https://www.facebook.com/constantine7?fref=photo" />

#FEMA // เปิดแฟ้มลับ…..องค์กร (ลับ) ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ฟีม่า //

.
.
.
Facebook : Active
https://www.facebook.com/constantine7?fref=photo
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

#FEMA // เปิดแฟ้มลับ…..องค์กร (ลับ) ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ฟีม่า //

โพสต์โดย admin » เสาร์ 12 ก.ย. 2015 8:11 pm

#FEMA
// เปิดแฟ้มลับ…..องค์กร (ลับ) ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ฟีม่า //
11144926_10206414152405708_1769824440686863753_n.jpg
11144926_10206414152405708_1769824440686863753_n.jpg (24.14 KiB) เปิดดู 939 ครั้ง

“ ในค่ำคืนที่มืดมิดและหนาวเย็นของปี 1995 ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ นาปาร์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ผู้คนกำลังหลับใหล ได้ปรากฏฝูงบินฮอริคอปเตอร์ ลำเลียงขนาดใหญ่ สีดำทะมึนกว่า 10 ลำ แผดเสียงก้องทำลายความเงียบไปอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าไปสู่เทือกเขาทางทิศใต้ของเมือง ซึ่งฮอริคอปเตอร์ทั้งหมดไม่ได้ติดสังกัด หรือแสดงสัญลักษณ์ว่ามาจากหน่วยงานใด กองทัพ หรือเหล่าไหน …….สิ่งที่เห็นมีเพียงสีดำที่กลืนไปกับความมืดในยามราตรี” นี่คือคำบอกเล่าของชาวเมืองนาปาร์ แคลิฟอร์เนีย ที่ได้เห็นเหตุการณ์ในช่วงไม่ถึง 1 นาที ที่ได้เห็นบนฝากฟ้าบ้านเกิดของตัวเอง…..

เรื่องราวขององค์กรลับแต่ทรงอิทธิพล ที่มีอำนาจจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ ที่น้อยคนจะรู้จัก ในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่แบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยนั่นคือสหรัฐอเมริกา

ที่แม้แต่อำนาจประธานาธิบดี และกองทัพอันเกรียงไกรก็ยังไม่อาจเทียบได้ น่านคือองค์กรที่ชื่อว่า ฟีม่า หรือ FEMA ซึ่งย่อมาจากคำว่า Federal Emergency Management Agency หรือแปลเป็นไทยให้เข้าใจได้ง่ายว่า สำนักงานบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ แต่ไม่ได้มีหน้าที่หรือทำงานเหมือนกับ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. บ้านเรา
ชื่อของ FEMA ก็บอกแล้วว่า เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ จัดการ บริหารงาน และรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นความฉุกเฉินทุกรูปแบบ ไม่เพียงแต่เหตุการณ์ที่เป็นความฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกาทุกประเภทด้วย โดยมีอำนาจในการบริหาร สั่งการ ดำเนินการ สกัดกั้น และฟื้นฟูต่อภัยพิบัติทุกประเภท ตั้งแต่การจลาจล การก่อการร้าย ไปจนถึงการวางแผนลอบสังหารต่อตัวผู้นำ และเหนือสิ่งอื่นใด ที่ถือว่าเป็นภารกิจและหน้าที่หลักก็คือ การรักษาไว้ซึ่งความต่อเนื่องและคงอยู่ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะกาล ภายใต้สถานการณ์ใดๆ ก็ตาม บางคนได้พูดถึงหน่วย FEMA นี้ว่าเป็น Secret Government หรือรัฐบาลลับ ของสหรัฐอเมริกา ที่ไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่มีงบประมาณเป็นของตัวเองปีละกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ โดยขึ้นตรงต่อ “คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี” โดยมีอำนาจพิเศษที่สูงกว่าสภาคองเกรส และรัฐธรรมนูญของอเมริกา มีอำนาจในการยับยั้งกฎหมาย มีอำนาจในการโยกย้ายประชากรทั้งหมดจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง มีสิทธิ์ที่จะจับกุม หรือกักขังได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการไต่สวน สามารถปิดล้อมพื้นที่ ควบคุมการส่งเสบียง ควบคุมระบบการจราจร และมีอำนาจในการยับยั้งรัฐธรรมนูญหากฟีม่าพิจารณาเห็นแล้วว่าไม่สามารถอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงาน

ฟีม่า (FEMA - Federal Emergency Management Agency) เป็นหน่วยงานภายรัฐของสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นสำหรับปฏิบัติการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 1 เมษายน 2522 ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาโดย “คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี” ที่ 12127 ในปี ค.ศ. 1979 (Presidential Executive Order No. 12127 ) โดยก่อตั้งครั้งแรกในสมัยของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ปรับปรุงโครงสร้างในสมัย ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) และถูกเพิ่มอำนาจและบทบาทมากขึ้นในสมัยประธานาธิบดี โรนัล เรแกน (Ronald Reagan) และประธานาธิบดี จอร์จ บุช (George Bush) ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ของ ฟีม่า ตั้งอยู่ในกรุงแอตแลนต้า จอร์เจีย โดยมีสำนักงานย่อยกระจายอยู่ทั่วสหรัฐอเมริกา แต่กองบัญชาการด้านยุทธศาสตร์ของฟีม่า ตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นลับใต้ดินซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา เมาท์ เวเธอร์ (Mt. Weather) หรือที่รู้จักกันในนาม ศูนย์ควบคุมปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินเวอร์จิเนียตะวันตก (the Western Virginia Office of Controlled Conflict Operations) โดยถูกซ่อนเร้นโดยสิ่งปลูกสร้างที่ดูแสนจะธรรมดา ทุ่งหญ้าเขียวขจี และสภาพแวดล้อมที่ดูสวยสบายตา แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่า สิ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินนั้นคือกองบัญชาการทางยุทธศาสตร์ที่มีความสลับซับซ้อน มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่เจ้าหน้าที่กว่า 1,000 คนสามารถปฏิบัติงาน โดยได้รวมเอาเจ้าหน้าที่และฝ่ายบริหารของกระทรวงทุกกระทรวง ทบวงกรมซึ่งสามารทำงาน อยู่กินและนอนได้เป็นแรมปี โดยไม่ต้องโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน โดยมีโรงพยาบาล มีร้านค้า เครื่องผลิตน้ำจืด โรงบำบัดน้ำเสีย และอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องตรวจจับสัญญาณที่ทันสมัยและครอบคลุมการสื่อสารแบบทันทีทันใด (real time) ทั่วโลก โดยน้อยคนที่จะรู้จักสถานที่แห่งนี้ แม้แต่วุฒิสมาชิกบางคนก็ยังไม่ทราบว่าสถานที่นี้จะมีอยู่จริง หรืออยู่แห่งหนตำบลใดโดยจุดประสงค์ของตั้งกองบัญชาการนี้อยู่บนสมมุติฐานว่า หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นบนโลก และได้กวาดทุกสิ่งทุกอย่างบนพื้นดินของสหรัฐอเมริกา เมาท์ เวเธอร์ นี้ก็จะกลายเป็นที่พักพิงและปฏิบัติงานชั้นยอดที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ทุกอย่างสำหรับผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคน

จริงอยู่แม้ว่าฟีม่าจะเป็นที่รู้จักกันในนามของ หน่วยงานบริหารความเสี่ยงและสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีภารกิจในการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย ตามการร้องขอจากรัฐบาลท้องถิ่น แต่นั้นเป็นเพียงภารกิจหนึ่งที่ปกปิดหน้าที่ที่แท้จริงของฟีม่าเอาไว้จากภารกิจลับอีกมากมาย อย่างที่ผมได้เรียนท่านผู้อ่านให้ทราบแล้วตอนต้นว่า จุดประสงค์หลักและถือว่าเป็นความสำคัญสูงสุดของฟีม่าก็คือ การรักษาความอยู่รอด และความต่อเนื่องของรัฐบาลกลางสหรัฐ ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภายใต้ภาวะและสถานการณ์ใด รัฐบาลจะต้องมีตัวแทนและมีสายบังคับบัญชาที่ต่อเนื่องและดำเนินต่อไป ดังนั้นภารกิจหลักของฟีม่าส่วนใหญ่ (ในทางลับ) จะเกี่ยวข้องกับกองทัพ ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง โดยมีการปฏิบัติเตรียมความพร้อมของ หน่วยทหารต่างๆ เช่น การรบในเมือง การรบในภูเขาและชนบทห่างไกล การควบคุมฝูงชนในเมือง การต่อต้านการก่อการร้าย งานข่าวกรอง การควบคุมการอพยพขนย้ายประชากร การจัดตั้งชุมชนเคลื่อนที่ การเข้าควบคุมโรงไฟฟ้า ควบคุมการจราจร การสัญจรทางทะเล และสั่งการอากาศยาน เอาล่ะครับผมได้รับใช้ท่านผู้อ่านเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และหน้าที่ของฟีม่ามากันพอสมควรแล้ว คราวนี้เราลองมาดูกันว่าอำนาจหน้าที่ของฟีม่าภายใต้การสะบัดปากกาของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่รู้จักกันในนามของ “คำสั่งพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐ” หรือ Presidential Executive Order จะมีอำนาจสั่งการเฉพาะกาลอย่างไร จากคำสั่งพิเศษดังกล่าวได้ให้อำนาจ ฟีม่า อย่างมากมายล้นหลามในการปฏิบัติการต่างๆ ในภาวะฉุกเฉิน เราลองมาดูตัวอย่างของ คำสั่งพิเศษเหล่านั้นกันบ้างว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ

>>>>>

คำสั่งพิเศษ ที่ 10995 (EXECUTIVE ORDER 10995) : อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าทำการควบคุมการสื่อสารทุกประเภท

คำสั่งพิเศษ ที่ 10997 (EXECUTIVE ORDER 10997): อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และเหมืองแร่ต่างๆ

คำสั่งพิเศษ ที่ 10997 (EXECUTIVE ORDER 10998) : อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมแหล่งอาหาร และฟาร์มต่างๆ ได้

คำสั่งพิเศษ ที่ 11000 (EXECUTIVE ORDER 11000) : อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมประชากร และเกณฑ์ไปเพื่อใช้แรงงานตามคำสั่งของรัฐบาลได้

คำสั่งพิเศษ ที่ 11001 (EXECUTIVE ORDER 11001) : อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมสวัสดิการด้านสุขภาพอนามัย การศึกษา และระบบสวัสดิการอื่นๆ

คำสั่งพิเศษ ที่ 11003 (EXECUTIVE ORDER 11003) : อนุญาตให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมสนามบิน อากาศยาน รวมถึงเครื่องบินพาณิชย์ทุกประเภท

คำสั่งพิเศษ ที่ 11004 (EXECUTIVE ORDER 11004) : อนุญาตให้การเคหะแห่งชาติ และสถาบันการเงินเข้าจัดตั้งชุมชนใหม่ สร้างอาคารหลังใหม่ด้วยงบประมาณแผ่นดิน ละทิ้งพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อก่อสร้างชุมชนใหม่

>>>>>
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของคำสั่งพิเศษบางข้อที่ผมได้ยกตัวอย่างมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ ซึ่งยังมีคำสั่งพิเศษอีกหลายข้อที่ครอบคลุมการปฏิบัติงาน อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกลางต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ฟีม่า สามารถออกคำสั่งและขอให้ทำการโอนกำลังทหารทุกหมู่ ทุกเหล่า ทุกสังกัด และระดับบังคับบัญชาร่วมของกองทัพ โดยแต่งตั้งให้นายทหารเข้ามารับผิดชอบเพื่อให้เข้ามาปฏิบัติภารกิจภายใต้คำสั่งของฟีม่าได้ สามารถที่จะสั่งปิดพรมแดนทั้งหมดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นน่านฟ้า พรมแดนทางทะเล และทางบก และมีสิทธิ์เข้าตรวจสอบเอกสาร ธุรกรรมการเงิน ตลอดจนจดหมายของทุกคนได้ และแม้แต่เอกสารที่เราๆ ทั่วไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน บ้าน และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งถ้าหากอยู่ในบนทางผ่านเส้นทางน้ำ เส้นทางสัญจร หรือในแผนอพยพหรือแผนบริหารความเสี่ยง ทางฟีม่าก็มีสิทธิ์ที่จะยึดคืนเพื่อนำมาเป็นพื้นที่ภายใต้การบริหารและจัดการได้ทันที หากเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น

ขั้นตอนการทำงานของ ฟีม่า จะเริ่มจากจะเข้าไปช่วยจัดการเมื่อทางผู้ว่าการรัฐได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและได้แจ้งเรื่องไปยังประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาให้ทาง ฟีม่า ช่วยจัดการกับภัยพิบัติดังกล่าวการประสานงานของ ฟีม่านอกเหนือจากการจัดการและบรรเทาภัยพิบัติแล้วทางฟีม่ายังมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายวิชาชีพ ครอบคลุมทุกๆ ด้าน ช่วยในการจัดการทั้งทางด้านบูรณะโครงสร้างพื้นฐาน ประสานงานและช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ฟีม่ายังคงมีการจัดอบรมให้กับทางประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาเพื่อไหร่ ทางฟีม่า มีสิทธิ์และกฎหมายรองรับให้เข้ามาจัดการบริหาร และควบคุมได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแต่การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน การดำเนินชีวิตประจำวัน แต่เหตุการณ์และการปฏิบัติแบบนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อเกิหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเท่านั้น
เมื่อได้ทราบที่ไปที่มา ตลอดจนขอบข่ายอำนาจหน้าที่ที่ล้นฟ้าเหนือดินแดนพญาอินทรีแล้ว ผมก็จะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ ฟีม่า ได้เคยปฏิบัติการณ์ หรือถึงขั้นอยู่ในระดับเฝ้าระวังขั้นสูงสุดมาแล้วให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน ดังเช่นในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1984ประธานาธิบดี โรนัล เรแกน ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษที่ 54 อนุญาตใฟ้ฟีม่าจัดการซ้อมปฏิบัติการลับ เพื่อเตรียมความพร้อม ภายใต้รหัสREX 84 โดยทดสอบความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่นการจัดเตรียมกองกำลังทหาร ตลอดจนกองกำลังรักษาดินแดนเพื่อเข้าทำการควบคุมและจัดตั้งสถานกักกันประชากรที่อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกว่า 400,000 คน โดยจะควบคุมในศูนย์กักกันมากกว่า 10 แห่งในฐานทัพต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และเมื่อปี ค.ศ. 1990 เมื่อสหรัฐอเมริกาได้เข้าสู่สงครามอิรักในปฏิบัติการ “พายุทะเลทราย” โดยก่อนหน้าที่ประธานาธิบดี จอร์จ บุช จะตัดสินใจบุกอิรักนั้น ทางฟีม่า ได้เริ่มวางแผนการรับมือต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นไว้แล้วโดยไม่จำเป็นที่จะต้องรอคำสั่งหรือการอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น ที่ปกติแล้วจะมีขั้นตอนการปฏิบัติงานตามสายบังคับบัญชาที่เข้มงวดมากในอดีต โดยได้มีการจัดทำแผนรับมือและประเมินสถานการณ์หากเกิดผลกระทบขึ้นมา เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ หรือการเดินขบวนและอาจลุกลามไปสู้การจลาจลและสงครามกลางเมือง อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วยุโรปอันเป็นผลมาจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย

สำหรับประเทศไทย เมื่อคราวที่เกิดอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของไทยก็เคยร้องขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้ความช่วยเหลือประเทศไทยโดยการจัดส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารจัดการ สถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติของสหรัฐฯ (Federal Emergency Management Agency : FEMA)หรือหน่วย "ฟีม่า" มาช่วยทางการไทยรับมือกับเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยหลังจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินใจส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้คำแนะนำกับไทยในการ วางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศหลาย สำนักระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทย มีความคาดหวังว่า ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่จาก "ฟีม่า" ในการรับมือกับภัยพิบัตินานาชนิดในสหรัฐฯ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของฟีม่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเหลือรัฐบาลไทยภายใต้การนำของน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตคนไทยไปแล้วอย่างน้อย 283 ราย ขณะที่ประชาชนอีกมากกว่า 2 ล้านคนในเกือบ 30 จังหวัดได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ แม้ในขณะนี้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า นางเจเน็ต นาโปลิตาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ "ฟีม่า" จะตอบรับคำร้องขอของรัฐบาลไทยหรือไม่อย่างไร

นี่ก็คือทั้งหมดเกี่ยวกับองค์กรฟีม่า ที่ภายนอกดูหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่จริงๆ แล้วมีภารกิจและอำนาจที่ซ่อนเร้น เป็นความลับ โดยมีอำนาจและงบประมาณมากมายเป็นฉากหลัง ซึ่งรัฐบาลสหรัฐก็มีหน่วยงานลักษณะนี้ที่ใช้ชื่อแสนจะธรรมดา ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยไม่ว่าจะเป็น องค์การนาซ่า (NASA) ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า หน่วยงานทั้งหมดนี้เป็นเครือข่ายการปฏิบัติงานภายใต้ ฟีม่า หมด ดังนั้นเมื่อเรามามองเรื่องใกล้ตัวเราโดยเฉพาะรัฐบาลไทย การที่จะขอความช่วยเหลืออะไรจากประเทศสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งของเขา เราก็ควรที่จะได้มีคณะทำงานวิเคราะห์และพิจารณาการเข้ามาปฏิบัติงานของหน่วยงานเหล่านี้ เพราะสิ่งที่เราๆ ท่านๆ เห็นและได้อ่านตามบทความและฟังการวิเคราะห์ของนักวิชาการนั้น อาจจะเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งที่เขาต้องการให้เราเห็น แต่สิ่งที่อยู่ใต้น้ำที่ฐานของภูเขาน้ำแข็งล่ะ เราอาจจะไม่เคยได้เห็นและได้รับรู้ ……..

การสร้าง FEMA Camp พร้อมโลงศพพลาสติก FEMA Coffins ที่กระจายกว่าล้านใบและคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 200 ร้อยล้านใบภายใน 2 ปี ทั่วทุกจุดยุทธศาสตร์อเมริกา
สำหรับพวกอเมริกันหัวดื้อที่ไม่ยอมรับ New World Order จาก Martial Law ง่าย ๆ คือฆ่าใส่โลงพลาสติกพวกนี้เสียหรือยัดเข้าแคมป์ที่สร้างรอไว้

เข้า youtube แล้วพิมพ์ว่า FEMA Camp , FEMA coffin , Martial Law เพื่อดูเรื่องนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องโจ๊ก ไม่ใช่เรื่องแต่งสมรู้ร่วมคิด แต่เป็นของจริง นี่หรือประเทศประชาธิปไตยเสรีแบบอย่าง !!

เครดิต :tanongsak,คุณ1p2m
อ้างอิง :https://th.m.wikipedia.org/wiki/ฟีมา

source
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... 044&type=1



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron