22. พระเจ้ามาแล้ว

วันนี้คือวันที่14 กันยายน 2015 ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของปีแห่งแสง The Year of the Light หรือปีของลูซิเฟอร์ The Year of Lucifer หรือAnno Lucis
วันแห่งการรอคอยของการปรากฎกายของพระเจ้าได้มาถึงแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13188
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

22. พระเจ้ามาแล้ว

โพสต์โดย admin » เสาร์ 19 ก.ย. 2015 2:16 pm

12042766_390539421142438_6383694045801560174_n.jpg
12042766_390539421142438_6383694045801560174_n.jpg (35.38 KiB) เปิดดู 242 ครั้ง

รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมายเปลี่ยนญี่ปุ่นเป็นรัฐทหารแล้ววันนี้ แสดงว่าญี่ปุ่นเตรียมการเพื่อสงครามมหาเอเซียบูรพาแล้ว

แม้ว่าประชาชนญี่ปุ่นจะประท้วงกฎหมายที่จะอนุญาตให้กองทัพญี่ปุ่นสามารถออกไปรบนอกบ้านเป็นครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่2 แต่รัฐบาลของนายซินโซ อาเบ้ยังเดินหน้าผ่านกฎหมายโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน เนื่องจากคุมได้ทั้ง2สภา

ญี่ปุ่นยังคงติดบ่วงของมหาอำนาจตะวันตกอย่างดิ้นไม่ออก การเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐทหารนี้จะทำให้ญี่ปุ่นเป็นด่านหน้าในการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ จีนและรัสเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนสหรัฐและนาโต้จะคอยคุมเชิงข้างหลังให้

แน่นอนสหรัฐให้ท้ายญี่ปุ่นในการกลับไปเป็นรัฐทหารอีกครั้ง เพราะว่าในมหาสงครามเอเซียบูรพาสหรัฐต้องการให้ญี่ปุ่นเป็นด่านหน้า

สหรัฐจากคุมกองทัพญี่ปุ่นไม่ให้กระดิกตัวตั้งแต่การยุติสงครามโลกในปี1945 ทำให้ญี่ปุ่นมีเพียงกองกำลังป้องกันตัวเองเท่านั้น แต่มาณ บัดนี้ญี่ปุ่นจะสามารถส่งกองทัพออกไปร่วมรับกับสหรัฐหรือนาโต้ได้

ถ้าเกาหลีเหนือมีนิวเคลียร์ จีนมีนิวเคลียร์ รัสเซียมีนิวเคลียร์ มีหรือที่ญี่ปุ่นจะไม่ต้องการติดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกัน สหรัฐน่าจะประเคนนิวเคลียร์ให้ญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องรอใครอนุมัติหรือตรวจสอบ

ญี่ปุ่นมีฐานการผลิต มีทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและโกดังต่างๆใหญ่ในอาเซี่ยน ถ้าหากจะต้องถึงเวลารบกับจีน อาเซี่ยนรวมทั้งไทยจะกลายเป็นฐานโลจิสติกส์ทางทหารของญี่ปุ่นและสหรัฐทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ถึงเวลานั้นสหรัฐจะยื่นข้อเสนอที่อาเซี่ยน รวมทั้งไทยมิอาจจะปฏิเสธได้

หัวเชื้อของความเป็นจักรวรรดิญี่ปุ่นทางทหารไม่เคย รอวันที่เลือดบูชิโดจะฟื้นคืนมาเพื่อชิงความเป็นใหญ่กับจีนในเอเซีย เพราะญี่ปุ่นรู้ดีว่า ถ้าจีนเป็นมหาอำนาจเมื่อใด ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศแรกที่จะถูกเอาคืนจนหลุดกระเด็นออกจากเกาะ สงครามใหญ่ที่ญี่ปุ่นรับกับจีน รวมทั้งโศกนาฏกรรมที่นานกิงเป็นสิ่งที่จีนไม่มีวันลืม

ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย หรือว่าพระเจ้าจะมาพร้อมๆกับสงคราม?

อ่านข่าวทื่อๆบื้อๆของรอยเตอร์ประกอบ:

รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งเป็นกฎหมายในวันเสาร์(19ก.ย.) การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายครั้งสำคัญที่จะเปิดทางให้ทหารแดนปลาดิบร่วมรบในต่างแดนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1945 ถือเป็นชัยชนะของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้ผลักดันให้ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกองทัพของรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ

นายอาเบะบอกว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายกลาโหมครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่จัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลและอากาศขึ้นในปี 1954 มีความสำคัญยิ่งในการเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆอย่างเช่นการผงาดขึ้นมาของจีน

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปีนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีอำนาจในการใช้กำลังทหารในความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้กองทัพญี่ปุ่นมีสิทธิในการปกป้องตนเอง หรือเข้าช่วยเหลือชาติพันธมิตร แม้ว่าญี่ปุ่นไม่ถูกโจมตีก็ตาม

อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้กระพือการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนทั่วไปที่มองว่ามันละเมิดรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ และอาจดึงญี่ป่นจะติดบ่วงความขัดแย้งต่างๆ ที่นำโดยสหรัฐฯ หลังอยู่อย่างสันติมากว่า 70 ปีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลก ขณะที่คะแนนนิยมของนายอาเบะก็ได้รับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน

รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกม.ความมั่นคง ไฟเขียวส่งทหารสู่สมรภูมิรบ!!
รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งเป็นกฎหมายในวันเสาร์(19ก.ย.) การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายครั้งสำคัญที่จะเปิดทางให้ทหารแดนปลาดิบร่วมรบในต่างแดนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1945

นายอาเบะบอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากวุฒิสภาเต็มคณะผ่านความเห็นชอบพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า "กฎหมายนี้มีความจำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตประชาชนและแนวทางการใชีชีวิตอย่างสันติ และจุดประสงค์ของมันคือป้องกันสงคราม"

สหรัฐฯ ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายนี้ของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางส่วน ซึ่งกังวลต่อพฤติกรรมของจีนที่เคลื่อนไหวสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตนเองเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีน

ส่วน ปักกิ่ง ซึ่งยังคงขุ่นเคืองอย่างสูงต่อการรุกรานอย่างโหดเหี้ยมของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มองว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้สถานการณ์ความมั่นคงของภูมิภาคยุ่งยากซับซ้อน

หง เหล่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงสรุปในวันศุกร์(18ก.ย.) ว่า "เมื่อเร็วๆนี้เราได้ยินเสียงชาวญี่ปุ่นคัดค้านพระราชบัญญัตินี้ดังขึ้นทุกๆวัน เราต้องการให้ญี่ปุ่นรับฟังอย่างตั้งใจต่อเสียงทั้งภายในและจากนานาชาติเหล่านั้น"

รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกม.ความมั่นคง ไฟเขียวส่งทหารสู่สมรภูมิรบ!!
แม้เข้าสู่ช่วงค่ำมืด แต่ผู้ประท้วงยังออกมารวมตัวกันใกล้รัฐสภา ตะโกนขอให้ฉีกพระราชบัญญัติสงครามและเรียกร้องนายอาเบะลาออก

"เราต้องการให้ญี่ปุ่นตระหนักถึงบทเรียนของประวัติศาสตร์ ยึดมั่นเส้นทางแห่งสันติ แสดงออกและกระทำการอย่างระมัดระวังในประเด็นความมั่นคงและด้านการทหาร รวมทั้งใช้มาตรการตามความเป็นจริงเพื่อค้ำจุนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค"

ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างมาก่อนแล้ว ได้รับการลงมติเป็นกฎหมายจากสภาบนในตอนเช้ามืดวันเสาร์(19ก.ย.) แม้เหล่าพรรคฝ่ายค้านพยายามขัดขวางการลงคะแนนด้วยการยื่นญัตติขอตรวจสอบและญัตติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีของนายอาเบะในสภาล่าง ซึ่งล้วนแต่ประสบกับความพ่ายแพ้

โครงหลักของกฎหมายนี้คือสิ้นสุดข้อห้ามอายุกว่า 1 ทศวรรษสำหรับรักษาความมั่นคงร่วมหรือเข้าปกป้องประเทศพันธมิตรที่ถูกโจมตีหรือเสริมแสนยานุภาพในการป้องกันตนเองยามที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยคุกคามความอยู่รอด

ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนออกมารวมตัวกันใกล้รัฐสภาในทุกๆวันของสัปดาห์นี้ ตะโกนขอให้ฉีกพระราชบัญญัติสงครามและเรียกร้องนายอาเบะลาออก และฝูงชนจำนวนมากยังคงเดินหน้าประท้วงแม้เข้าสู่ช่วงเช้ามืดวันเสาร์(19ก.ย.)

thanong
19/9/2015

http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000105958

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 21142438:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน