https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo" />

ความไม่ปลอดภัย ใน "ความคงอยู่" หรือ "ความล่มสลาย" ของสหรัฐอเมริกา + ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของมนุษ

.
.
.
.
https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ความไม่ปลอดภัย ใน "ความคงอยู่" หรือ "ความล่มสลาย" ของสหรัฐอเมริกา + ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของมนุษ

โพสต์โดย admin » จันทร์ 23 พ.ย. 2015 11:17 am

ความไม่ปลอดภัย ใน "ความคงอยู่" หรือ "ความล่มสลาย" ของสหรัฐอเมริกา + ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของมนุษยชาติ..นำมาซึ่งความหายนะ
11128385_707653296028866_418628599794048029_o.jpg
11128385_707653296028866_418628599794048029_o.jpg (173.74 KiB) เปิดดู 246 ครั้ง

(ข้อมูลด้านล่าง รวบรวมจากหลายๆ แหล่งที่มา โปรดใช้ ดุลพินิจ คิดวิเคราะห์ ถึงความเป็นไปได้ในข้อมูลดังกล่าว ผู้เขียนเพียงนำเสนอ ข้อมูลในหลายๆแง่มุม ตามเหตุและผล ไม่ได้หมายความว่า บางกรณี ในข้อมูลนี้ จะต้องเกิดขึ้นจริงๆ ในอนาคต)

การเพิ่มการแทรกแซง ทางด้านการทหาร ของอเมริกา ในทั่วทุกมุมโลกนั้น คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ทางด้านการทหารของประเทศนี้มากยิ่งขึ้น และเป็นผล ให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ และวิกฤตทางการเงินอย่างรุนแรง

การเพิ่มจำนวนสูงขึ้น ของหนี้สินรัฐบาลสหรัฐ อย่างเป็นประวัติการ ด้วยตัวเลขที่สูงถึง 14.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันตอนนี้ การขยายพื้นที่อย่างไม่หยุดยั้ง ของการปฏิบัติการ ทางทหารคือเรื่องน่าขบขัน ที่ชี้ให้เห็นถึงความ ไม่สอดคล้องกัน ของนโยบายต่าง ๆ ทางด้านการทหาร และ ด้านเศรษฐกิจ ของรัฐบาลสหรัฐ

ระเบิดต่าง ๆ ของกองทัพสหรัฐ ในขณะนี้ ได้ถูกทิ้งโปรยปราย ลงบนหัว ของประชาชนถึง 6 ประเทศ เครื่องบินรบ ของกองทัพสหรัฐ ได้ทิ้งลูกระเบิดเหล่านี้ ลงใน ประเทศอัฟกานิสถาน อิรัก ปากีสถาน ลิเบีย เยเมน และโซมาเลีย

สหรัฐอเมริกา มีฐานทัพต่างๆ อยู่ในประเทศทั้งหลาย มากกว่าครึ่งโลก และค่าใช้จ่ายทางทหาร ของประเทศนี้ สูงกว่า ค่าใช้จ่าย ของประเทศที่มี งบประมาณทางด้านการทหาร เป็นอันดับ สองของโลก ถึง 7 เท่าแน่นอนว่า สหรัฐอเมริกา นั้นจำเป็นต้องมีกองทัพที่แข็งแกร่ง อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าแนวโน้มของ การขยายตัวของภาระหนี้สินของประเทศ อเมริกา จะยังคงสามารถแบกรับค่าใช้จ่ายด้วยวิธีการเช่นนี้ และจะสามารถคง สภาพความเป็นอยู่ ต่อไปได้อีกหรือไม่?

ขณะนี้ มีบรรดาบุคคลในประเทศ อื่นๆ ซึ่งต้องการที่จะมุ่ง ไปในทิศตรงกันข้าม กับผลประโยชน์ของประเทศ อเมริกาตลอดเวลา นั่นหมายความว่ายิ่งสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิด ลงบนหัว ของบุคคลเหล่านั้น มากขึ้นเท่าใด ลูกๆ หลานๆ ของครอบครัวที่เป็นเหยื่อระเบิดของสหรัฐอเมริกา ก็จะยิ่ง เพิ่มทวีมากขึ้นเท่านั้น

ดูเหมือนว่า ณ เวลานี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะหมกมุ่น กับการตามล่า บรรดาผู้ที่ต่อต้านอเมริกา ในทั่วทุกมุมของโลกอย่างละเอียดถี่ถ้วน และทันทีที่พบเห็น ฝูงบินรบ จะทะยานขึ้นสู่เวหา และทิ้งระเบิดใส่อย่างทันควัน ทว่าคำถามมีอยู่ว่า การปฏิบัติการเช่นนี้ จะสามารถทำลายผู้ต่อต้านอเมริกา ได้อย่างราบคาบหรือไม่?

รัฐบาลสหรัฐ มีเจตนาที่จะครอบครองประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งหมด เพื่อที่จะเป็นหลักประกัน ต่อความมั่นคง และความสงบสุข ของประชาชน ชาติอเมริกัน ได้จริงหรือ.

สหรัฐอเมริกา มีความจำเป็นที่จะต้องสอดส่องดูแล และดำเนินการ ต่างๆของตน ไปในทุกๆ จุดของโลกกระนั้นหรือ?

หนี้จำนวน 4 ล้านล้านดอลลาร์ คือของขวัญ จากการก่อไฟสงครามต่างๆ

ภารกิจทางทหารต่างๆ ของอเมริกา ได้สร้างภาระ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วันให้กับสหรัฐอเมริกา นับจากวันขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ของโอบามา จนถึงขณะนี้นั้น จำนวนหนี้สิน ของรัฐบาลอเมริกา ได้เพิ่มขึ้นอีกถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ประชาชนจำนวนมากต่างเคยคิดกันว่า การเลือก
โอบามา ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีของสหรัฐ จะทำให้ การทำสงครามต่างๆ นอกเขตพรมแดน ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ลดน้อยลงหรือเบาบางลงได้บ้าง

ทว่ากลับเป็นเรื่อง ที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากภาย ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีเท่านั้นที่การเผชิญหน้าต่างๆ ได้แผ่ขยายวงกว้าง และทวีความรุนแรง ยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

"ดิกเลน วอลช์" นักเขียนคอลัมน์ ผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษคนหนึ่ง ได้เขียนบทความเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งได้ชี้ ไปยังกรณีการโจมตี ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในแผ่นดินโซมาเลีย โดยเขาได้เขียนบทความว่า "โซมาเลีย คือประเทศ ที่หก ที่ขณะนี้กำลังได้ลิ้มรส การทิ้งระเบิด ของกองทัพสหรัฐอเมริกา แต่คำถามมีอยู่ว่า ในการโจมตีต่างๆ เหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพหรือ องค์กรลับซีไอเอ?"

การโจมตีเหล่านี้ สามารถที่จะสร้างความนิยม ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้เกิดขึ้นในความรู้สึกนึกคิด ของประชาคมโลก ได้หรือไม่?

คำตอบก็คือ "ไม่ได้เลย" มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของประชาชน ชาวปากีสถาน ที่ให้การสนับสนุน การโจมตีประเทศของพวกเขา โดยเครื่องบิน ที่ปราศจากนักบิน(โดรน) ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเราคงสรุปได้ว่า ความพยายาม ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้นไม่อาจที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการ ได้เลยแม้แต่น้อย.

ดูเหมือนว่า การใช้กำลังทหารนั้น จะสอดคล้องกับรสนิยม ของโอบามาเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ว่า ในการออกคำสั่งการโจมตีทางอากาศ ต่อ ประเทศลิเบียนั้นเขามิได้ รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ ที่จะขอเสียงสนับสนุน จากสภาครองเกส.

จากคำพูด ของบรรดาเจ้าหน้าที่ รัฐบาลสามารถ สรุปได้เช่นนี้ว่า การทำสงครามกับประเทศซีเรีย และในอีกหลายประเทศ ในตะวันออกกลาง ดูเหมือนว่ามันจะเป็น สิ่งที่น่าขบขัน เสียเหลือเกิน ชาวอเมริกัน กำลังจะจมดิ่งลงไป ในกองหนี้ที่ท่วมหัวขึ้นทุกๆ วัน แต่รัฐบาลสหรัฐ พวกเขากลับคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ได้ ในทุกๆ ที่ของโลกใบนี้ โดยไม่คำนึงถึงปัญหานี้เลย

ดูเหมือนว่า รัฐบาลอเมริกัน ไม่มีความปรารถนา ที่จะใช้การเจรจา ทางด้านการทูต ในตะวันออกกลางอีกแล้ว และเลือกที่จะใช้การทิ้งระเบิด กับใช้ การแทรกแซง และ ข่มขู่แทน

สหรัฐอเมริกาจำเป็น ที่จะต้องรู้ว่า สายตาที่เปิดกว้าง ของชาวโลกกำลังจ้องมองดู และจดจำพฤติกรรม อันหยิ่งยโส ที่โหดร้ายเกินมนุษย์ของพวกเขา และถ้าหากวันหนึ่งสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจาก ประชาชาติต่างๆนั้น ย่อมเป็นเรื่องห่างไกลยิ่ง ที่พวกเขาจะให้การช่วยเหลือ ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ในขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ล้มละลายอย่างสมบูรณ์แล้ว และระบบการเงินก็กำลังใกล้ ที่จะล่มสลายในไม่ช้านี้ ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ อเมริกา กลับใช้จ่ายเงินทุน และงบประมาณอย่างไร้สาระ ออกไปในต่างประเทศ ด้วยสงคราม

เหตุผล ที่เป็นสิ่งชี้ชัดถึงจุด ที่จะสิ้นสุดลง ของอเมริกา

1-ก่อนการเริ่มต้นของการต่อสู้กับการก่อการร้ายนั้น หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐมีจำนวนต่ำกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ปัจจุบันนี้ตัวเลขดังกล่าวนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าของใน อดีตที่ผ่านมา และตอนนี้ตัวเลขไปอยู่ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว

2- ปัจจุบันนี้ กองทัพสหรัฐอเมริกา ประจำการอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก และมีฐานทัพรวมทั้งสิ้นประมาณ 700 ฐานทั่วโลก การรักษาฐานทัพทั้งหมด เหล่านี้ มีภาระค่าใช้จ่ายสำหรับ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในแต่ละปี มากมาย หลายแสนล้านดอลลาร์

3- ค่าใช้จ่าย ทางด้านการทหาร ของกองทัพสหรัฐอเมริกา เพียงประเทศเดียว สูงกว่าค่าใช้จ่ายของกองทัพจีน รัสเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย และ ประเทศสมาชิกอื่นๆ ขององค์การนาโต้ ทั้งหมดรวมกัน

4- กองทัพของสหรัฐอเมริกา เพียงชาติเดียว มีค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 46.5% ของจำนวนเงินทั้งหมด ที่จะถูกใช้จ่ายในกองทัพทั้งหมดของโลก ในขณะที่กองทัพของประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่ในอันดับที่สองกลับมีค่าใช้จ่ายแค่เพียงร้อยละ 6.6% เท่านั้น

5- ถ้าหากบิลเกตส์ (มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก) ได้นำเงินทั้งหมดของตัวเองมามอบให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก็สามารถจะระงับสภาวะ การขาดดุลงบประมาณ ของอเมริกาได้แค่เพียง 15 วันเท่านั้น

6- รายการ นอกงบประมาณ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา ในงบประมาณของเพนตากอนนั้น สถิติได้แสดงให้เห็นว่ามี ค่าใช้จ่ายในส่วนของการป้องกันประเทศสูงถึง 1.01 - 1.35 ล้านล้านดอลลาร์

7- รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยเฉลี่ยต้องกู้ยืมเงินในทุกๆ หนึ่งชั่วโมง รวมเป็นเงินประมาณ 168 ล้านดอลลาร์

8- ในปัจจุบันนี้ "เพนตากอน" มีการใช้จ่ายเงินร้อยละ 56% ของงบประมาณสำรองของประเทศทั้งหมด

9- ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างปี 2007 และ 2010 ที่ GDP ของสหรัฐอเมริกา มีการเติบโตร้อยละ 4.26 ในขณะที่ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ หนี้สินของภาครัฐกลับเพิ่มสูงขึ้นในอัตรา 61% เปอร์เซ็นต์

10- ค่าใช้จ่ายในการทิ้งระเบิด ในประเทศลิเบีย ในสัปดาห์แรก ของการทำสงครามเพียงสัปดาห์เดียวนั้น ใช้เงินจำนวนถึง 600 ล้านดอลลาร์..

11- บรรดาผู้เสียภาษี ชาวอเมริกัน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ได้สูญเงินไปกับ สงคราม เพื่อให้กองทัพสหรัฐอเมริกา ที่ทำการสู้รบอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน และอิรัก เป็นจำนวนเงินมากกว่า หนึ่งล้านล้านดอลลาร์

12- ค่าใช้จ่าย ในสงครามในอิรัก และอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2001 จนถึงช่วงเวลาขณะนี้ ได้ทำให้เงินถูกควัก ออกไปจากกระเป๋าของบุรุษ สตรีและเด็กทุกคนของอเมริกาคนละ 3,600 ดอลลาร์

13- ค่าใช้จ่าย ของกองทัพ สหรัฐอเมริกา
ในอัฟกานิสถาน เพียงวันเดียว เพียงพอที่จะนำไปสร้างอาคารใหม่ทั้งหมดของเพนตากอนได้

14- รัฐบาลสหรัฐเพียงรัฐบาลเดียว ในขณะนี้ มีภาระหนี้สิน เป็นจำนวนหนึ่งในสาม ของหนี้สินของรัฐบาล ทั้งหมดของโลก

หนี้สินรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จะเปรียบได้ เหมือนกับม้าพยศ ที่ในแต่ละวันจะดื้อด้านมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม โดยไม่อาจคุมบังเหียน มันไว้ได้อีกต่อไป และการจุดไฟสงคราม ก็ไม่อาจที่จะทำให้สามารถควบคุม บังเหียนม้าพยศ นี้ไว้ได้เช่นกัน การทิ้งระเบิดลงบน นานาประเทศ ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วย ในการเพิ่มความปลอดภัย และความมั่นคงใดๆ แก่สหรัฐอเมริกา แต่ ในทางกลับกัน จะยิ่งเพิ่มศัตรู ในนานาประเทศมากยิ่งขึ้น

สหรัฐอเมริกา จะต้องมีกองทัพ ที่มีความเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา แต่นั่น เป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง การทิ้งระเบิดในตะวันออกกลาง คือความผิดพลาด ทางด้านยุทธศาสตร์ มีแต่จะสร้างศัตรู สำหรับอเมริกา เพิ่มขึ้น เท่านั้น..

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ทางด้านการทหารนั้นยิ่งจะ ทำให้ฝันร้ายแห่ง ความเป็นหนี้ ของรัฐบาลอเมริกา กลายเป็นสีดำ และ มืดสนิทมากยิ่งขึ้น..

ป.ล. จากบทความ ดังกล่าว ในข้างต้น จึงทำให้เกิด คำถาม ขึ้นมาว่า! การล่มสลาย ของ อเมริกา ในครั้งนี้ รัฐบาลกลาง สหรัฐ จะสามารถควบคุม รัฐต่างๆ ในอเมริกา และจะสามารถ ควบคุมกองทัพ ของอเมริกา ที่กระจายตัว อยู่นอกประเทศ ทั่วโลก ทั้ง 700 แห่ง ได้หรือไม่! ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การควบคุม รัฐ ต่างๆ ในประเทศอเมริกา แต่ปัญหาอยู่ที่ ใครจะเป็นผู้ควบคุม กองทัพของอเมริกา ที่อยู่นอกประเทศ มีหน่วยงานไหนบ้าง ในสหรัฐ ที่จะสามารถ ควบคุมกองทัพเหล่านี้ได้..

(ถ้าหากมี หน่วยงานที่ควบคุมได้ ความหวังแห่งสันติภาพ ย่อมบังเกิดขึ้น)

แต่ถ้าหาก เป็นกลุ่มทุนธุรกิจ ไซออนนิส์ หรือ มือที่มองไม่เห็น เป็นผู้ควบคุม แทน! แล้วหละก็ แสงสว่างแห่งสันติภาพ นั้น อาจจะจมลงสู่ความมืดมิด ก็เป็นได้..

ป.ล.2 เป็นที่น่าสังเกตุว่า หากแม้ อเมริกา จะไม่ล่มสลาย ไฟของสงคราม ก็มีแนวโน้ม ที่จะแผ่ขยาย ไปทั่วโลกใบนี้ ดังเดิม. และถึงแม้ สุดท้าย อเมริกา จะล่มสลายลงไป ไฟของสงคราม ก็อาจจะยัง เข้าปกคลุมโลกใบนี้ ได้อยู่ดี!

ป.ล.3 หลายคนคงมีคำถาม อยู่ในใจว่า กลุ่มทุนธุรกิจ ดังกล่าวเหล่านี้ ต้องการทำอะไร? มีความต้องการ เพื่อเป็นอันดับ 1 ทางเศรษฐกิจ และ การเงินโลก? หรือต้องการอย่างอื่น กันแน่! ???

1. บางคนคิดว่า คนเหล่านี้ต้องการแค่ สงคราม ในการค้าอาวุธทำกำไร ที่หวังกำไรสูงสุด จนชาติที่ใช้เป็นฐาน สำคัญ อย่าง อเมริกา จะล่มสลายไป ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ และ ยังคิดขยาย ย้ายสมรภูมิรบ ไป ตามที่ต่างๆ ของโลก เหมือนฝูงตั๊กแตน ลงไร่ข้าวโพด เพื่อทำธุรกิจค้าอาวุธ ที่ได้ผลกำไรงาม

2. บางคนคิดว่า คนเหล่านี้ต้องการขยาย อาณาจักรของตน ไปทั่วโลก โดยครอบครอง อยู่เบื้องหลัง การปกครอง และการเมือง เข้าแทรกแซง ครอบงำ ผ่านรัฐบาลหุ่นเชิด ที่พวกเขาชักใย อยู่ในประเทศ ต่างๆ ทุกที่บนโลกใบนี้ จนคนทั้งโลก หนีไม่พ้น ที่ต้อง ตกเป็นทาส กลุ่มคนเหล่านี้.

3. บางคนคิดว่า คนเหล่านี้ต้องการ เป็นเจ้า แห่งเศรษฐกิจการเงินโลก ให้ทั่วโลกมี ระบบการค้า และระบบทุนนิยม ของพวกเขา ในทุกที่บนโลก จนคนทั้งโลกหนี้ไม่พ้น ที่ไม่ว่าเรื่องใดเกี่ยวกับการเงิน ต้องเกี่ยวข้องกับ พวกเขา เพื่อเป็นหลักประกัน ในความมั่นคงในค่าเงิน ของพวกเขาเอง โดยใช้สกุลเงิน ของพวกเขาเป็นสกุลเงินหลัก ของโลก และสามารถควบคุมความเป็นไป ต่างๆในระบบการเงินโลก..

**** ถ้าหาก 3 ข้อด้านบน เป็นความคิดหลัก ของ กลุ่มทุนธุรกิจเหล่านี้ ก็นับเป็นเรื่องที่ยังไม่ถึงกับ ร้ายแรงเกินไป ที่ถึงขั้นทำสงครามนิวเคลียร์ ที่เข้าขั้นรุนแรง ล้างโลก! กันเลยในคราวเดียว.
โดยส่วนตัว ผู้เขียนก็อยากให้เป็นแบบนั้น เช่นกัน! เพราะรู้ถึงผลร้าย ของสงครามนิวเคลียร์ เป็นอย่างดี และ ผู้เขียนก็ไม่ได้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย เกินไป
แต่มันมีความเป็นไปได้ กับสงครามนิวเคลียร์ "ที่อาจจะเกิดขึ้น" ตามข้อ 4 ด้านล่าง มันมีเหตุมีผล กับความเป็นไปได้ ที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์..ได้เช่นกัน

4. บางคนคิด ถึง การจัดระเบียบโลกใหม่ ที่ว่าด้วยการลดจำนวน ประชากรโลกให้เหลือ เพียง แค่ 5% มีความเป็นไปได้จริงหรือ ? ที่กลุ่มทุนดังกล่าวไม่เกรงกลัวกับ สงครามนิวเคลียร์ ที่จะเกิดขึ้น หรืออย่างไร? มีความแน่ใจได้อย่างไรว่า พวกเขาจะอยู่รอด! จากสงคราม อาวุธมหาประลัยล้างโลก..

ที่นี้เรามาดูกัน ว่าวัฎจักร ของโลก หรือธรรมชาติ นั้นเป็นอย่างไร จากการเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ของประชากรมนุษย์ นี่หละ ที่จะพามนุษย์ ถึงจุดแตกหัก เข้าซักวัน..
(ถึงแม้ จะไม่มีกลุ่มทุนธุนกิจ ดังกล่าวอยู่ในโลกนี้ก็ตาม)
การเผชิญหน้ากัน ต้องมาถึงในวันไดวันหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้า ..

ปัจจุบัน มีประชากรมนุษย์ 7,300 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จำนวน ของมนุษย์จะเลย 10,000 ล้านคนใน อนาคต เเละเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ธรรมชาติกำลัง จะรับไม่ไหว กับจำนวนที่เพิ่มขึ้นของมนุษย์ อย่างต่อเนื่อง..
คิดอย่่างง่ายๆ ว่ามนุษย์นั้นใช้ทรัพยากร มากมายขนาดไหน ตัวอย่างเช่น ให้คน 7,300 ล้านคน กินอาหาร เช่นปลา ได้ คนละ 1 ตัวเท่านั้น ห้ามกินอาหารมื้ออื่น ใน 1 วัน = ปลา 7,300 ล้านตัว แล้วถ้าคนทั้งโลกกินปลา เป็นเวลา 30 วัน = 219,000 ล้านตัว ในแต่ละเดือน แล้วถ้า 1 ปี มนุษย์ บริโภคปลา 2.6 ล้านล้าน ตัว
นับเป็นจำนวนที่มากมายมหาศาล นี่ยังไม่นับรวม การใช้พลังงานเช่น น้ำมัน หรือไฟฟ้า การใช้กระดาษ เครื่องนุ่งห่มเสื้อผ้า ยารักษาโรค และอื่นๆ การบริโภคสิ่งต่างๆ ทั้งอาหารและ ทรัพยากร ของมนุษย์ นั้นมีปริมาณ มากมายมหาศาล และถ้า จำนวนมนุษย์ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ ธรรมชาติ จะยิ่งรับมือไม่ไหว มากขึ้นเท่านั้น และเมื่อประชากรมนุษย์ มีจำนวน ถึง 15,000 ล้านคน เมื่อไหร่ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง ที่ทรัพยากรไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ สงคราม ในการแย่งชิงทรัพยากร ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

ที่นี้เรามาดู อีกหนึ่งนโยบาย ของกลุ่มทุนธุรกิจ ดังกล่าว คือ การไม่เป็นภาระแก่โลกใบนี้ เหลือที่ว่างให้กับธรรมชาติ การเข้าควบคุม จำนวนประชากร ให้สมดุลย์ กับธรรมชาติ อาจเป็นสิ่งที่พวกเขา ต้องการทำ และคิดที่่จะทำ..

แต่การเกิดขึ้น ของสงครามนิวเคลียร์ กลุ่มคนเหล่านี้ จะอยู่รอด ได้หรือไม่? นั้น! เป็นคำถาม ที่หลายคนสงสัย.
แต่คำตอบ นั้นมีความเป็นไปได้อยู่ คือ กลุ่มทุนดังกล่าว มีโอกาศ ที่ จะรอดชีวิต จากสงครามนิวเคลียร์ ที่จะเกิดขึ้น นั้น คือการ ไปหลบภัยสงครามนิวเคลียร์ ที่ ''deep underground military bases'' ลอง นำคำดังกล่าวไปค้นหาใน กูเกิ้ล ดูรายละเอียดได้ครับ และอีกแห่งหนึ่งที่กำลังดำเนินการสร้าง กันอยู่ ที่นั่นคือ " Under Water City Japan " สถานที่นี้ สร้างเสร็จเมื่อไหร่ พวกเขาอาจจะพร้อมแล้ว ที่จะเริ่มสงครามนิวเคลียร์ กวาดล้างมนุษยชาติ..และพวกเขา จะกลับมาอีกครั้ง เมื่อสงครามจบลงแล้วและสร้างโลก ขึ้นใหม่.

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า พวกเขา จะไม่กระทำการดังกล่าว(สงครามนิวเคลียร์)
มนุษย์ ก็ต้องเผชิญหน้ากัน หันปากกระบอกปืนเข้าหากันอยู่ดี เมื่อถึงเวลา ที่ทรัพยากรมีไม่เพียงพอ ต่อจำนวนประชากร ของมนุษย์..

ที่มา deep underground military bases https://youtu.be/WhxazsfRT9c

ที่มา under water city แบบวีดีโอสารคดี https://youtu.be/j6fij0vq4NI

ที่มา under water city แบบข้อมูล
http://www.business2community.com/space ... e-01132202

ข้อมูลบางส่วน เกี่ยวกับ งบประมาณ ทางทหาร ของสหรัฐ ที่มา : "เว็บไซต์ American Dreams "

**แต่ไม่ว่าใครจะมีความคิดเห็น เป็นอย่างไร! หรือแบบไหน! นั้น มีความเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ ที่จะคิด และมอง ต่างมุม ในแบบ ของตัวเอง.

source
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน