"แกะรอยเก่า” ตอนที่ 7

เมื่อตัดสินใจเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1942 อเมริกาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่จะไปทำสงคราม แต่เป้าหมายของอเมริกาไกลกว่านั้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

"แกะรอยเก่า” ตอนที่ 7

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 12:16 am

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง "แกะรอยเก่า”
ตอนที่ 7
1554485_817477784947370_7494102179989277463_n.jpg
1554485_817477784947370_7494102179989277463_n.jpg (42.31 KiB) เปิดดู 539 ครั้ง

ระหว่างสมครามโลกลามมาถึงเอเซีย ขบวนการเสรีไทยก็แตกหน่อขยายตัว มีนักเรียนไทยในอังกฤษและอเมริกาเข้ามาร่วม พวกที่อยู่ในอเมริกา อยู่ในความดูแลของสถานฑูตไทยในวอชิงตัน ส่วนที่อังกฤษ น่าจะอยู่ในความดูแลของฑูตทหารไทยในอังกฤษ ด้านอังกฤษไม่ค่อยมีกิจกรรมมากนัก แต่ทางด้านอเมริกา ผู้ช่วยฑูตฝ่ายทหาร คือ ม.ล ขาบ กุญชร และผู้ช่วย ได้รับการฝึกอบรมจากทางอเมริกาและร่วมทำงานกับหน่วยงาน OSS นาย Kenneth อ้างว่าเขาเข้าร่วมวางแผนยุทธศาสตร์ เกี่ยวกับการนำสายลับ เข้าไปในไทยและก่อการวุ่นวายในประเทศ เขาเล่าว่าผู้สำเร็จราชการขณะนั้น คือ นายปริดี พนมยงค์ ลาออกจากเป็นรัฐมนตรีคลัง เพื่อเป็นผู้สำเร็จราชการ เมื่อญี่ปุ่นบุกไทย ซึ่งทำให้นายปรีดีไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและเคลื่อนไหวได้สะดวก เขาบอกนายปริดีนี่แหละคือคนของอเมริกา he was “our boy” และได้รับชื่อรหัสว่า “Ruth” เอาไว้ใช้ในการสื่อสารลับ อีกคนหนึ่งคือหลวงอดุลเดชจรัส ซึ่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจขณะนั้น ก็เช่นกันและได้ชื่อรหัสว่า “Betty”

ช่วงนั้นอเมริกาส่งสายลับมาเต็มอัตรา เดินกันขวักไขว่อยู่ในเอเซีย ผู้ที่เดินสายอยู่แถบอินโดจีน ส่วนมากจะเป็นพวกเสรีไทย มีบ้างที่เป็นสายลับอเมริกา ที่มีชื่อโด่งดังก็คือ นาย Jim Thompson (ซึ่งต่อมาเป็นราชาผ้าไหมไทย เจ้าของกิจการ Jim Thompson คนนั่นแหละ เรื่องของนาย Jim นี้ ก็น่าสนุกนะ มีคนเขียนชีวประวัติเขา มีขายกันทั่วไป ลองไปหาอ่านกันดู) จากการทำงานในช่วงนี้ทำให้นาย Kenneth กับนาย Jim รู้จักและสนิทสนมกัน ถึงขนาดเมื่อหนังสือของนาง Margaret ได้ถูกนำไปทำละคร ทำหนังเรื่อง The King and I นาย Jim นี่แหละเป็นคนส่งผ้าไหมไทยไปให้ตัดเย็บชุดดารา ทำให้ผ้าไหมไทย โดยเฉพาะของ Jim Thompson ดังเป็นพลุแตกตอนนั้นแหละ

งานจารกรรมพวกนี้ดำเนินการ โดย OSS และเนื่องจากไม่มีใครรู้จักเมืองไทยและอินโดจีน เท่ากับนาย Kenneth ช่วงนี้นาย Kenneth โอ่ว่าเขาเป็นขวัญใจของทุกหน่วยงาน ใครๆก็เรียกหา ใครๆก็อยากใช้เขา แผนที่และหนังสือพิมพ์ที่เขาเก็บสะสมมา 10 ปี และหอบกลับมาอเมริกา พิสูจน์ให้เห็นว่ามีค่าขนาดไหน สำหรับทุกหน่วยงาน เหมือนอย่างกับ นาย Kenneth รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า !

ช่วงปี ค.ศ. 1942 Kenneth ย้ายไปทำงานที่หน่วยงาน Board of Economic Warfare (BEW) โดยนาย Donovan ไม่ขัดข้อง หน้าที่ของเขาคือ ชี้เป้าสำหรับให้นักบินทิ้งระเบิด นับว่าเป็นมิชชั่นนารีพันธ์พิเศษจริงๆ อย่าลืมนาย Kenneth หอบแผนที่ไทย และรวมทั้งแถบอินโดจีนกลับมากับตัวด้วย ทำให้นักบินอเมริกันสามารถทิ้งระเบิดถล่ม ทางรถไฟไปหลายสายทั้งในจีน ฮานอย และแน่นอนรวมทั้งทางรถไฟของไทยด้วย นาย Kenneth บอกว่าผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการถล่มเขื่อน และต้องทำตอนเขื่อนมีน้ำเต็ม ครั้งหนึ่งเขากะสถานที่และเวลาให้นักบินอเมริกันทิ้งบอมบ์เขื่อนที่เวียตนามเหนือ หลังจากเขื่อนทลาย น้ำจะท่วมพื้นที่บริเวณนั้นอย่างกว้างขวาง ไร่นาฉิบหายหมด เขาตั้งใจจะสกัดไม่ให้ญี่ปุ่นมีอาหารกิน แต่ผู้ที่รับเคราะห์คือชาวบ้าน เขามารู้จากลุงโฮจิมินท์ เมื่อมาพบกันตอนปี ค.ศ. 1946 ซึ่งบอกว่า คุณรู้ไหมระเบิดคราวนั้นทำให้ประชาชนเวียตนามอดอยากแทบตายถึง 2 ล้านคน !

หลังจากนั้น นาย Kenneth ก็ได้ถูกชวนให้ย้ายไปอยู่ สำนักงานตะวันออกไกล Far East Bureau ของกระทรวงต่างประเทศ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับตะวันออกไกล (Far East) จากมิชชั่นนารี กลายมาเป็นนักวางแผนอยู่ในกระทรวงต่างประเทศ แทบไม่น่าเชื่อ! งานสำคัญชิ้นแรกที่เขาทำคือ ร่างนโยบายของอเมริกาเกี่ยวกับอินโดจีนหลังสงครามโลก ให้กับประธานาธิบดี Roosevelt ซึ่งให้ธงไว้ว่า อเมริกาไม่เอาใจฝรั่งเศส และเห็นว่าฝรั่งเศสเป็นนักล่าอาณานิคมที่แย่มาก เขาร่างนโยบายอยู่ 30 รอบ กว่าจะเป็นที่พอใจของทุกคน โดยเฉพาะประธานาธิบดี ซึ่งประทับตราเห็นด้วย ด้วยการบอกว่าฉันไม่ต้องการให้ฝรั่งเศสกลับมาที่อินโดจีนอีก “I want no French returned to Indochina, FDR” (เพราะเราอเมริกาจะเป็นผู้ครอบครอง อินโดจีนต่อไป ! ) เขาทำงานอยู่ที่หน่วยงานนี้จนถึงปีค.ศ. 1954

เมื่อสงครามโลกปิดฉาก อังกฤษแก้แค้นที่ไทยประกาศสงครามใส่ โดยการยื่นข้อเรียกร้องกับไทย 21 ข้อ นาย Kenneth บอกว่าข้อเรียกร้องของอังกฤษโหดมาก ถ้าไทยยอมก็เท่ากับตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทางอเมริกาเองไม่ถือว่าไทยเป็นคู่รบ และไม่ได้เรียกร้องอะไรกับไทย (แต่มีแผนการอย่างอื่น เตรียมไว้ให้โดยไม่บอกให้อังกฤษรู้) และส่งนาย Charles Yost (ซึ่งเป็นนักการฑูตที่มีประสบการณ์และชั่วโมงบินสูง เขามาประจำอยู่ที่เมืองไทยระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนหลังไปประทำที่สหประชาชาติ) และนาย Kenneth มาช่วยไทยเจรจากับอังกฤษ การเจรจาใช้เวลาอยู่หลายเดือน ในที่สุด อังกฤษยอมยกเลิกข้อเรียกร้อง 21 ข้อ เหลือเพียงข้อเดียวให้ไทยชดใช้ โดยการส่งข้าว ให้แก่อังกฤษแทน

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... 7784947370



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: "แกะรอยเก่า” ตอนที่ 7

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 12:16 am

Narudsaruk Likitcharoenkron ลุงนิทานพอจะทราบหรือเปล่าค่ะ เขาฮั้วกันเรื่องอะไร หรือกลุ่ม Central Planners ทราบว่าเรามีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่มากตั้งแต่ครั้งนั้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 19 เมษายน 2014 เวลา 16:33 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
จำได้ไหมครับ สมัยก่อนตอนเรียนหนังสือ สินค้าออกของประเทศไทยที่สำคัญคือ ข้าว ไม้สัก ยางพารา และดีบุก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักล่ารุ่นเก่า ต้องการมาก อเมริกานำเข้าดีบุกจากบ้านเราสูงสุดอยู่สมัยหนึ่ง ถึงได้มีไอ้พวกใจร้ายออกนโยบายตอนพันธ์เรา (ผมเขียนไว้ใน นิทานเรื่องมายากลยุทธ) ต่อมา ไม้สักเราหมด ดีบุกเราเหลือน้อย ข้าวและยางพารา กำลังอาการหนัก แต่เรายังมีพลังงานน้ำมันและก๊าซ ซ่อนอยู่อีกแยะ ทำไมนักล่า หรือ Central Planners มันจะไม่น้ำลายไหล
ถูกใจ · 14 · 19 เมษายน 2014 เวลา 21:44 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron ขอบคุณค่ะลุงนิทาน
ถูกใจ · 2 · 19 เมษายน 2014 เวลา 21:52 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น (ต่อ) หรือครับ พวกเขากำลังทั้งร่วมมือกัน และแย่งกันที่จะเขมือบบ้านเรา ตอนนี้ใครมีพลังงาน คนนั้นได้เปรียบครับ แต่ที่สำคัญคือจะรักษาความได้เปรียบอย่างไร ไม่ใช่มีเหมือนไก่ได้พลอย แถมเป็นชนวนชักศึกเข้าบ้านอย่างที่เป็นอยู่
ถูกใจ · 11 · 19 เมษายน 2014 เวลา 21:53 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron งั้นก็น่าหนักใจ ผลประโยชน์ไม่เคยเข้าใครออกใคร แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และผู้มีหน้าที่ของบ้านเมือง พร้อมที่จะเปิดประตูอ้าซ่า ให้เข้ามาเขมือบอย่างตะกละตะกลาม ไม่เคยเพียงพอ
ถูกใจ · 3 · 19 เมษายน 2014 เวลา 21:59 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...

ตง ตุ้ย ตั้ม อาจารย์ครับแฟนคลับเพิ่มเป็นหมื่นแล้วครับ ดีเลยครับคนไทยเราจะได้หูตาสว่างขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 19 เมษายน 2014 เวลา 13:09 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็ดีใจครับ ต้องขอบคุณแฟนๆที่ตามอ่านกัน และแชร์กัน เขียนใหม่ๆ ได้แฟนคลับถึง 500 ผมดีใจเกือบตาย ปลื้มจนยอมไม่กินข้าวไป หนึ่งมื้อ
ถูกใจ · 20 · 19 เมษายน 2014 เวลา 21:57 น.

บารายนา ชิดชม เชียร์ ช่วยเชียร์ อ่านกันมากๆๆ คนจะได้หูตาสว่าง มองโลกบ้าง
ถูกใจ · 2 · 20 เมษายน 2014 เวลา 1:25 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron