เชื่ออะไรดี Poykai Father เขียนมาว่า: "อาจารย์ครับผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ผมอยากรู้ว่าอาจารย์เชื่อในสิ่งที่อาจารย์เขียนจริง

วันนี้คือวันที่14 กันยายน 2015 ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของปีแห่งแสง The Year of the Light หรือปีของลูซิเฟอร์ The Year of Lucifer หรือAnno Lucis
วันแห่งการรอคอยของการปรากฎกายของพระเจ้าได้มาถึงแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13192
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เชื่ออะไรดี Poykai Father เขียนมาว่า: "อาจารย์ครับผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ผมอยากรู้ว่าอาจารย์เชื่อในสิ่งที่อาจารย์เขียนจริง

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 17 ก.ย. 2015 5:21 pm

เชื่ออะไรดี
Poykai Father เขียนมาว่า: "อาจารย์ครับผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ผมอยากรู้ว่าอาจารย์เชื่อในสิ่งที่อาจารย์เขียนจริงๆหรือครับ"
หลายคนถามมาอย่างนี้ และมีหลายคนที่แสดงความคิดเห็นเข้ามาในเชิงลบกับเพจนี้ก็มีความคิดในลักษณะนี้โดยไม่เข้าใจบริบท
ขออธิบายอย่างนี้ก็แล้วกัน พระจันทร์มีทั้งพระจันทร์ด้านสว่างและพระจันทร์ด้านมืด คนเราโดยทั่วไปมีด้านดีและด้านไม่ดี เวลานักการเมืองนักธุรกิจเข้าสังคม เขาจะโชว์เฉพาะด้านดีให้เราเห็น ด้านที่เขาโกงโดยตรงหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมโกงจากประเทศเราจะมองไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัด เวลาฝรั่งมาเมืองไทยจะเอาเงินกระดาษที่ไร้ค่ามาล่อ แล้วแลกซื้อทรัพยากรที่มีค่าของเราไป
เพราะฉะนั้นเราจะมีความรู้เกี่ยวกับพระจันทร์เราต้องเห็นทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เวลาเราจะตัดสินคน ต้องเห็นด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดีของเขา แล้วชั่งน้ำหนักดูว่ารับได้หรือไม่ได้ เวลาเราตัดสินนักการเมืองและนักธุรกิจ เราต้องเห็นในสิ่งที่เขาพยายามทำให้ประเทศชาติและสังคม และเห็นในสิ่งที่พวกเขากอบโกยจากประเทศ ว่าอย่างไหนจะมากกว่ากัน เวลาฝรั่งเอาเงินกระดาษที่ไร้ค่ามาแลกทรัพยากรธรรมชาติบ้านเรา มาซื้อที่ดินบ้านเรา เราต้องชั่งดูว่าการลงทุนของฝรั่งในบ้านเราได้คุ้มกับเสียหรือไม่
ผมไม่ค่อยจะเขียนด้านดี เพราะว่ามันเห็นกันอยู่แล้ว และเป็นภาพลวงตา จึงพยายามอธิบายให้พวกเราเห็นพระจันทร์มืด เห็นด้านที่ไม่ดีของคน เห็นสิ่งที่นักการเมืองและนักธุรกิจกอบโดยจากบ้านเรา เห็นภัยของต่างชาติที่ต้องการฮุบประเทศไทย
ตกลงผมเชื่อในส่ิงที่เขียนหรือไม่เชื่อ? คำถามนี้ไม่น่าจะถาม
แต่เพจนี้ส่วนมากจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างประเทศที่คนไทยโดยทั่วไปมีความรู้น้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์ การเงิน (money) ระบบธนาคารกลาง ระบบแบงค์กิ้ง สถาบันระหว่างประเทศ ตลาดทุนตลาดการเงิน ประวัติศาสตร์โลก การเมืองโลก การทหาร & สงคราม ศาสนาหรือความเชื่อต่างๆ ฮอลลีวู๊ด อุตสาหกรรมบันเทิง ดนตรี ความขัดแย้งระหว่างประเทศในบริบทต่างๆ เกมมหาอำนาจโลก ฯลฯ
ประเด็นคือเรื่องของโลกที่กว้างใหญ่มันสลับซับซ้อน สิ่งที่เราเห็นแค่เพียงเสี้ยวเดียว และเป็นโลกที่ปรากฎ ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง แค่โลกที่ปรากฎเรายังไม่มีเวลาดูข่าวหรืออ่านข่าว ยิ่งโลกที่เป็นจริงที่ซ่อนอยู่ข้างหลังโลกที่ปรากฎยิ่งจะไม่เห็น หรือไม่เข้าใจกัน
ระบบการศึกษาที่ไม่ปูให้เรามีความรู้พื้นฐานทางศิลปศาสตร์ยิ่งจะทำให้เรามีขีดจำกัดเมื่อต้องทำความเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆในโลก หลายคนเรียนมาเฉพาะทาง (specialization)เร็วเกินไป พอต้องทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่นอกสาขาในสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้หรือมีประสบการณ์มาจึงมีขีดจำกัด แต่ส่วนมากจะไม่รู้ว่าตัวเองมีขีดจำกัด เพราะว่าทุกคนเชื่อในsenseของตัวเอง
ที่เป็นปัญหาเพราะว่าเรื่องราวบนโลกมันสลับซับซ้อนมากไปกว่านั้น คือมีความพยายามที่จะสร้างภาพมายาซ้อนทับโลกที่ปรากฎอีกหลายต่อหลายชั้นเพื่อหลอกเราให้เข้าใจไปอีกอย่าง โน้มน้าวเรา หรือกำหนดให้เราเดินไปในทิศทางที่เขาต้องการ ในเมื่อโลกเรามีเอกภาพและมันเชื่อมโยงกันหมด ขบวนการสร้างภาพมายาจึงใหญ่โตมาก ครอบคลุมทุกสาขาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์การเงิน อุตสาหกรรม ประวัติศาสตร์ ศาสนา การเมืองการสงคราม ธุรกิจ ฯลฯ
ผมจึงพยายามนำเอาเรื่องราวในปัจจุบันมาผูกโยงให้เห็นความพยายามในการครอบงำโลกนี้ ผ่านการสร้างภาพมายาในทุกสาขาทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นบางทีในซีรี่ส์หนึ่ง ผมจะมีการโยงเรื่องจากรัสเซีย ไปตะวันออกกลาง ไปเรื่องผู้ลี้ภัย ไปเรื่องระเบิดก่อการร้าย กลับมาเรื่องการเงิน ดูๆไปแล้ว มันสะเปะสะปะ แต่ความจริงแล้ว มันเกี่ยวโยงกันหมด
ไม่มีอะไรบังเอิญ และไม่มีเหตุการณ์ที่สำคัญใดๆจะเกิดขึ้นมาโดดๆได้ แต่มีความต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่แล้ว เพื่อที่จะนำไปสู่อีกจุดหนึ่ง จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย โลกนี้มีหลายเป้าหมาย เป้าหมายเล็กรวมกันแล้วจะนำไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่ไม่อยู่ไม่กี่เป้าหมาย
ขอยกตัวอย่าง เช่นทำสงครามตะวันออกกลางเป็นเป้าหมายเล็กคือ1. ยึดครองบ่อน้ำมัน 2. สนับสนุนให้หุ่นเชิดขึ้นไปปกครอง 3. สร้างสภาวะแบ่งแยกแล้วปกครอง ส่วนเป้าหมายใหญ่คือปกป้องเปโตรดอลล่าร์
สร้างฟองสบู่การเงิน เป้าหมายเล็กคือ1. อัดสภาพคล่อง กดดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างราคาทรัพย์สินทางการเงินเพื่อสร้างความร่ำรวยให้พวกพ้องแบงคกิ้ง และกองทุนต่างๆ 2. ดึงเงินออกให้ตลาดแครซ แต่พวกพ้องออกไปก่อน ที่ออกไม่ทันก็คอยเงินช่วยเหลืออจากธนาคารกลาง หรือรัฐบาล
3. ตลาดพัง กลับเข้าไปซื้อของถูก
ส่วนเป้าหมายใหญ่ คือครอบงำระบบได้มากยิ่งขึ้น หรือไม่ก็ยึดได้ทั้งระบบ
เป้าหมายใหญ่เหล่านี้เรามองไม่เห็น เราต้องใช้ปัญญาถึงจะเห็น เนื่องจากแฟนเพจหลายคนไม่มีความรู้พื้นฐานจึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงว่า มโนหรือเปล่า หลายคนในเว๊ปอื่นๆเขียนโจมตีว่าผมเชียร์ทอง เชียร์จีน บอกดอลล่าร์จะล้มเป็นกระดาษ เชียร์สงครามโลกครั้งที่3 แต่ทองราคาตก แต่จีนหุ้นพัง แต่ดอลล่าร์กลับแข็ง และสงครามโลกครั้งที่3ไม่เห็นจะเกิดซักที เชียร์อยู่ได้
ที่แสดงความคิดเห็นส่วนมากจะไม่เข้าใจเงื่อนไขของเวลา เพราะว่าเวลาเป็นเครื่องกำหนดทุกอย่าง และที่สำคัญ อะไรที่โดยเนื้อแท้ของมันแล้ว ไม่มีสาระ มันจะไม่ยั่งยืน
ระหว่างทองคำแท่ง กับเงินกระดาษ ทองคำแท่งมีค่าในตัวมันเองอยู่แล้ว ส่วนเงินกระดาษเป็นแค่ความเชื่อ เราเห็นดอลล่าร์หรือเงินกระดาษอื่นๆมีค่ากว่าทองเพราะว่าระบบการเงินโลกถูกออกแบบมาอย่างดีและมีพัฒนาการจนกระทั่งกระดาษ ระบบการแลกเปลี่ยนแบบดิจิตัลเป็นกำหนดราคา ใช้เงินกระดาษ เงินดิจิตัล หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็นกระดาษในการทุบทอง และทุบน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆได้ คำถามคือมันยั่งยืนหรือไม่ เราควรระวังในการเล่นเกมที่เขาออกแบบมาอย่างไร ยิ่งเล่น ยิ่งแพ้ยิ่งเจ็บตัวใช่หรือไม่
เงื่อนไขของเวลาจะทำให้ทองมีค่า และเงินกระดาษไร้ค่าเมื่อระบบการเงินล่มสลาย การล่มสลายของระบบการเงินเป็นของแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นวงจรที่ถูกออกแบบมาอย่างนั้น
จีนขึ้นมาคานอำนาจผูกขาดทางการเงิน เศรษฐกิจ ดอลล่าร์ การทหาร การเมืองของสหรัฐ เราทุกคนไม่ชอบการผูกขาด การที่มีจีนและรัสเซียขึ้นมาคานอำนาจของสหรัฐและโลกตะวันตกเป็นสิ่งที่ดี อำนาจของโลกจะได้กระจายเป็นmultipolar world คนไม่เข้าใจบอกว่าทำไมเลียจีน แอนตี้ฝรั่งอย่างหลับหูหลับตา เพราะว่าพื้นฐานความรู้ไม่มี
เงือนไขของเวลาจะทำให้จีนยิ่งโต และตะวันตกที่ครองโลกมา500-600ปียิ่งอ่อนแอ เป็นวงจร
ดอลล่าร์กระดาษท้ายที่สุดต้องมีราคาเท่ากับศูนย์อยู่แล้ว เพราะว่านั้นคือค่าที่แท้จริงของมัน (intrinsic value) กระดาษก็คือกระดาษ เพราะว่าพิมพ์ออกมาเปล่าๆ ไม่มีทรัพย์สินอะไรรองรับ ถ้าเราให้ค่ามัน มันก็มีค่า ถ้าเราไม่ให้ค่ามันมันก็ไม่มีค่า จีนและรัสเซียตอนนี้กำลังไม่ให้ค่าดอลล่าร์ แล้วเราจะยังคงให้ค่าดอลล่าร์อีกต่อไปหรือไม่
เงื่อนไขเวลาจะเป็นเรื่องตัดสิน ปกติแล้วเงินกระดาษที่เป็นเงินสกุลหลักของโลกมีอายุขัย70-80ปีเท่านั้น ก่อนที่จะล่มสลาย
ปี1997หุ้นไทยและระบบการเงินไทยพังเพราะว่าเงินไหลออกเสรีจนดอลล่าร์หมดเกลี้ยง หุ้นจีนพังจริง แต่เงินไม่ไหลออกนอกประเทศ จีนกักเงินเอาไว้ภายในประเทศ ถ้าจีนพัง โรงงานและบริษัทของฝรั่งจะพังไปด้วย และจะทำให้ตลาดหุ้นตลาดการเงินฝรั่งพังไปด้วย เพราะว่าฝรั่งใช้จีนเป็นฐานผลิตทั้งนั้น
เกมนี้ต้องดูยาวๆตามเงื่อนไขของเวลา จีนพิมพ์เงินหยวนออกมาซื้อกิจการฝรั่งให้หมดก็ได้
สงครามโลกครั้งที่3 จะเกิดไม่เกิดขึ้นอยู่กับการประชุมนอกรอบที่ยูเอ็นปลายเดือนนี้เพราะว่าผู้นำโลกจะไปประชุมที่นิวยอร์คหมด ไม่ว่าโป๊ป โอบามา ปูติน สีจิ้นผิง สงครามโลกครั้งที่3จะเกิดแน่นอนถ้าหากสหรัฐ หรือแองโกลอเมริกันไม่ยอมปล่อยให้รัสเซียเกิดใหม่ในยูเรเซีย ไม่ให้จีนเกิดใหม่ผ่านทางสายไหม เพราะว่าทั้ง2ประเทศจะแย่งอำนาจผูกขาดบนโลกนี้ไปจากกลุ่มแองโกลอเมริกัน อ่านใจกันเองว่าถ้าเราเป็นกลุ่มแองโกลอเมริกัน เราจะยอมให้รัสเซียผงาด และจีนกลายเป็นมหาอำนาจโลกแทนสหรัฐหรือไม่ในปี2020
เงือนไขเวลาเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่ใจเรา หรืออารมณ์ชั่ววูบของเป็นตัวกำหนด
สรุป:
คนทั่วไปมักจะติดกับดักโลกที่ปรากฎ จะเชื่อในสิ่งที่เห็น ทั้งๆที่ความจริงไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น แต่เป็นสิ่งที่ต้องจินตนาการเอง สื่อทีวียิ่งทำให้เราหลงในสิ่งที่เห็น จึงมีคำพูดว่าSeeing is believing เห็นก่อนจึงจะเชื่อ ทั้งๆที่สิ่งที่เราเชื่อได้ต้องใช้ปัญญา (wisdom) โดยเอาสิ่งที่เห็น (seeing) ที่ได้ยิน (hearing) ที่มีประสบการณ์ (experience) มาประกอบ จึงจะเกิดขบวนการทำความเข้าใจทางสมอง ก่อนจะนำไปสู่ความเชื่อของเราว่าอะไรคืออะไร อันเป็นบทสรุปของปัญญา
ถ้าจะให้สูงกว่านั้น คือการรู้แจ้งแทงทะลุทั้งโลกที่ปรากฎ (the world of appearance) และโลกแห่งความเป็นจริง (the world of reality) คือดูจิต ไม่หลงในความคิดในสมองที่เกิดจากการปรุงแต่งของประสาทสัมผัสทั้ง5 และเห็นด้วยจิตจากข้างในออกมา ทำให้เห็นหรือเข้าใจอะไรคืออะไรอย่างถ่องแท้ ท้ายที่สุดแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรไม่ใช่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะว่าโลกเรามันก็เป็นอย่างนั้นของมันเอง
ตกลงผมเชื่อในส่ิงที่เขียนหรือไม่?
thanong
16/9/2015

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 37863973:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน