https://www.facebook.com/mostertoys/?fref=photo" />

share of the day #IceCube Neutrino Observatory ที่ตรวจจับนิวตริโน

.
.
https://www.facebook.com/mostertoys/?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13304
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

share of the day #IceCube Neutrino Observatory ที่ตรวจจับนิวตริโน

โพสต์โดย admin » อังคาร 07 ก.พ. 2017 2:27 pm

share of the day #IceCube Neutrino Observatory ที่ตรวจจับนิวตริโน
16406450_794798850672297_8879867159424137345_n.jpg
16406450_794798850672297_8879867159424137345_n.jpg (18.88 KiB) เปิดดู 144 ครั้ง

IceCube Neutrino Observatory อุปกรณ์ในดินแดนน้ำแข็งที่ตรวจจับนิวตริโน
ทวีปแอนตาร์กติกาอยู่ที่ขั้วโลกใต้เป็นดินแดนที่หนาวเย็นที่สุดในโลก โดยทั่วไปช่วงฤดูหนาวมันจะมีอุณหภูมิราว -80 องศาเซลเซียส (แต่มันเคยมีอุณหภูมิต่ำถึง -89.2 องศาเซลเซียสในปี 1983) และฤดูร้อนมันจะมีอุณหภูมิสูงถึง 5 องศาเซลเซียสได้บริเวณขอบชายฝั่ง
นอกจากจะหนาวเย็นอย่างยิ่ง
ภูมิประเทศเกือบทั้งหมดยังเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งเพราะบริเวณแห่งนี้มีความชิ้นในอากาศน้อยมากจนแทบไม่มีฝนหรือหิมะตกเลย อีกทั้งการอยู่ในทวีปนี้เสี่ยงต่อการถูกแดดเผามากเพราะน้ำแข็งเหล่านี้สะท้อนแสงอาทิตย์และรังสีอัลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วงฤดูหนาวจะมีเวลากลางคืนที่ยาวนานมาก หลายสัปดาห์ดวงอาทิตย์จะไม่ขึ้นเลย และในทางกลับกันในฤดูร้อนจะมีกลางวันที่ยาวนานมากๆ หลายสัปดาห์ดวงอาทิตย์จะวิ่งวนไปรอบขอบฟ้าโดยไม่ตกเลย
เหตุผลเหล่านี้ทำให้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวรเลย จะมีก็เดินทางเข้าๆออกๆรวมแล้วปีหนึ่งราวๆ 5,000คน
คำถามคือคนเหล่านี้เข้าไปทำอะไรในทวีปมีสภาพแวดล้อมอันแสนโหดร้าย
คำตอบคือ คนส่วนหนึ่งเข้าทำวิจัยที่ศูนย์ตรวจจับนิวตริโนที่เรียกว่า IceCube Neutrino Observatory เรียกสั้นๆว่า IceCube (รูป1)
นิวตริโนเป็นอนุภาคที่พุ่งออกมาจากดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์อื่นๆทั่วไปในกาแล็กซีของเรา แต่มันเป็นอนุภาคที่ตรวจจับได้ยากมากเพราะมีมวลน้อย,ไม่มีประจุไฟฟ้า ทำให้นักฟิสิกส์ตรวจจับมันผ่านแรงนิวเคลียร์อ่อนได้เพียงอย่างเดียว
ดังนั้นเมื่อนิวตริโนวิ่งทะลุเข้ามาในน้ำแข็งแล้วเกิดการชนกับโมเลกุลของน้ำแข็ง จะทำให้มีอนุภาคบางอย่างเกิดขึ้น หากอนุภาคที่เกิดขึ้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากมันจะปลดปล่อยรังสีออกมา ทำให้อุปกรณ์ตรวจจับ 5,160 ตัวที่อยู่ในน้ำแข็งสามารถตรวจจับได้
เหตุผลหนึ่งของการทดลองที่ขั้วโลกใต้ก็คือรังสีที่อนุภาคแผ่ออกมาสามารถเดินทางผ่านน้ำแข็งใสๆได้
16427244_794798947338954_2162666008751651976_n.jpg
16427244_794798947338954_2162666008751651976_n.jpg (37.5 KiB) เปิดดู 144 ครั้ง

ความน่าสนใจคือ ตัวตรวจจับจำนวนมากมายเหล่านี้เรียงรายเป็นสายยาว 86 เส้น แต่ละเส้นอยู่ห่างกัน 125 เมตรและเส้นหนึ่งมีตัวตรวจจับ 60ตัว หลังจากตรวจจับรังสีได้มันจะส่งสัญญาณผ่านสายเคเบิ้ลขึ้นสู่สถานีที่อยู่ด้านบน
จากรูป 2 จะเห็นว่าเส้นสายเหล่านี้อยู่ลึกลงไปในพื้นน้ำแข็งมากถึง 2.45 กิโลเมตร! กล่าวได้ว่ามันเป็นโครงสร้างที่ใหญ่มโหฬารแต่หลบลึกลงไปใต้พื้นน้ำแข็ง ใช้งบในการสร้างไปหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ
ในปี 2013 สถานีแห่งนี้ประกาศการจรวจจับนิวตริโนได้ 28 อนุภาคซึ่งน่าจะมาจากนอกระบบสุริยะ หนึ่งในนั้นมีนิวตริโนสองอนุภาคที่มีพลังงานสูงที่สุดที่เคยมีการตรวจจับได้ (ถึงกับมีการตั้งชื่อพวกมันเล่นๆว่า "Bert" และ "Ernie") นอกจากนี้ยังตรวจจับปรากฏการณ์เปลี่ยนชนิดของนิวตริโน (neutrino oscillation) เพื่อทำการเปรียบเทียบกับสถานีตรวจจับอื่นๆด้วย
ในอนาคตเราคงต้องรอดูกันว่าสถานีแห่งนี้จะค้นพบอะไรใหม่ๆให้กับวงการฟิสิกส์โลกบ้าง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน