https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf" />

ยุคนี้นอกจากจะรบกันด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว ดูเหมือนแนวรบด้านสื่อ นี่แหละครับที่ดุเดือดไม่แพ้กัน ถ้าเราตามสื่อตะวันตก เร

หลังจาก เพจ อาจาร์ยชาลีโดนปิดไป ก็มีเพจนี้แทน แต่ไม่ใช่คนเดียวกัน

Face Book Page : Active
https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13543
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ยุคนี้นอกจากจะรบกันด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว ดูเหมือนแนวรบด้านสื่อ นี่แหละครับที่ดุเดือดไม่แพ้กัน ถ้าเราตามสื่อตะวันตก เร

โพสต์โดย admin » เสาร์ 16 ม.ค. 2016 12:49 am

ยุคนี้นอกจากจะรบกันด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว ดูเหมือนแนวรบด้านสื่อ นี่แหละครับที่ดุเดือดไม่แพ้กัน ถ้าเราตามสื่อตะวันตก เราก็จะเห็นโลกในอีกแบบ ที่เขาพยายามชี้นำเรา เป็นฝ่ายเขาด้วยการใส่สีตีไข่ อาศัยอำนาจเงิน ที่สามารถซื้อสื่อหลักๆ ในการนำเสนอได้
เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องแปลกใจครับว่า ทำไมในขณะที่มีการต่อสู้ กันทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าเงิน และสงครามไร้รูปแบบอื่นๆ อย่างดุเดือด แต่คนส่วนใหญ่ กลับไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพราะสื่อนี่แหละครับ คือ แนวรบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ รัสเซียรู้ว่าแนวรบด้านนี้ เป็นรองเลยก่อตั้ง RT news และ "Sputnik" ขึ้นมาต่อกรสื่อตะวันตก ภายหลังจากที่ถูกสร้างภาพ ให้เป็นวายร้ายในสายตาชาวโลกมาตลอด ผมยกตัวอย่าง
ภายหลังการใช้ปฏิบัติการทางอากาศ ถล่มเครือข่ายไอซิสหรือดาอิชในซีเรียที่ผ่านมา ซึ่งสื่อตะวันตกพยายามโจมตีว่า มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก จากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น ทางรัสเซียได้ออกมาตอบโต้ว่า ปฏิบัติการทางอากาศดังกล่าว ต่อพื้นที่เครือข่ายไอซิสนั้น รัสเซียรับข้อมูลด้านการข่าวจากหลากหลายช่องทาง และคำนึงถึงชีวิตพลเรือนมากที่สุด
ซึ่งเมื่อเทียบกับสหรัฐ ซึ่งอาจจะตัดสินใจโจมตี ถ้ามีพลเรือนปะปนอยู่ในพื้นที่ น้อยกว่า 50 คน ในขณะที่รัสเซียจะ ไม่โจมตีถ้ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิด การสูญเสียชีวิตของพลเรือน และผู้บริสุทธ์ และเป้าหมายของการโจมตีของรัสเซียนั้น ส่วนใหญ่คือรถบรรทุกน้ำมัน และตัดเส้นทางการลำเลียงอาวุธและน้ำมัน ของเครือข่ายไอเอสเท่านั้น
"I emphasize that the strikes by our air group in Syria on terrorist targets are carried out only after data [on terrorist targets] is verified through several channels. Strikes are not carried out in case of risk for lives of civilians," Maj. Gen. Igor Konashenkov said.
According to Konashenkov, this is one of the main differences between the Russian anti-terrorist campaign in Syria and that of the US-led coalition as the Pentagon may approve a decision to carry out airstrikes in an area if the number of civilian casualties does not exceed 50 people"
http://sputniknews.com/…/…/russia-cruise-missiles-daesh.html
ข้างตนยกตัวอย่างมาให้อ่านครับว่า ยุคนี้การต่อสู้กันด้านสงครามข้อมูลข่าวสารนั้น ดุเดือดเลือดพล่านเพียงใด ถ้าเราติดตามข่าวด้านเดียวรับรองครับว่า เราจะพลาดข้อเท็จจริง และกลายเป็นเหยื่อ ในการนำเสนอในสิ่งที่บิดเบือนสูงมาก และเราก็จะไม่รู้ว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น ยิ่งในยุคนี้มีเทคโนโลยี ที่สามารถเบี่ยงเบน ความสนใจสูงมาก ซึ่งก็หนีไม่พ้นสิ่งพวกเรา กำลังนั่ง"ก้มหน้าก้มตา" อ่านโดยไม่สนใจคนรอบข้างนั่นแหละครับ
และที่สำคัญที่สุด ทุกประเทศจะ"ไม่นำเสนอ" ในสิ่งที่เกิดผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ของตนเองเป็นอันขาด แม้ว่าจะเป็นความจริงก็ตาม ผมก็ไม่ได้บังคับให้ท่านเชื่อ ในสิ่งที่ผมนำเสนอทุกอย่าง และพยายามแนบลิงค์มา อ้างอิงในทุกๆเรื่อง เพื่อพวกให้ท่านเข้าไปอ่าน และพิจารณาด้วยตัวเอง
เพราะฉะนั้นในยุคนี้ "อาวุธทางปัญญา จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในการเอาตัวรอด" จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สงครามค่าเงิน และการแบ่งขั้ว มหาอำนาจของโลก ซึ่งการล่มสลายของ สถาบันการเงินต่างๆ สามารถนำไปสู่สงครามใหญ่ได้ทุกเมื่อ ด้วยเหตุผลสามประการคือ
1. รัฐบาลสหรัฐตกอยู่ภายใน้การครอบงำของ ของอุตสาหกรรมทางทหาร(The US government has been captured by the military-industrial complex, which demands to be financed lavishly)
2. การแสดงออกทางแสนยานุภาพ ทางทหารของสหรัฐ ถูกออกแบบเพื่อรับประกัน การเป็นมหาอำนาจของโลก( The US military posture is designed to assure Americans of their imagined “full-spectrum dominance” over the entire planet)
3. ทหารสหรัฐจะต้องปกป้อง สถานะของดอลลาร์ เพื่อความเป็นสกุลเงินสำรองของโลก ในขณะที่ดอลลาร์ เริ่มทยอยถูกลดบทบาท ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกลง โดยจีนและรัสเซีย ซึ่งกำลังหันไปกักตุนทองคำแทน ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เริ่มทยอยเทขายเงินดอลลาร์ออกมาเรื่อยๆ (The US acts militarily to defend the status of the US dollar as the global reserve currency. But the US dollar is slowly but surely losing its attractiveness as a reserve currency, as witnessed by China and Russia acting as swiftly as they can to unload their US dollar reserves, and to stockpile gold instead. Numerous other nations have entered into arrangements with each other to stop using the US dollar in international trade.)
ข้างตนยกมาให้อ่านทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ใครอยากอ่านข้อความทั้งหมด ก็ลองเข้าไปดูในลิงค์ ที่ผมนำมาอ้างอิง http://www.paulcraigroberts.org/…/financial-collapse-leads…/
ผมก็คงช่วยพวกท่านได้แค่นี้แหละครับ ที่เหลือพวกท่านนั่นแหละ ที่ต้องช่วยเหลือตนเอง
"อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน"

940935_1556517641338641_2459237396408356082_n.jpg
940935_1556517641338641_2459237396408356082_n.jpg (18.91 KiB) เปิดดู 468 ครั้ง
12507299_1556517548005317_4153346932548452248_n.jpg
12507299_1556517548005317_4153346932548452248_n.jpg (14.51 KiB) เปิดดู 468 ครั้ง
12512534_1556517658005306_8133808914946188490_n.jpg
12512534_1556517658005306_8133808914946188490_n.jpg (61.15 KiB) เปิดดู 468 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron