เขย่าขั้ว ตอนที่ 7

เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1989 ตามมาด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1991 หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ที่เรียกกันว่า กลุ่ม Warsaw Pact ก็แตกกระจาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เขย่าขั้ว ตอนที่ 7

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ธ.ค. 2017 9:38 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
ถูกใจเพจแล้ว · 30 ตุลาคม 2016 · มีการแก้ไข ·
14883445_1440060419355767_9135518443477700583_o.jpg
14883445_1440060419355767_9135518443477700583_o.jpg (75.21 KiB) เปิดดู 112 ครั้ง

"เขย่าขั้ว"

ตอน 7

ผู้วิเคราะห์ของถัง Rand บอกว่า เรื่องระยะเวลาในการวิเคราะห์ ที่เน้นในช่วงปี ค.ศ.2015 ถึง ค.ศ.2025 นั้น มันโยงกับเรื่องความรวดเร็ว ของเวลาที่ใช้ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีทางการทหารของแต่ละฝ่าย ว่าจะทำได้เร็วขนาดไหน โดยเฉพาะเกี่ยวกับระบบ A2/AD ของจีน และการบทางระบบไซเบอร์

ถัง Rand เด็ดขาดมาก บอกว่า เวลา 10 ปี นี่มันเพียงพอแล้วที่จะตัดสินหมู่จ่ากันได้ ไม่ต้องวิเคราะห์ยาวไกลไปกว่านั้นให้เสียเวลา .... 10 ปี ถ้าจีน สร้างฝาชี A2/AD แบบไม่มีรูเหลือให้อเมริกาเจาะ อเมริกาก็จบ....ส่วนสภาพเศรษฐกิจ เขาก็วิเคราะห์กันอยู่แล้วว่า อีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของจีน มีแนวโน้มที่จะแซงหน้าอเมริกา (แบบนี้ อเมริกาคงจะปล่อยให้อาเฮียอมยิ้มหวานต่อไปไม่ไหวมั้ง)

การวิเคราะห์ของ Rand ที่เน้นช่วงเวลา 10 ปี นับแต่ ค.ศ.2015 ถึง ค.ศ.2025 จึงเป็นมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพการทหารล้วนๆ อเมริกาให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะถือว่าแสนยานุภาพทางด้านการทหารของตน ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ยังไม่เคยมีใครเทียบ หรือเฉียดเข้ามาใกล้เลย .... เมื่อรัสเซียและจีน หาญกล้า ทำการเหมือนท้าทายอเมริกา...... อเมริกา ก็จำเป็นต้องแจกแจงให้ฟัง ให้มันรู้กันมั่ง ว่าใครกันแน่ที่ ใหญ่จริง (ใหญ่โว้ย )

การรบ 4 กรณี มีผลกระทบ ยับเยินต่างกัน

- กรณีสั้นแต่รุนแรง (brief , severe)

ถ้าผู้นำทางการเมือง ไม่ว่าฝ่ายไหน ให้อำนาจฝ่ายกองทัพเป็นผู้ตัดสินใจสั่งรบได้. แนวโน้ม ก็จะเป็นการใช้แผนรุนแรง และรวดเร็วกับอีกฝายหนึ่งแน่นอน สงครามรุนแรงก็คงเกิดขึ้น และความเสียหายของอเมริกา โดยเฉพาะทางกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ และฐานทัพ คงยับเยินทีเดียว

แต่ทางด้านจีน ก็จะเสียหายมากด้วยเช่นกันนะ โดยเฉพาะบริเวณเมืองที่เป็นฐานวางระบบ A2/AD (ซึ่งจีนติดตั้งระบบแบบฝาชียักษ์ครอบบริเวณจีนไว้ทั้งหมด)

ผู้วิเคราะห์บอกว่า กรณีนี้ ....ไม่กี่วัน ก็รู้แล้วว่า กำลังใคร (แน่) แค่ไหน .... ยิ่งนานไป โอกาสเสียหายของจีนจะยิ่งมากกว่า ทั้งทางด้านกำลังทหาร และด้านเศรษฐกิจ (แปลว่า อเมริกาคงมีแผนเตรียมถล่มจีน แบบกวาดละเอียดถี่ยิบ จนฝาชียักษ์ของจีนกระจุย )

ในทางตรงกันข้าม ถ้าไปรบกันในช่วงหลังๆ ใกล้ปี 2025 ความเสียหายของอเมริกา จะมากกว่าการรบในช่วงแรกๆ เพราะอเมริกาคาดว่า ยิ่งนานวัน อานุภาพของฝาชียักษ์ A2/AD ของจีนจะแรงขึ้น แต่ความเสียหายของจีนก็จะมากเช่นเดียวกัน และก็ยังไม่แน่ว่า จีนจะเป็นผู้ชนะ (แปลว่า ยิ่งฝาชีมาแรง อเมริกาก็จะส่งกลับแรง... แรงไปแรงมา ไม่รู้ใครจะหมดแรงก่อน)

- กรณีนานและรุนแรง (long and severe) แนวการวิเคราะห์ไม่ต่างกัน คือยับเยินทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งด้านกำลังทหาร และเศรษฐกิจ ยิ่งรบนาน ความเสียหายของอเมริกาจะมากขึ้น ไม่ต่างกับจีน แต่อเมริกาไม่สนใจว่าจีนจะเสียหายมากน้อย อเมริกาสนใจดูแค่ว่า.....ระหว่างการรบยาวกับรบสั้น .....อย่างไหน อเมริกาจะเสียหายมากกว่ากัน (เสียมาก ก็ฟื้นยาก และใช้เวลานาน)

สรุปว่า ใน 2 กรณีข้างต้น ผู้วิเคราะห์มองว่า การ "เริ่ม" รบเร็วและรบแรง ความเสียหายของอเมริกา มี "แต่มีน้อยกว่า" รอไปรบในอนาคต

ส่วนจีน ถ้ามีการรบตอนนี้ ผู้วิเคราะห์บอกว่า ....คงสู้อเมริกาไม่ได้หรอก ความเสียหายก็แยะ แต่ถ้ารอไปรบในอนาคต ...จีนอาจสามารถทำให้อเมริกามีความเสียหายได้แยะกว่ารบตอนนี้ และจีนมีโอกาสลุ้นเป็นผู้ชนะ ...แต่ผู้วิเคราะห์ก็สำทับว่า แค่มีโอกาสลุ้น ...ไม่ได้หมายความว่าจะชนะแน่ๆนะ

เหมือนกับอเมริกามองว่า การเริ่มรบเร็วๆนี้ และรบแรง จะบรรเทาความเสียหายของตัวเองได้ดีกว่า และอเมริกาอาจจะเลือกรบตามแนวนี้ " ถ้า " จะมีการรบกัน

คำถามคือ อเมริกาพร้อมรบหรือไม่...

อเมริกาแสดงท่าที เหมือนยังไม่พร้อมรบ หรือไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า แต่ถ้าจะต้องรบ... อเมริกาก็พร้อมที่จะรบ และจะรบชนะด้วย (บทพระเอก)

แต่โปรดอย่าลืมกัน ว่าสันดานของอเมริกา....ไม่เคยเปลี่ยน หน้าอย่างหลังอย่าง หน้าไหว้หลังหลอก มาตลอดการเป็นอเมริกานั่นแหละ....จึงต้องดูหลายมุมครับ อเมริกาอาจจะพร้อมรบแล้ว และกำลังล่อให้รัสเซียจีนลงหลุมก็ได้

- กรณีสั้นไม่รุนแรง (brief, mild) จะเป็นไปได้ ต่อเมื่อผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย สามารถคุยกันรู้เรื่อง โดยเอาความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์กับนานาชาติเป็นตัวตั้ง ซึ่งอาจจะสามารถระงับการยกระดับการขัดแย้งได้ (ผมว่า ตัดกรณีนี้ทิ้งไปได้เลย อเมริกากับจีน วันนี้คงคุยกันไม่อร่อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณนายหน้าโหด หรือคุณทรัมพ์ปากแตร มันก็เครือกัน)

- กรณียาวไม่รุนแรง (long, mild) เป็นกรณีที่ความขัดแย้งมีไปเรื่อยๆ และอุณหภูมิของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ขึ้นสูงทันที แต่ก็สร้างความกังวลในภูมิภาคตลอดเวลา ...และในที่สุด ก็คงจะมีฝ่ายใดเริ่มยกระดับเป็น รุนแรง สั้นหรือยาว อยู่ดี ...ก็กลับไปอ่านตรงสรุป ของ 2 กรณีข้างต้นอีกรอบนะครับ

สรุปจากการวิเคราะห์ หรือขู่ ของถัง Rand ว่า สงครามระหว่างอเมริกากับจีน.... ถ้าจะมี ... น่าจะเป็นช่วงหลัง ค.ศ.2015 ไม่นาน ... ไม่ใช่ ช่วง ค.ศ. 2025 นู่น และน่าจะเริ่มต้นที่แปซิฟิก ก่อนที่จะลามไปไกล ..และ การรบไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน จะทำให้เสียหายยับเยินทั้งคู่ แต่จีนจะเสียหายมากกว่า และโอกาสชนะของจีน แทบไม่มีเลย.... เป็นการวิเคราะห์ออกแนวขู่อาเฮีย เสียจนเลอะเต็มกางเกง...

นอกจากนี้ ถัง Rand ยังส่งท้ายเหมือนเตือนสติว่า "ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร คงเป็นการยาก ที่ฝ่ายใดจะยอมรับว่า ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ ... ประวัติศาสตร์บอกเรามาเสมอว่า ผู้ที่ดื้อดึงขืนจะรบ แม้จะรู้ว่ามันเป็นการสู้รบ ที่จะยืดเยื้อ และไม่มีทางทำให้ตนเองชนะ ก็ย่อมไม่มีทางชนะอยู่ดี และการดื้อดึงที่จะทำสงครามเช่นนั้น ในที่สุดแล้ว ก็จะทำให้คู่ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่าย อ่อนเปลี้ย ยับเยินทางการทหาร และตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่น ไปอีกนาน..... "

ฮู้ย... เป็นการเขียนเตือนสติ ที่แกว่งปาก จริงๆ ... ขู่เขามาตลอด ยังไม่หนำใจ ... ฝีปากไอ้ Rand มันแสบจริง

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
30 ต.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน