ยอดกินมาม่า (ขอเรียกง่ายๆ แทน ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’) ในจีนผงาดล้ำนำกระเพาะชาวโลก หลังจากต่ำตมมาหลายปีดีดัก ตอนนี้โงหัวพล

รวมบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ยอดกินมาม่า (ขอเรียกง่ายๆ แทน ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’) ในจีนผงาดล้ำนำกระเพาะชาวโลก หลังจากต่ำตมมาหลายปีดีดัก ตอนนี้โงหัวพล

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 25 ต.ค. 2019 10:46 pm

เดือดทะลักจุดแตก
· 8 ตุลาคม ·
72070312_429851717723470_1965439354625064960_n.jpg
72070312_429851717723470_1965439354625064960_n.jpg (158.65 KiB) เปิดดู 67 ครั้ง

ยอดกินมาม่า (ขอเรียกง่ายๆ แทน ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’) ในจีนผงาดล้ำนำกระเพาะชาวโลก หลังจากต่ำตมมาหลายปีดีดัก ตอนนี้โงหัวพลิกฟื้นกลับมาชูคอในสังคมจีนได้เช่นไรหนอ
.
ยอดโซ้ยมาม่าในจีนปีที่แล้ว ไต่ขึ้นมาเหนือ 4 หมื่นล้านซองเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี (คิดเป็น 39% ของตลาดมาม่าโลก)
ยอดขายพองตัวขึ้น 3.3% จนสุกพร้อมเสิร์ฟเป็นเงินหอมกรุ่น 5.15 หมื่นล้านหยวน ก็ตีไปคร่าวๆ 2.2 แสนล้านบาท

และครึ่งแรกของปีนี้ นีลเส็นรายงานว่าขยายตัวอีก 7.5% (เทียบชนครึ่งแรกของปีก่อน)
ทำไม? ยอดหม่ำมาม่าหดตัวลงตั้งแต่ปี 2013 ก่อนจะค่อยๆกลับตัวขึ้นในปี 2017 แล้วก็ดีดตัวต่อเนื่อง กระทั่งมาคึกครื้นเด้งดึ๋งดั๋งในระยะนี้
.
‘ดัชนีมาม่า’ ใช้ชี้วัดอะไรได้หรือไม่? ส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า?
จริงหรือ ที่เล่าลือกันว่า “คนกินมาม่าเยอะขึ้น แปลว่าเศรษฐกิจไม่ดี”
ข้อนี้ ไม่ได้ถกเถียงกันเฉพาะบ้านเรา ในจีนก็เฉกเช่นเดียวกัน
.
บลูมเบิร์ก ชี้ว่า ช่วง 2001-2011 เป็น ‘ยุคเฟื่องฟู’ ของตลาดมาม่าจีน ยอดฉีกซองมาม่าก้าวกระโดด 140% ทะลุ 4.3 หมื่นล้านซอง (สถิติสูงสุดซึ่งปัจจุบันก็ยังทำลายไม่ลง)

ไม่น่าสงสัย เพราะมันสอดรับกับ ‘ยุคหลั่งไหล’ ของแรงงานจีน ที่โยนจอบโยนเสียมทิ้งนาทิ้งไร่ เข้าสู่ตัวเมือง แปลงกายเป็นหนุ่มสาวโรงงานปากกัดตีนถีบ จำต้องอาศัยซดมาม่าให้อุ่นท้องประทังชีวิตยากแค้น
.
และเมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ‘คนรากหญ้า’ หาเช้ากินค่ำ เริ่มลืมตาอ้าปาก เลื่อนขั้นขึ้นเป็น ‘ชนชั้นกลาง’
มีกะตังค์แล้ว ก็ขึ้นเหลาเข้าร้าน ไม่ง้อมาม่าเท่าเก่า

อีกอย่างก็คือ หลายปีก่อน พวกแอปฯ สั่งอาหารส่งให้ถึงที่ (ทำนอง ‘แกร็บฟู้ด’ หรือ ‘ไลน์แมน’ ในบ้านเราตอนนี้) กำลังขับเคี่ยว หั่นราคาสู้กันไม่บันยะบันยัง ยอมเฉือนเนื้อให้ถูกแล้วถูกอีก จนไม่ต่างจากมาม่าเท่าไหร่
มีการวิจัยว่า ตลาดแอปฯ สั่งอาหารโตขึ้น 1% จะทำให้ตลาดมาม่าร่วงลง 0.5%
แต่ทุกวันนี้ ธุรกิจแอปฯ สั่งอาหารเริ่มอิ่มตัว และต้องปรับราคาขึ้น นั่นก็น่ามีส่วน ให้คนหันกลับมาตายรังที่มาม่า
.
หลักใหญ่ใจความที่แย้งว่า ‘ดัชนีมาม่า’ ไม่ได้บ่งชี้เศรษฐกิจร่อแร่ คือ…
มาม่าที่ขายดี เป็นมาม่า ‘พรีเมียม’ จ้ะ เหตุผลเดียวกันกับบ้านเราเลย!!!
ภาษาวิชาการต้องบอกว่า การซู้ดเส้นมาม่ามากขึ้น ไม่ได้แสดงว่า ‘คุณภาพการบริโภค’ ต่ำลง แต่ตรงกันข้าม มันสูงขึ้น เพราะคน ‘อัพเกรด’ มากินมาม่าชั้นดี!?
.
คังซือฟู่ (康師傅) เจ้าตลาดมาม่าแดนมังกร (ส่วนแบ่งตลาด 47%) บอกว่าปีที่แล้ว มาม่ารุ่นประหยัดสุด ยอดขายดิ่ง 24% ทว่ามาม่าฉบับ ‘ไฮโซ’ นั้น ยอดพุ่ง 11%
ไม่ธรรมดานะครับท่าน สนนราคามาม่า ‘ไฮ เอนด์’ ขั้นสุด ปาเข้าไป 24 หยวน เกิน 100 บาท ยาจกกินได้ที่ไหน!!!
(หน้าที่น่าสนใจ คือ มาม่าสันนอกหมูพริกไทดำ!)
ส่วนยูนิ-เพรสซิเดนท์ (统一企业) บอกว่ามาม่าที่จับตลาดกลางกับตลาดบน ตอนนี้ ทำรายได้ 30-40% จากยอดขายทั้งหมด
.
สื่อของรัฐบาลจีนแจกแจงว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว สมัยนี้ มาม่า อุดมด้วย ‘คุณค่าทางโภชนาการ’ และเปี่ยมด้วย ‘รสชาติเอร็ดอร่อย’ ไม่ต่างจากภัตตาคารชั้นนำ แถมพัฒนานวัตกรรมรักษาความสดใหม่จากเตา เหมือนกินในร้านยังไงยังงั้น
.
แต่จะคนจนหรือคนรวยกินไม่รู้ รู้แค่ว่า คังซือฟู่ ฟันกำไรครึ่งแรกของปีนี้ โตขึ้น 15% แตะ 1.5 พันล้านหยวน ส่วน ยูนิ-เพรสซิเดนท์ ทำกำไรโต 40% แตะ 998 ล้านหยวน
ส่วนเราก็ขอตัวไปแกะมาม่าซองละ 6 บาทหย่อนลงน้ำร้อนกินไปก่อนละกันครับท่าน!
---
หมายเหตุ
ยอดกินมาม่าในจีนเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยสถิติ 4.03 หมื่นล้านซองในปี 2018 ทิ้งห่างอินโดนีเซีย อันดับ 2 ไม่เห็นฝุ่น (1.25 หมื่นล้านซอง)
แต่เมื่อคิดต่อหัวประชากร จีนแพ้เกาหลีใต้หลุดลุ่ย เฉลี่ยจีนกิน 29 ซองต่อหัวในปี 2018 ส่วนเกาหลีใต้กินแหลกคนละ 75 ซองในหนึ่งปี
---
ที่มา: South China Morning Post, China Daily, Bloomberg



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน