19. ฮาราคีรีเงินเยน

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการล้มละลายทางการเงิน เนื่องจากนักลงทุนภายในประเทศที่เต็มใจถือพันธบัตรรัฐบาลญีุ่ปุ่นที่ให้ดอกเบี้ย0%กำลังมีจำนวนที่ร่อยหรอลง เมื่อถึงทางตันธนาคารกลางญี่ปุ่นจะพิมพ์เงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีความจำเป็นในการสร้างหนี้อย่างไม่อั้นในงบประมาณแผ่นดิน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

19. ฮาราคีรีเงินเยน

โพสต์โดย admin » อังคาร 19 เม.ย. 2016 10:06 pm

มินิซีรีส์
19. ฮาราคีรีเงินเยน
13043796_457828394413540_570671000054221253_n.jpg
13043796_457828394413540_570671000054221253_n.jpg (148.79 KiB) เปิดดู 455 ครั้ง

เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้เชิญนายPaul Krugman นักเศรษฐศาสตร์ระดับรางวัลโนเบลไปโตเกียว เพื่อปรึกษาหารือหรือแลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อที่จะใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพราะว่าญี่ปุ่นจะเป็นประธานจัดประจุมกลุ่มG-7ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

ในระหว่างที่มีการเสวนากัน นายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีการคลังญี่ปุ่นหลุดคำพูดออกมาว่า สงครามเป็นคำตอบสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากภาวะเงินฝืด โดยเขายกตัวอย่างสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันที่เกิดขึ้นในสหรัฐช่วงทศวรรษที่1930sที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง เกิดเงินฝืด ไม่มีการปล่อยกู้ ไม่มีการลงทุน ไม่มีการจ้างงาน รวมทั้งไม่มีการบริโภค แต่สงครามโลกครั้งที่2ที่เกิดขึ้นในปี1939กลายเป็นการแก้โจทย์เศรษฐกิจตกต่ำของสหรัฐ เพราะว่าสงครามทำให้รัฐบาลต้องทุ่มเงินและก่อหนี้มหาศาลเพื่อใช้ในการผลิตอาวุธและเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆเพื่อที่จะใช้ในการสงคราม การใช้จ่ายในการสงครามช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้สหรัฐฟื้นในเวลาต่อมาหลังสงครามสิ้นสุดลง

นายอาโซะบอกว่า ญี่ปุ่นกำลังเจอปัญหาเศรษฐกิจเหมือนกับสหรัฐในยุค1930 เพราะว่าบริษัทหรือเอกชนญี่ปุ่นมีเงินสะสมเอาไว้มาก แต่เงินนั้นไม่ถูกนำเอามาลงทุน แทนที่บริษัทญี่ปุ่นจะเอาเงินส่วนเกินนั้นมาเพิ่มค่าแรงงาน จ่ายเงินปันผล หรือเอาไปลงทุน แต่กลับกอดเงินนั้นเอาไว้เฉยๆ ยิ่งวันบริษัทญี่ปุ่นยิ่งมีเงินสะสมเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

"เราต้องเปลี่ยนแนวความคิดของคนญี่ปุ่น...เรากำลังคอยการลั่นไก" เขาพูด

ไม่สามารถตีความไปเป็นอย่างอื่นได้ว่า นายอาโซะคาดการว่ามีเพียงสงครามเท่านั้นที่จะฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้

เรื่องนี้เข้าทางนายครุกแมนพอดี เพราะว่าเขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเคนส์สุดขั้ว เขาเชื่อว่าในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลต้องอัดนโยบายการเงินและการคลังอย่างเต็มที่เพื่อที่จะสร้างอุปสงค์โดยรวมให้เศรษฐกิจผงกหัวขึ้นมา หลังจากนั้นธุรกิจหรือเอกชนจะมีความมั่นใจในการลงทุนเพื่อจ้างงาน ระบบเครดิตของธนาคารจะค่อยๆฟื้น อันนำไปสู่การบริโภคหรือการใช้จ่ายของประชาชนเพื่อทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในที่สุด

นายครุกแมนเป็นคนเสนอให้ญี่ปุ่น ประเทศในยุโรปและสหรัฐใช้แนวนโยบายของเคนส์ในการแก้ไขปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องเน้นการปรับโครงสร้าง เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้น โครงสร้างมันจะปรับของมันเอง ผลก็คือญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐยังคงจมปลักอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่ได้ด้วยการใช้จ่ายของรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายการคลังที่ขาดดุลอย่างมหาศาล ญี่ปุ่นเองฟุบมานานเป็นระยะเวลา25ปีเต็มแล้ว ยังไม่ฟื้นเสียที แทนที่นายครุกแมนจะยอมรับความผิด เขากลับโต้แย้งว่าที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากเพียงพอ โดยที่เขาไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริงว่าระบบเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นระบบเปิดไม่เหมือนกับยุคเคนส์ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่20 อีกประการหนึ่งมีการสร้างหนี้มากจนเกินไปจากระบบการเงินกระดาษจนความสามารถในการหาเงินเพื่อมาจ่ายหนี้เสื่อมลงไปจนสุดที่จะเยียวยา

หลายปีมาแล้ว นายครุกแมนเป็นคนหยิบยกเอาทฤษฎีสงครามขึ้นมาพูดว่า อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากเอกชนไม่ลงทุนหรือมีการจ้างแรงงานใหม่ ในเมื่อเอกชนไม่ลงทุน รัฐบาลต้องลงทุนแทน แต่รัฐบาลจะหาข้ออ้างอะไรมาลงทุนขนาดใหญ่ สงครามจะเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดในการลงทุนของภาครัฐบาลเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปรากฎว่านายครุกแมนโดนด่าเละตุ้มเป๊ะ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามแก้ตัวว่าเขาไม่ได้ยุยงส่งเสริมให้มีสงครามเพื่อฆ่าแกงกัน เขาเพียงแต่มองในหลักทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น

ในเมื่อผู้นำญี่ปุ่นอย่างนายอาโซะ ซึ่งอดีตเคยเป็นนายกรัฐมนตรีหลุดปากพูดเรื่องสงครามออกมา โดยจงใจหรือไม่ก็ตาม เราจำเป็นต้องกลับไปทบทวนประวัติศาสตร์กันใหม่อีกรอบ
http://www.zerohedge.com/news/2016-03-2 ... l-ends-war

thanong
18/4/2016



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron