริกาเป็นลูกคนรวย ที่ถูกเลี้ยง ถูกฝึก ถูกเลือกให้เป็นนักล่าเหยื่อต่างหาก ถูกเลือก เข้าใจไหม (America was chosen to be an empire) มันมีการวางยุทธศาสตร์ หารือ วางแผนและปฏิบัติการให้อเมริกาเป็นนักล่าเป็น American Empire !

เอาละซิ แล้วใครล่ะที่เป็นพี่เลี้ยงนางนม เป็นคนฝึก เป็นคนวางแผนให้อเมริกาเป็นนักล่า จะรู้ให้แน่ต้องแกะรอยเก่าของนักล่าย้อนไปให้เห็นภาพตั้งแต่ยังเป็นละอ่อน เริ่มตั้งไข่ ดูว่าเขาหัดเดิน หัดคลานอย่างไร ใครเป็นพี่เลี้ยง เป็นพี่เลี้ยงแบบไหน ประเภทวิ่งไปตามเนินเขา แล้วร้องเพลง The Sound of Music หรือเปล่า (ท่านที่เกิดไม่ทันหนังเรื่องนี้ ขออำไพนะครับ ถึงไม่เคยดู ก็น่าจะเคยได้ยินเพลงบ้างน่า พระเอกมีลูกเป็นพรวน เมียตาย หรือไงเนี่ย ผมก็จำไม่ค่อยได้ จ้างนางเอกมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ดูแลเด็ก ในที่สุดพระเอกก็รักกับคุณพี่เลี้ยงตามฟอร์ม เด็กก็ดีใจไชโย เรื่องแสนจะธรรมดา สมัยนั้น ไม่มีอะไรซับซ้อนจนแบบเดาไมได้ ไม่ใช่หนังจบแล้ว หันหน้ามองกัน เลิกลั่ก มึนไปหมด ไม่มีครับ) หรือถ้าไม่เป็นพี่เลี้ยงแต่เป็นแม่เลี้ยง แบบแม่เลี้ยงใจร้ายของหนูน้อย Cinderella หนังการ์ตูนยอดฮิตของ Walt Disney ก่อนมาทำเป็นหนังใหญ่ เห็นไหมครับ ขนาดจะอธิบายเรื่องพี่เลี้ยง แม่เลี้ยง ยังต้องยกตัวอย่างหนัง Hollywood เลย เห็นอิทธิพลของเขาไหม จะให้ยกตัวอย่างเป็นปลาบู่ทอง จะมีใครรู้เรื่องบ้าง

ผู้ที่ร่วมมือกัน ทำหน้าที่พี่เลี้ยง ป้อนนม ป้อนน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม จับอเมริกาตั้งไข่ หัดเดิน ซ้อมให้เป็นนักล่า ไม่ใช่ใครที่ไหนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เป็นกลุ่มชนชั้นนำในสังคมอเมริกา คือ พวก Elites นั่นแหละ ที่ประกอบด้วย นายธนาคารและบรรดาบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมของอเมริกา (Americas Industrial Revolution) ในปลายศตวรรษที่ 19 รวมทั้งพวกมูลนิธิ ที่อ้างตัวว่าก่อตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ Philanthropic Foundations (พวกมูลนิธิแบบนี้น่ะในบ้านเราก็มีจับตากันให้ดี สอดไส้กันง่ายเหลือเกิน) สถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆ และสถาบันที่เป็นถังความคิด (Think Tank) รวมทั้งกลุ่มทุนธุรกิจ ซึ่งเดินกร่างอยู่บนเส้นทางของอำนาจ สรุปง่ายๆ ว่าเป็นกลุ่มคน ที่ถ้าเปรียบแบบฝรั่ง เขาก็จะบอกว่าเป็นเหมือนพวก cream หรือ topping ที่อยู่ชั้นบนสุดของขนมเค้กนั่นแหละ คือกลุ่มผู้ที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงนักล่า

ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะเริ่มต้น พี่เลี้ยงนักล่าที่เดินร้องเพลงเชียร์นำมาก่อนคือพวกนักยุทธศาสตร์อเมริกัน เริ่มประสานเสียงเรียกหา New Global American Empire จักรวรรดิอเมริกาที่จะครองโลกอยู่ไหน นำโดย Henry R. Luce บัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Yale ผู้ก่อตั้งหนังสือ Time Magazine, Life และ Fortune ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ในวงการสำนักพิมพ์ ที่มีอิทธิพลในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และเป็นหัวหน้ากองเชียร์ เสียงดังของพรรค Republican ซึ่งต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างเปิดเผย ขนาดไปเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกนักการเมืองเผด็จการทางฝั่งยุโรป เช่น Mussolini ของอิตาลีและพวกนาซีของเยอรมัน ด้วยความเชื่อว่าวิถีของเผด็จการ จะหยุดการแพร่พันธ์ของคอมมิวนิสต์ได้ เชื่อกันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ในปี ค.ศ.1941 นาย Luce เขียนบทความดังเป็นพลุแตก (แบบนิทานจิกโก๋ปากซอย ฮา) ลงในนิตยสาร Life ชื่อ The American Century ศตวรรษของอเมริกา เขาบอกว่าศตวรรษที่ 20 นี้ จะเป็นเวลาของอเมริกา เป็นช่วงเวลาที่โลกจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้นำโลกตัวจริงมาแล้ว มันไม่เหมือนกับการเป็นจักรวรรดิแบบโรม หรือเจ็งกิสข่านหรือจักรภพอังกฤษ ที่ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่จะเป็นจักรวรรดิเพื่อมนุษย์ชาติทั้งปวง ไม่ใช่เฉพาะแต่อเมริกันชนเท่านั้น ว่าเข้านั่น พูดแบบอเมริกันแท้ ไม่มีเทียมเลยคุณพี่ คุณพี่ Luce นี่นอกจากเชียร์สุดลิ่ม และยังเป็นนักฝันดีอีกด้วย

ในขณะที่นาย Luce เป็นนักร้องนำ เขียนบทความสรรเสริญอเมริกา ลงทุนผ่านปากกา แต่ผู้ที่ลงแรง ลงมือ ลงขัน จัดการให้ ศตวรรษอเมริกาเกิดขึ้นจริงๆ ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด มาจากความคิดริเริ่มและการผลักดันของ the Council on Foreign Relations (CFR) กลุ่มนักคิด นักวางแผนโคตรชั่ว ตัวแสบนั่นเอง และนักยุทธศาสตร์คนสำคัญ CFR ที่เป็นหัวรถจักร ของรถไฟสายพี่เลี้ยง คือนาย Dean Acheson นาย Acheson นี้ มีประวัติน่าสนใจ เขาเป็นทนายความ ต่อมาเปลี่ยนเส้นทางมาเข้าวงการเมือง ไต่กระไดขึ้นมาเรื่อย จนในที่สุดได้เป็น Secretary of State ช่วงปี ค.ศ.1949 - 1953 สมัยนาย Truman เป็นประธานาธิบดี เขามีส่วนสำคัญในการร่างนโยบาย ตปท. ของอเมริกาในช่วงสงครามเย็น (เอ! ใครเอาอย่างนะ จากทนายหน้าหอ มาเป็น รอ มอ ตอ ต่างประเทศ)

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1939 เมื่อเยอรมันบุกโปแลนด์ นาย Acheson เขียนหนังสือเรื่อง An American Attitude เป็นใบสั่งล่วงหน้าว่า หลัง สงครามโลกจบ อเมริกาจะต้องทำอะบ้าง (เขาสั่งกันได้ตั้งแต่ก่อนเข้าไปร่วมทำสงคราม) สิ่งที่สำคัญอเมริกาจะต้องทำคือ ทำให้โลกมีเสรีภาพในทางเศรษฐกิจการค้า หลังจากนั้นนาย Acheson ก็เป็นหนึ่งในคณะผู้ทำงานของ CFR ในการวางแผน ตั้งไข่ ให้แก่นักล่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง

แม้ว่าอเมริกาจะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการในปลายปี ค.ศ.1941 แต่ CFR วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า อเมริกาจะต้องเข้าสู่สงครามโลก เลิกยืนกอดอกดูอยู่ข้างสนามแบบนั้นมันจะไปได้เรื่องอะไร กระโดดลงไปในสนามรบได้แล้ว อันที่จริงพวกเขาวางแผนตั้งแต่ก่อนสงครามโลกจะเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ ที่จะให้อเมริกากระโจนลงไปในสนามรบ


คนเล่านิทาน
29 พค. 57

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... 1202546028



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13543
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: ตอนที่ 1 : พี่เลี้ยงนางนม

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 12:33 pm

Boonyapa Ddc ดีใจจังค่ะ กำลัง (เครียดเพราะ ) ลุ้น คสช ที่ประกาศไม่สนใจฝรั่ง พวกที่ออกมาต้าน (รัฐประหาร ) นิทานมาช่วยให้มีสติ และ ตั้งหลัก เตรียมรวมพลังต่อต้านจิ้กโก๋ กระแสต้านจิ้กโก๋ช่วงนี้มีมากขึ้น ต้องช่วยกันโหมแรงลมต้านนี้ ให้แรงขึ้น แรงขึ้น คนไทยทำได้ เชื่อมั่นค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 22:41 น.

ศร ครองเเก้ว คุณมรกตเขาให้อ่านก่อนแล้วค่อยคอมเม้นนะครับ 555
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 17:15 น.

Moragot Paitoon เด๋วกลับมาอ่าน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 16:32 น.

Yuttakarn Chansriwong
++ ขอแรงเพื่อนๆ ลงชื่อและแชร์ เพื่อไล่และทูตเสื้อแดงจอมเสือก ออกจากเมืองไทยด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ _/|\_ ++ https://petitions.whitehouse.gov/.../remove.../kT2CgX3C
วิธีการ
1. กด creat an account
2. ใส่รายละเอียด มีชื่อ นามสกุล (ใช้ชื่อย่อก็ได้) รหัสไปรษณีย์ และอีเมล
3. เข้าไปในอีเมลเรา แล้วกดที่ลิ้งค์ activate account จากในอีเมล
(พาสเวิร์ดจะส่งมากับอีเมล)
4. ลิ้งค์จะพาเรากลับมา ที่เพจเดิม พร้อม sign in เลย
5. กด sign this petition
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 19:49 น.

Pae Lord จากแผนการที่เล่ามา นี่เป็นบทแรกของ 36 กลยุทธ์เลยนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผรั่งมังค่าไม่รู้จักอ่านตำราของเอเชีย บทแรกทีว่าคือ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" กล่อมให้ศัตรูตายใจด้วยสิ่งที่ชอบ กว่าจะรู้ตัวก็ไปถึงไหนๆ ย้อนกลับป้องกันดัวได้ยากแล้ว อีโมติคอนsmile
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 มิถุนายน 2014 เวลา 21:58 น. · มีการแก้ไข

วิสุทธิ์ อนันตกุลนธี Dean Acheson คนนี้ดูเหมือนจะเป็นทนายให้เขมรในดคีเขาพระวิหารที่ศาลโลก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 2 มิถุนายน 2014 เวลา 21:59 น.

Jor A Jay มาแล้วๆๆๆๆ อีโมติคอนsmile
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 22:19 น.

ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต หันหลังจะพบฝั่ง เย้ๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 16:40 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron มันส์พะยะค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 18:42 น.

Chen-la Ra ขอบพระคุณมากค่ะ สนุกค่ะ ได้ความรู้ด้วย กำลังสงสัยว่า. ทหาร. หน. ศสช. จะได้อ่านบ้างไหมนะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 19:00 น.

เครือข่าย พืชปลูกพื้นเมืองไทย http://th.wikipedia.org/wiki/โลกาภิวัตน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 มิถุนายน 2014 เวลา 6:05 น.

Pasana Kitti ขอแชร์ค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 23:55 น.

Nongrat Suttiton นักเล่านิทานน่าจะเป็นทหาร
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 21:03 น.

Kaowodd Suwan ขอแชร์นะคะ ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 20:30 น.

Payom Pichairat ขอบพระคุณนักเล่านิทานมากนะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 19:37 น.

Witt Chang จบเร็วจัง...ขอบคุณท่านนักเล่านิทานมากๆครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 19:20 น.

Penny Rutta เฮ้อ....
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 19:18 น.

Sirirat Son รอว่างมาอ่านต่อค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 17:53 น.

Wanlop Rakratdet น่าสนใจครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 พฤษภาคม 2014 เวลา 17:10 น.

Monsem Sem เราเป็นเหยื่อใช่ใหมคะ สงสัยอยู่แล้วตั้งแต่นายกอภิสิทธิ เมกาไม่ปลื้มเลยสั่งหันซ้ายหันขวา เช่นนี้นี่เอง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 มิถุนายน 2014 เวลา 21:47 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron