25. พระเจ้ามาแล้ว

วันนี้คือวันที่14 กันยายน 2015 ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของปีแห่งแสง The Year of the Light หรือปีของลูซิเฟอร์ The Year of Lucifer หรือAnno Lucis
วันแห่งการรอคอยของการปรากฎกายของพระเจ้าได้มาถึงแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13188
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

25. พระเจ้ามาแล้ว

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 20 ก.ย. 2015 10:55 am

12002872_390759081120472_2690502142384237446_n.jpg
12002872_390759081120472_2690502142384237446_n.jpg (33.73 KiB) เปิดดู 389 ครั้ง

บิ๊กตู่ไปประชุมที่ยูเอ็นวาระโลกใหม่ที่นิวยอร์ค ระหว่างวันที่23กันยาทมิฬถึง1ตุลาคมนี้ จะมีคนไทยหัวใจฝรั่งไปประท่้วง ในขณะเดียวกันมีคนไทยหัวใจไทยไปให้กำลังใจบิ๊กตู่
เป็นโอกาสดีที่บิ๊กตู่จะได้กระทบไหล่ผู้นำโลก เพราะว่าการประชุมยูเอ็นครั้งนี้สำคัญยิ่ง ท่ามกลางความตรึงเครียดของเหตุการณ์ต่างบนโลกนี้ที่จำเป็นผู้นำโลกจะต้องหาทางออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติซีเรียที่อาจจะแผ่ขยายเป็นสงครามใหญ่ ประจวบกับปีนี้ยูเอ็นมีอายุครบ70ปีพอดี
ในฐานะสมาชิกยูเอ็น ไทยเตรียมพร้อมในการมีส่วนร่วมในPost-2015 Development Agenda หรือการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกหลัง2015 ไปจนถึงปี2030 ซึ่งเป็นวาระโลกใหม่ที่โรมต้องการกำหนดทิศทาง
บิ๊กตู่จะพักที่โรงแรมOne UN New York ตึกWorld Tradeที่โดนถล่มในเหตุการณ์911ได้ถูกสร้างใหม่ให้ชื่อว่า One World Trade New York
ทุกอย่างวางกับดักไปสู่โลกเดียวหมด แม้แต่ชื่อโรงแรมOne UN หรือตึกWorld Trade Centreที่หลังจากโดนถล่มหรือการทำลายแล้ว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ประเทศต่างๆสละอำนาจอธิปไตยให้กับรัฐบาลโลก หรือยูเอ็นดูแลให้ พร้อมเตรียมนำเสนอพระเจ้าองค์ใหม่ให้เรานับถือ
อ่านเอกสารของไทยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในโลกใหม่ของยูเอ็น:
“คณะรัฐมนตรี”มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่างเอกสารท่าทีไทยสำหรับการประชุม โดยมีประเด็นหลักของการประชุมดังกล่าวคือ “The United Nations at 70: the road ahead for peace, security and human rights.”
สำหรับร่างเอกสารท่าทีไทยฉบับนี้จัดทำโดยคณะผู้แทนไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ และเป็นการแสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ เอกสารจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ตามระเบียบวาระการประชุมฯที่ไทยให้ความสำคัญในแต่ละหมวด รวมทั้งสิ้น 9 หมวด ได้แก่
1) การส่งเสริมการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามข้อมติสมัชชาสหประชาชาติและผลการประชุมสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง 2) การรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ 3) การพัฒนาแอฟริกา 4) การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
5) การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม 6) การส่งเสริมความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ 7) การลดอาวุธ 8) การควบคุมยาเสพติด การป้องกันอาชญากรรมและการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และ 9) การบริหารองค์การและอื่น ๆ
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างเอกสารผลการประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 โดยอนุมัติให้คณะผู้แทนไทยซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะร่วมรับรองเอกสาร “Transforming Our World: The 2030 Agenda for Sustainable Development” พร้อมให้คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการเสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เป็นกลไกหลักในระดับประเทศในการขับเคลื่อนให้หน่วยงานไทยนำวาระการพัฒนา 2030 ไปปฏิบัติ และติดตามผลการดำเนินงาน รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ภายหลังจากที่ได้มีการรับรองเอกสารผลการประชุมฯ แล้ว
สำหรับวัตถุประสงค์ของ ร่างเอกสาร “Transforming Our World: The 2030 Agenda for Sustainable Development” ฯมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อมุ่งขจัดความยากจนในทุกมิติและทุกรูปแบบ สานต่อภารกิจที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จภายใต้เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และเน้นการพัฒนาที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น 3 เสาหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่างเอกสารฯประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่
(1) อารัมภบท (Preamble) โดยเป็นการสื่อสารวาระการพัฒนา 2030 กับประชาชนอย่างสั้นและกระชับ โดยกล่าวถึงการขจัดความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หลักการ 5 Ps ได้แก่ ประชาชน (People) โลก (Planet) ความมั่งคั่ง (Prosperity) สันติภาพ (Peace) และความเป็นหุ้นส่วน (Partnership)
(2) ปฏิญญา (Declaration) โดยกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของวาระการพัฒนา 2030 และแสดงความมุ่งมั่นในการขจัดความยากจนในทุกมิติและทุกรูปแบบบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
(3) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป้าประสงค์ (Sustainable Development Goals and Targets - SDGs & Targets) ซึ่งประกอบด้วยเป้าหมายและเป้าประสงค์ครอบคลุม 3 เสาหลัก ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
(4) กลไกการดำเนินงาน (Means of Implementation - Mol) และหุ้นส่วนระดับโลก (Global Partnership) ซึ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา โดยครอบคลุมการระดมทุนจากภาครัฐภายในประเทศ การระดมทุนจากภาคเอกชนทั้งในและนอกประเทศ การให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance - ODA) การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
(5)การติดตามและทบทวนผล (Follow-up and review) เน้นการติดตามความก้าวหน้า ความสำเร็จ ความท้าทาย และช่องว่างในการดำเนินงานอย่างครอบคลุมเป็นประจำในทุกระดับ โดยในระดับชาติ จะส่งเสริมให้ใช้เครื่องมือทางนโยบายที่มีอยู่แล้ว อาทิ แผนพัฒนาแห่งชาติ รวมถึงการติดตามผลในระดับท้องถิ่นด้วย ในระดับภูมิภาค จะให้ประเทศในภูมิภาคหารือร่วมกันและระบุถึงกลไกที่เหมาะสม โดยอาจใช้กลไกที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค และระดับโลก จะใช้เวทีการหารือทางการเมืองระดับสูง (High-Level Political Forum - HLFP) ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมในกรอบสมัชชาสหประชาชาติเป็นเวทีหลักซึ่งมีการประชุมทุกปี และจะมีการประชุมติดตามและทบทวนผลระดับโลกในระดับผู้นำครั้งแรกในปี ค.ศ. 2019 นอกจากนี้เอกสารฯ ยังเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถของระบบการจัดเก็บสถิติในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อส่งเสริมการบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน
“นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ หรือกล่าวถ้อยแถลงในหลายประเด็น อาทิ มติขจัดความเหลื่อมล่ำ ความไม่เท่าเทียมในสังคม การบริหารจัดการน้ำ และการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มเน้นเพิ่มบทบาทสตรี โดยเตรียมถ้อยแถลงที่สำคัญ ในเวทีนี้ 10 นาที จะพูดถึงบทบาทความร่วมมือไทยกับสหประชาชาติ และสิ่งที่ไทยเรียนรู้จากยูเอ็น รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ความไม่เท่าเทียม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง”
ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ไปเยือนสหประชาชาติ ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาประเทศเสรี ในฐานะ นายกรัฐมนตรีไทย
thanong
20/9/2015
http://manager.co.th/AstvWeekend/ViewNe ... 0000105948

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 81120472:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน