https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo" />

ผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายของโลก -อิสราเอล -ยิว (ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรดใช้ วิจ

.
.
.
.
https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายของโลก -อิสราเอล -ยิว (ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรดใช้ วิจ

โพสต์โดย admin » จันทร์ 23 พ.ย. 2015 11:21 am

ผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายของโลก
-อิสราเอล
-ยิว (ข้อมูลด้านล่าง เกิดจากการรวบรวมข้อมูล จาก หลายๆแหล่งที่มา โปรดใช้ วิจารณญาณ ส่วนบุคคล ในการคิด วิเคราะห์ ถึงความน่าจะเป็นไปได้ ในข้อมูลดังกล่าว)
11262441_696817787112417_3082424832720039207_o.jpg
11262441_696817787112417_3082424832720039207_o.jpg (75.11 KiB) เปิดดู 1590 ครั้ง

ยิว เป็นชนชาติ ที่ไม่มีแผ่นดินแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่แถบชายแดนของปาเลสไตล์ เมื่อประชากรยิวเพิ่มมากขึ้น จนเกิดปัญหาเรื่องที่อยู่ บางประเทศ จึงโอบอุ้มเข้าไปในประเทศ และประเทศที่รับเข้าไปเยอะที่สุดคือเยอรมัน หลายสิบปีผ่านไปยิวเพิ่มจำนวนขึ้นนับสิบล้านคน แต่นั่นก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ยิวต้องการที่จะหาประเทศเป็นของตัวเอง ในตอนนั้นเป้าหมายก็คือเยอรมัน ยิวได้แทรกซึมไปอยู่ทั่วเยอรมัน ที่เหลือก็แค่ทำให้เยอรมันล่มสลาย คนยิวมีความฉลาดหลักแหลม พวกเขาเริ่มจากการเข้มงวด เด็กของยิวทุกคนให้เรียนเก่ง ใช้มาตรการเข้มงวดมาก ถ้าใครสอบตกคือตาย เฝ้าปลูกฝังความคิดล้มล้างประเทศเยอรมัน เมื่อเด็กโตขึ้น ก็ส่งเข้าไปทำงานในทุกธุรกิจของเยอรมัน แล้วทำการซื้อหุ้น ที่ดิน และกิจการรัฐ โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ ซึ่งตอนนั้น เยอรมันเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ส่งรถยนต์ออกขาย นานเข้ายิวทำเกือบสำเร็จ ทุกธุรกิจมียิวเป็นเจ้าของ ยกเว้นทางด้านการทหาร แต่เมื่อนายพล อะดอฟ ฮิตเลอร์ รู้เข้าถึงแผนนี้ของชาวยิว ที่ตัวเขาเองก็แทบจะไม่เคยสังเกตเลยว่า เยอรมันกำลังโดนกลืนเกือบจะหมดแล้ว เมื่อเยอรมันล่วงรู้ถึงแผ่นการนี้แล้วมีหรือที่ มหาอำนาจอย่างเยอรมันจะอยู่นิ่งเฉย ชนกลุ่มน้อยอย่างยิว คิดจะครอบครองประเทศ แบบไม่รู้ตัวแบบนี้ และแล้วการล้างเผ่าพันธ์ยิวก็เกิดขึ้น แบบว่าอยู่ในประเทศให้เค้าฆ่าเลย ใครก็ช่วยไม่ได้ เพียง 2 ปี ประชากรยิวนับสิบๆล้าน เหลือเพียงไม่กี่แสน แต่ก็มียิว อพยพ หนีออกนอกประเทศ เยอรมัน ได้พอสมควร(หนึ่งในจำนวนยิวผู้รอดไปคือ อัลเบิตร์ ไอน์สไตน์ นี่คือหลักฐานว่า ยิวฟิตเด็กให้ฉลาดแค่ไหน) แล้วการยึดครองเยอรมัน ของยิวก็ล้มเหลว นี้เป็นแค่เพียงด้านหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมัน แต่ภาพการเข่นฆ่า คนยิวอย่างโหดร้ายก็ทำให้ฮิตเลอร์และ นาซี ถูกมองว่า เป็นมนุษย์ที่ไม่มีหัวใจ เป็นอาชญากรสงคราม ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเลือดเย็น แต่ในความรู้สึกของพวกเขา (เยอรมัน) สิ่งเหล่านี้อาจเป็นหน้าที่ที่พวกเขาต้องทำก็ได้ ทำเพื่อปกป้องประเทศชาติ แต่สงคราม มันไม่มีใครถูก มีแต่ความสูญเสีย เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงและแก้ไข ไม่ใช่เดินตามให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ดี ไม่เกิดประโยชน์ก็อย่าได้ทำมันอีก แต่ดูเหมือน ชนชาติ ยิว จะไม่เคยจดจำ ว่าสงครามนั้นโหดร้าย...
การแย่งชิงกันระหว่างชนสองชาติบนแผ่นดินเดียวกัน ปาเลสสไตล์ กับ ฮิสราเอล(ยิว) ไซออนิสต์ ขบวนการชาตินิยม ของยิว ได้บรรลุถึงเป้าหมายสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ชาวยิวได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง บนดินแดนปาเลสไตน์ และ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ในปี ค.ส. 1948 แต่ในปีเดียวกันนั่นเอง ชาวยิวซึ่งไฝ่ฝันมานานที่จะมีแผ่นดินของตนเอง ได้ประกอบอาชญากรรมต่อชนพื้นเมืองปาเลสไตน์ หมู่บ้านกว่า 500 แห่ง เมือง 11 เมือง ถูกทำลาย และชาวปาเลสไตน์กว่า 750,000 ชีวิต ต้องถูกขับไล่และลบล้าง ออกจากแผ่นดินของตนเอง “ในบันทึกของชาวยิว น้อยคนที่จำมันได้หรือไม่ต้องการที่จะจำมัน” ทั้งในสื่อ ระบบการศึกษาและระบบการเมืองของอิสราเอล ประชาชนเรียกปี 1948 ว่า เป็น “ปีแห่งเอกราช หรือเวลาแห่งการสิ้นสุดที่ชาวยิวต้องพรักพราดจากแผ่นดินนานนับ 2,000 ปี”แต่ในอีกด้านหนึ่งของความยินดีปรีดานี้ มันคือการถูกทำลายล้างของชาวปาเลสไตน์ ชนพื้นเมืองของที่นี่ เรื่องราวเหล่านี้ “ ถูกลบออกไปเสียสิ้นจากความทรงจำของชาวอิสราเอล”ในตำราประวัติศาสตร์ของยิว เรื่องราวเหล่านี้จะถูกลบ และ แทนที่ด้วยเรื่องราวที่ตรงกันข้ามเลยว่า จริงๆแล้ว รัฐยิว ยอมรับ ชาวปาเลสไตน์ ต้องการให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ด้วยกัน แต่เพราะผู้นำชาติอาหรับอื่นๆต่างหากที่เรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกมา ขณะที่ชาวยิวเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ โดยรับรองความปลอดภัย แก่ชาวปาเลสสไตล์ แต่การกระทำ กลับ ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์สำคัญหลังจากนั้นอย่างน้อยอีก 3 ครั้ง นั่นก็คือ การยึดครองเขตเวสแบงค์และฉนวนกาซ่า การลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ในปี 2000 และการที่ชาวปาเลสไตน์ต้องตกเป็นเหยือของความรุนแรงที่ก่อขึ้นโดยอิสราเอล โดยเฉพาะนับแต่เดือนเมษายน ปี 2002 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน และยิวไซออนิสต์ ก็ยังคงเข้าไปบงการอยู่เบื้องหลัง ในการก่อสงคราม ในที่ต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญหากไม่มี บริษัทค้าอาวุธ กับ พ่อค้าอาวุธในสหรัฐฯ (ยิวทั้งนั้น) โลก. คงจะสงบกว่าทุกวันนี้
ระบบการค้า ของยิว
ทำไมเยอรมันถึงเกลียดยิวนัก
แต่ก่อนชาวยิวมีธรรมเนียมการทำธุรกิจ แบบที่สมัยนี้หลายประเทศถือว่าผิดกฎหมายชาวยิวทำอย่างไร.
สมมติ ชาวยิวกลุ่มหนึ่ง เป็นลูกหลานของกิจการค้าเพชรพลอยที่มั่งคั่ง กิจการเพชรพลอยร่ำรวย และอิ่มตัวแล้ว ต้องหาทางลงทุนในกิจการอย่างอื่น
กลุ่มนายทุนชาวยิวจะมาประชุมกัน สมมติว่าตกลงจะลงทุนในธุรกิจรองเท้า ชาวยิวจะให้ทุนลูกหลาน คนรุ่นใหม่ ไปลงทุนทำโรงงานรองเท้า
ไม่ทำแค่โรงเดียว แต่จะทำหลายโรงงาน หลายยี่ห้อ พร้อมๆกัน ตอนแรกจะยอมขาดทุน โดยอาศัยเงินทุนจากกิจการเพชรพลอยหนุนหลัง
เพื่อกดดันให้โรงงานรองเท้าของคนเยอรมันเลิกกิจการ เมื่อโรงงานรองเท้าอื่นเริ่มประกาศขายกิจการ ยิวก็จะเข้าไปซื้อกิจการเพิ่ม พอยิวมีส่วนแบ่งรวมในตลาดมากพอ ก็จะกดดันร้านขายรองเท้า โดยสร้างเงื่อนไขว่า ต้องซื้อรองเท้าจากโรงงานของชาวยิวเท่านั้น ถ้าพบว่าร้านขายรองเท้าแห่งใด ซื้อรองเท้าจากโรงงานของคนเยอรมัน
โรงงานรองเท้าทั้งหมดของยิว จะไม่ยอมขายรองเท้าให้ ด้วยข้ออ้างต่างๆ เช่น ผลิตไม่ทัน
เมื่อยิวบีบให้ร้านขายรองเท้าต้องซื้อรองเท้าจากโรงงานของชาวยิวเท่านั้น โรงงานรองเท้าของคนเยอรมันที่เหลือ ก็เจ๊งหมด แล้วยิว ก็เข้าไปกดราคาบังคับซื้อเอาถูกๆ
พอยิวได้ครอบครองโรงงานรองเท้าทั้งหมด ก็เริ่มตั้งร้านขายรองเท้าของตนเอง ส่วนคนงานเย็บรองเท้าก็เริ่มถูกกดค่าแรง ไม่มีทางย้ายที่ทำงาน เพราะโรงงานทั้งหมดเป็นของยิว โรงงานยิว จะขายรองเท้าให้ร้านของชาวยิวในราคาถูกพิเศษ แบบไม่เอากำไร ทำให้ร้านรองเท้าของชาวยิว สามารถขายปลีกรองเท้าในราคาถูกกว่าร้านของคนเยอรมัน ร้านขายรองเท้าของเยอรมัน ก็ค่อยๆทะยอยปิดกิจการลง ยิวก็เข้าไปกดราคาซื้อต่อกิจการ
ในที่สุดยิวก็ครอบครองร้านขายปลีกรองเท้าได้ทั้งหมด เมื่อยิว ครอบครองธุรกิจรองเท้าได้ครบวงจรทั้งหมดแล้วถึงเวลาที่ยิวจะขึ้นราคารองเท้า ฟันกำไรชดเชยกับที่ยอมขาดทุนในตอนแรก
อุตสาหกรรมทำรองเท้าของคนเยอรมันเจ๊ง
ธุรกิจร้านค้ารองเท้าของคนเยอรมันเจ๊ง
คนงานที่มีอาชีพเย็บรองเท้าถูกกดค่าแรง
ประชาชนเยอรมันต้องซื้อรองเท้าแพง
คนเยอรมันจะรู้สึกอย่างไร
ผ่านไปหลายปี บรรดาลูกหลานชาวยิวในธุรกิจรองเท้าเริ่มเติบโต แต่ธุรกิจรองเท้าอิ่มตัวแล้ว
ขาวยิวก็จะประชุมกัน ว่าจะยึดครองการค้าชนิดใดต่อไป บางที ความโลภ และความไร้คุณธรรม ของชาวยิว เอง ที่ฆ่าชาวยิว..
การยึดครองธุรกิจแบบนี้ได้ผลยิ่ง เหมือนกับเช้าวันหนึ่ง คนเยอรมันก็พบว่าร้านขายรองเท้าทุกร้านขึ้นราคาหมด
เมื่อถามต่อๆกันไป ก็พบว่ายิวยึดครองร้านค้าปลีกรองเท้าไปหมดแล้ว หลักอุปสงค์อุปทาน หลักการตลาดทุกอย่าง ในเวลานั้นเป็นอันใช้ไม่ได้หมด
การแทรกตัวเข้าไปในธุรกิจที่ถูกยึดครองโดยขบวนการยิวนิยมนั้นทำได้ยาก คนเยอรมันไม่สามารถตั้งร้านค้าปลีกรองเท้าเพิ่มขึ้นได้
เพราะไม่มีแหล่งโรงงานที่จะขายรองเท้าให้ในราคาที่เป็นธรรม พร้อมๆกับไม่มีใครตั้งโรงงานรองเท้าขึ้นมาแข่งได้ เพราะไม่มีร้านค้าปลีกที่จะรับซื้อรองเท้า ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เศรษฐกิจเยอรมันทรุดไปทั่ว เปิดโอกาสให้ยิวเข้ายึดครองธุรกิจไปหลายประเภท การยึดครองธุรกิจโดยกลุ่มนายทุนยิว มีผลต่อการจ้างงานด้วย
ลัทธิยิว นิยมทำให้ คนยิว มีโอกาสได้ตำแหน่งงานที่ดี ในธุรกิจที่มีคนยิวเป็นเจ้าของ คนยิว แม้ไม่ใช่ครอบครัวนายทุน ก็พลอยมีฐานะการเงินที่ดี ในสังคมไปตามๆกัน..
ส่วนคนเยอรมันก็ต้องเป็นลูกจ้างกรรมกรในโรงงานของยิว แถมถูกกดค่าแรง..
การยึดครองธุรกิจของยิว ยังนำมาใช้สร้างองค์ประกอบของชนชั้นวรรณะ
รองเท้าชั้นดี ที่ผลิตได้ไม่ทันความต้องการ จะไม่ถูกนำขึ้นชั้นขาย จะเก็บไว้ขายให้ชาวยิวเท่านั้น
เรื่องรองเท้าชั้นดีมีไว้เพื่อชาวยิวโดยเฉพาะ รู้สึกว่าจะบาดใจคนเยอรมันเอามากๆ..
ยิว กับ อเมริกา ยิวใช้หลักการเดียวกัน ที่เคยใช้กับเยอรมัน คือเข้า ครอบครอง อยู่เบื้องหลัง ทั้งการเมือง การปกครอง ธุรกิจ การเงิน และ ทุกๆหน่วยงาน ของอเมริกา จะมียิว เข้าไปคอยควบคุมไว้ ยิว มีกลุ่มทุนธุรกิจที่ร่ำรวย หนุนหลังมากมาย หลายกลุ่ม ทำธุรกิจในหลายด้าน และกลุ่มทุนที่ว่า นี้ ก็เป็น ยิว ซะด้วย รวมกันตั้งเป็น องค์กรณ์ธุรกิจขนาดใหญ่ และยังสร้างหน่วยงาน ที่คอยให้ความร่วมมือ สนับสนุนกันและกัน เช่น CFR เป็นถังความคิด เพื่อกำหนดแนวทางความเป็นไป ต่างๆ และความเป็นไปในอนาคต รวมทั้งยังมีบริษัท ที่แตกแขนง ออกไปอีกมากมาย นับหมื่นบริษัท และกลุ่มทุนธุรกิจเหล่านี้ ยังมีเจตนารมณ์ ความคิด และความเชื่อร่วมกัน ในเรื่องของการจัด ระเบียบโลกใหม่ ด้วย โดยการชักใย ดำเนินการต่างๆ ผ่าน นโยบาย ของรัฐบาล อเมริกา ที่ว่ากันว่า แม้แต่ ประธานาธิบดี ของสหรัฐฯ ก็เป็นเด็กปั้นโดยกลุ่ม นักธุรกิจชาวยิว เหล่านี้ ให้การสนับสนุน ถึงจะขึ้นมามีบทบาทในการ เมืองสหรัฐได้ หากประธานาธิปดี คนไหน ไม่เล่นตามบท ก็จะหลุดออกจากตำแหน่ง และไม่มีโอกาศ ที่จะมีบทบาทในด้านการเมืองอีกเลย ดังนั้นเราจึงเห็นได้ชัด ว่ารัฐบาลสหรัฐ ดำเนินการ ตามคำสั่ง ของ CFR ถังความคิด ของยิว มาตลอด ในการดำเนิน นโยบายต่างๆของรัฐบาล อเมริกา แม้กระทั่งการก่อสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตะวันออกกลางคือพื้นที่ที่มีน้ำมันอยู่มากที่สุดของโลก ใครๆก็อยากได้ โดยเฉพาะ อเมริกา และ ยุโรปนั่น แหละ ตัวดี อยากแบ่งแยกแผ่นดินตะวันออกกลางเป็นชิ้นๆแล้วเข้ามาหาผลประโยชน์
แล้วเบื้องหลังชาติตะวันตก เหล่านั้นคือใคร? ก็ยิวนั่นแหละที่เป็นเจ้าของสื่อ เป็นนายธนาคาร เป็นนายทุนให้รัฐบาลต่างๆ ให้ประเทศ อเมริกา และ ยุโรป
สำหรับคนอยู่วงนอกคงเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นแค่สงครามศาสนา สงครามดินแดน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในความเป็นจริงนี่คือสงครามแย่งชิงผลประโยชน์ และ สงครามเชื้อชาติ ระหว่างยิวกับอิสลาม โดยมีประเทศเล็กๆเป็นหมาก
พวกผู้ก่อการร้ายที่ผุดเป็นดอกเห็ดในพื้นที่นี้ได้ทุนกับ อาวุธมาจากไหน? ก็จากพ่อค้าอาวุธยิว และพ่อค้าน้ำมัน ตัวดี ในอเมริกา นั่นแหละครับ ที่คิดจะครอบครอง ทรัพยากรน้ำมัน เพราะใครครอบครองน้ำมันได้ เท่ากับครอบครองอำนาจในการต่อรอง ในเรื่องของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ยังมี การสร้างเงื่อนไขให้ อียู เผชิญหน้ากับ รัสเซีย เพื่อต้องการล้มขั้วอำนาจอื่น ไม่ให้มีอำนาจต่อรองหรือขัดขวางพวกตน ในเรื่องต่างๆ ที่กำลังทำ และคิดจะทำในอนาคต รวมทั้งวางแผนเข้าแทรกแซง เอเชียตะวันออก ให้ จีน กับ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เกิดการแตกแยก กันจนเข้าห้ำหั่นกัน ในที่สุด "เพื่อต้องการให้เกิดสงคราม ขึ้น ทั่วทั้งโลก.."
เป็นอีก 1 นโยบาย ในการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ว่าด้วยเรื่องการลด จำนวนประชากรโลกลง 95% (กำจัดทิ้ง) ให้เหลือประชากรทั้งโลกแค่ 5%
ตามความต้องการของ ยิว ผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลาย เหล่านี้ ไปสู่จุดมุ่งหมายในการ
ปกครองด้วยรัฐบาลเดียว ปกครองทั้งโลก
ทั่วโลกใช้ภาษาเดียวกัน
ทั่วโลกใช้สกุลเงินเดียวกัน
และอื่นๆ.
(อย่างไรก็ตาม สงครามโลก ที่จะเกิดขึ้น หากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ ชาวโลก จะต้องจดจำไว้ ว่าผู้สร้างความวุ่นวายที่แท้จริง ของโลก ก็คือ "ยิว")
*ติดตามเรื่องราว ได้ในคอมเมนท์

source
https://www.facebook.com/torindy.indy/p ... 87112417:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน