เขย่าขั้ว ตอนที่ 4 - ตอนที่ 6

เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1989 ตามมาด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1991 หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ที่เรียกกันว่า กลุ่ม Warsaw Pact ก็แตกกระจาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เขย่าขั้ว ตอนที่ 4 - ตอนที่ 6

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ธ.ค. 2017 9:37 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
ถูกใจเพจแล้ว · 29 ตุลาคม 2016 · มีการแก้ไข ·
14902880_1438723902822752_8066608917321277286_o.jpg
14902880_1438723902822752_8066608917321277286_o.jpg (83.42 KiB) เปิดดู 126 ครั้ง

"เขย่าขั้ว"

ตอน 4

อเมริกายอมรับเองว่า 25 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาปีทองของตน นอนหลับฝันหวานทุกคืน เพราะอเมริกาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งเดียวของโลก จะชี้เป็นชี้ตายอย่างไรในโลกนี้ก็ได้ ไม่มีหน้าไหนมากล้าขวาง คุมทุกเกมในโลก ....แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะการกระทำของรัสเซียกับจีน... ซึ่งอเมริกามองว่า มันเป็นการท้าทายอำนาจของอเมริกา ที่เคยเป็นผู้กำชะตาโลกไว้แต่ผู้เดียว

รัสเซียกับจีน ทำอะไร.... รัสเซียกับจีน กำลังแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอดและรักษาอธิปไตยของประเทศตน ตามวิธีที่ตนเองเห็นสมควร.... แต่อเมริกาไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของ 2 ประเทศในลักษณะนั้น เพราะอเมริกาคิดว่าตนเองเท่านั้น ที่มีอำนาจในการตัดสิน เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก... มัน "ต้อง" เป็นไปตามแนวทางและวิธีการที่อเมริกา "เห็นชอบ หรือเห็นด้วย" เท่านั้นนะ

ทำไมผมว่าอเมริกาอย่างนั้น...ผมไม่ได้ว่า หรือด่าแบบเลื่อนลอยนะครับ

นอกจาก CRS จะออกรายงานการวิเคราะห์เรื่องรัสเซียจีน ขึ้นชั้นเป็นศัตรูระดับ 7 ดาวของอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2016 แล้ว กระทรวงกลาโหมของอเมริกา ยังมอบหมายให้ถังความคิดอีกใบ Rand Corporation ที่เป็นถังขนาดใหญ่ของกระทรวงกลาโหม และเป็นผู้ชำนาญด้านความมั่นคง และการรบทัพจับศึกมากที่สุด ให้ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับพวก 7 ดาว อีกรายการด้วย

และถัง Rand ได้ออกรายงานการวิเคราะห์ เมื่อเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2016 ในหัวข้อเรื่อง War with China ; Thinking Through the Unthinkable: สงครามกับจีน; คิดในมุมที่ไม่ได้มีการนึกถึงกัน....เป็นเอกสารการวิเคราะห์ยาวประมาณ 100 หน้า ถ้าท่านใดอยากอ่านเอง กดหาในอากู google ได้เลยครับ ตามชื่อบทความที่ผมบอกนี้

แค่หัวข้อการวิเคราะห์ ก็ทำให้ผมฝืดคอแล้ว

บทวิเคราะห์ดังกล่าว เปิดฉากโหมโรง แบบหนังตื่นเต้น เร้าใจมาก

เขาบอกว่า.... "สงครามระหว่างอเมริกากับจีน อาจจะสร้างความหายนะอย่างมากมายกับทั้ง 2 ประเทศ ร่วมทั้งกับเอเซียตะวันออก (East Asia) และกับโลกด้วย...

เพราะอเมริกากับจีน กำลังมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่หลายเรื่อง เกี่ยวกับข้อโต้แย้งในบริเวณภูมิภาคนั้น ซึ่งสามารถยกระดับ ไปสู่การเผชิญหน้าทางด้านการทหาร หรือความรุนแรงระหว่าง 2 ประเทศได้ เพราะ กองทัพของทั้ง 2 ประเทศ มีอยู่ในบริเวณนั้นอย่างหนาแน่น และอยู่ใกล้กันมากเสียด้วย...close proximity...

......ถ้ามีเหตุการณ์ใด หรือมีวิกฤติใด ที่ทำให้อุณหภูมิของฝ่ายใดขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ต่างฝ่ายก็มีผลประโยชน์ที่ต้องรักษา.... มันคงเป็นข้ออ้างเพียงพอ ที่จะทำให้เกิดการลงมือ กับกองกำลังของอีกฝ่ายหนึ่งได้ทันที โดยที่อีกฝ่าย อาจจะยังไม่มีโอกาสลงมือ...

.......ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีกองกำลังมหาศาล (ample forces) เทคโนโลยีสูง และกำลังพลมากมายทั้งปริมาณและคุณภาพ ที่สามารถจะทำการต่อสู้ได้ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งการรบทางไซเบอร์... ดังนั้น สงครามระหว่าง อเมริกากับจีน จึงอาจจะเป็นสงครามที่มีขนาดใหญ่มาก และต้นทุนสูงมาก.... จึงจำเป็นที่จะต้องมีการไตร่ตรองให้มาก...

..... การรบ ขึ้นอยู่กับผู้วางแผน ซึ่งคิดแต่ในแง่ความได้เปรียบเสียเปรียบทางการรบ แต่ไม่ได้คิดว่า จะหลีกเลี่ยงความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองแต่อย่างใด ... ซึ่งผลของการทำสงคราม อาจจะไปไกลกว่าเรื่องการรบแพ้ชนะ... เศรษฐกิจโลกจะกระทบกระเทือนขนาดไหน สัมพันธ์ระหว่างประเทศคงจะกระทบกระเทือนไปหมด เพราะขอบเขตของสงคราม อาจลามเป็นวงกว้างเกินกว่าที่วางแผนรบไว้.... "

ครับ เขาขึ้นต้นได้น่าเสียวไส้.... แต่ผมขอสรุปความเห็นที่หลังนะครับ เพราะยังมีข้อความเขย่าขวัญของเขารออยู่อีก ผมขอเน้นเอาเฉพาะบางข้อมูลจากการโหมโรงของ Rand สรุปว่า... อเมริกามีกองกำลังใหญ่มาก อยู่ในบริเวณแปซิฟิก โดยเฉพาะ แถวเอเซียตะวันออก ....เรารู้ว่าอเมริกามีฐานทัพ อยู่ในบริเวณ แปซิฟิกมากมาย แต่มีกองกำลังขนาดไหน... หลายๆคน ให้น้ำหนักว่า กองกำลังอเมริกา อยู่แน่นหนาแถวยุโรปกับตะวันออกกลาง... ตกลงกองกำลังใหญ่ของอเมริกาจะไปอยู่ที่ไหน นึกกันไว้นะครับ

#############
ตอน 5

ผู้วิเคราะห์บอกว่า การที่จีนได้เพิ่มศักยภาพทางอาวุธของตนเองอย่างมาก โดยเฉพาะ ระบบที่เรียกว่า A2/AD (anti-access and area denial ห้ามผ่านเขตแดนของจีน ตามที่กำหนด ซึ่งเป็นระบบป้องกันการจู่โจมอาวุธจากภายนอก ทั้งทางบกเรืออากาศ เหมือนเป็นฝาชียักษ์ ครอบบริเวณของจีนไว้) นับเป็นการ "ลดความได้เปรียบ" ทางการทหารของอเมริกาลง ....เมื่อไม่สามารถจะอ้างความได้เปรียบ ในการควบคุมสภาพการต่อสู้ เพื่อทำลายกองทัพของจีน หรืออ้างชัยชนะอย่างเด็ดขาดได้ ... มันอาจจะทำให้ความมั่นใจในชัยชนะของอเมริกาลดลงได้ด้วย (แปลว่าการที่อเมริกา เคยคุมเกมทั้งโลกได้หมดเต็มร้อย ได้ลดลงไปแล้ว จะลดแค่ไหน อเมริการับไม่ได้ทั้งนั้น)

ด้วยสภาพดังกล่าวข้างต้น รายงานของถัง Rand จึงทำการวิเคราะห์ ให้เห็นว่า ....หากมีสงครามระหว่างอเมริกากับจีนเกิดขึ้น ...เส้นทางของสงครามจะเป็นอย่างไร.... มีทางเลือกอย่างไร ... และความเสียหายที่เกิดจากการทำสงครามระหว่าง 2 ผู้ยิ่งใหญ่นั้น จะสร้างความกระทบกระเทือน ให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย รวมไปถึงภูมิภาค และโลกในด้านใดบ้าง และขนาดไหน

ผู้ทำการวิเคราะห์ ตั้งข้อสมมุติฐานในการวิเคราะห์ไว้ดังนี้

- การสู้รบจะ "เริ่มต้น" และ ต่อสู้อยู่ในบริเวณเอเซียตะวันออก East Asia ซึ่งเป็นบริเวณที่อเมริกาและจีน มีโอกาสที่จะปะทะกันสูง เนื่องจากกองทัพเรือส่วนใหญ่ของจีนอยู่ในบริเวณนั้น และอเมริกาเอง ก็มีกองทัพเรือ และฐานทัพอยู่ในบริเวณนั้นอย่างมากมายเช่นเดียวกัน ....ขณะเดียวกัน การต่อสู้อาจขยายตัวไปทั่วบริเวณแปซิฟิกตะวันตก และจะทำให้บริเวณดังกล่าว กลายเป็นเขตสงคราม "war zone" ซึ่งจะกระทบถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคนั้น อย่างยิ่ง (ใครจะไปเที่ยวแถวนั้น... ก็ตามข่าวโลกบ้างนะครับ

- จะไม่มีการใช้อาวูธนิวเคลียร์ต่อกัน เพราะต่างฝ่าย น่าจะเห็นผลลัพธ์ของการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ที่สามารถสร้างความวิบัติอย่างมหาศาลแก่ทั้ง 2 ฝ่าย จนไม่น่าจะมีฝ่ายใดเริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน (เป็นการขู่จีน ... มึงอย่าใช้ก่อนกูนะ)

- จีนจะไม่โจมตีบริเวณบ้านอเมริกา US homeland ยกเว้นแต่เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งคงจะทำอะไรอเมริกาไม่ได้มาก เพราะศักยภาพด้านนี้ของอเมริกาสูงกว่าจีน ...ในทางตรงกันข้าม อาวุธของอเมริกา แม้ไม่ติดหัวนิวเคลียร์ ก็สามารถโจมตีจีนได้ในรัศมีกว้างกว่า (นี่ก็ขู่จีนอีก ...แต่ขู่แบบ ขู่ไปถอยไปหรือเปล่าไม่แน่ใจ ....อเมริกาอย่าปากแข็งว่า ไม่ปอด เรื่องโดนถล่มกลางบ้าน)

- การวิเคราะห์ ช่วงเวลาการรบ เน้นช่วง ระหว่าง ค.ศ.2015 ถึง ค.ศ.2025

ผู้วิเคราะห์บอกว่า แม้การวิเคราะห์นี้ จะเป็นการศึกษาให้แก่ผู้วางนโยบายของอเมริกา ...แต่ก็อยากให้ผู้วางนโยบายของจีน คิดตามไปด้วย ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการทำสงครามกับอเมริกา โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ความสงบสมดุลยของสังคม และการประสานภายในจีนเอง ซึ่งดูเหมือนว่า หัวหน้าผู้บริหารของจีนไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้อย่างเพียงพอ

สรุปสั้นๆ ของตอนนี้ว่า อเมริกากำลังขู่และฉวยโอกาสสั่งสอนจีนไปด้วย...มันกร่างไม่มีวันตกจริงๆ

##############
ตอน 6

ผลของการทำสงคราม ระหว่างอเมริกากับจีน จะเป็นอย่างไร ผู้วิเคราะห์บอกว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ

- ความเข้มข้นของการรบ (intensity) ที่มีตั้งแต่ ไม่รุนแรง ไปจะถึง รุนแรงมาก (mild to severe)

- ระยะเวลาของการรบ (duration) ซึ่งสามารถเป็นได้ ตั้งแต่ไม่กี่วัน จนถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้น

และจากข้อสมมุติฐานและปัจจัย ที่สามารถสร้างผลกระทบของสงคราม มีหลายระดับ ผู้วิเคราะห์จึงแบ่งการรบ เป็น 4 กรณี

- กรณี ที่ 1: ระยะเวลาสั้นและรุนแรง (brief , severe)

- กรณี ที่ 2: ระยะเวลายาวและรุนแรง (long , severe)

- กรณี ที่ 3: ระยะเวลาสั้นและไม่รุนแรง (brief , mild)

- กรณี ที่ 4: ระยะเวลายาวและไม่รุนแรง (long , mild)

ตัวแปร ที่จะทำให้การรบเข้มข้นรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้นำด้านการเมืองของทั้งอเมริกาและจีน ให้อำนาจแก่ฝ่ายกองทัพในการตัดสินใจ ไม่ว่าในกรณีใด ได้อย่างไม่ต้องลังเลใจหรือไม่ ( แปลว่า จะเอากองทัพนำหน้า หรือเอา การเมืองนำหน้า โดยเฉพาะจีน ถ้าให้กองทัพนำหน้า ก็แปลว่าเตรียมตัวเจ็บหนักได้)

ตัวแปรที่จะทำให้การรบใช้เวลาสั้น หรือยาว ขึ้นอยู่กับฝ่ายที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ(หมายถึง จีน) จะถอดใจ หรือใจเสีย และจะทำการสู้รบต่อไปไหม แม้จะเห็นว่าสู้ไปก็คงไม่ทำให้ได้เปรียบขึ้น (รายการขู่จีนอีกแล้วว่า เอ็งจะหน้าด้านทู่ซี้รบไป แพ้ไปได้นานเท่าไหร่)

ผู้วิเคราะห์บอกว่า เราคิดทุกด้านเลยนะ ตั้งแต่เรื่องการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ ความไม่สงบภายในบ้าน และนอกบ้าน

การคิดคำนึงถึงด้านความเสียหาย ผู้วิเคราะห์ ได้นำทุกปัจจัยมาคิดคำนวณด้วย ตั้งแต่ ความเสียหายทางการทหาร ทั้งกองทัพอากาศ กองทัพเรือ เรือดำน้ำ จรวด ยุทธภัณท์ต่างๆ รวมทั้ง C4ISR (command, control, communications, computings, intelligence, surveillance, reconnaissance) ซึ่งจะกระทบไปถึงระบบไซเบอร์ และการต่อต้านโดยระบบดาวเทียม

ส่วนความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ที่รวมถึงความเสียหายจากการลงทุนในต่างประเทศ และผลกระทบจากการรบ ที่จะลามไปกระทบกับเอกชนทางด้านการค้าขาย และสาธารณูปโภคที่จำเป็นของประชาชน ผลกระทบกับการเมืองภายในประเทศ ความไม่มั่นคงภายในประเทศ และการไม่ได้รับการสนับสนุนระหว่างประเทศ ....

ถังรุ่นเก่า นี่มันเขียนขู่เก่งจัง.... แบบนี้อาเฮีย ทุบกองทัพทิ้ง เอามาทำเป็น
กระป๋องตักทรายแจกเด็กเอาไปเล่น ทุบเกาะให้ราบหมด เอามาทำเป็นสวนสนุก เลิกเป็นมังกร เปลี่ยนสภาพเป็นมังกือแทน พี่เบิ้มเขาจะได้พอใจ เลิกนอนฝันร้ายฉี่ราดรดกางเกงดีไหมครับ

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
29 ต.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน