ตอนที่ 21 : ตายเพราะงู

J P Morgan ไม่ได้นอนฝันแล้ว คิดเรื่อง Federal Reserve Bank คนเดียวเองหรอก แต่มันเป็นการจับมือกันเล่นกล ที่น่าสนใจมาก เจ้าของทฤษฎีเล่นกล บางทีมันก็โดนกลลวงได้เหมือนกัน เหมือนหมองู ตายเพราะงู
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ตอนที่ 21 : ตายเพราะงู

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ค. 2015 9:22 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
12 มกราคม 2014 ·
นิทานเรื่ิองจริง เรื่อง "มายากลยุทธ"
ภาคสอง ตอน เสกกระดาษเป็นน้ำมัน"
ตอนที่ 21 : ตายเพราะงู
J P Morgan ไม่ได้นอนฝันแล้ว คิดเรื่อง Federal Reserve Bank คนเดียวเองหรอก แต่มันเป็นการจับมือกันเล่นกล ที่น่าสนใจมาก เจ้าของทฤษฎีเล่นกล บางทีมันก็โดนกลลวงได้เหมือนกัน เหมือนหมองู ตายเพราะงู
ท่านผู้อ่านนิทานคงรู้จักประวัติศาสตร์อเมริกาแล้วว่า อเมริกาก็เป็นหน่อไผ่ แยกกอมาจากอังกฤษนั่นแหละ เขาถึงพูดภาษาเดียวกัน แค่คนละสำเนียง อย่าไปนึกเป็นอันขาดเชียวว่า เขาคนละพวกกัน จะทำให้เข้าใจเรื่องราวไขว้เข้วไปหมด เขาเพียงแต่พลัดกันเล่น พลัดกันตี จำได้ไหม ท่านที่เคยอ่านนิทานจิกโก๋ปากซอยมาแล้ว
อเมริกาตั้งบ้านเมืองใหม่ ระบบต่าง ๆ ก็แน่นอนลอกมาจากอังกฤษ แต่มันยังตั้งไข่ล้มอยู่เรื่อย โดยเฉพาะระบบการเงิน ตลอดเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1800 กว่า จนถึง 1900 กว่า อเมริกาประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจหลายรอบ และยิ่งเกิดวิกฤติ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็กว้างขึ้นทุกที พวกที่จนก็ถึงกับไม่มีจะกิน เดี๋ยวนี้ไปดูแถว New York พวกเอาหนังสือพิมพ์ปูนอนก็ยังมีอยู่แยะ อย่านึกว่าเป็นมหาอำนาจแล้ว ประชาชนจะอยู่ดีมีสุขทั้งหมด นั้นมันในหนัง ของจริงเขาไม่ปล่อยให้เรารู้ง่าย ๆ หรอก พวกที่รวยเอา ๆ จากความ ฉ ห ของธุรกิจ แน่นอน คือ Rockefeller, J P Morgan, Astors ,Vanderbilts และ Carnegies เป็นต้น แล้วพวกเศรษฐีก็จับมือกัน จัดการแบ่งเค็กกันเพื่ิอให้รวยขึ้นไปอีก J P Morgan รับประทานเค็กส่วนรางรถไฟกับธนาคาร ส่วน Rockefeller บอกเรื่องน้ำมันเป็นของข้าพเจ้า แต่เสร็จแล้วเขาก็ขยายตัวไปธุรกิจธนาคารด้วย ใครมั่งไม่ชอบนับแบงค์
J P Morgan แม้จะตั้งธนาคารของตนเอง เช่น First National Bank of New York และNational City Bank of New York แต่มันก็เป็นการร่วมมือกับ Rockefeller ในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะพวกผู้จัดการของ 2 ธนาคารน่ะ มันคนของ Rockefeller เขาทั้งนั้นแหละ แต่ที่น่าสนใจตระกูล Morgan เคยค้าขายในอังกฤษมาก่อนต้ังแต่รุ่นพ่อ ดังนั้นเขาก็มีพรรคพวก อยู่แถวอังกฤษและยุโรปด้วย
อังกฤษในช่วงนั้นยังเป็นยุคที่อังกฤษยังเฟื่องฟู มีอาณานิคมแผ่ไปทั่ว นักล่าชื่อนาย Cecil Rhodes เข้าไปเผชิญโชคใน Africa เขาตะลุยไปทั่วจนในที่สุด เป็นเจ้าของเหมืองทองและเหมืองเพชร ที่มีชื่อคือ De Beers เขาดังมากถึงขนาด Rhodesia ตั้งชื่อประเทศตาม ตามชื่อเขานั่นแหละ (Rhodesia ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น Zimbabwe) คนส่วนใหญ่คิดว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัท De Beers แต่ที่จริงแล้วเศรษฐีล้มหล่น Nathaniel de Rothschild ต่างหากที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ใน De Beers พวก Rothschild ไม่ต้องไปออกแรงรบกับคนป่าอาฟริกาและฝรั่งชาติอื่น เช่น พวกดัชท์ เขาใช้วิธินั่งสบายอยู่ในลอนดอน แต่ส่งเงินสนับสนุนให้นายRhodes ไปคลุกดินกินฝุ่นแทน ในปี ค.ศ. 1899 หุ้นของ Rothschild ใน De Beers
ก็มากกว่า นาย Rhodes ถึงเท่าตัว
นาย Rhodes นี้ เป็นแบบฉบับนักล่าของอังกฤษ เขาคิดว่าจักรภพอังกฤษควรต้องขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ และจะให้ดีต้องเอาอเมริกากลับมาเป็นอาณานิคมเหมือนเดิม และมาร่วมสร้างจักรภพอังกฤษยุคใหม่ ที่ใช้ระบบเดียว คุมทุกชาติภายใต้การปกครองของหนึ่งเดียว คืออังกฤษผู้เกรียงไกร (มาแล้วไง ! กลุ่มนักล่าฝั่งขวาของมหาสมุทร) และแน่นอน ผู้ที่สนับสนุนความคิดนี้ และร่วมปฏิบัติการ คือ พวก Rothschild และธนาคารในเครือข่าย เมื่อประธานาธิบดี Wilson ลงนาม Federal Reserve Act เสียงสะท้อนข้ามมาจากอีกฝั่งมหาสมุทรแอทแลนติคบอกว่า เราเอาอเมริกากลับมาอยู่ในจักรภพอังกฤษ (ยุคใหม่) แล้ว โดยไม่ต้องใช้กำลังทหารเลยล่ะ !

source
https://www.facebook.com/permalink.php? ... 8957869254



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron