https://www.facebook.com/sayan.rujiramora" />

SilverDoctors It’s Not Just Turkey: There Is A Dollar Liquidity Storm Ahead Of Us by Brian Maher of Daily Reckoning. Aug

.
.
.
.
https://www.facebook.com/sayan.rujiramora
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13234
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

SilverDoctors It’s Not Just Turkey: There Is A Dollar Liquidity Storm Ahead Of Us by Brian Maher of Daily Reckoning. Aug

โพสต์โดย admin » อังคาร 28 ส.ค. 2018 7:09 pm

Sayan Rujiramora
26 สิงหาคม ·

SilverDoctors
It’s Not Just Turkey: There Is A Dollar Liquidity Storm Ahead Of Us
by Brian Maher of Daily Reckoning. August 17, 2018
40106791_1950358211674323_607612837296078848_n.jpg
40106791_1950358211674323_607612837296078848_n.jpg (38.36 KiB) เปิดดู 135 ครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญเคยมีการเตือนแล้วว่า dollar index ที่ 95 น่ะ มันเป็นจุดที่สุดๆแล้ว (line in the sand) ...ตอนนี้มันเกิน 96 ไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจึงบอกไว้ถึงสิ่งที่จะเกิดต่อไป

"มันจะไม่ใช่แค่เตอร์กีแล้ว ...วิกฤติสภาพคล่องดอลล่าร์อยู่ข้างหน้าเรานี่เอง ..คาดเข็มขัดนิรภัยกันได้แล้ว" แล้วจะเกิดกับประเทศไหนล่ะ ...เงียบ ไม่มีคำตอบ

เรามาเริ่มที่เรื่องย่อๆของความลับในระบบการเงินระหว่างประเทศกันก่อน และเรื่องของ Triffin dilemma

เมื่อปี 1959 นักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน-เบลเยี่ยม Robert Triffin บังเอิญค้นพบกับความขัดแย้งทางตรรกะเรื่องหนึ่งเข้า....

เขาสังเกตุเห็นว่า ประเทศที่โอ่ว่าสกุลเงินของตนเป็นสกุลเงินที่เป็นทุนสำรองของนานาชาติ (global reserve) จำต้องแบกรับภาระอย่างหนึ่งเอาไว้ ..นั่นคือ

ประเทศนั้นต้องยอมสละการคุมนโยบายการเงินภายในประเทศของตนไปบางส่วน เพื่อการเป็น master ของโลก ....นั่นคือมันต้องเพิ่มปริมาณสกุลเงินของตนจนมากเกินความเป็นจริงออกสู่ตลาดโลก..เพื่อการเป็นทุนสำรองเสริมความคล่องตัวในการค้าของโลก ...

ถ้าเกิดเงินสะดุดขาดความลื่นไหลต่อเนื่อง เครื่องก็อาจจะหยุดเอาได้ และทั้งโลกก็อาจจะล่มจมสู่ depression....

ประเทศเจ้าของสกุลเงิน จึงจำต้องยอมรับสภาพที่ประเทศตนจะต้องขาดดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเวลานาน ...ต้องพิมพ์เงินซื้อสินค้าจากนานาชาติเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ถ้าซื้อน้อยลง เงินที่จะใช้หมุนเวียนในตลาดโลกก็จะลดน้อยลง ...(อ่านดูแล้ว เหมือนต้องทนลำบากมากในการพิมพ์แบ้งค์ใช้ซื้อสินค้าจากชาวโลก...)

นี่คือภาระที่สหรัฐอเมริกาต้องทนแบกรับเอาไว้ !!!

Explains the IMF:

IMF อธิบายว่า ถ้าสหรัฐยุตินโยบายขาดดุลการค้า ประชาคมโลกจะต้องเดือดร้อนจากการขาดทุนสำรองจากแหล่งที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผลของมันจะลากเอาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่วังวนการหดตัวอย่างแรง ทำให้ขาดเสถียรภาพ

ปัจจุบัน ดอลล่าร์ถือเป็นเงินที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศถึง 87%

และเป็นทุนสำรองแลกเปลี่ยนของนานาชาติอีกถึง 60%

แต่ภาระที่มีต่อโลกที่กล่าวถึงข้างต้น จะหนักหรือเบาก็เป็นไปตามระยะเวลา ...ช่วงแรกๆเลย การขาดดุลก็ยังไม่มาก ......แต่ตอนนี้ขาดดุลรวมๆกันถึง $11 ล้านล้าน กับทั่วโลกมาตั้งแต่ ปี 1989

การขาดดุลการค้าก็เป็นส่วนหนึ่งของการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

สหรัฐขาดดุลบัญชีเดินสะพัดปีที่แล้วปีเดียวถึง $466,000 ล้าน

และนี่ทำให้เกิดหนี้ต่างประเทศบวมโตขึ้นเกินกว่าที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ...รัฐบาลจะต้องหาเงินถึงเกือบครึ่งล้านล้านดอลล่าร์เพือมาจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ต่างประเทศ...นี่แค่ดอกเบี้ยเท่านั้น

สิ่งที่ดีสำหรับชาวโลก กลายเป็นหนามทิ่มแทงในประเทศเสียเอง

As Investopedia notes:

ถ้าสหรัฐจะตัดสินใจที่จะโฟกัสนโยบายไปที่ภายในประเทศเป็นหลัก โดยการไม่เพิ่มเงินมากขึ้นอย่างที่เคย โลกก็จะไม่แฮปปี้

โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ emerging markets ที่สมบูรณ์จากเงินกู้ดอลล่าร์ในยุคดอกเบี้ยถูกศูนย์เปอร์เซนต์

หนี้เงินกู้เหล่านี้ก็ยังโอเคอยู่ ถ้ายังมีเงินดอลล่าร์หลั่งไหลเข้าประเทศมาอย่างปกติแบบที่เคยเป็น

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

Federal Reserve มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ธันวาคม 2015

และตั้งแต่ ตุลาคมปีที่แล้วมา เริ่มมีการลดขนาดของ balance sheet ลงด้วย

การไหลลื่นของเงินดอลล่าร์จึงลดลง จนถึงขั้นจะต้องมีการไหลกลับ

ค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งขึ้นหมายถึงจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย จะต้องเพิ่มไปด้วยตามค่าเงิน..สำหรับประเทศที่มีหนี้เงินกู้ดอลล่าร์

นอกจากนี้นักลงทุนยังหนีออกจากสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนตัวลง แห่ไปเข้าซื้อดอลล่าร์ที่แข็งค่ากว่า

ดอลล่าร์จึงมีปริมาณที่จะใช้ในเศรษฐกิจโลก และเพื่อการชำระคืนของเหล่าลูกหนี้..น้อยลง

ส่งผลให้เกิดวิกฤติของตลาดเกิดใหม่ ..ที่เริ่มโหมโรงแล้วที่เตอร์กีและอาร์เจนติน่า

ธนาคารกลางของอาร์เจนติน่าเพิ่งจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 45% เพื่อลดแรงกดดันเงินเปโซของตน

ทุกข์ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มเห็นเค้าลางมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังจาก Fed เริ่มลดขนาดของ balance sheet ..และทำต่อเนื่องมาตลอด

Coincidence? บังเอิญหรือเปล่า

คงไม่ใช่..ถ้าในความเห็นของ Urjit Patel ประธาน Reserve Bank of India

การลุกลามไปทั่วทั้งโลกมันเริ่มเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ...แล้วกระแสวิกฤตินี้ก็จะเหมือนเขื่อนแตกไหลไปท่วมเกินเลยไปจากเตอร์กี

ลืมความเศร้าของเตอร์กีไปได้เลย ....แล้วจากการประเมิน จุดต่อไปจะเป็นที่ไหนล่ะ

Asia.

เอเซียเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง (elephant in the room) ....และจะเป็นต้นเหตุตัวต่อไปของความเสี่ยงของตลาดการเงินทั้งระบบ

Why Asia?

ประเทศในเอเซียเป็นกลุ่มที่มีหนี้เป็นดอลล่าร์มากที่สุดมาตั้งแต่ปี 2009 ....แต่นี่เป็นข่าวที่เขาว่ามา

ว่ากันว่า dollar index ที่ 95 ถือเป็นเส้นแดง ..ถ้าสูงกว่านี้ หมายถึงอันตรายแล้ว

ก็ไม่มีใครยืนยันได้ถึงความสำคัญของ อินเด็กซ์ที่ระดับ 95 ..ว่าถ้ามัน break สูงเกินไปจากนี้ จะเป็นจุด คิ้กอ้อฟของเฟสแรกจริงหรือเปล่า...

ตอนนี้ dollar index อยู่ที่ 96.67 แล้ว......(ข้อมูล 16 สิงหาคม)

https://www.silverdoctors.com/headlines ... ead-of-us/



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron