https://www.facebook.com/chompunoot.morachat?fref=nf" />

เมื่อจีน.. เตรียมเนรมิต "มหานครแห่งโลกอนาคต"

.
.
.
https://www.facebook.com/chompunoot.morachat?fref=nf
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13542
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เมื่อจีน.. เตรียมเนรมิต "มหานครแห่งโลกอนาคต"

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 04 พ.ค. 2017 3:39 pm

ครูชมพู ข้าวหอมอุบล ได้แชร์โพสต์ของ Arm Tungnirun
4 ชม. ·
- + - + - + - + - + - + - + - + - +
เมื่อจีน.. เตรียมเนรมิต "มหานครแห่งโลกอนาคต"
- + - + - + - + - + - + - + - + - + - +
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน แทบจะไม่มีใครในโลก เคยได้ยินชื่อ “เขตสงอัน” (雄安; Xiong An) พื้นที่ชนบทเล็กๆ ในมณฑลเหอเป่ย ของประเทศจีน แต่ภายหลังจากวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา “สงอัน” กลายเป็นชื่อ ที่ทุกสายตาในจีนจับจ้อง เพราะคณะกรรมกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซึ่งใหญ่กว่ารัฐบาล) ได้ประกาศว่า จะสร้าง “มหานครแห่งอนาคต” ขึ้นจากท้องทุ่งชนบทแห่งนี้
ภายหลังประกาศเนรมิตเมืองใหม่ ราคาที่ดินในเขตสงอัน เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ในชั่วข้ามคืน จนรัฐบาลจีน ต้องประกาศระงับ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการกว้านซื้อ และการเก็งกำไรของพ่อค้า ในรอบเดือนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทก่อสร้างในปักกิ่ง ยังพุ่งขึ้นเหมือนเทวดาปั่น
มีรายงานว่า โรงแรมบริเวณใกล้เคียง แทบไม่มีห้องว่าง เพราะนักแสวงโชคจำนวนมาก ต่างรีบมาสำรวจพื้นที่ เรียกว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่พื้นที่ชนบท ที่เพิ่งไม่กี่วันก่อน ยังเป็นเพียงท้องทุ่งที่ไม่มีคนสนใจ
เขตสงอัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของกรุงปักกิ่ง ห่างจากปักกิ่งราว 100 กิโลเมตร (62 ไมล์) ใช้เวลาเดินทางจากปักกิ่ง 2 ชั่วโมง โดยรถยนต์ (อนาคตจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ด้วยรถไฟความเร็วสูง) สงอัน มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ เพราะตั้งอยู่ตรงกลาง ระหว่างสามมหานครใหญ่ คือ ปักกิ่ง, เทียนจิน (เมืองท่าสำคัญ ห่างจากปักกิ่ง 30 นาที ด้วยรถไฟความเร็วสูง) และฉือเจียจวง เมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย นอกจากนั้น สงอัน ยังเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุด ในมณฑลเหอเป่ยอีกด้วย
แผนการช่วงแรก จะเน้นพัฒนาพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าเขตแมนฮัตตันของนิวยอร์ก 2 เท่า) และจะขยายจนกินพื้นที่ 2,000 ตารางกิโลเมตร (ขนาด 2 เท่าของประเทศสิงคโปร์) โดย 15 ปี ต่อจากนี้ จากท้องทุ่งชนบท จะสร้างบ้านแปลงเมืองเป็นมหานคร ที่มีประชากรราว 5.4 ล้านคน คาดว่า ปริมาณการลงทุน ในการสร้างเมืองใหม่ อยู่ที่ราว 2 ล้านล้านหยวน หรือ 290,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายในกรอบเวลา 15 ปี
สีจิ้นผิง ผู้นำเบอร์หนึ่งของประเทศจีน ออกมาแถลงเองว่า การสร้าง “มหานครสงอัน” ถือเป็นยุทธศาสตร์ แผนอนาคตของจีน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เป้าหมายแรก
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เพื่อลดความหนาแน่นของประชากร ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งปัจจุบัน มีคนหนาแน่นเฉียด 20 ล้านคนแล้ว แม้รัฐบาล จะกำหนดเป้าหมายคุมไม่ให้เกิน 23 ล้านคน ในปี ค.ศ. 2020
ปัญหาคนล้นปักกิ่ง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต (เกินหน้ากรุงเทพฯ ไปนานแล้ว) รถไฟใต้ดิน ซึ่งมี 19 สาย คลื่นผู้โดยสารอัดแน่น ยิ่งกว่าปลากระป๋อง ใครเคยไปปักกิ่ง น่าจะรู้ว่า มลพิษในเมือง หนักหนาสาหัสเพียงใด ยังไม่นับ ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะน้ำบาดาลและแหล่งน้ำจืด ไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร
รัฐบาลจีน ตั้งเป้าจะย้าย “ส่วนที่ไม่ใช่หน่วยราชการ” จำนวนมาก ออกจากกรุงปักกิ่ง มาไว้ที่สงอัน ได้แก่ ภาคธุรกิจส่วนหนึ่ง และมหาวิทยาลัย (ซึ่งในปักกิ่ง มีมากกว่า 70 แห่ง) โดยมุ่งหมายให้ สงอัน เป็นเมืองการศึกษา และเมืองธุรกิจนวัตกรรมไฮเทค
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เป้าหมายที่สอง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เพื่อสร้างตัวอย่าง “เมืองแห่งโลกอนาคต” ซึ่งใช้ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ผังเมือง และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ทันสมัยที่สุด เน้นความน่าอยู่ คุณภาพชีวิต และเมืองสีเขียว แม้ประชากรหนาแน่น
รัฐบาล เตรียมประกาศเชิญชวน นักวิชาการและสถาปนิกชั้นนำทั่วโลก มาแข่งขันออกแบบ และวางแนวคิดของเมือง โดยเชื่อว่า น่าจะได้รับความสนใจมาก เพราะไม่มีโอกาสไหนในโลกอีกแล้ว ที่จะสามารถวางแผน สร้างมหานครในฝัน ขึ้นจากทุ่งนาว่างเปล่าได้ ไม่ต้องมานั่งกังวลโครงสร้าง หรือปัญหาของเมืองที่ตกทอดมาแต่เดิม
ในปี ค.ศ. 1978 ประชากรจีนเพียง 18% อาศัยในเขตเมือง ปัจจุบันตัวเลขนี้อยู่ที่ 55% และเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในสมัยก่อน รัฐบาลจีน เน้นขยายเมืองและสร้างเมืองใหม่ แต่ไม่ได้เน้นที่คุณภาพของเมือง สงอัน จะเป็นโมเดลใหม่ ให้กับเขตเมืองทั่วประเทศ
นโยบายการสร้างเมือง ถือเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ของพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะผู้นำจีนเชื่อว่า วิธีเดียว ที่จะเพิ่มรายได้ ให้แก่เกษตรกรในชนบท ก็คือ ต้องทำให้เหลือเกษตรกรในชนบท ให้น้อย จากนั้น ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร ช่วยให้ผลผลิตยังอยู่ในระดับเดิม แม้จะใช้คนน้อยลง ส่วนประชากรส่วนใหญ่ ควรต้องถ่ายโอนมายังเขตเมือง และภาคการผลิตอื่น ที่ทำรายได้สูงกว่าภาคเกษตร
เมื่อรายได้ของคนทั่วไปสูงขึ้น (เพราะงานในเมือง มีโอกาสให้ค่าตอบแทนสูงกว่า) ย่อมทำให้สามารถ ซื้อผลผลิตทางการเกษตรได้ในราคาสูงขึ้น ขณะเดียว กันเกษตรกรก็มีจำนวนน้อยลง ทำให้แต่ละคน มีส่วนแบ่งรายได้ จากการขายผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น สุดท้าย รายได้ต่อหัวของทั้งคนเมืองและคนชนบท ก็จะสูงขึ้นกว่าในอดีต (การเปลี่ยนผ่านลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น)
การสร้างเมือง ดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะการกระจุกตัวของประชากร จะก่อให้เกิดความร่วมมือ และโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ในขณะที่ ประชากรที่กระจัดกระจายในชนบท ไม่มีโอกาสสร้างสรรค์ธุรกิจในระดับเดียวกัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เป้าหมายที่สาม
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ก็คือ ให้สงอันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) แห่งใหม่ สำหรับทดลองทางนโยบาย รัฐบาลจีน ชอบทำการทดลองนโยบาย ในพื้นที่เล็กๆ ก่อน หากได้ผล จึงจะขยายไปทั่วประเทศ สงอัน จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ สำหรับการสร้างเทคโนโลยี และนวัตกรรมไฮเทคเพื่ออนาคตโดยเฉพาะ
มีคนซุบซิบ ว่า สีจิ้นผิง ต้องการสร้าง “มหานคร” ให้คนจดจำ เหมือนกับที่ในช่วงทศวรรษ 1980 เติ้งเสี่ยวผิง ได้สร้าง “มหานครเสินเจิ้น” ขึ้นจากหมู่บ้านชาวประมง ที่ไม่มีอะไรเลย (เสินเจิ้น เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีน และน่าจะเป็นพื้นที่ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก) เช่นเดียวกับ ที่ในช่วงทศวรรษ 1990 เจียงเจ๋อหมิน ได้สร้าง “เขตผู่ตง” ขึ้นจากทุ่งน้ำชานเมืองในเซี่ยงไฮ้ จนวันนี้ กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งสำคัญของเอเชีย
มีเสียงวิจารณ์ว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งใหม่ ที่สงอัน จะประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ เพราะในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของจีน ก็เคยมี ตัวอย่างเขตเศรษฐกิจไม่น้อยที่ “เข็นไม่ขึ้น” หรือสร้างแล้ว นักลงทุนไม่มีใครมา แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า เขตเศรษฐกิจที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ เป็นเพราะ การเปลี่ยนตัวผู้นำมณฑล และความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย
แต่งานนี้เบอร์หนึ่งของจีน อย่าง สีจิ้นผิง สั่งเองครับ นอกจากนั้น สงอัน ยังตั้งอยู่ตรงกลาง ระหว่างสามเมืองใหญ่ (ปักกิ่ง เทียนจิน และฉือเจียจวง) ซึ่งมีประชากร และพลังทางเศรษฐกิจมหาศาล ยิ่งถ้ารัฐบาลเน้น เอามหาวิทยาลัยย้ายออกจากปักกิ่ง มาที่เมืองใหม่ ก็จะทำให้เมืองใหม่ เป็นศูนย์กลางการศึกษา สามารถผลิตแรงงานชั้นสูง รองรับธุรกิจไฮเทคแห่งโลกอนาคตได้ ดังที่วาดฝัน
ที่มา : fb อาร์ม ตั้งนิรันดร

https://m.facebook.com/story.php?story_ ... =520965024



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron