https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo" />

องค์กรลับ จัดระเบียบโลกใหม่ -New world Order -Freemasons (ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรด

.
.
.
.
https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

องค์กรลับ จัดระเบียบโลกใหม่ -New world Order -Freemasons (ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรด

โพสต์โดย admin » จันทร์ 23 พ.ย. 2015 11:22 am

องค์กรลับ จัดระเบียบโลกใหม่
-New world Order
-Freemasons
(ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรดใช้ วิจารณญาณ ส่วนบุคคล ในการคิด วิเคราะห์ ถึงความน่าจะเป็นไปได้ ในข้อมูลดังกล่าว)
11259145_694133590714170_6230086293820126082_n.jpg
11259145_694133590714170_6230086293820126082_n.jpg (37.6 KiB) เปิดดู 833 ครั้ง

Georgia Stoneguide หรือ American Stonehence
มิถุนายน 1979 มีชายนิรนามคนหนึ่งใช้ชื่อปลอมว่า R. C. Christian ได้ว่าจ้างบริษัท Elberton Granite Finishing เพื่อสร้างอนุสรน์บางอย่างขึ้นในอุทยานแห่งชาติที่รัฐจอเจีย โดยให้ช่างแกะสลักศิลาขนาดใหญ่และวางเรียงตามภาพ และได้สลักข้อความ 10 ข้อเหมือนเป็นหมายหรือพันธสัญญาไว้บนศิลาแต่ละด้านด้วยภาษา 8 ภาษา คือ อังกฤษ สเปน ซวาฮีลี ฮินดู ฮิบรู อราบิค จีน และรัสเซียครับ
และมีข้อความดังนี้คือ
1. Maintain humanity under 500,000,000 in perpetual balance with nature.
ควบคุมปริมาณประชากรโลกไว้ที่ 500 ล้านคน เพื่อให้สมดุลย์กับธรรมชาติ
2. Guide reproduction wisely - improving fitness and diversity.
คุมกำเนิด พัฒนาความสมบูรณ์ และ ให้มีความรอบรู้ ไหวพริบ สติปัญญา
3. Unite humanity with a living new language. ให้มนุษยชาติใช้ภาษาใหม่และภาษาเดียว
4. Rule passion - faith - tradition - and all things with tempered reason.ปกครองด้วยความเชื่อและศาสนาใหม่
5. Protect people and nations with fair laws and just courts.ปกป้องคนและชาติด้วยกฏหมายที่เท่าเทียมและระบบศาล
6. Let all nations rule internally resolving external disputes in a world court. ให้ทุกประเทศปกครองตนเองและแก้ข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยศาลโลก
7. Avoid petty laws and useless officials. หลีกเลี่ยงกฏหมายที่จุกจิด และระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ
8. Balance personal rights with social duties. สร้างสมดุลย์ระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับหน้าที่ทางสังคม
9. Prize truth - beauty - love - seeking harmony with the infinite. เชิดชู ความจริง ความงาม ความรัก และความลงตัวอย่างไม่สิ้นสุด
10. Be not a cancer on the earth - Leave room for nature - Leave room for nature. ไม่เป็นเหมือนเชื้อมะเร็งของโลก เผื่อที่ว่างให้กับธรรมชาติ เผื่อที่ว่างให้กับธรรมชาติ
สรุปสาระสำคัญ.
1. ลดจำนวนประชากรลง 95% และคุมกำเนิด
2. New World Government รัฐบาลเดียวปกครองโลก
3. New World Currency ทั่วโลกใช้เงินสกุลเดียว
4. New World Language ทั่วโลกใชัภาษาเดียวกัน
5. New World Religion & Spiritual ศาสนา และ ศาสดาองค์ใหม่
6. New World Judge & Court System ระบบศาลโลก
เรื่องราวของสมาคมฟรีเมสันส์เริ่มต้นเป็นที่น่าสนใจก็เนื่องจากความสัมพันธ์ของสมาคมกับสมาคมลับกลุ่มอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเร้นลับในการก่อตั้ง คือกลุ่มอัศวินแห่งพระผู้เป็นเจ้า (KNIGHTS TEMPLAR) และกลุ่มนักบวชแห่งไซออน(PRIORY OF SION) สมาคมสองกลุ่มนี้มีบันทึกประวัติรวมถึงการเปิดเผยภารกิจค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มสมาคมที่มีแนวของการปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาคริสต์ ความสัมพันธ์นี้เองที่ทำให้สมาคมฟรีเมสันส์ที่ไม่ใช่กลุ่มองค์กรศาสนา มิใช่เป็นเพียงแค่การรวมกลุ่มกันของกลุ่มคนที่มีวิชาชีพช่างก่อสร้างด้วยกันเองเท่านั้น แต่เป็นการรวมกลุ่มของผู้ที่มีความเชื่อไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย ....โดยเฉพาะความเชื่อจากศาสนาคริสต์ที่แตกต่างจากความเชื่อตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ลภาคพันธสัญญาใหม่ของคริสต์ชนทั่วไปในปัจจุบัน ถึงขนาดกล่าวว่ามีการบันทึกไว้ในหลักธรรมคำสอนที่สำคัญของการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฟรีเมสันส์คือ จงมอบความรักและความอาทรแก่กัน และ เชื่อในหลักของความจริง ความจริงในข้อที่ว่านี้เองที่ถูกตีความไปว่าเป็นการสื่อถึง ศาสนาคริสต์ ที่ยังคงมีเรื่องราวของความจริงหลายอย่างที่น่าสงสัยและเพราะหลักการนี้เองที่ทำให้สมาคมฟรีเมสันส์ถูกมองโดยสังคมภายนอกว่าพวกเขาเป็นสมาคมที่เป็นศูนย์รวมของเหล่าคนที่มีแนวคิดเป็นขบถหัวรั้นไม่ยอมอยู่ภายใต้กรอบของสังคม
มีการพยายามค้นคว้าจากหลายๆแหล่งข้อมูลว่า ความจริง ที่เป็นความเชื่อของเหล่าฟรีเมสันส์นิคในปัจจุบันคืออะไร? และหนึ่งในข้อเสนอ(ในลักษณะทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด)นั้นคือ ?เหล่าฟรีเมสันส์นิคต่างเชื่อในทฤษฏีการจัดระเบียบโลกใหม่ (NEW WORLD ORDER)
ทฤษฎีการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) คือ ความคิดในการจัดระเบียบโลกใหม่ตามแผนคิดฝัน โลกที่เป็นสังคมเดียว รัฐบาลบริหารเพียงรัฐบาลเดียว เศรษฐกิจรวมเศรษฐกิจเดียวที่สามารถควบคุมได้โดยรัฐบาล มีประเทศเดียวในโลกที่จะเป็นศูนย์กลางอำนาจในการบริหารและตั้งรัฐบาล โดยที่อาจกำหนดปักเอาไว้ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.และใช้เครือข่ายการบริหารที่กระจายออกไปตามเมืองหลวงใหญ่ต่างๆเช่น ลอนดอน ปารีส โรม หรือโตเกียว โดยที่ประเทศต่างๆจะเป็นเพียงรัฐๆหนึ่งหรือเมืองๆหนึ่งเท่านั้น (ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศไทย ประเทศต่างๆก็จะเป็นเพียงจังหวัดๆหนึ่ง) โดยที่อำนาจการปกครองจะลดหลั่นกันไปตามความสำคัญและขนาดของประเทศนั้นๆ รัฐบาลของประเทศต่างๆที่เคยเป็นประเทศ ก็จะเป็นเพียงรัฐมนตรีของคณะรัฐบาลกลางเท่านั้น ทรัพยากรต่างๆหรือทรัพย์สินต่างๆที่ในทุกพื้นที่ทั่วโลกก็จะต้องถูกจัดเข้ามาอยู่ในระบบบริหารทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกลาง ในตัวระบบยังคงใช้การปกครองในรูปแบบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งผู้นำและผู้บริหารไปตามอายุและวาระเช่นเดิม แต่ก็เป็นเพียงเครื่องมือที่มาใช้บังหน้าให้เห็นถึงความมีประชาธิปไตยเพื่อป้องกันการลุกฮือต่อต้านจากประชาชนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเริ่มรู้สึกว่าถูกปกครองโดยระบบอำนาจเบ็ดเสร็จหรือเผด็จการ แต่ทว่าจะอย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบตามปรัชญาของมันเอง...ที่ถูกเขียนขึ้นมาแต่เริ่มแรกในเมื่อกลุ่มผู้ควบคุมกลไกอำนาจของสังคมที่แท้จริงสามารถผลักดันใครก็ได้ที่เป็นคนของตน...ให้ขึ้นมาทำงานให้เอื้อต่อผลประโยชน์ในกลุ่มในพวกพ้องของตนให้ลงตัว ให้ขึ้นมาเป็นหมากเป็นผู้บริหารอยู่ตรงฉากหน้า
นักวิเคราะห์ผู้อ้างทฤษฎีนี้กล่าวว่า หากเรามองย้อนไปถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆในโลกที่เกิดมากขึ้นๆทุกวัน และการแก้ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมันดูคล้ายจะเป็นไปในทำนองยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งเสียมากกว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาก็ดูจะยิ่งห่างไกลความเป็นไปได้มากขึ้นทุกที ทั้งหมดมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1919 ในที่ประชุมสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประเทศฝรั่งเศส ในครั้งนั้นประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน(Woodrow Wilson) ได้แสดงทัศนะวิสัยว่าเขาต้องการเห็นโลกที่มีความสุขมีความเที่ยงธรรมไม่แก่งแย่งชิงดีกันและต้องมีประชาธิปไตยในแนวเดียวกัน ซึ่งนั่นก็คือที่มาของแนวคิดที่จะจัดตั้ง องค์กรสันนิบาตชาติ (League of Nations) แต่แนวคิดของวิลสันก็ไม่สมหวังเมื่อเขากลับมาแพ้ในการไม่เห็นชอบจากสภาคองเกรสที่คว่ำกฎหมายการเข้าร่วมองค์กรสันนิบาตชาตินี้ ทว่าแนวคิดนี้ของวิลสันกลับถูกตอบรับโดยกลุ่มเอกชนที่มีอิทธิพลทางธุรกิจระดับโลก กลุ่มคนกลุ่มนี้มีพลังอำนาจครอบคลุมวงการธุรกิจอุตสาหกรรมและการเงินทั่วทั้งยุโรปและในสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง กลุ่มนักธุรกิจเหล่านี้มองไปถึงเส้นทางก้าวเข้าสู่อำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อควบคุมโลกให้ดำเนินไป โดยอาศัยลักษณะการมองโลกแบบองค์รวมเพื่อหวังเข้าควบคุมกลไกต่างๆของโลก ด้วยการนี้จึงมีการริเริ่มก่อตั้งองค์กรกลางที่จะทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดองค์กรที่จะประสานงานในระบบเครือข่ายภายในประเทศสหรัฐกับองค์กรอื่นๆในประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก จึงได้เกิด
องค์กรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council On foreign Relations : CFR) ขึ้นในสหรัฐอเมริกาใน ค.ศ. 1921 โดยอาศัยเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่มการเงินทรงอิทธิพลต่างๆของสองฟากฝั่งสมุทรแอนแลนติก เช่น
กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่เซซิล โรดส์(Cecil Rhodes)
กลุ่มธุรกิจเจพีมอร์แกน (JP.Morgan) เจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา
กลุ่มธุรกิจของโรธส์ไชลด์ (Rothschild) ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทการเงินทรงอิทธิพลจากอังกฤษ
กลุ่มธุรกิจคาร์เนกี (Carnegie) เจ้าของกิจการรถไฟและการวางรางรถไฟของสหรัฐอเมริกา
กลุ่มร็อคกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller) บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการพลังงานสหรัฐอเมริกา
โดยจุดประสงค์แห่งการก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นโดยเปิดเผยนั้นก็เพื่อศึกษาถึงสภาพสังคม สภาพการเมือง และเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั่วโลก เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ภาระหน้าที่ที่เปิดเผยนั้น CFR คือองค์กรที่ให้การสนับสนุนต่อพลวัตทางสังคมโลกและต้องการเห็นสังคมของนานาชาตินั้นดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน อันประกอบไปด้วยความอารีเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกันโดยใช้การต่างประเทศของแต่ละประเทศต่างร่วมจับมือกันเพื่อช่วยสร้างแนวความคิดแบบองค์รวมเพื่อแก้ปัญหาในระดับนานาชาติ หรือที่เรียกว่า ถังความคิด (Think Tank) โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว นั่นคือก้าวแรกเริ่มของ ทฤษฎีโลกหนึ่งเดียว (One World) ซึ่งก็คือแนวความคิดแรกที่ต่อมาจะพัฒนากลายเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่นั่นเอง.
ทำไมต้องมีการจัดระเบียบโลกใหม่และใครจะได้รับผลประโยชน์จากการจัดระเบียบโลกใหม่ ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จากการจัดระเบียบโลกใหม่ก็คือเหล่ากลุ่มนักธุรกิจอิทธิพลการเงินทั้งหลายที่ร่วมกันก่อตั้งองค์กรที่ให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านั้นนั่นเอง โดยใช้อาวุธที่เรียกว่า ระบบทุนนิยม กระบวนการขั้นต่อมาที่ใช้พิสูจน์ความสำเร็จของการก่อตั้งองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศก็คือเหตุการณ์ในปี ค.ศ.1929 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เหตุการณ์ที่เรียกกันว่า แบล็คมันเดย์(Black Monday) เป็นเหตุการณ์ซึ่งหุ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีตของสหรัฐอเมริกาดิ่งลงเหวอย่างเป็นประวัติการณ์ที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเงินของโลก ซึ่งผลพวงจากการล่มของตลาดหุ้นวอลล์สตรีตครั้งนั้นส่งผลกระทบไปสู่ตลาดหุ้นต่างๆทั่วทั้งโลกพากันร่วงระนาว เหตุการณ์นี้ได้พิสูจน์ว่า โลกสมัยใหม่ในระบบทุนนิยมนั้น การที่กระแสการเงินการลงทุนเป็นไปอย่างเสรีและตลาดเสรีนี้เองที่ทำให้มีการวางเครือข่ายตลาดเงินตลาดทุนประสานกันไปทั่วทั้งโลกของกลุ่มประเทศที่ใช้ระบบทุนนิยม การดิ่งเหวของหุ้นในตลาดอย่างรุนแรงและติดต่อกันหลายๆวัน ...เช่นในเหตุการณ์เมื่อคราวแบล็คมันเดย์นั้นนอกจากจะทำให้เศรษฐกิจเกือบทั้งหมดของสหรัฐอเมริกาล้มระเนระนาด ในโลกของทุนนิยมสมัยใหม่มันยังส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วทั้งโลกพลอยรับผลกระทบไปด้วย เป็นเรื่องที่ร้ายแรงพอๆกับสถานการณ์สงคราม เนื่องจากผลของมันสามารถฉุดให้เศรษฐกิจทั่วทั้งโลกเกิดอาการแกว่งไหวอย่างรุนแรงพอที่จะส่งผลต่อเนื่องทำให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจล่มสลายไปพร้อมกันทั่วทั้งโลกได้
เหตุการณ์แบล็คมันเดย์นี้ คือบทการทดสอบอำนาจในการใช้เศรษฐกิจการเงินเข้าควบคุมกลไกของโลกโดยคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถมีศักยภาพเพียงพอในการเล่นกลกับการลงทุน ในกระดานหุ้นซึ่งล้วนเป็นกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่มีอำนาจทางการเงินมากพอที่จะสามรถนำเงินทุนเข้าโจมตีตลาดต่างๆได้ตามใจชอบในระบบเศรษฐกิจ ของทุนนิยมในโลกใหม่ คนกลุ่มนี้กำลังพยายามพิสูจน์ ให้เห็นชัดถึงทฤษฎีการควบคุมความเป็นไปต่างๆให้ได้ด้วยเกมทางเศรษฐกิจของพวกเขา ให้เป็นบทพิสูจน์ทฤษฏีที่ชัดเจนว่าในโลกของทุนนิยมนั้นผู้ที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจก็สามารถกุมอำนาจทาสังคมได้ และอำนาจใหม่คืออำนาจทางเศรษฐกิจนี้เองที่มีอานุภาพรุนแรงต่อการผลักดันกลไกของโลกใหม่ยิ่งเสียกว่าการทำสงครามด้วยอาวุธเสียอีก.
ความล้มเหลวของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ที่ก็พยายามจะจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยเช่นกันแต่ด้วยทฤษฎีอำนาจรัฐ. จะได้มาก็ด้วยการยึดครองด้วยกำลังคนและอาวุธเท่านั้น เหมือนอย่างที่อเล็กซานเดอร์มหาราชหรือจูเลียส ซีซ่าร์ และนโปเลียน โบนาปาร์ต เคยกระทำ การพยายามที่จะก้าวขึ้นสู่อำนาจในการจัดระเบียบโลกด้วยวิธีนี้อีกครั้งของฮิตเลอร์ ...ผลคือความล้มเหลวของสงครามโลกครั้งที่ 2 และฮิตลเอร์ต้องพบกับจุดจบกับการใช้อำนาจแบบตรงไปตรงมาวิธีนั้นด้วยการปลิดชีพตัวเองเมื่อเขาแพ้สงคราม อย่างราบคาบในปี ค.ศ.1945 ตอกย้ำถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของวิธีอำนาจนิยมแบบการใช้อำนาจ แบบตรงไปตรงมา การจะได้มาซึ่ง อำนาจนิยมด้วยวิธีการใช้กำลังอย่าง ตรงไปตรงมาใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว ทฤษฎีการใช้เศรษฐกิจนำการเมืองการทหาร เป็นบทสรุปสำหรับเกมส์อำนาจยุคใหม่นี้ และกลุ่มที่สามารถประกอบทฤษฎีนี้ให้เป็นมองเห็นอย่างเป็นรูปธรรมได้ก็ไม่ใช่เพียงกลุ่มที่มีกำลังทหารอยู่ในมือเพียงเท่านั้นอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มที่มากด้วยบารมีทางด้านการเงิน นักธุกิจนักอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มที่มีอำนาจมากทางด้านการเงิน กลุ่มทุนธุรกิจเหล่านี้ก็คือกลุ่มที่ร่วมกันก่อตั้งองค์กรที่ให้ความร่วมมือในระดับโลกเหล่านั้นนั่นเอง การจัดตั้งธนาคารโลก, ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(FED) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขึ้นก็เพื่อแผนปูทางของการเข้าสู่อำนาจเบ็ดเสร็จด้วยการใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ เป็นเกมส์ที่กลุ่มเหล่าทุนธุรกิจ ที่มีอำนาจเหล่านี้ใช้เพื่อกดดันประเทศต่างๆให้อยู่ภายใต้อุ้งมือของกลุ่มการเงินเหล่านี้
ผลกระทบทางตรงที่สุด จากการกำเนิดขึ้นของเหล่ากลุ่มมีทุนธุรกิจ ที่มีอำนาจและแนวคิดทฤษฏีการจัดระเบียบโลก ด้วยการใช้ตัวเศรษฐกิจ นำการเมืองการทหารก็คือ ในประวัติศาสตร์ของรัฐบาล ทุกยุคทุกสมัย ของการเมืองสหรัฐอเมริกาในทุกๆสมัย กลุ่มธุรกิจเหล่านี้สามารถส่งให้คนของตนเข้าไปร่วมอยู่ในคณะรัฐบาลเพื่อเป็นหูเป็นตาและเป็นมือเป็นไม้ต่อสายอำนาจเข้าไปควบคุมคณะทำงานของคณะรัฐบาล และถึงขนาดที่ในบางสมัยกลุ่มทุนธุรกิจที่มีอำนาจเหล่านี้จะมีอำนาจมากถึงขนาดสามารถส่งกลุ่มคนของตนไปเป็นตัวประธานาธิบดีของสหรัฐเลยก็มี ที่จะเข้าไปประสานประโยชน์ให้กับพวกพ้องในวงธุรกิจของตน หรือแม้แต่จะสั่งเก็บประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนไหนที่เข้มาขัดขวางการดำเนินการทางผลประโยชน์ของกลุ่มตน
ซึ่งกรณีที่โด่งดังที่สุดก็คือการลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น.เอฟ.เคนเนดี้ เมื่อปี ค.ศ. 1963 ซึ่งมีหลักฐานมากมายที่สามารถจะทำให้เชื่อได้ว่าเคนเนดี้ถูกสังหารด้วยสาเหตุทางการเมือง เพราะการที่เขาเข้าไปขวางขบวนการสร้างอำนาจอย่างเป็นระบบในสหรัฐอเมริกา ถูกสังหารโดยกลุ่มคนที่มีอำนาจสามารถควบคุมระบบต่างๆของสหรัฐอเมริกาได้ เมื่อนำมาผูกเข้าการความน่าพิศวง ของการถูกลอบสังหารของบุคคลระดับชั้นนำ ในสังคมอเมริกาอีกสองคนในเวลาต่อมาภายในปีเดียวกัน
ค.ศ. 1968 โรเบิร์ต เคนเนดี้ วุฒิสมาชิกน้องชายของจอห์น.เอฟ.เคนเนดี้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป กับ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษย์ชนชื่อดัง บุคคลผู้ที่ไม่เพียง เรียกร้องสิทธิให้กับคนผิวดำ แต่เขายังเกียจชัง และ ต่อต้านสงคราม โดยเฉพาะปัญหาสงครามในเวียดนาม หลังจากที่ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิงเข้าพบและเจรจากับประธานาธิบดีจอห์น.เอฟ.เคนเนดี้ในปี ค.ศ. 1963 เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่เคนเนดี้จะถูกลอบสังหาร ดร.คิงมีสีหน้าพอใจและมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับว่าความคิดเห็นของเขาได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากประธานาธิบดี เขาถึงกับเดินออกมาจากทำเนียบขาวแล้วตรงไปยังจตุรัสวอชิงตันกล่าวต่อหน้าผู้ชุมนุมที่มาคอยให้กำลังใจ และ รับฟังผลการเจรจาครั้งนั้นเป็นเรือนแสน ....ด้วยวาทะ ข้าพเจ้ามีความฝัน (I have a dream) ซึ่งหลังจากนั้นต่อมามีการแถลงข่าวจากท่านประธานาธิบดีถึงแผนการที่จะมีการทบทวน การถอนทหารสหรัฐอเมริกาออกจากสงครามเวียดนาม และตัวประธานาธิบดีเคนเนดี้ก็ออกคำสั่งที่ว่านั้นจริง คำสั่งได้ถูกเซ็นไปแล้ว แต่คำสั่งนั้นไม่เคยถึงมือ ของระดับปฎิบัติการแต่อย่างใด จนกระทั่งอีกไม่นาน เขาก็ถูกสังหารและผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี รักษาการ ลินดอน.บี.จอห์นสัน ก็คือคนของกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวนั่นเอง ซึ่งหลังจากการขึ้นตำแห่งรักษาการแล้ว สงครามเวียดนามก็กลับยิ่งเขม็งเกลียว เข้าไปอีกเพราะมีการสั่งระดมพล ระดมเงิน ระดมอาวุธเข้าไปสู้รบกัน อย่างเต็มอัตรามากขึ้นไปอีก กระทั่งเริ่มมองเห็นได้ชัดเจน ขึ้นว่าเหตุผลในการลอบสังหาร ประธานาธิบดี เคนเนดี้ เกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด มันคือเกมส์ อำนาจปริศนาอย่างชัดเจน.
การที่ เดวิด ร็อคกี้เฟลเลอร์ สามารถส่งคนของเขาคือดร.เฮนรี คิสซิงเกอร์ เข้าไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน โดยนำแผนหนึ่งของเขาเข้าไปด้วยนั่นคือการเปิดทางผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจของเขาให้ออกไปสู่ประเทศทางตะวันออกและทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดฐานการบริโภคออกไปสู่ภูมิภาคนี้ ภาพเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อประธานาธิบดีนิกสันได้เปิดความสัมพันธ์ที่ปิดกั้นกันมาอย่างยาวนานกับค่ายคอมมิวนิสต์จีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาก่อตั้งประเทศภายหลังสงครามประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ.
และต่อมาในปี ค.ศ. 1981 ก็เกิดการลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นอีกครั้งคือการลอบสังหารประธานาธิบดี โรนัลด์ รีแกน เหตุการณ์ยิ่งทำให้ภาพมองรวมของทฤษฎีที่กลุ่มอำนาจกำลังควบคุมโลกนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น ?มีเหตุการณ์หนึ่งที่นักประวัติศาสตร์ทางการเมืองเชื่อว่าเป็นไม้ตายที่ทำให้รีแกนได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีในปี ค.ศ.1980 ซึ่งตอนนั่นคือ เหตุการณ์การจับตัวประกัน ในสถานทูตสหรัฐ ประจำกรุงเตหะรานประเทศอิหร่าน ค.ศ.1979 จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเอง ที่รีแกน ใช้กลยุทธ์แยบคายที่เรียกกันว่า ออคโตเบอร์ เซอร์ไพรส์ (October Surprise) ในการวางข้อตกลงอย่างลับๆ เพื่อที่ให้ กองกำลังของอิหร่านยอมปล่อยตัวเจ้าหน้าที่สถานฑูตสหรัฐทั้งหมดออกมา อย่างปลอดภัย งานนั้น
รีแกน จึงได้หน้าเต็มๆ จนเขาหลงระเริงกับอำนาจของตนที่สามารถ ปลดเงื่อนตายกรณีนั้นได้โดยที่หลงลืมไปว่าเขาไม่ได้กระทำการเพียงลำพัง มีระบบต่างๆที่หนุนหลังเขาอยู่มากมาย ซึ่งก็คือระบบที่เคยหนุนอำนาจ ของประธานาธิบดี ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลัง มาทุกยุคทุกสมัยแล้วนั่นเอง ในกรณีลอบสังหาร รีแกน นั้นก็เชื่อว่าเพื่อเป็นการข่มขู่ รีแกน ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง เพราะเมื่อรีแกนรอดตาย จากการลอบสังหารครั้งนั้น เขาก็ทำตัวเป็นเด็กดีและบริหารประเทศต่ออย่างราบรื่นต่อไปอีกถึง 2 สมัย 8 ปี ด้วยการสานผลประโยชน์มากมายให้กับ กลุ่มอำนาจอย่างไม่เคยมียุคใดสมัยใด ที่จะมีความคล่องตัวในการจัดงบประมาณ จำนวนมากมายมหาศาล ให้กับวงอุตสาหกรรมทางด้านพลังงานและสงคราม อันเชื่อกันว่าเป็น สองอุตสาหกรรมหลักที่กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจต่างๆในสหรัฐ ควบคุมดูแลอยู่ ตัวอย่างหนึ่งก็คือการเกิดขึ้น ของอภิมหาโครงการยักษ์โครงการหนึ่งที่แทบทำให้สหรัฐอเมริกาล่มจม เพราะขาดดุลงบประมาณอย่างมหาศาลในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ก็คือโครงการ สงครามดวงดาว (Star Wars) โครงการนี้ใช้จ่ายเงินอย่างมหาศาลที่สุดเท่าที่เคยมีการใช้งบประมาณกันมาในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาจนเกือบทำให้ เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาต้องล้มละลาย จึงต้องถูกที่ยกเลิกโครงการ ไปในที่สุด
และแล้วก็มาถึงสมัย ที่กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจ พวกนี้สามารถส่งคนของตนเข้าไปไว้ ดำรงตำแหน่ง เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้ คือ ประธานาธิบดี จอร์จ.เอช.ดับเบิ้ลยู.บุช ผู้มาจากตระกูลบุช หนึ่งในตระกูลใหญ่ผู้ทรงอำนาจทางเศรษฐกิจ การเงิน และอุตสาหกรรมและร่ำรวยขึ้นจากการอาศัยช่องทางทางอำนาจทางการเมืองเปิดทางให้กับตน ร่วมมือกับกลุ่ม(ตระกูล)ทุนอำนาจทางเศรษฐกิจอื่นๆ เคียงข้างกับกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของโลกตระกูลร็อคกี้เฟลเลอร์ ตระกูลนักธุรกิจชาวอเมริกาเชื้อสายยิวที่ร่ำรวยมาจากธุรกิจอุตสาหกรรมด้านพลังงาน ผู้ก่อตั้งบริษัทสแตนดารด์ ออยล์ (Standard Oil) กลุ่มอิทธิทางเศรษฐกิจตระกูลคาร์เนกี้ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการผลิตเหล็กของสหรัฐอเมริกา กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจกลุ่มตระกูลรอธส์ไชลด์ ตระกูลนายธนาคารชาวยิวที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อโลกในช่วงการปฎิวัติยุโรปเมื่อศตวรรษที่๑๙ ปัจจุบันฐานอำนาจทางการเงินของตระกูลก็ยังมีอยู่ทั่วโลก เป็นกลุ่มประกอบการทางการเงินที่มั่งคั่งมากที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจกลุ่มตระกูลเจ.พี.มอร์แกน เป็นกลุ่มตระกูลผู้ให้เงินสนับสนุนต่อบริษัทเจเนรัลด์ อิเล็คทริค (General Eletric)ของนายโทมัส เอดิสันผู้ประดิษฐ์หลอดไฟเรืองแสงชิ้นแรกของโลก ตระกูลผู้ได้ดำเนินการวางรางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐในช่วง ค.ศ.1900 อีกทั้งลงทุนในโรงงานผลิตเหล็กชื่อ ยู.เอส.สตีล คอมปานี (U.S.Steel Company) และยังชื่อว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนการเงินกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาหลายสมัย กลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจ กลุ่มตระกูลฮาร์ริแมน ด้วยการเข้าหุ้นกับตระกูลวอล์คเกอร์ ได้เข้าสู่ธุรกิจการขนส่งข้ามทวีป ตั้งบริษัทขนส่งที่ต่อมาใช้ชื่อว่า บราว์บราเธอร์ฮาร์ริแมน (Brown Brothers Harriman) บริษัทใหญ่โตที่ทำการขนส่งระหว่างสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอนแลนติก และตระกูลวอร์คเกอร์ที่เข้าร่วมหุ้นกับตระกูลฮาร์ริแมน นี่เองที่มีสายสัมพันธ์กับตระกูลบุช เมื่อจอร์จ วอร์เกอร์คนที่นำตระกูลวอร์คเกอร์ เข้าร่วมหุ้นกับตระกูลฮาร์ริแมนคือพ่อตาของจอร์จ.เอช.ดับเบิ้ลยู.บุช ประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐอเมริกาจากตระกูลบุชที่ร่ำรวยขึ้นเมื่อเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจด้านการพลังงาน และซื้อบริษัทขุดเจาะน้ำมันเดรสเซอร์ อินดัสตรี (Dresser Industries) ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจทางด้านพลังงานของกลุ่มตระกูลบุชและเพื่อนๆถือว่าเป็นกลุ่มพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
และเพราะการที่ตระกูลบุชทำธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านการขุดเจาะน้ำมัน เป็นที่ทราบกันดีว่าภูมิภาคของประเทศแถบเอเชียกลางและตะวันออกกลางนั้นมีทรัพยากรชนิดหนึ่งมีค่ายิ่งกว่า ทองคำคือ น้ำมัน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ที่โลกต้องการน้ำมันเพื่อหล่อเลี้ยงระบบยานพาหนะและระบบอุตสาหกรรม น้ำมันจึงเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน
*ติดตามเรื่องราว ได้ในคอมเมนท์

source
https://www.facebook.com/torindy.indy/p ... 90714170:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน