พระไทย...หนึ่งเดียวในรัสเซีย ทั้งสอนหนังสือ ทั้งเผยแพร่วิปัสสนา

ทุกเรื่องราว ที่มีในอดีต
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

พระไทย...หนึ่งเดียวในรัสเซีย ทั้งสอนหนังสือ ทั้งเผยแพร่วิปัสสนา

โพสต์โดย admin » จันทร์ 16 พ.ค. 2022 7:09 pm

พระไทย...หนึ่งเดียวในรัสเซีย ทั้งสอนหนังสือ
ทั้งเผยแพร่วิปัสสนา

"คนแรกในรอบสองพันปี "พระอาจารย์ชาตรี"
ผู้ต่อลมหายใจพระพุทธศาสนาในรัสเชีย!"
FB_IMG_1652702879134.jpg
FB_IMG_1652702879134.jpg (51.58 KiB) เปิดดู 682 ครั้ง

พระอาจารย์ชาตรี สำเร็จปริญญาเอกสองสาขาวิชา คือ ปริญญาเอกประวัติศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยคริสเตียนแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อีก 2 ปีต่อมา ได้ปริญญาเอกรัฐศาสตร์การทูต ภาคยุโรปศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยทุนของรัฐบาลรัสเซีย

พระอาจารย์ชาตรีบวชเป็นสามเณรขณะเรียนอยู่ชั้นป.5 เมื่อ พ.ศ.2520 เป็นการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ตั้งใจจะบวชไม่สึก แต่พระอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ (มจร.) เห็นว่า ยังไม่จบ ป.6 จึงให้สึกไปเรียนจนจบ ป.6 จบ ป.6 ได้ 3 วันก็ขอบวชเป็นสามณร โดยเป็นเด็กวัดก่อนบวชเป็นสามเณรครั้งใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2527

พระอาจารย์ชาตรี เป็นคนชอบนั่งสมาธิตั้งแต่เด็กๆ
ตัดสินใจไปเรียนที่รัสเชียด้วยทุนของรัฐบาลรัสเซีย
เมื่อจบปริญญาเอกแล้วก็ได้รับนิมนต์สอนอยู่ที่
มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีรายได้พอยังชีพ
จากการสอน ได้สอนวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่ชาว
รัสเซียรุ่นแล้วรุ่นเล่า มีคนมาเรียนกับท่านมากมาย
หลายคนขอเป็นชาวพุทธ สมาธิที่ท่านสอนหนักไป
ทาง "สติปัฏฐาน" ปัจจุบัน มีผู้มาเข้าอบรมมหาสติปัฏฐานกว่าสองหมื่นคนแล้วภายในเวลาเพียงแค่ 13 ปี

พระอาจารย์ชาตรีซื้อที่ดินสร้างวัดด้วยการผ่อน
ชำระ ท่านฉันอาหารมื้อเดียว และฉันอาหาร
มังสวิรัติ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ท่านจ่ายเอง

ชีวิตประจำวันของพระอาจารย์ชาตรี คือ สอน
หนังสือที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ 9 โมงเช้า
สอนเสร็จ 6 โมงเย็น บางวันสอน 5 คาบ กว่าจะสอนเสร็จ 1 ทุ่มครึ่ง แล้วแสดงธรรมให้คนฟังอีก 2 ชั่วโมง
อาหารมังสวิรัติของพระอาจารย์ชาตรี เป็นอาหาร
ง่ายๆ เช่น มันฝรั่งต้ม 3 ซีก แต่ก็อิ่ม
เพราะอิ่มใจมีความสุขในการทำงาน ท่านตั้งใจจะมี
ชีวิตอย่างนี้จนวันตาย

เมื่อปี 2549 พระอาจารย์ชาตรี สร้างวัดเสร็จ เป็น
วัดพระพุทธศาสนาเถรวาทวัดเดียวในรัสเชีย
ท่านซื้อบ้านเก่า 2 หลัง ทำเป็นวัด ปัดกวาดเช็ดถู
เอง เป็นทั้งเจ้าอาวาส และลูกวัดคนเดียว มีพระ
ธรรมทูตไปอยู่บ้างเหมือนกัน แต่อยู่เฉพาะช่วงเข้า
พรรษา พระทั่วไปอยู่ไม่ค่อยได้ เพราะความเป็นอยู่
ของชาวรัสเซียต่างกับไทยทั้งด้านวัฒนธรรมและ
อาหารการกิน ลาภสักการะก็ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์

รัสเซียที่พระอาจารย์ชาตรีอยู่อากาศเย็น ลบถึง
20° - 30° แต่แม้จะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ( ในสมัยนั้น ) คนรัสเซียก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด
คนรัสเซียผิวสีเป็นฝรั่ง แต่เขาก็เป็นคนเอเชีย มีนิสัยแบบเอเชีย พระพุทธศาสนาในรัสเชียส่วนมากจะเป็นมหายานและวัชรยานอย่างทิเบต แต่เขาก็หันมาสนใจปฏิบัติตามแนวเถรวาทมากขึ้น คนรัสเซียระดับที่มีการศึกษา มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาดีมากๆ

ตอนแรกๆเขาก็คิดว่าพระอาจารย์ชาตรีจะมีความรู้อะไรมาสอนเขาได้ แต่เพราะท่านใช้ภาษารัสเซียได้ดี และเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งอย่างมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคนจึงยอมรับในความรู้ของท่าน

พระอาจารย์บอกว่า รัสเซียเป็นดินแดนพระพุทธ
ศาสนามาก่อน เขาเพิ่งมานับถือคริสต์นิกายออร์โธ
ดอกซ์เมื่อราว ค.ศ. 908 นี่เอง เมื่อก่อนรัสเซียถือ
ลัทธิพระเวทและพระพุทธศาสนา

พระอาจารย์เล่าว่า เมื่อสมัยเป็นเด็ก นั่งสมาธิ ท่าน
เห็นตัวเองโกยหิมะอยู่ที่เมืองฝรั่ง จึงคิดว่าการได้มา
อยู่ที่รัสเซียเพราะเคยอยู่มาก่อน
ประเทศรัสเซียเพิ่งมาปกครองด้วยระบอบ
ประชาธิปไตยเมื่อ ค.ศ. 1993 นี่เอง แต่เขาก็ก้าวไป
ได้เร็ว บ้านเมืองเขาไม่มีการคอร์รัปชั่นไม่แยกฝัก
ฝ่ายเบียดเบียนกัน นับถือกติกาของบ้านเมืองมีความยุติธรรม จึงอยู่กันอย่างสงบสุขพอสมควร

พระอาจารย์ชาตรีเป็นคนภาคใต้ เมื่อไปอยู่รัสเชีย
ท่านจำเป็นต้องใช้จีวรสีน้ำตาลเข้ม เพราะรัสเซีย
ถือว่าสีเหลืองอย่างสีจีวรของพระไทย (และสีส้ม)
เป็นสีของคนที่เป็นโรคทางจิตและเป็นสีของ
นักโทษ พระไทยที่ไปรัสเชีย ห่มจีวรสีเหลือง
คนรัสเซียจะดูถูก ถูกทำร้ายก็มี เพราะเขาเห็นว่าเป็น
คนสติไม่ดี

"ดังนั้นการปรับตัวในการที่จะเผยแพร่พระพุทธ
ศาสนาในรัสเซียเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมาก ไม่ใช่
คิดแต่จะสอนธรรมะเขา นี่คือเหตุผลหนึ่งที่วัดไทย
ในรัสเซียมีเพียงวัดเดียว (สีของจีวรเป็นเหตุ)"
พระอาจารย์ชาตรีบอก

ท่านกล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้หญิงรัสเชียเป็นคนหน้าตา
ดี มีพระไทยไปเรียนที่รัสเซียเหมือนกัน พอเรียน
จบ จิตใจไม่มั่นคง ก็สึกไปเพราะผู้หญิงก็มาก เป็น
เรื่องของจิตใจ ห้ามกันไม่ได้

เมื่อพูดถึงโซเชียลมีเดีย พระอาจารย์ชาตรีมีความ
เห็นว่าถ้าใช้เป็นสื่อเผยแพร่พระศาสนาก็จะมี
ประโยชน์มาก

"ต้องมีวุฒิภาวะในการใช้เครื่องมือสื่อสาร ไม่ใช่ว่า
เขาป้อนอะไรมาให้ก็รับหมด" ท่านกล่าวว่า
"อินเตอร์เน็ตไม่ใช่แค่การสื่อสารข้อมูลอย่างเดียว คำว่า "อินเตอร์" คือ เครือข่ายอินเตอร์คือการเชื่อมโยงไม่ใช่แค่ระบบ 3G 4G

พระอาจารย์เห็นว่า การเผยแพร่พระพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่การสร้างวัด แต่ต้องมุ่งสร้างจิตวิญญาณ ของผู้คน อยากให้สร้างวัตถุให้น้อยลง

สมัยโบราณเขาสร้างวัด เพราะไม่มีสื่อก็ต้องให้คนเข้าวัด สมัยนี้ มีสื่อมากมายที่จะเข้าถึงคน
ถ้าพระสงฆ์ใช้สื่อเป็นก็จะไปได้ทั่วโลก

พระอาจารย์ชาตรี บอกว่า ทุกวันนี้ท่านไม่คิดจะ
ขยายที่วัดในรัสเซีย ท่านจะเอาเงินมาซื้อกล้อง ซื้อ
มือถือ แทนที่จะสร้างวัดด้วยเงิน 50 ล้าน กล้องและ
มือถือนั้น จะช่วยงานเผยแพร่พระศาสนาได้ดีกว่า
สร้างวัดเป็นไหนๆ พระอาจารย์ชาตรีเห็นว่า วัดที่มีอยู่แล้ว มากพอแล้ว ซ่อมแซมให้ดีก็พอ เน้นไปที่การบำรุงรักษาและประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญโดยเฉพาะห้องน้ำ ห้องส้วมในวัด เน้นความสะดวกแก่การใช้สอยเถิด

พระอาจารย์ชาตรีเมื่อกลับมาเมืองไทย ท่านมักจะ
ไปพักที่สวนโมกข์และวัดชลประทานฯ แสดงว่า
พระอาจารย์เลื่อมใสในท่านพุทธทาสปัญญา
นันทะฯ มีใจรักต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ท่าน
สำนึกในบุญคุณของพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับท่าน
พุทธทาสฯ

พระอาจารย์ชาตรีกล่าวอย่างน่าประทับใจว่า
"อาตมาอาจจะไม่มีค่าอะไรในสังคมสงฆ์ไทย แต่
อย่างน้อยก็ภูมิใจที่ได้เป็นพุทธบุตรผู้สืบอายุ
พระพุทธศาสนาในรัสเซียและยูเรเซียจากลูกชาว
บ้านสู่การเป็นสามเณรน้อยพุทธบุตร มหาจุฬาฯ
กล่อมเกลา ก้าวมาจบการทูต ได้ทำหน้าที่ทูตแห่ง
ธรรม สอนกัมมัฏฐานเป็นอาชีพ ส่วนการสอนที่
มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คือการทดแทน
คุณของรัฐบาลรัสเชียที่ให้ทุนให้โอกาสได้เรียนได้
ทำงาน เหนื่อยอยู่....แต่ไม่เคยท้อ

ตอนแรก พระอาจารย์ชาตรีตั้งชื่อวัดของท่านที่
รัสเซียว่า "วัดพุทธวิหาร" เห็นว่าจะเป็นวัดสอน
อภิธรรมมากไป จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดพุทธวิหาร
"เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก"

ขอบคุณข้อมูล : สยามรัฐ



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron