สหรัฐได้ส่งเครื่องบินรบ [ อ้างว่าร่วมปราปกลุ่มก่อการร้าย ]แต่ทุกครั้งจะเห็นมีแต่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นพลเรือนไม่ใช่ผู้ก่อกา

ข่าวเด็ด ๆ น่าบันทึก
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13188
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

สหรัฐได้ส่งเครื่องบินรบ [ อ้างว่าร่วมปราปกลุ่มก่อการร้าย ]แต่ทุกครั้งจะเห็นมีแต่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นพลเรือนไม่ใช่ผู้ก่อกา

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 16 พ.ย. 2018 3:53 pm

นิมลวัลย์ สุขสวัสดิ์
12 พฤศจิกายน เวลา 21:17 น.
สหรัฐได้ส่งเครื่องบินรบ [ อ้างว่าร่วมปราปกลุ่มก่อการร้าย ]แต่ทุกครั้งจะเห็นมีแต่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นพลเรือนไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายแต่อย่างใด แถมทุกครั้งมีกลิ่นตุๆว่าสหรัฐมักใช้สารเคมี [สันดานลงลึกถึงแก่นตนเองใช้ได้ แต่ห้ามคนอื่นใช้ แถมยังนิสัยสถุลและต่ำทราม อย่างผู้นำซีเรียไม่เคยใช้สารเคมีกับประชาชน แต่พยายามให้สื่อกระแสหลักตนเองประโคมข่าวใส่ร้ายป้ายสีผู้นำซีเรีย และเพื่อให้สมจริงให้กลุ่ม " White Helmets "หน่วยบรรเทาสาธารณะภัยจอมปลอม ( เป็นโจรทำงานร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายอัลเคร์ด้า) ทำคลิปปลอมจัดฉากเสริมขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีลวงให้ชาวโลกเชื่อในสิ่งที่ตนเองโกหก แต่พอตนเองใช้ออกมาแก้ตัวปฎิเสธว่าตนไม่เคยใช้ แต่สำนักข่าวท้องถิ่นในซีเรียก็ออกมายืนยันว่า สหรัฐใช้เคมีร้ายแรงตัวนี้กับซีเรีย ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่แล้ว ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ฟอสฟอรัสขาวเป็นสารต้องห้าม ที่ถูกแบนโดยนาๆชาติ ว่าห้ามนำมาใช้กับสงครามในเขตที่มีผู้คนอยู่อาศัย.
สำนักข่าว Sana ของซีเรีย รายงานว่าล่าสุด สหรัฐนำเครื่องบินออกโจมตีเป้าหมายที่เมือง Hajin เป็นเมืองเล็กๆในจังหวัด Deir Ez - Zor [ เดียร์ อัล-ซอร์] ในวันสุดสัปดาห์เช่นเคย อ้างว่าปราบกลุ่มก่อการร้าย Daesh [ชื่อใหม่ของ ไอซิส- ISIS ]กลุ่มที่ยึดพื้นที่เมืองนี้อยู่ ผลลัพธ์คือประชาชนซีเรียเสียชีวิตจากระเบิดฟอสฟอรัสขาวนี้สิบห้าคน ซึ่งมีทั้งเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วย และบางส่วนยังได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากบาดแผลลึกที่ถูกเผากัดกร่อนจากเคมีพิษนี้.
โดยธรรมชาติของสารฟอสฟอรัสขาวนี้ ตัวของมันเองจะเป็นชนวนของการลุกไหม้ โดยมีการสันดาปร่วมกับก๊าชออกซิเจน และเมื่อลุกไหม้ก็จะเกิดแรงระเบิด กว่าจะไหม้หมดใช้เวลาหลายชั่วโมง ผู้ที่ถูกสารนี้เข้าไปจะได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมาก มันจะเกาะติดเส้นผม เสื้อผ้า ดังนั้นหน่วยงานกาชาดสากล จึงห้ามไม่ให้นำสารพิษที่เป็นอันตรายกับระบบการหายใจ ที่จะทำให้เกิดอาการแน่นหายใจไม่ออก นอกจากสารฟอสฟอรัสขาวแล้ว ยังจำแนกรวมไปถึงสารเคมีพิษต่างๆที่มีอันตรายคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็นแก๊ส หรือพวกเคมีชนิดน้ำต่างๆ ซึ่งให้ถือว่าเป็นอาชญากรสงคราม.
มีข้อกำหนดเป็นสารต้องห้าม ตั้งแต่ปี พ.ศ 2523 กำหนดว่าห้ามนำมาใช้ในสงคราม กับเขตพื้นที่เขตชุมชน อย่างไรก็ตามสหรัฐไม่ได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญา Protocall lll.
เหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่สหรัฐล่วงละเมิดนำสารพิษดังกล่าวมาใช้ในเมือง Hajin ในเดือนตุลาคมวันที่ 29 และก่อนหน้าก็มีการนำมาใช้ ในวันที่ 13 ตุลาคมห่างกันเพียงไม่กี่สัปดาห์, ทั้งนี้ก็ได้รับการยืนยันจากรัสเซียว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง.
การทำเช่นนี้คงเพราะต้องการชิงพื้นที่ที่กลุ่ม SDF ที่เป็นพวกเคิร์ด ในท้องที่พยายามจะยึดเมืองจากกลุ่มก่อการร้ายสมุนของตนคือกลุ่ม Daesh กลุ่ม SDF ได้ประกาศว่าพวกคนจะต้องยึดคืนเมือง Hajin กลับคืนมาให้ได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคม หลังจากนั้นสหรัฐก็โจมตีด้วยระเบิดเคมีชนิดนี้ เมือง Hajin นั้นเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันดิบ ดังนั้นจึงเป็นที่สนใจของสหรัฐ ซึ่งพื้นที่ของเมืองที่เป็นแหล่งน้ำมันมหาศาลนี้ อยู่ในเขตยึดครองของกลุ่มก่อการร้ายถึง 30%..
จากการให้สัมภาษณ์ของนายทหาร ของนิวซีแลนด์ ที่ได้ร่วมสมรภูมิรบกับสหรัฐได้ออกมายอมรับว่าบ่อยครั้งที่สหรัฐนำเจ้าเคมีตัวนี้ออกมาใช้ และเคยใช้ในเมือง Mosul ของอิรักด้วยรวมถึงยังได้ใช้ในเมือง Raqqaในเดือนมิถุนาด้วย
ผลของการล่วงละเมิด ทำให้กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนออกมากร่นด่า สหรัฐที่ทำให้ประชาชนของ Raqqa และ Mogul เกิดมหันตภัยร้าย
สหรัฐออกมาแก้ตัวว่าถึงตนได้นำมาใช้ก็ใช้ปริมาณที่ข้อกฎหมายกำหนด และเลือกใช้ในจุดที่คิดว่าเป็นที่หลบซ่อนของกลุ่มก่อการ้าย มากกว่าจะใช้ในที่เป็นเขตที่อยู่ของประชากร เลี่ยงผลกระทบทั้งชีวิตผู้บริสุทธิ์และอาคารปลูกสร้างต่างๆ และปิดท้ายว่าตนถูกรัสเซียและซีเรียใส่ร้ายป้ายสี [ the US coalition has denied using these internationally -banned bombs despite accusation by Syria and Russia [ as well as videos posted by the Jihadists ]
ในทางตรงข้าม ทุกอย่างไม่ตรงกับที่สหรัฐพูด การชิงเมืองรักกา ของสหรัฐเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต นับพัน และระเบิดเพลิงยังทำลายตึกรามบ้านช่องเสียหายยับเยิน และผู้คนถูกย่างศพเสียชีวิตใต้ซากปรักหักพังนั้น หน่วยงานแอมเนสตี้ ได้ออกมากล่าวประณามว่าสหรัฐคืออาชญากรสงคราม.
มาเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติม จากอาวุธร้ายระเบิดเพลิงฟอสฟอรัสขาว ที่มะกันนำมาใช้เข่นฆ่าผู้คนแบบไร้มนุษยธรรม สไตน์ซาตานของมหาอำนาจชั่ว.
ฟอสฟอรัสขาว คือสารไวไฟ ที่ถูกค้นพบ มากว่า 200 ปี เคยนำมาใช้ทำไม้ขีดไฟในยุคแรกๆ ด้วยคุณสมบัติที่ไวไฟเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่เสียดสีกันเบาๆก็สามารถลุกไหม้เป็นไฟแล้ว แต่ฟอสฟอรัสขาวถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 ใช้ในส่วนของปืนใหญ่และในการระเบิดกองทัพโดยอังกฤษ และต่อมาในสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ได้มีการพัฒนาให้เป็นระเบิดที่ใช้ฟอสฟอรัสขาว เป็นส่วนผสมหลักจนมีชื่อว่า "ระเบิดฟอสฟอรัส ".
ความน่ากลัวของระเบิดฟอสฟอรัส อยู่ตรงที่พลังในการทำลายของมัน ที่ไม่ได้ใช้แรงอัดเป็นตัวสร้างความเสียหาย เมื่อถูกทิ้งลงจากเครื่องบิน ก็จะเหมือนกลุ่มลูกไฟที่ตกลงสู่พื้น ควันของมันจะทำให้ผู้ที่ถูกสูดดมเกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ และถ้าได้สัมผัสลงบนร่างกายมนุษย์นั้น ตัวฟอสฟอรัสนั้นจะลุกไหม้ไปเรื่อยๆ จนถึงกระดูก ผู้เสียชีวิตจากระเบิดชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจและความเจ็บปวดจากแผลที่เกิดจากการไหม้ของฟอสฟอรัสขาว [ ตรงนี้ใช้เวลานานพอสมควรกว่าผู้ที่ถูกโจมตีด้วยระเบิดชนิดนี้จะเสียชีวิต] จนหลายประเทศมองว่าระเบิดชนิดนี้ไร้มนุยธรรม ซึ่งภายหลังสงครามเวียดนาม ได้มีการลงนามห้ามใช้ระเบิดฟอสฟอรัส โจมตีพลเรือนเนื่องจากความน่ากลัวของมัน ที่ไม่ได้แพ้เลยแม้แต่น้อยระเบิดนาปาล์ม. และมีผู้รู้ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า
1การระเบิดแบบนี้ เรียกว่าระเบิดแบบแตกอากาศ ระยะแตกกระจายในอากาศถึงเป้าหมายประมาณ 150 เมตร.
2 ระเบิดด้วยกระสุนที่บรรจุฟอสฟอรัสขาว พุ่งใส่เป้าหมายหนึ่งลูก จะแตกตัวเป็นร้อยลูก ครอบคุมทั้งตึก พุ่งใส่ประตูหน้าต่าง [ effects on civilians and civilians' structures ] สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาคารนั้นไม่มีทางรอด หรือแม้แต่มด.
3 ฟอสฟอรัสขาว มีองค์ประกอบเคมีเหมือนที่ใช้ทำหัวไม้ขีดไฟ แต่ความหนาแน่นของมวลสารมากมายกว่าหลายเท่า.
4.ฟอสฟอรัสขาว โดนหรือเสียดสีกับสิ่งใด จะไหม้อย่างรุนแรง และดับไม่ได้ จะลุกไหม้จนกว่าจะหมด [ ให้นึกถึงเวลาจุดไม้ขีดไฟ] บาดแผลจากการไหม้จะกัดกร่อนไปถึงกระดูก

https://www.mintpressnews.com/us-uses-b ... g.facebook



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน