http://www.thaitribune.org/" />

ไทยต้องศึกษาความแข็งกร้าวอันถูกต้องของฟิลิปปินส์เพื่อตอบโต้สหรัฐและกลุ่มสิทธิมนุษยชนจอมปลอม

.
.
.
.
http://www.thaitribune.org/
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ไทยต้องศึกษาความแข็งกร้าวอันถูกต้องของฟิลิปปินส์เพื่อตอบโต้สหรัฐและกลุ่มสิทธิมนุษยชนจอมปลอม

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 25 ก.ย. 2016 7:07 pm

Yasay-UN-World-Interference.jpg
นายเพอร์เฟคโต้ ยาเซย์ จูเนียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 71 ที่สำนักงานใหญ่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2016 (Photo/ AFP )
Yasay-UN-World-Interference.jpg (62.69 KiB) เปิดดู 409 ครั้ง

Last updated: 25 กันยายน 2559 | 15:52
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2559 นายเพอร์เฟคโต้ ยาเซย์ จูเนียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์กโดยพูดตรงๆว่าองค์การสหประชาชาติไม่สมควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับนโยบายของนายร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่กำลังปราบปรามยาเสพติดในประเทศ “เราขอบอกให้ทุกคนปล่อยให้เราทำงานเพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศของเราและเราจะได้บรรลุเป้าหมาย โดยไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก”
เหตุที่รัฐมนตรีต่างประเทศต้องนำเรื่องเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมระดับโลก เป็นเพราะนายดูเตอร์เต้เมื่อขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2559 เขาประกาศปราบปรามอาชญากรรมและขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือนโดยบุคคลที่ประกอบอาชญากรรมทั้ง 2 รูปแบบนี้อาจจะถึงแก่ความตาย 100,000 คนในรอบ 6 เดือน เป็นเหตุให้นานาชาติอาทิเช่นเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ, สหรัฐอเมริกาทั้งทูต,รัฐมนตรีต่างประเทศไปจนถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกมาแสดงความเห็นพร้อมทั้งเลกเชอร์เรื่องสิทธิมนุษยชนต่อผู้นำฟิลิปปินส์ อีกทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาระบุว่าการปราบปรามของฟิลิปปินส์นั้นละเมิดสิทธิมนุษยชนมีการวิสามัญฆาตกรรม ไม่ได้มีการจับกุมและนำเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน

นายยาเซย์ จูเนียร์กล่าวอีกว่าในประเทศฟิลิปปินส์ไม่มีใครที่จะใช้อำนาจด้วยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายยิงผู้ต้องสงสัยได้ง่ายๆ เพราะฟิลิปปินส์ก็มีระบบยุติธรรมที่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน พร้อมกันนั้นยังแถลงว่านายดูเตอร์เต้เป็นประธานาธิบดีที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนด้วยคะแนนนิยมถึง 92 % ดังนั้นข่าวคราวต่างๆที่ออกมาจากตัวเขาอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้นมา เป็นเหตุให้มีการพาดหัวข่าวทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติที่เป็นไปอย่างผิดในเหตุผล

“คอร์รัปชั่นและยาเสพติดทำให้ชุมชนของเราแตกแยกไปทุกส่วน มันเข้าทำลายครอบครัวของเรา เข้ามาทำลายความหวังและความฝันของประชาชน ที่มีอนาคตอันสดใส ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวหรือคนชรา”นายยาเซย์ จูเนียร์กล่าวพร้อมกับย้อนข้อตกลงที่ให้ไว้กับสหประชาชาติเมื่อปี 2558 เพื่อให้ฟิลิปปินส์มีการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยยอมรับว่าเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถแก้ไขการคอร์รัปชั่นและยาเสพติดในประเทศได้

คำแถลงของนายยาเซย์ จูเนียร์ สะท้อนนโยบายของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้อย่างชัดแจ้งที่ผู้บริหารประเทศสมควรจะเอาแบบอย่างในการลงเรือลำเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศตะวันตกมักจะอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ทั้งๆที่กลุ่ม Human Rights Watch ก็ถูกเปิดโปงออกมาว่าได้คะแนนเพียง 2 จากเต็ม 5 ในเรื่องความโปร่งใส ที่สำคัญไปนำอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ,อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐมานั่งเป็นกรรมการบอร์ดจึงกลายเป็นว่าองค์กรนี้คือตัวชี้นำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกนโยบายตามความต้องการของตน ประเทศใดที่ไม่ทำตามความประสงค์ของสหรัฐจึงถูก Human Rights Watch ออกมาท้วงติงล่วงหน้ากลายเป็นข่าวไปทั่ว แล้วกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็ไปนำข้อมูลของกลุ่ม Human Rights Watch มาเป็นธงนำในการบริหารนโยบาย

ตัวอย่างชัดแจ้งก็คือการตัดสิน TIP(Trafficking In Persons) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่เทียร์ 3 ขณะที่มาเลเซียอยู่ในสภาพเดียวกับไทยกลับได้เทียร์ 2 เพราะสหรัฐเชิญชวนมาเลเซียเข้าร่วมเขตเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) หากอยู่เทียร์ 3 เข้าร่วมไม่ได้ อีกกรณีคือคิวบาที่เปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐ แต่ไหนแต่ไรมาคิวบาไม่เคยได้โงหัวขึ้นนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้เป็นต้นมา กลายเป็นว่าคิวบากลับเป็นประเทศที่เลอเลิศประเสริฐศรีได้เทียร์ 2 ทันทีภายในปีเดียว นี่คือนโยบายอันแสนห่วยของสหรัฐที่เอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ดังนั้นในการแก้เกม ประเทศไทยจะต้องตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อตอบโต้ (อาจเป็นองค์กรเอกชน เพราะกระทรวงการต่างประเทศของเราเป็นนักการทูตระดับโลกที่มีมารยาททางการทูตเต็มเปี่ยมใช้วิธีส่งจดหมายไปชี้แจงจนไม่มีใครอ่าน ) เหมือนที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ออกมาชกมวยแบบลูกทุ่งด่ากราดพวก“ลูกอีกดอก”หรือ“ลูกกะหรี่” (Son of a bitch) จนทุกคนเงียบไม่ว่าจะเป็นนายบัน คิมูนเพราะนายดูเตอร์เต้ขู่ถอนตัวออกจากองค์การสหประชาชาติ ,นายบารัค โอบามา ที่ไปเลกเชอร์เรื่องสิทธิมนุษยชนแล้วถูกตอกกลับกรณีทหารอเมริกันสังหารคนฟิลิปปินส์เมื่อ 100 ปีที่แล้วไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรอกหรือ? แล้วกลุ่ม Human Rights Watch จะไปเหลืออะไรเมื่อพบกับของจริง ประเทศไทยและคนไทยอย่าได้ถ่อมตัวมากนัก หากเราทำถูกต้องจะต้องพูดออกมาเหมือนที่ฟิลิปปินส์ตอบโต้แบบหนักหนักหน่วง เพื่อว่าจะได้ไม่ถูกถีบ เพราะ“ยิ่งถ่อม ยิ่งถูกถีบ” หรือจะยอมให้เขาถีบตลอดกาล

First posted: 25 กันยายน 2559 | 15:51



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron