15. กันยาทมิฬ

ภาพของเด็กชายชาวซีเรียนอายุ3ขวบที่จมน้ำตายและถูกซัดขึ้นไปเกยบนชายหาดที่โบดรุม เมืองตากอากาศของตุรกี เรียกน้ำตาและก่อให้เกิดความสะเทือนใจไปทั่วโลก
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

15. กันยาทมิฬ

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 11 ก.ย. 2015 12:54 pm

11990378_387149561481424_2225410101178983799_n.jpg
11990378_387149561481424_2225410101178983799_n.jpg (31.07 KiB) เปิดดู 115 ครั้ง

พวกยุโรปเป็นนักล่าอาณานิคม ทำสงครามเพื่อปล้นทรัพยาการธรรมชาติของประเทศต่างๆทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ไม่เคยเปลี่ยนนโยบาย เพราะฉะนั้นเวลาผู้นำยุโรปแสดงนโยบายมนุษยธรรมเพื่อรับเอาผู้ลี้ภัยสงครามจากแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง มันต้องมีอะไรบังหน้า

วิกฤติผู้ลี้ภัยที่กำลังทำให้ยุโรปสั่นสะเทือนเวลานี้มีต้นเหตุมาจากการก่อสงครามของสหรัฐและยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง911เป็นต้นมา การที่อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมันกำลังลุกลี้ลุกลนประกาศนโยบายรับผู้ลี้ภัยมุสลิมจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ตัวเองเป็นผู้ก่อทั้งสิ้นการการทำสงครามในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง โดยมีสหรัฐเป็นตัวการใหญ่

งานนี้ยุโรปรับผู้ลี้ภัยเละ ส่วนสหรัฐแทบจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก เจ๊งไปเรื่องของมึงไม่ใช่เรื่องของกู

สาเหตุหนึ่งที่ยุโรปต้องรับผู้ลี้ภัยเพื่อแสดงความเมตตา คือทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสมีแผนที่จะส่งกองทัพเข้าไปรบในซีเรียอีกครั้ง โดยอ้างว่าจะไปกวาดล้างพวกไอซิส เอาเข้าจริง อังกฤษและฝรั่งเศสรวมทั้งสหรัฐและนาโต้ต้องการล้มรัฐบาลซีเรีย ไอซิสแค่เป็นข้ออ้าง ที่ต้องรีบกลับเข้าไปทำสงครามซีเรียใหม่ เพราะว่ารัสเซียส่งทหารเข้าไปช่วยรัฐบาลซีเรียรบไอซีสเรียบร้อยแล้ว ถ้าช้าไปพี่ปูตินจะยึดซีเรียแทนจะทำให้ดุลอำนาจและแผนภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเปลี่ยนไปหมด เพราะว่าตะวันตกต้องการได้ซีเรียเพื่อสกัดท่อก๊าซและอิทธิพลของรัสเซียและอิหร่าน และเพื่อให้ท่อก๊าซของกาต้าร์ผ่านไปแทนเพื่อซับไพล์ก๊าซให้ยุโรป จะได้ไม่ต้องพึ่งพาก๊าซรัสเซียมากในอนาคต

กษัตริย์ซาลมานของซาอุดิฯถึงกับเสด็จไปเยือนวิชิงตันดีซีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเดือนกันยามทิฬนี้เพื่อเจรจาเรื่องซีเรียและสงครามเยเมนที่ซาอุกำลังรบอยู่โดยเฉพาะ เป้าหมายสำคัญที่สุดของซาอุดิ หรือสกัดอิหร่านที่มีอิทธิพลเหนือซีเรียและล้มรัฐบาลซีเรียให้ได้ แค่ไหนก็ต้องจ่าย แม้ว่าราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างนี้ทำให้ซาอุถึงกับหน้าซีดเหมือนกัน งบประมาณซาอุจะสมดุลได้ราคาน้ำมันต้อง$100ต่อบาเรลล์ขึ้นไป

ประชาชนซีเรียในพื้นที่ที่โดนพวกไอซิสอาละวาดฆ่าตาย รวมทั้งทำลายบ้านเมืองจนเป็นซากปลักหักพังรู้ว่าสงครามใหญ่กำลังจะมาจึงพากันอพยพหนีตาย

เวทีสงครามในซีเรียและเวทีมนุษยธรรมของความเมตตากรุณาปราณีถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆกัน แต่ไม่สามารถจะปิดบังความจริงที่โหดร้ายว่า สงครามในซีเรียกำลังจะกลายเป็นการประลองยุทธ์ระหว่างมหาอำนาจรัสเซีย อิหร่าน และจีนฝ่ายหนึ่ง สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศสและนาโต้อีกฝ่ายหนึ่ง

เหตุการณ์จะพัฒนาจนกลายเป็นมหาสงครามอามาเกดดอนหรือไม่ อีกไม่นานคงรู้

อ่านข่าวแห้งๆโฆษณาชวนเชื่อของพวกตะวันตกประกอบ:

อังกฤษและฝรั่งเศสเมื่อวันจันทร์(7ก.ย.) เข้าร่วมกับเยอรมนี ประกาศอ้าแขนรับผู้อพยพหลายหมื่นคนท่ามกลางวิกฤตผู้คนหลบหนีภัยสงครามและความทุกข์ยากไหลบ่าเข้าสู่ยุโรปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมชี้หากยุโรปไม่ร่วมมือกันข้อตกลงเชงเก้นก็จะพังครืน ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่ด่านหน้าบนเกาะแห่งหนึ่งของกรีซก็ตึงเครียดนักท่ามกลางคำเตือนว่ามันใกล้ระเบิดแล้ว

คณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ (International Rescue Committee)เมื่อวันจันทร์(7ก.ย.) เดินหน้ากดดันสหรัฐฯให้ดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อบรรเทาชะตากรรมอันเลวร้ายของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่กำลังหลบหนีความขัดแย้งและหลั่งไหลเข้ามายังสหภาพยุโรป หลังอเมริกาแย้มจะรับผู้อพยพเพิ่มอีกแค่ 1,500 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อยนิดหากเทียบกับเยอรมนีที่คาดหมายว่าเฉพาะปีนี้ปีเดียวจะรองรับผู้อพยพราว 800,000 คน

เหล่าผู้นำยุโรปกำลังตะเกียกตะกายหาทางแก้ไขวิกฤติผู้อพยพหลังความขัดแย้งนองเลือดในซีเรีย อิรักและอื่นๆ ได้ผลักให้ผ้คนนับแสนตะเกียกตะกายเสี่ยงชีวิตร่องเรือผ่านคาบสมุทรบอลข่านและข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมายังอียู

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐฒนตรีเยอรมนี ซึ่งประเทศของเธอคือจุดหมายปลายทางลำดับต้นๆของผู้อพยพ กล่าวชื่นชมประชาชนเมืองเบียร์ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อผู้ประสงค์ลี้ภัยราว 20,000 คน ที่ขึ้นรถไฟหลั่งไหลมาจากชายแดนตอนใต้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และประกาศอัดฉีดงบประมาณหลายพันล้านล้านยูโร สนับสนุนด้านที่พักอาศัยแก่พวกเขา

ในการส่งสัญญาณว่าการเดินทางมาถึงระลอกใหญ่ของผู้อพยพคือเหตุการณ์สำคัญของชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่สุดของยุโรปแห่งนี้ นางแมร์เคิลบอกว่า "สิ่งที่เรากำลังประสบในตอนนี้ จะเป็นบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศของเราในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราต้องการเปลียนแปลงในทางบวก และเราเชื่อว่าสามารถประสบความสำเร็จได้"

อียูที่ถูกกดดันอย่างหนักจากเบอร์ลินและปารีสนั้น ในที่สุดก็ลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมระบบโควตาใหม่ โดยที่ภายใต้ข้อเสนอของฌอง-โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปนั้น เยอรมนีและฝรั่งเศส 2 ชาติเจ้าของเศรษฐกิจใหญ่สุดในอียู จะรองรับผู้อพยพเกือบครึ่งหนึ่งของ 120,000 คนที่ขณะนี้อยู่ในกรีซ อิตาลี และฮังการี

ทั้งนี้ฝรั่งเศสเผยว่าจะอ้าแขนรับผู้ลี้ภัย 24,000 คนภายใต้แผนดังกล่าว ส่วนเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยว่าประเทศของเขาจะรับผู้อพยพชาวซีเรียจากแคมป์ต่างๆใกล้ชายแดนประเทศที่ถูกฉีกขาดด้วยสงคราม 20,000 คนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะที่รัฐควิเบก ของแคนาดา ฝั่งตรงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติด ระบุในปีนี้ยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัยซีเรีย 3,650 คน

ในกรีซ รัฐมนตรีคนเข้าเมืองเตือนว่าสถานการณ์บนเกาะเลสบอส ใกล้ชายแดนตุรกี ใกล้ระเบิดแล้ว เนื่องจากช่วงหลายวันที่ผ่านมาต้องรองรับผู้ลี้ภัยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย มากกว่า 15,000 คน ขณะเดียวกันเมื่อเร็วๆนี้ ก็ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้อพยพ และระหว่างผู้ลี้ภัยด้วยกันแต่เป็นคนละชาติ หลายต่อหลายรอบ

นับตั้งแต่ต้นปี มีผู้ลี้ภัยข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมายังยุโรปแล้วกว่า 366,402 คน โดยในนั้น 51 เปอร์เซนต์เป็นชาวซีเรีย ทั้งนี้เยอรมนี ให้การต้อนรับผู้อพยพอีกราว 2,000 คนเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์(7ก.ย.) หลังจากผู้อพยพมากกว่า 20,000 คน เดินทางโดยรถไฟราวๆ 100 ขบวน มาจากฮังการีผ่านออสเตรียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่เยอรมนีคาดว่า จะมีผู้อพยพเดินทางเข้าประเทศรวม 800,000 คนจนถึงสิ้นปี หรือเป็น 4 เท่าตัวของปีที่แล้ว โดยผู้อพยพเหล่านี้จำนวนมากมาจากซีเรีย อิรัก และเอริเทรีย ขณะที่ แมร์เคิล เผยว่าได้จัดสรรเงิน 6,000 ล้านยูโร (6,700 ล้านดอลลาร์) เพื่อใช้ในการดูแลผู้อพยพระลอกใหม่นับแสนคนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือที่จัดเตรียมไว้รองรับครอบคลุมทั้งด้านที่พักอาศัย การเพิ่มกำลังตำรวจ และการสอนภาษา

ถึงแม้เยอรมนีเตรียมการรองรับผู้อพยพจำนวนมากที่สุด แต่แมร์เคิลก็เรียกร้องสมาชิกอื่นๆ ในสหภาพยุโรป (อียู) ร่วมช่วยเหลือผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น โดยเธอย้ำว่าสมาชิกชาติอื่นๆของอียูต้องรับผู้อพยพเพิ่มเติม เพราะมีเพียงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของยุโรปเท่านั้นที่จะทำให้ความพยายามจัดการกับปัญหานี้ประสบความสำเร็จ

ด้านฟรังซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เตือนว่าจนกว่าทางอียูจะมีความพยายามเป็นหมู่คณะอย่างใหญ่หลวง แก่นกลางของแนวคิดชายแดนเสรีของยุโรปจะตกอยู่ในอันตราย "หากปราศจากนโยบายร่วมกัน กลไกลนี้จะไม่ได้ผล มันจะพังครืน และไม่ต้องสงสัยว่ามันจะเป็นจุดจบของเชงเก้น หวนคืนสู่ระบบเขตแดนแต่ละประเทศ"

อย่างไรก็ตามดูเหมือนยุโรปยังไม่ใกล้เคียงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดย นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ เออร์บันของฮังการี เย้ยหยันความพยายามของอียูในการกระจายความรับผิดชอบต่อผู้อพยพ โดยชี้ว่า ระบบโควตาดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้จริง เนื่องจากขัดแย้งกับข้อตกลงเชนเกนที่อนุญาตให้ประชาชนในอียูเดินทางได้อย่างเสรี พร้อมตอบโต้เสียงวิจารณ์ของผู้นำบางชาติที่ว่า ฮังการีเป็นแกะดำ

ภายใต้ข้อเสนอระบบโควตาใหม่ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธนี้ (9) เยอรมนีจะรับผู้อพยพ 31,443 คน, ฝรั่งเศส 24,031 คน และสเปน 14,931 คน

นายกรัฐมนตรีแวร์เนอร์ เฟย์มาน ของออสเตรีย และผู้นำอื่นๆ ในอียูกล่าวหาออร์บันว่า ทำให้ออสเตรียและเยอรมนีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปิดพรมแดนรับผู้อพยพนับหมื่น นอกจากนี้ ผู้ลี้ภัยจำนวนมากยังเล่าว่า ถูกเพิกเฉยและละเมิดสิทธิมนุษยชนในฮังการี

ด้านโรมาเนีย บอกว่าสามารถรองรับผู้อพยพได้สูงสุด 1,785 คน ในแผนงานที่ดำเนินการโดยสมัครใจเพื่อผ่อนคลายแรงกดดันของสหภาพยุดรปจากเหล่าผู้อพยพที่ไหลบ่าหลบหนีภัยสงครามมาจากตะวันออกกลาง แต่คัดค้านการบังคับแบ่งโควตาใดๆ

thanong
8/9/2015
http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000101561

http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000101534

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 61481424:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน