เขย่าขั้ว ตอนที่ 1 - ตอนที่ 3

เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1989 ตามมาด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1991 หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ที่เรียกกันว่า กลุ่ม Warsaw Pact ก็แตกกระจาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เขย่าขั้ว ตอนที่ 1 - ตอนที่ 3

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ธ.ค. 2017 9:36 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
ถูกใจเพจแล้ว · 28 ตุลาคม 2016 · มีการแก้ไข ·
14876701_1437471489614660_4512990458062921231_o.jpg
14876701_1437471489614660_4512990458062921231_o.jpg (590.05 KiB) เปิดดู 136 ครั้ง

"เขย่าขั้ว"

ตอน 1

เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1989 ตามมาด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1991 หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ที่เรียกกันว่า กลุ่ม Warsaw Pact ก็แตกกระจาย เกาะกลุ่มกันไม่สำเร็จ แล้วค่ายยุโรปตะวันออกก็จบลง เหลือเป็นยุโรปเดียว ...และการแข่งขันชิงอำนาจระหว่างสหภาพโซเวียตกับอเมริกาก็สิ้นสุดลงไปด้วย ....

หลังจากนั้นอำนาจของโลกก็ค่อยๆขยับ ย้ายมาอยู่ใน (กำ) มือของอเมริกา.... ที่กลายเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก ที่เหลือขั้วอำนาจเพียงขั้วเดียว... ขั้วของอเมริกา

มันเป็นช่วงเวลาที่อเมริกาแสนจะยิ่งใหญ่....ตอนนั้น รัสเซีย ที่เป็นหน่อหนึ่งของกอสหภาพโซเวียต ยังไม่โผล่หัวพ้นดิน และอเมริกาคิดว่า กอสหภาพโซเวียตสลายสิ้นหมดแล้วด้วยซ้ำ ...ส่วนจีน ยังใส่ชุดสีเทาทั้งเมือง ไม่มีทีท่าว่าจะค้าขายแข่งกับอเมริกาได้ หรือจะกลายมาเป็นมหาอำนาจโลก ยิ่งไม่มีทาง... ...

อเมริกามีความสุขจนเกือบสำลัก ทุกอย่างมันง่ายไปหมด อยากได้อะไร อยากทำอะไร ก็ได้ทั้งนั้น อเมริกาแค่ใช้เครื่องมือชื่อ "เสรี" ที่อเมริกาอ้างว่าจะทำให้ทุกฝ่ายมีความก้าวหน้า ทุกคนเท่าเทียมกัน เดินนำเข้าไปทุกหนทุกแห่งในโลก และทั้งโลกก็อ่อนระทวย หลงลม ... เดินเข้าไปในปาก หรือกำมือของอเมริกา ด้วยความเต็มใจและอบอุ่น ....เป็นไปตามแผนที่อเมริกาวางไว้ทุกประการ....

อเมริกาอ้างว่า แต่แล้ว...ชีวิตเหมือนฝันของอเมริกา ก็เริ่มเปลี่ยนไป...เมื่อมีมือดี ใจร้ายถล่มตึกอันสูงใหญ่โอ่อ่า เป็นหน้าตาของอเมริกาเสียเรียบราบ ลงมากองอยู่กับพื้น เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2001 (9/11) มันทำให้อเมริกาแค้นเคืองและเสียหน้าอย่างยิ่ง จำต้องรีบจัดการกับผู้ถล่มตึก ที่อเมริกาตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "ผู้ก่อการร้าย" ซึ่งเป็นพวกไม่มีหัวนอนปลายตีน ไม่ได้เป็นประเทศหรือแม้แต่เป็นรัฐเล็กๆ.... แทบจะไม่สมศักดิ์ศรีของพี่เบิ้มอเมริกา ที่จะไปสู้รบปรบมือด้วย

ถึงจะไม่สมศักดิ์ศรี แต่อเมริกาก็ต้องจัดการกับพวกผู้ก่อการร้ายที่ไม่มีหัวนอนนั้น เพราะมันเป็นการหยามหน้าพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก ....การจัดการลามไปถึงบริเวณ ที่อเมริกาอ้างว่า เคยเป็นถิ่นที่วางหัวนอนของบรรดาผู้ก่อการร้าย... คือตะวันออกกลาง....ที่ดกไปด้วยน้ำมันและแก๊ส ...เล่นเอาเจ้าของบ่อน้ำมันและหลุมแก๊สฉิบหายไปเกือบหมด ...แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาคอขาดบาดตายของอเมริกา เพราะที่ฉิบหายมันคือบ้านคนอื่น ไม่ใช่บ้านอเมริกาเลยนี่นะ

อเมริกา อ้างอีกว่า ชีวิตเหมือนฝันของอเมริกา ที่เปลี่ยนไปบ้างจากโดนผู้ก่อการร้ายถล่มตึกนั้น กลายเป็นเปลี่ยนไปเกือบหมด ... เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.2013 นี่เองแหล่ะ...

ใครนะที่ใจร้าย... ปลุกอเมริกาขึ้นมาจากการนอนหลับฝันหวาน

อเมริกาบอกว่า เมื่อ จีน ออกไปแสดงกายกรรมนอกหลักสูตร อยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ และทะเลจีนตะวันออก ในปลายปี ค.ศ.2013 นั้น ชีวิตเหมือนฝันของอเมริกา กลายเป็นชีวิตทีมีแต่ฝันร้ายแทน.... และ เมื่อรัสเซีย ที่แตกหน่อมาจากสหภาพโซเวียต ที่พวกอเมริกาคิดว่าได้ขุดทิ้งเสียเกลี้ยงเกลาแล้ว .... ดันโผล่หัวงอกขึ้นมาพ้นดิน ไม่ใช่แค่งอกพ้นดินธรรมดา แต่ดันงอกงาม ถึงขนาดไปฉกเอาแหลมไครเมียของตัว คืนกลับมาเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2014....อย่างนี้มันคงไม่ใช่แค่ฝันร้ายของอเมริกา มันน่าจะเป็นเรื่องหลอนด้วย ...ไอ้หน่อนี้ มันฟื้นได้ งอกเร็ว และแหลมคมเกินไปแล้ว...

อเมริกา อ้างว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 มันทำให้ฝันอันสวยงามของอเมริกา...หมดสิ้นสลายไป ....และบรรดาผู้สังเกตเฝ้ามองสถานการณ์โลก ส่วนใหญ่ก็มีข้อสรุปว่า 2 เหตุการณ์นั้น มันเป็นอาการที่แสดงว่า ขั้วอำนาจของโลก ที่ไม่เคยขยับมาเลย แม้แต่นิดเดียว อย่างน้อยก็ประมาณ 20 ถึง 25 ปี ...ได้เริ่มมีอาการขยับแล้ว... (คงมีทั้งพวกที่เสียใจ และพวกที่ดีใจ)

ข้อความข้างต้น ผมถอดความตามสำนวนผม แต่เนื้อๆ มาจากรายงาน ของคณะทำงานด้านการวิเคราะห์ของรัฐสภาอเมริกัน Congressional Research Service (CRS) ในหัวข้อ A Shift in the International Security... Potential Implications for Defense Issues for Congress ที่ออกมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ.2016

ฟังดูเหมือนล้าสมัยไปหลายเดือน เพราะส่วนใหญ่ท่านที่ติดตามข่าวต่างประเทศ มักจะตามข่าว ประเภทที่เป็นข่าวสดจัด แบบ real time ได้ยิ่งดี ...แต่ไม่แน่ว่าการตามข่าวแบบนั้น จะทำให้เห็นภาพจริง หรือภาพลวง ...แต่อย่างน้อยคงทำให้การสูบฉีดโลหิตของผู้ติดตามข่าว พุ่งขึ้นลงเร็ว... ชีวิตตื่นเต้นดีครับ

##############
ตอน 2

ในรายงาน CRS ดังกล่าว ได้อ้างถึงคำบรรยาย ของนาย Bob Work รมช.กลาโหมของอเมริกา ที่บรรยายใน CNAS Defense Forum เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ.2015

(CNAS เป็น ถังความคิดรุ่นใหม่ ที่เน้นเรื่องการวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ ถังนี้เพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.2007 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง เช่น นาง Michele Flournoy (สมาชิก CFR) ที่เป็นตัวเก็งคู่กับคุณเต้าหู้ Ash Carter เมื่อตอนท่านใบตองแห้ง จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหม Chuck Hagel) และ นาย Kurt M Campbell (สมาชิก CFR) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่มีความชำนาญด้าน เอเซียตะวันออก และแปซิฟิก ... พอเห็นภาพออกไหมครับ ว่าถังนี้ตั้งขึ้นมาทำไม)

คุณ บ๊อบ บอกว่า " ... ผมเชื่อว่า นักประวัติศาสตร์คงกลับไปพินิจช่วงเวลา 25 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งผมเจาะจงไปเลยว่า นับแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ.1989 เมื่อวันที่ ท่านบุชคนพ่อ บอกว่า การปิดกั้น หรือ containment ไม่มีความจำเป็นจะต้องนำ มาใช้ในนโยบายความมั่นคงของเราอีกแล้ว ...แม้ในความเป็นจริง มันใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี กว่าที่การถอนรากถอนโคนสหภาพโซเวียตจะเสร็จเรียบร้อยก็ตาม"

"...ตัวผมเอง เมื่อมองย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.2013 เมื่อจีนเริ่มโครงการก่อสร้าง รุกล้ำเข้าไปในน่านน้ำของทะเลจีนใต้ และในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ.2014 เมื่อรัสเซียได้ทำการผนวกไครเมีย และเริ่มส่งกองทัพของตัวเอง เข้าไปสนับสนุนกลุ่มผู้ต้องการแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออก...

มันทำให้ผมเห็นว่า... 25 ปีที่ผ่านมาดังกล่าว มันน่าสนใจมาก ... มันเหมือนเป็น 25 ปีทองของอเมริกา... เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรายิ่งใหญ่ มีอำนาจมากที่สุดในโลก และมีกองทัพที่ใหญ่ยิ่งที่สุด "รายเดียว" the only great power and the sole military superpower..... มันทำให้เรามี "เสรีภาพ" อย่างมากในการดำเนินการต่างๆ

แต่... สิ่งแวดล้อมเช่นนั้น มันเปลี่ยนไปแล้ว.....โลก ที่มีขั้วอำนาจเดียวกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลง และเรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ...ยุคที่ขั้วอำนาจของโลก... มีมากกว่าหนึ่ง...ทำให้การเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งเดียวของอเมริกา จะถูกท้าทายมากขึ้นไปเรื่อยๆ

และการท้าทาย ที่เห็นโดดเด่นที่สุดในรอบ 25 ปี ดังกล่าวคือ การท้าทาย จากการเริ่มขึ้นใหม่ของการแข่งขัน ระหว่างมหาอำนาจ the great power...."

มหาอำนาจ หรือ the great power ในความหมายของคุณบ็อบ หมายถึงประเทศที่มีความ "พร้อม" ของกองทัพ เพียงพอที่จะทำการต่อสู้กับการรบใหญ่
อย่างครบเครื่อง กับประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า ( dominant power ซึ่ง คุณบ๊อบบอกว่า ในที่นี้ คืออเมริกา) และมีระบบต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ที่มีความสามารถพอที่จะพาให้ประเทศนั้น รอดพ้นจากการถล่มด้วยนิวเคลียร์ลูกแรกของ dominant power หรืออเมริกาได้ ....(อ่านย่อหน้านี้ช้าๆ หรืออ่านซ้ำ หน่อยนะครับ)

คุณบ๊อบบอกว่า จากการจำกัดความกันอย่างชัดๆ โดยไม่ต้องเอาเรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องสังคม การปกครองมาเกี่ยวเลยนะ เราเน้นกันถึงเรื่อง "อำนาจ" ที่มาจากความแข็งแกร่ง หรือศักยภาพทางด้านความมั่นคงเท่านั้นก็พอ ... จากความหมายดังกล่าว the great power ในความเห็นของคุณบ๊อบ ในวันที่คุณบ๊อบบรรยาย นอกเหนือจากอเมริกาแล้ว ...กำลังมีอีก 2 ประเทศ ...ที่ขึ้นชั้นมาแล้ว หรือใกล้เต็มที ที่จะขึ้นชั้นมา ....คือ รัสเซียและจีน

นอกจากรัสเซียและจีน ที่ได้รับตำแหน่ง the great power หรือจวนจะได้ ไปแล้วนั้น ในสายตาของคณะทำงานของรัฐสภา ยังให้เกียรติอีก 2 ประเทศ ที่มีส่วน ทำให้ฝันหวานในวันวานของอเมริกา เปลี่ยนไปอีกเหมือนกัน คือ อิหร่าน กับเกาหลีเหนือของน้องผม (ยินดีด้วยนะน้องรัก ถึงน้องจะยังอายุน้อย แต่มาแรงจัง รับรองอีกไม่นาน ทรงผมสะท้านใจของน้อง คงมีคนเอาอย่างค่อนโลก)

ส่วนผู้ก่อการร้ายไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไหน สังกัดตู้เติมเงินของใคร... อเมริกาให้เกียรติกล่าวถึงน้อยมาก เอาไปไว้เป็นรายการคุกคามฝันหวานของอเมริกาท้ายสุดเลย...ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ให้เกียรติด่าพวกที่ตัวเองสร้างขึ้นมา มันคงกระดากปากนิดหน่อย... แต่มันก็ทำให้เห็นหน้าฉากกับหลังฉาก หรือความตอแหลของพี่เบิ้มชัดเจนดีจัง

##############
ตอน 3

รายงานของ CRS ยังบอกอีกด้วยว่า บรรดานักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงส่วนใหญ่ มีความเห็นพ้องกันว่า ก้าวของคุณพี่ปูติน ที่ไปฉกเอาไครเมียของรักของตัวกลับมานั้น มันเด็ดดวงจริงๆ นับเป็นก้าวที่ท้าทาย (อเมริกา) อย่างยิ่งยวด

การยึดดินแดนหนึ่ง และเอามาผนวกเป็นของตัวเองแบบนี้.... มันไม่มีเกิดขึ้นมาเลยตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เลิกนะ ...CRS สรรเสริญรัสเซีย

และที่สำคัญ จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครจัดการอะไรกับรัสเซียได้เลย แม้แต่อเมริกาที่ว่าเป็นพี่เบิ้มของขั้วอำนาจโลกเดียวนั่นไง ...มันจึงแสดงให้เห็นถึงการขยับ (หรือเขย่า) ของขั้วอำนาจโลกอย่างชัดเจน ....

การก้าวของคุณพี่ปูตินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ผู้คนโดยเฉพาะอเมริกานึกไม่ถึง (ไหนว่าข่าวกรองมึงดีนักไง ที่แท้เก่งแค่มาเดินหาข่าวแถวบ้านลุงนิทาน) แต่เรื่องของรัสเซียเขย่าฝัน หรือเขย่าขวัญอเมริกา ต่างกับเรื่องของจีน

จีนรำมวยอย่างช้าๆ แต่ไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุด เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตัว จนอเมริกาตายใจ คิดว่าอาเฮียคงเพลินกับการนั่งนับเงินอย่างเดียว ที่ไหนได้อาเฮียนับเงินเสร็จ ขนเอาไปลงทุนในการพัฒนาอาวุธ สร้างกองทัพ (อาเฮียคงเจ็บใจ เพราะถูกอเมริกาด่ากลางวงสัมมนาเป็นประจำมานานเต็มทีว่า อาวุธจีนไม่มีทางสู้อเมริกาได้ ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติหน้า .. อเมริกาพูดเสียดสีจีนอย่างนั้นเป็นรสฝรั่ง ผมมาใส่รสไทยๆให้เอง)

แค่นี้อเมริกาก็หมั่นไส้เต็มที แต่ผมว่า ที่อเมริการับไม่ได้คือ การที่อาเฮียสั่งถมที่ ขยายเกาะในทะเลจีนมากกว่า ... คุณพี่ปูตินเอาไครเมียคืน อาเฮียบอกเกาะเตียวหยูก็ของอั้ว อั้วก็จะเอาคืนเหมือนกัน...

CRS ระบุว่าการกระทำของจีน เป็นการแสดงความเชื่อมั่นในตัวเอง เชิงโอ้อวดว่า เราก็ทำได้ ...และอเมริกา ก็ (ยัง) ทำอะไรจีนไม่ได้ เช่นเดียวกับกรณีของรัสเซีย....

อาการฝันร้ายแบบนี้ของอเมริกา มันก็คงหายยาก ... CRS จึงต้องทำการวิเคราะห์ ว่าขั้วอำนาจโลกขยับ หรือถูกเขย่าจริงไหม ถ้าจริง มันจะมีผลกระทบกับอเมริกาขนาดไหน

ขยับไปถึงเป็นสลับที่กันเลยดีไหม ...มึงเป็นฝ่ายรับคำสั่งเขาบ้าง ลุงอยากได้แบบนั้นจัง ...จริงๆ ผมตั้งใจว่า ต่อไปนี้ จะพยายามเขียนแบบเรียบๆ นะครับ เพราะมีท่านผู้อ่าน เข้ามาสรรเสริญว่า ทนอ่านนิทานไม่ไหว มีแต่ความเห็นของผม กับการพล่ามของผม ไม่มีเนื้อเลย... แหม....หา "เนื้อ" ในนิทานต้องใช้ความสามารถในการค้นหาหน่อยนะครับ

แล้ว CRS ก็สรุปว่า การกระทำของรัสเซียและจีน เป็นการท้าทายอำนาจของอเมริกาจริง.... ขั้วอำนาจอเมริกาถูกเขย่าจริง.... และอเมริกาจะต้องปรับแผนยุทธศาสตร์ระดับ grand strategy เสียใหม่ เพื่อรับมือกับ สงครามแบบลูกผสมของรัสเซีย (hybrid warfare) หรือกลยุทธแบบล่อหลอกของรัสเซีย ( ambiguous tactics) และรับมือกับยุทธศาสตร์แบบซอยแยก (salami -slicing) หรือสร้างแนวสีเทา (gray-zone )ในบริเวณที่จีนกำลังขยายเนื้อที่

CRS แนะนำว่า อเมริกา ต้องเตรียมรับมือกับคู่ต่อสู้ระดับ High-End Warfare
แปลว่าไงดีครับ... คู่ต่อสู้ หรือศัตรู ระดับ 7 ดาว ประมาณนั้นนะครับ โดยต้องยกเครื่องปรับปรุงสมรรถนะของอาวุธของตัวเสียใหม่เกือบทุกรายการ...(ไหนว่ากระเป๋าฉีก ต้องตัดงบสวัสดิการประชาชนไง ตกลงเอ็งเม้มเงินสวัสดิการคนในบ้านตัว เพื่อเอามาพัฒนาให้ขั้วแน่น ใครจะได้มาเขย่าไม่ได้ใช่ไหม)

แต่ มันน่าสนใจว่า เรื่องการปรับปรุงอาวุธน่ะ อเมริกากำลัง "จะทำ" หรือ " ทำเสร็จไปแล้ว" แล้วมาออกรายงานวิเคราะห์เพื่อลวงชาวบ้านตามสันดาน .... เรื่องชักเข้มอย่างนี้ อย่าว่า มีแต่น้ำนะ...(พรุ่งนี้มีต่อครับ)

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
28 ต.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน