เปิดบันทึกเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของ เสือสมิง ที่เกิดขึ้นจริง จากเวทมนตร์ หรือ จากวิญญาณของคนที่ถูกกินเข้าไปสิงในร่าง

เหตการณ์ บุคคล เรื่องเล่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เปิดบันทึกเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของ เสือสมิง ที่เกิดขึ้นจริง จากเวทมนตร์ หรือ จากวิญญาณของคนที่ถูกกินเข้าไปสิงในร่าง

โพสต์โดย admin » อังคาร 24 ต.ค. 2017 10:37 pm

เปิดบันทึกเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของ เสือสมิง ที่เกิดขึ้นจริง จากเวทมนตร์ หรือ จากวิญญาณของคนที่ถูกกินเข้าไปสิงในร่างเสือ
tnews_1508840999_1830.jpg
tnews_1508840999_1830.jpg (92.76 KiB) เปิดดู 503 ครั้ง


วันนี้ผู้เขียนขอเสนอเรื่องราวของ “เสือสมิง”ค่ะ และผู้เขียนก็เชื่อว่าเรื่องราวของ เสือสมิง น่าจะเป็นที่รู้จักและเคยได้ยินผ่านหูท่านผู้ชมกันมาบ้างแล้วว่า “เสือสมิง” คือ ผีหรือปีศาจที่มีรูปร่างเป็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ เที่ยวออกอาละวาด จับผู้คนกินเป็นอาหาร คนโบราณเชื่อกันว่า เสือสมิงนั้นเกิดขึ้นจาก”เวทมนตร์”คาถาอาคมทาง”ไสยศาสตร์” หรือเป็นเสือที่กินคนเข้าไปมาก ๆ แล้ววิญญาณของคนที่ถูกกินก็เข้าไปสิงอยู่ในร่างของเสือตัวนั้นจนกระทั่งกลายเป็นเสือสมิง!!! เสือสมิงโดยปกติจะมีร่างเป็นคน แต่สามารถแปลงร่างเป็นเสือ หรือ ผีปีศาจตามความเชื่อของชาวไทยและชาวกะเหรี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับป่าและภูติผีวิญญาณสิ่งชั่วร้ายนั่นเอง

ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็มีเรื่องราวของ”เสือสมิง” มาเล่าสู่ท่านผู้ชมเช่นกันค่ะ เนื่องจากผู้เขียนเป็นชาวชนบทแถบภาคตะวันออก หรือ จังหวัด จันทบุรี นั่นเองค่ะผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวของ เสือสมิง จากคุณแม่ ศิริพร อินทรสุข ดินแดง กับคุณยาย สัมพันธ์ ดินแดง (คุณแม่ กับคุณยาย ของผู้เขียน) โดยคุณยายกับคุณแม่ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังมาตั้งแต่เด็กๆว่าสมัยก่อนแถบหมู่บ้านที่ครอบครัวผู้เขียนอาศัยอยู่นั้นมีลักษณะเป็นป่าดิบชื้นและรกทืบ หรือ เรียกกันว่าป่าดงดิบนั่นเอง ซึ่งมีสัตวป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม

จึงมีเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของ เสือสมิง ที่เกิดขึ้นจริง คุณแม่กับคุณยายเล่าว่าสมัยนั้นมี”หมู่บ้านเสือสมิง”ตั้งอยู่ใกล้กับเขตหมู่บ้านที่คุณยายและคุณแม่ของผู้เขียนอาศัยอยู่และมักจะมีข่าวว่า
เสือสมิง ฆ่ากินคนขณะออกไปล่าสัตว์ในป่าที่มีความอาถรรพ์แรงมากในสมัยนั้น”ป่าหนองเต่า” หรือ
( ป่าหลังโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏในปัจจุบัน)อยู่บ่อยครั้งโดยที่ เสือสมิง จะอาศัยแปลงร่างเป็นบุคคลในครอบครัวของเหยื่อซึ่งมีภรรยาท้องแก่ใกล้คลอด แล้วทำทีไปตามผู้เป็นสามีที่กำลังนั่งส่องสัตว์อยู่บนห้างกับเพื่อนพรานอยู่ตามต้นไม้สูงในป่า โดยแสร้งไปหลอกเหยื่อว่าเมียของเหยื่อนั้นกำลังเจ็บท้องจะคลอดลูกแล้วและมีอาการไม่สู้จะดีญาติๆเลยให้รีบมาตามให้กลับเข้าไปในหมู่บ้านเป็นการด่วน ด้วยความตื่นเต้นบวกกับตกใจพรานป่าผู้เคราะห์ร้ายจึงเผลอลืมตัวหลงเชื่อคำโกหกของ เสือสมิง จึงรีบลงมาจากห้างที่ตนนั่งส่องสัตว์ป่าอย่างรีบร้อน โดยไม่ฉุกเฉลียวใจในคำทัดทานเรื่องกฏการนั่งห้างยามอยู่ในป่า ของเพื่อนพราน ที่มีว่าดังนี้ ..
(ถ้าหากว่าผู้เขียนจำได้โดยไม่มีข้อผิดเพี้ยนน่ะนะ) “ขณะนั่งห้างกลางคืนไม่ว่าจะปวดหนักปวดเบายังไงก็ห้ามลงจากห้างเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีคนรู้จักมาเรียกหรือตามให้กลับบ้านก็ห้ามลง ต้องรอจนกระทั่งรุ่งเช้าเท่านั้นถึงจะสามารถลงมาจากห้างได้ “(บ้างก็กลัวว่าเป็นปีศาจเสือสมิง-ผีป่า ผีโป่ง จึงใช้วิธีการโยนไฟให้คนที่มาเรียกอยู่ด้านล่างจุดให้ดูก่อน ถ้าจุดไฟได้ก็หมายความว่านั่นคือมนุษย์จึงจะลงจากห้างได้..แต่ถ้าไม่ยอมจุดไฟให้ดูก็เล็งกระบอกปืนยิงหัวทิ้งได้เลย)....ซึ่งนั่งอยู่บนห้างคบไม้ถัดไปอีกฟากหนึ่งของป่า แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมากนักเพราะยังสามารถมองเห็นกันอยู่บ้าง

เขาจึงได้พบเห็นกับภาพอันน่าสยดสยองขณะที่นายพรานคนนั้นลงมาจากห้างส่องสัตว์บนต้นไม้ทำท่าหันหลังเดินลิ่วนำหน้าผู้เป็นญาติที่มาตามยามวิกาลในร่างของปีศาจร้าย เสือสมิง ที่แปลงร่างมาด้วยความรีบร้อนใจไม่ระวังตัวพอได้จังหวะสบโอกาส ช่วงที่พรานคนนั้นหันหลังให้ เสือสมิง ในคราบมนุษย์ผู้เป็นญาติของนายพรานผู้เคราะห์ร้าย มันก็พุ่งกระโจนทะยานเข้าขย่ำกัดคอนายพรานผู้เคราะห์ร้ายอย่างจมเขี้ยวแล้วฉีกกินเนื้อสดๆอย่างหิวกระหายกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณป่าแถบนั้น

ส่วนเพื่อนอีกคนของนายพรานได้แต่นั่งใจสั่นมือไม้สั่นตาค้างทำอะไรไม่ถูกจวบกระทั่งรุ่งสาง
เมื่อพอมีแสงแดดส่องลงมายังผืนป่าหนองเต่า เพื่อนของนายพรานเริ่มได้สติจากอาการตกใจ จึงปีนลงมาจากห้างที่นั่งส่องสัตว์อยู่บนคบไม้อย่างอ่อนแรงมุ่งหน้าเดินตรงไปยังซากศพของนายพรานผู้เคราะห์ร้าย ลักษณะของสภาพศพที่เขาเห็นคือลำตัวฉีกขาดหลุดออกจากกันเป็นชิ้นส่วนตามเนื้อตัวขาดยับเป็นริ้วๆเละเหลวแหลกไม่มีชิ้นส่วนไหนพอที่จะดูออกว่านั่นเป็นศพเพื่อนพรานผู้เคราะห์ร้ายของเขาเลย ด้วยความโศกเศร้าสลดใจเพื่อนของนายพรานผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น จึงรีบเดินทางออกจากป่ามุ่งหน้ากลับเข้าไปในหมู่บ้านทันทีเพื่อเกณฑ์คนในหมู่บ้านและสัปเหร่อกลับเข้าไปในป่าแล้วนำศพกลับมาทำพิธีกรรมทางศาสนา ขณะที่กลับเข้าไปถึงหมู่บ้านเพื่อนของนายพรานผู้เคราะห์ร้ายก็พบว่า ภรรยา ของนายพรานผู้ตายยังคงเป็นปรกติดีอยู่ทุกอย่างไม่ได้เจ็บท้องหรือว่าจะคลอดเด็กออกมาแต่อย่างใด

ข่าวการตายอย่างสยดสยองของนายพรานคนนั้นได้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ถึงคราวยามค่ำย่ำโพล้เพล้ชาวบ้านต่างรีบพากันหุงหาข้าวปลาอาหารกินแล้วอาบน้ำเข้านอนโดยไม่มีชาวบ้านคนใดออกนอกรั้วบ้านชานเรือนในยามวิกาลช่วงเวลาหากินของ เสือสมิง แม้แต่สัตวเลี้ยงก็นำขึ้นไว้บนเรือนชานที่สูงแล้วดึงบันไดขึ้นเก็บไว้บนบ้าน (คนโบราณสมัยนั้นนิยมสร้างบ้านมีลักษณะเป็นใต้ถุนสูง) รอบๆบ้านแต่ละหลังจะก่อสุมกองไฟสูงให้ติดลุกแดงตลอดคืน เพราะเชื่อกันว่าพวกเสือและ ปีศาจเสือสมิง มันกลัวไฟมาก

ต่อมาไม่นานก็มีข่าวว่า เสือสมิง แปลงร่างเป็นมนุษย์ขี่ม้าเข้ามาในหมู่บ้านที่คุณแม่กับคุณยายของผู้เขียนอาศัยอยู่ แล้วไปพบกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งในหมู่บ้านก็เกิดชอบ เสือสมิง จึงขี่ม้าไปหยุดเรียบเคียงที่ชานเรือนบ้านของหญิงสาวรายนั้น และเอ่ยปากสนทนาทาบทามสู่ขอหญิงสาวคนนั้นจากผู้เป็นพ่อแม่เพื่อเอามาเป็นภรรยา ฝ่ายพ่อแม่หญิงสาวรายนั้นต่างก็รู้ทันว่าชายหนุ่มที่ขี่ม้าตัวสูงใหญ่เท่าชานเรือนของตนนั้นเป็น เสือสมิง จำแลงแปลวร่างมา ว่ากันว่า ม้าทึ่ชายหนุ่มผู้นี้ขี่มาก็คือขาของ ชายหนุ่มซึ่งเป็น เสือสมิง นั่นเอง…..
แม้ครอบครัวของหญิงสาวรายนี้จะรู้ว่า เสือสมิง ที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้ๆติดกับหมู่บ้านของตนจะไม่ได้ออกมาทำร้ายฆ่าคนกินเป็นอาหารตามนิสัยอย่าง ปีศาจเสือสมิง ปรกติทั่วไปเพราะตรงบริเวณหมู่บ้านที่ชายหนุ่มดังกล่าวอาศัยอยู่นั้นจัดเป็นพวก เสือสมิง ที่ใจบุญสุนทาน มักออกมาทำบุญใส่บาตรปะปนกับชาวบ้านเป็นประจำแต่พ่อกับแม่ของหญิงสาวก็ ยังคงมีความหวาดกลัวอยู่ดี เพราะอย่างไร ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ใช่มนุษย์เกรงจะเอาลูกสาวไปฆ่ากินเป็นอาหารในยามที่ผิดใจกันเข้าสักวัน

คุณแม่กับคุณยายของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่าชายหนุ่มคนนั้น (เสือสมิง)เข้าไปสนทนากับพ่อแม่ของหญิงสาวโดยมีใจความดังต่อไปนี้…

เสือสมิง:สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า ผมจะให้พ่อแม่ผมมาสู่ขอลูกสาวของคุณลุงกับคุณป้าทางคุณลุงกับคุณป้าจะเรียกสินสอดทองหมั้นสักเท่าไหร่ก็ว่ามาได้เต็มทีเลย ผมจะกลับไปบอกพ่อกับแม่ให้มาสู่ขอลูกสาวของคุณลุงคุณป้าอย่างเป็นทางการผมชอบลูกสาวของคุณลุงคุณป้ามากนะ ไม่ต้องห่วงอะไรเลยถ้า ลูกสาวของคุณลุงคุณป้าไปอยู่กับผมไม่ลำบากแน่นอนไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ข้าวปลาอาหารมีให้เลือกกินได้สองอย่างด้วยกัน ลูกสาวคุณลุงคุณป้าเลือกได้เลยว่าจะกินข้าวขาว หรือ ข้าวแดงก็ได้ตามใจชอบ คนที่บ้านจะจัดเตรียมให้ทุกอย่าง ถ้าคุณลุงคุณป้าตกลง ผมจะรีบไปบอกพ่อแม่มาสู่ขอในเร็ววัน!!
#หมายเหตุ:ข้าวขาว คือข้าวมั่วไปอย่างที่พวกเรากินกันอยู่ทุกวัน
ส่วนข้าวแดง:คือเนื้อสดๆของสัตว์เหยื่อที่พวกเขาล่ามาได้นั่นเอง

ฝ่ายพ่อกับแม่ของหญิงสาวไม่กล้าปริปากปฏิเสธด้วยความกลัวจึงตอบชายหนุ่มว่า
ขอเวลาให้ลุงกับป้าตัดสินใจสักพักก่อนนะพ่อหนุ่ม แล้วพ่อหนุ่มค่อยกลับมาเอาคำตอบวันหน้า ตอนนี้ลุงกับป้าขอเวลาได้ปรึกษากับลูกสาวก่อนว่าเขาจะเอายังไงเห็นชอบอย่างไรน่ะ

เสือสมิง:ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ คุณลุงคุณป้าแล้วอีก 1เดือนผมจะกลับมาฟังคำตอบอีกทีผมลาหละ

เมื่อชายหนุ่มผู้เป็น เสือสมิง แปลงร่างควบม้าจากไปเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อแม่ของหญิงสาวก็พากัน
อพยพครอบครัวหนีหายออกไปจากหมู่บ้าน โดยไปตั้งรกรากอยู่อาศัยใหม่ที่หมู่บ้านอื่นซึ่งห่างไกลจากหมู่บ้านเดิม เมื่อครบหนึ่งเดือนตามกำหนด ชายหนุ่มก็ขี่ม้ามุ่งตรงไปที่บ้านของหญิงสาวเพื่อฟังคำตอบ เมื่อไปถึงชายหนุ่มก็พบว่าฝ่ายสาวย้ายครอบครัวหนีไปแล้วก็เสียใจมากจึงควบม้ากลับเข้าไปในหมู่บ้านที่ตนอยู่และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนพบเห็นว่าชายหนุ่มออกมาขี่ม้าเที่ยวเล่นในหมู่บ้านอีกเลย

วันเวลาผ่านไปที่หมู่บ้าน เสือสมิง มีการจัดงานบุญในหมู่บ้าน และได้มีการนิมนต์พระที่วัดไปสวดมนต์ฉันภัตตาหารในหมู่บ้าน แต่มีข้อห้ามที่คนในหมู่บ้านนั้นขอเอาไว้อย่างหนึ่งคือ ห้ามสวดพระคาถาบทนี้

พระคาถามงคลจักรวาลแปดทิศ (กำแพงมนต์) ในหมู่บ้านของตนโดยเด็ดขาด!!เพราะเขาและคนในหมู่บ้านไม่ชอบที่จะได้ยินพระคาถาบทนี้ ส่วนพระคาถาบทอื่นๆนั้นทางพระที่ตนได้มานิมนต์ไปจะกล่าวสวดสาธยายบทได้ก็ได้ยกเว้นพระคาถาบทดังกล่าว!!
เมื่อตกลงรับปากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อถึงวันงานบุญคนในหมู่บ้านก็มารับพระภิกษุสงฆ์ไปสวดมนต์ฉันภัตตาหารในหมู่บ้าน.. แต่ทว่าทางพระภิกษุสงฆ์เกิดเผลอลืมตัวดันสวดพระคาถาบทดังกล่าวที่เคยได้ตกลงกันเอาไว้ว่าจะไม่นำมาสวดสาธยายในหมู่บ้านของพวกเขาอย่างเด็ดขาด

แต่แล้วในขณะที่พระภิกษุสงฆ์ กล่าวขึ้นสาธยายพระคาถาบทดังกล่าว ทัน
ใดนั้นเองบ้านเรือนหลังงามที่ นิมนต์พระไปสวดพร้อมทั้งผู้คนที่เห็นในหมู่บ้านก็หายวับไปกับตา และปรากฎว่าพื้นที่ตรงบริเวณที่พระภิกษุนั่งปฏิบัติกิจนิมนต์นั้นแท้จริงแล้วคือกิ่งก้านสาของต้นไม้ใหญ่นั่นเองงานนี้พระภิกษุสงฆ์ต่างก็พากันค่อยไต่ลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปต่างเห็นปรากฎว่าเป็นเรือนไม้หลังงามแต่แรก อย่างทุลักทุเล และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีหมู่บ้าน เสือสมิง ขึ้นปรากฎตรงบริเวณนั้นอีกเลย (ปัจจุบันพื้นที่ตรงจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านเสือสมิงกลายเป็นสวนผลไม้ของชาวบ้าน โดยไม่มีความอาถรรพ์ใดๆปรากฎให้เห็นคงเหลือไว้แค่เพียงตำนานที่รุ่นคุณยายกับคุณแม่ของผู้เขียนเล่าให้ฟังเท่านั้นแต่ทั้งหมดคือเรื่องจริงที่มีเกิดขึ้นในสมัยนั้นไม่ใช่นิทานปรัมปราอย่างที่หลายคนเข้าใจนะคะ

บทสวดพระคาถามงคลจักรวาลแปดทิศ (กำแพงมนต์)
..........อิมัส์มิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบ รอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ พุทธะชาละปะริกเขตเด รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ

..........อิมัส์มิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบ รอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ ธัมมะชาละปะริกเขตเด รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ

..........อิมัส์มิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบ รอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธะชาละปะริกเขตเด รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ

..........อิมัส์มิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบ รอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ สังฆะชาละปะริกเขตเด รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ

แล้วพบกับเรื่องราวของ เสือสมิง อีกครั้งในฉบับหน้านะคะท่านผู้ชม

ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพที่ผู้เขียนได้นำมาจาก (อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ..และขอขอบคุณแหล่งสาระความรู้ข้อมูลด้าน”เสือสมิง” (บางส่วน!!)จาก อินเตอร์เน็ต ค่ะ
เรียบเรียงโดย:โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์

เรียบเรียงโดย

โชติกา พิรักษา : สำนักข่าวทีนิวส์



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron