https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo" />

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

.
.
.
.
https://www.facebook.com/torindy.indy?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

โพสต์โดย admin » จันทร์ 23 พ.ย. 2015 11:14 am

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
11694851_713034848824044_1883582502998816332_n.jpg
11694851_713034848824044_1883582502998816332_n.jpg (49.06 KiB) เปิดดู 212 ครั้ง

กษัตริย์ ผู้ทรงงานหนัก ตลอดระยะเวลา ที่พระองค์ ครองราชย์ พระราชกรณียกิจ มากมาย ล้วนเพื่อประโยชน์สุข แก่ พสกนิกรชาวไทย กษัตริย์ ผู้ทรงเป็นแบบอย่าง ในการ ครองแผ่นดิน โดยธรรม กษัตริย์ ผู้เป็นนักพัฒนา พระปรีชาสามารถ เป็นที่ประจักษ์ ถึงพระอัจฉริยะภาพ โครงการต่างๆ นับพัน ที่พระองค์ ทรงสร้าง ด้วยพระเมตตา ทรงห่วงใย ที่มีต่อ ปวงชนชาวไทย กษัตริย์ ผู้ให้ปรัชญาความรู้ ในวิถีชีวิตพอเพียง เพื่อเป็นแนวทาง ในการดำรงชีวิต อย่างยั่งยืน..
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นประมุขแห่งประเทศไทยเป็นต้นมา พระองค์ ได้ทรงประกอบ พระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ พระองค์ครองราชย์ ปฐมพระบรมราชโองการ ในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ว่า **เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม**
ในปี พ.ศ. 2539 จากการที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก จึงได้มีการลงนามโดยประชาชนชาวไทยเพื่อถวายสมัญญานามให้ทรงเป็น "มหาราช"
พระราชกรณียกิจ ด้านการเกษตร และ การยกระดับสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน
การเกษตร นั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐาน และชีวิต สำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่ เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม.
(ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสม แก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุง เกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับ ฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๑
ด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนใจ ด้านนี้ พระองค์ได้เสด็จเยี่ยม ไต่ถามความทุกข์สุขของประชาชน และรับฟังข้อปัญหา เกิดเป็นโครงการ ตามพระราชดำริต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชลประทาน การพัฒนาดิน การวิจัยพันธุ์พืช และ ปศุสัตว์ เป็นต้น
ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ต่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร พระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยพระราชทานแก่ คณะผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ว่า หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตนั้นอยู่ที่น้ำ ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้
พระราชทานแก่คณะผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
โครงการตามพระราชดำริ ของพระองค์ มีทั้งการแก้ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัย รวมไปถึงการบำบัดน้ำเสีย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ มีทั้งโครงการขนาดใหญ่ สามารถช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม
ได้ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จังหวัดลพบุรี จนถึงโครงการขนาดกลาง และเล็กจำพวก ฝาย อ่างเก็บน้ำ โดยพระองค์ทรงคำนึงถึง ลักษณะของภูมิประเทศ สภาพแหล่งน้ำ ความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ ประชาชน ที่ได้รับประโยชน์ และผลกระทบจากโครงการ มาเป็นหลักในการพิจารณา พระองค์ได้ทรงวิจัย และริเริ่มโครงการฝนหลวง เพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งสำหรับพื้นที่นอกเขต ชลประทาน
ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และน้ำเน่าเสียในคูคลอง มีพระราชดำริเรื่อง (แก้มลิง) ควบคุมการระบายน้ำ จาก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีนลำคลองต่าง ๆ ลงสู่อ่าวไท ตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล ทั้งยังเป็นการใช้น้ำดี ไล่น้ำเสียออกจากคลองได้อีกด้วย เครื่องกลเติมอากาศ กังหันชัยพัฒนา ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยการเพิ่มออกซิเจน เป็นสิ่งประดิษฐ์หนึ่งของพระองค์ที่ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
โครงการในพระราชดำริ ที่สำคัญๆ
-พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตทรงตระหนักดีว่าการศึกษาของเยาวชนนั้นเป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษาหาความรู้ต่อ ดังพระราชดำรัสที่ว่า
"การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล หากสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้านแล้ว สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถดำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาก้าวหน้า ต่อไปโดยตลอด"
พระองค์จึงมี พระราชดำริ ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ดังนี้
โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์แก้ไข
โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงให้การอุปถัมป์ ในด้านต่างๆ เช่น ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ รวมทั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนและพระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนของโรงเรียน โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์มีทั้งโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนดังนี้
โรงเรียนจิตรลดา
โรงเรียนราชวินิต
โรงเรียนวังไกลกังวล
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์
โรงเรียนราชประชาสมาสัย
โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
โรงเรียนเพื่อลูกหลานชนบท
โรงเรียนร่มเกล้า
โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน
และโครงการ โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วน
ทุนการศึกษาพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดีว่าเด็กและเยาวชนของไทยมิได้ขาดสติปัญญา หากแต่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์สำหรับการศึกษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งกองทุนการศึกษาหลายขั้นหลายทุน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ดังนี้
ทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ก่อตั้ง “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์” ในความหมายว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน
อันเป็นการแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ กับประชาชน ว่าไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ใน "พระบรมราชูปถัมภ์" โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2506
เพื่อหาดอกผลสงเคราะห์เด็ก ที่ครอบครัวต้องประสบวาตภัยภาคใต้ และขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู รวมทั้งช่วยเหลือราษฎร ผู้ซึ่งประสบสาธารณภัย ทั่วประเทศด้วย โดยได้ประเดิมทุน 3 ล้านบาท งานสำคัญของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ก็คือ การช่วยสร้างอาคารเรียน หรือสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ และขอพระราชทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนราชประชานุเคราะห์” โดยโรงเรียนแรกกำเนิดที่บ้านปลายแหลม ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่มีเลขหมาย เพราะเหตุว่าแหลมตะลุมพุกเป็นต้นเหตุ เกิดการพระราชทานมูลนิธิฯ ขึ้น ต่อมาจึงได้มีหมายเลข ปัจจุบันมีอยู่ 58 โรงเรียน นอกจากนี้ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทุนการศึกษา สงเคราะห์แก่เด็กและเยาวชน ที่เป็นเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน และ เด็กที่ครอบครัวประสบสาธารณภัยหรือ ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนประการอื่น ที่ทางราชการอาจเข้าไปไม่ถึงหรือ ขัดต่อระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้น เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๒ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แก่นิสิตนักศึกษา ที่มีผลการเรียนดีเด่น ในด้านต่างๆ ให้นิสิตนักศึกษา เหล่านั้นได้มีโอกาส ไปศึกษาหาความรู้วิชาการชั้นสูงในต่างประเทศ และนำความรู้นั้นกลับมา ใช้พัฒนาชาติบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
ทุนเล่าเรียนหลวง
ทุนมูลนิธิภูมิพล
ทุนมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย
ทุนนวฤกษ์ทุนการศึกษาพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะกรณี
---------------------------------------------------------------------------
-พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใย ประชาชนชาวไทย ในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้าน สุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ทรงถือว่า ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ของประชาชนนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสที่ว่า ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากร ที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง และเอื้ออาทร ต่อทุกข์สุขของพสกนิกร อย่างจริงจัง โดยเฉพาะความทุกข์ ของไพร่ฟ้าจากพยาธิภัย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ทั้งแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละสาขาจาก โรงพยาบาลต่างๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จพระราชดำเนิน ไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกเหนือจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ริเริ่มหลายโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังนี้
-โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน
-โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่
-พระราชทานโครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์
-หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่
-พระราชทานโครงการศัลยแพทย์อาสาราช
-วิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
-โครงการแพทย์ หู คอ จมูก และโรคภูมิแพ้
-พระราชทานโครงการอบรมหมอหมู่บ้านในพระราชประสงค์หน่วยงานฝ่ายคนไข้ ในกองราชเลขานุการ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
---------------------------------------------------------------------------
-พระราชกรณียกิจ ฝนหลวง
เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระ
มหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกร ตามท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องขาดแคลนน้ำ อันเนื่องมาจากความผันแปรของฤดูกาล และเป็นประจักษ์พยานแห่งสายพระเนตรอันยาวไกล รวมถึงพระปรีชาสามารถนำความรู้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ มาช่วยเหลือราษฎรทั่วผืนแผ่นดินไทย
จากผลการวิจัยพบว่า "ฝนหลวง" ผลิตน้ำฝนได้สูงกว่าธรรมชาติถึง 125% โดยเพิ่มพื้นที่การตกของฝนได้ 71% และทำให้ฝนตกยาวนานขึ้น 33%
ที่มาโครงการ "ฝนหลวง" เกิดขึ้น จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรงเล็งเห็นถึง ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร กระทั่งทรงทุ่มเทศึกษา ค้นคว้า ความรู้ทั้งด้านอุตุนิยมวิทยาและ การดัดแปรสภาพอากาศจนมั่นพระทัย
ในปี พ.ศ.2498 จึงพระราชทานแนวคิดดังกล่าวแก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยวิศวกรรมการ เกษตรไปพัฒนาต่อ เพื่อช่วยเหลือราษฎรโดยเร็ว ต่อมาได้เกิดเป็นโครงการ ค้นคว้าทดลองปฏิบัติการฝนเทียม หรือ "ฝนหลวง" ขึ้นในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2512 ด้วยความสำเร็จของโครงการ จึงตราพระราชกฤษฎีกา ก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ขึ้นในปี พ.ศ.2518 ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงาน รองรับโครงการพระราช ดำริฝนหลวงต่อไป
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกำหนด ขั้นตอนกรรมวิธีทำฝนหลวงขึ้น เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ตามลำดับ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ก่อกวน
เป็นการดัดแปรสภาพอากาศ ขณะนั้น เพื่อเร่ง หรือเสริมการเกิด และ ก่อรวมตัวของเมฆ ด้วยการก่อกวนสมดุล หรือเสถียรภาพของมวลอากาศ เป็นแห่งๆ โดยการโปรยสารเคมี ประเภทดูดความชื้น แล้วทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในท้องฟ้าที่ระดับใกล้เคียงกับ ระดับกลั่นตัว เนื่องจากการไหลพาความร้อนในแนวตั้ง ซึ่งเป็นระดับฐานเมฆของแต่ละวัน และโปรยสารเคมีประเภทที่เมื่อดูดซับความชื้นแล้ว ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ที่ระดับสูงกว่าระดับฐานเมฆ 2,000-3,000 ฟุต เพื่อช่วยให้เกิดเมฆเร็วขึ้นและ ปริมาณมากกว่า ที่เกิดตามธรรมชาติ โดยเริ่มก่อกวน ในช่วงเวลาเช้า ทางด้านเหนือลม ของพื้นที่เป้าหมาย ตามที่วางแผนกำหนดไว้ ในแต่ละวัน
ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน
เป็นการดัดแปรสภาพอากาศ และ เมฆ ขณะนั้น เพื่อเร่งฝหรือเสริม การเจริญก่อตัวของเมฆ ให้ขนาดใหญ่ และหนาแน่นยิ่งขึ้น ด้วยการกระตุ้นหรือเร่งการเจริญเติบโต ของก้อนเมฆที่ก่อตัวแล้ว ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งฐานเมฆ และ ยอดเมฆขนาดหยดน้ำ ใหญ่ขึ้น และ ปริมาณน้ำในก้อนเมฆมากขึ้น จนหนาแน่น เร็วกว่าที่จะปล่อยให้เจริญเอง ตามธรรมชาติ ด้วยการโปรยสารเคมี ประเภทที่เมื่อดูดซับความชื้นแล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ที่ระดับฐานเมฆหรือทับยอดเมฆ หรือระหว่างฐาน และ ยอดเมฆ โดยบินโปรยสารเคมี เข้าสู่ก้อนเมฆโดยตรง หรือโปรยรอบๆ และ ระหว่างช่องว่างของก้อนเมฆ ทางด้านเหนือลม ให้กระแสลมพัดพา สารเคมีเข้าสู่ก้อนเมฆ หรือ โปรยสารเคมีสูตรร้อน สลับสูตรเย็น ในอัตรา ส่วน 1:4 ทับยอดเมฆ ทั่วบริเวณที่เกิดสภาพเมฆที่มีความหนา 2,000-3,000 ฟุต ปกคลุมพื้นที่ เป็นบริเวณกว้าง หรือที่บริเวณพื้นที่ใต้ลม ของบริเวณที่เริ่มต้นก่อกวน ทั้งนี้สุดแล้ว แต่สภาพของเครื่องบิน ภูมิอากาศ และอากาศขณะนั้นจะอำนวยให้
ขั้นตอนที่ 3 โจมตี
เป็นการ แปรสภาพอากาศ ในก้อนเมฆที่รวมตัวหนาแน่นแล้วโดยตรง หรือบริเวณใต้ฐานเมฆ หรือบริเวณที่ต้องการ ชักนำเมฆฝน ที่ตกอยู่แล้วเคลื่อนเข้าสู่ เป็นการบังคับ หรือเหนี่ยวนำ ให้เมฆที่แก่ตัวจัดแล้ว ตกเป็นฝน ลงสู่พื้นที่เป้าหมาย หวังผลที่วางแผนกำหนดไว้ โดยบินโปรยสารเคมีประ เภทที่ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงเข้าไป ในเมฆโดยตรงที่ฐานเมฆ หรือยอดเมฆ หรือที่ระดับระหว่างฐานเมฆ และ ยอดเมฆชิดขอบเมฆทางด้านเหนือลม หรือใช้เครื่องบิน 2 เครื่อง โปรยพร้อมกันแบบ "แซนด์วิช" (Sandwich)
สําหรับนวัตกรรมเทคนิค ทำฝนหลวงที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มีชื่อพระ ราชทานเรียกว่าเทคนิค "ซูเปอร์แซนด์วิช" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพัฒนาวิธีโจมตี "เมฆอุ่น" (ส่วนของเมฆตั้งแต่ระดับฐานเมฆจนถึงประมาณ 18,000 ฟุต) และ "เมฆเย็น" (ส่วนของเมฆตั้งแต่ระดับประมาณ 18,000 ฟุตขึ้นไป) ไปพร้อมๆ กันในกลุ่มเมฆเดียวกัน
การจะปฏิบัติการด้วยเทคนิคซูเปอร์แซนด์วิช ได้สมบูรณ์ต้องใช้เครื่องบินที่มีสมรรถนะ ดังนี้
- เครื่องบินเมฆอุ่น ที่ไม่มีระบบปรับความดัน ที่สามารถบรรทุกน้ำหนัก สารเคมีสุทธิ รวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลกรัม
- เครื่องบินเมฆเย็น ที่มีระบบปรับความดัน เพดานบินได้สูงถึง 35,000 ฟุต ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตรวจวัดฟิสิกส์ ของเมฆและบรรยากาศ พร้อมด้วยอุปกรณ์ยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ เข้าไปในส่วนของเมฆเย็นครบชุด จำนวน 1 เครื่อง
กระบวนการ แปร สภาพอากาศให้เกิด "ฝน" จากเมฆอุ่น และ เมฆเย็น เป็นนวัตกรรมที่ทรงพัฒนา ขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีฝนหลวงล่าสุด พระราชทานให้ใช้ปฏิบัติการ ในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ยังไม่มีประเทศใดในโลก เคยปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีนี้มาก่อน
ส่วนเครื่องมือ-อุปกรณ์สำคัญหลักๆ ที่ใช้ในการทำฝนหลวง ประกอบด้วย
1. เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา
2. เครื่องมือเตรียมสารเคมี
3. เครื่องมือสื่อสาร
4. เครื่องมือทางวิชาการอื่นๆ เช่น อุปกรณ์วางแผนปฏิบัติการ เข็มทิศ แผนที่ กล้องส่องทางไกล เครื่องมือตรวจสอบสารเคมี กล้องถ่ายภาพ และอื่นๆ
5. สถานีเรดาร์ฝนหลวง
ภายหลังจากทำฝนหลวง ระยะเวลาที่ฝนจะตกลงมา ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศว่ามีความเหมาะสมแค่ไหน
ตามปกติ เมื่อเริ่มปฏิบัติการ ตั้งแต่ขั้นตอนแรก "ก่อกวน" ซึ่งเริ่มในตอนเช้าเพื่อเป็นการก่อเมฆ และเมื่อเมฆก่อตัวจึงปฏิบัติการขั้นตอนต่อไป คือ "เลี้ยงให้อ้วน" ตามด้วย "โจมตี" จะก่อให้เกิดฝนตกได้ ในตอนบ่าย
แน่นอนว่า ภารกิจทำฝนหลวง ต้องมีการใช้ "สารเคมี" จึงอาจมีคำถามว่า ปลอดภัยขนาดไหน คำตอบคือ น้ำฝนที่เกิดจากฝนหลวงมีความบริสุทธิ์ ไม่ต่างจากฝนธรรมชาติ และไม่เป็นอันตราย ต่อสภาพแวดล้อม
สาเหตุเพราะสารเคมี ที่ใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นสารที่มีคุณ สมบัติดูดซับความชื้นได้ดี และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของอุณหภูมิเมื่อสัมผัสกับน้ำ หรือความชื้นในอากาศ เมื่อหมดปฏิกิริยาแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัว ของเม็ดน้ำ ในอากาศ ผลของการกลั่นตัว จะคายความร้อนแฝง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางไดนามิกส์ของมวลอากาศ และ เมฆอีกด้วย
ที่สำคัญ สารเคมีที่โปรย เพื่อใช้ในการทำฝนหลวง นั้น จะเจือจางในบรรยากาศ และมีปริมาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำฝน
ปัจจุบัน หน่วยงาน ที่รับผิดชอบโครงการพระราชดำริฝนหลวง คือ "สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร" สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การติดต่อขอฝนหลวงติดต่อได้ที่ สำนักฝนหลวง และการบินเกษตร หรือหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในจังหวัดต่างๆ โดยตรง.
---------------------------------------------------------------------------
โครงการในพระราชดำริ ที่สำคัญ อื่นๆ เช่น
-ทรัพยากรดิน การแกล้งดิน การปลูกหญ้าแฝก
-พันธุ์พืชและสัตว์ ทรงส่งเสริมการเลี้ยงปลานิล
-โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อวิจัยพันธุ์ข้าว พันธุ์พืชและปศุสัตว์
-การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
-การผลิตเอทานอล แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล
-เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง
-พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นต้น
โครงการ ต่างๆ ในพระราชกีณียกิจ ที่พระองค์ท่าน ทรงงาน อย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลา ที่ครองราชย์ แม้ต้องเหน็ดเหนื่อย แต่ด้วยความห่วงใย ในราษฎร ของพระองค์ ไม่เคยย่อท้อ ต่อถิ่นทุรกันดาร
โครงการ ต่างๆ มากมาย ถึง 4,447 โครงการ ที่พระองค์ ทรงพระราชกรณียกิจ ไว้ให้ ปวงชนชาวไทย ด้วยความรัก ความเมตตา โดยไม่ได้ แบ่งแยก เชื้อชาติ หรือศาสนา ใด หากได้เกิดบน แผ่นดินไทย ถือว่า เป็นลูก ของพ่อ
50 โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ที่น่าสนใจ
http://www.rdpbproject.com/press56/index.php
**ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ**

source
https://www.facebook.com/torindy.indy/p ... 5122157350

11665712_713035045490691_551645041737909999_n.jpg
11665712_713035045490691_551645041737909999_n.jpg (84.08 KiB) เปิดดู 212 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน