https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf" />

อาจารย์ครับ คำถามทิ้งท้าย สำหรับวันนี้ครับ เบื่อกิเลสกับเบื่อนิพพิทาญาณ ต่างกันอย่างไร?

หลังจาก เพจ อาจาร์ยชาลีโดนปิดไป ก็มีเพจนี้แทน แต่ไม่ใช่คนเดียวกัน

Face Book Page : Active
https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13545
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

อาจารย์ครับ คำถามทิ้งท้าย สำหรับวันนี้ครับ เบื่อกิเลสกับเบื่อนิพพิทาญาณ ต่างกันอย่างไร?

โพสต์โดย admin » อังคาร 25 ส.ค. 2015 11:54 am

อาจารย์ครับ คำถามทิ้งท้าย สำหรับวันนี้ครับ เบื่อกิเลสกับเบื่อนิพพิทาญาณ ต่างกันอย่างไร?
(ถ้าว่างก็ตอบ ถ้าไม่ว่างตอบ ก็ไม่เป็นไร หรือกัลยาณมิตรท่านใด จะช่วยตอบก็เชิญนะครับ)



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13545
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: อาจารย์ครับ คำถามทิ้งท้าย สำหรับวันนี้ครับ เบื่อกิเลสกับเบื่อนิพพิทาญาณ ต่างกันอย่างไร?

โพสต์โดย admin » อังคาร 25 ส.ค. 2015 11:55 am

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา @ พระธรรม นำทาง เป็นคำถามที่ดีนะครับ รู้สึกว่าท่านไม่สนใจ เรื่องอื่นที่ผมโพสต์เลยนะ
ครับ ใครจะรบราฆ่าฟันกัน มหาอำนาจใดจะเป็นฝ่ายแพ้ ชนะ ท่านไม่สนใจไม่สนโลก ภาวนาลูกเดียว น่าชื่นชมเป็น
อย่างยิ่ง
วิธีสังเกตว่าตัวเรานั้น เดินมาถูกทางหรือไม่? ผมให้เป็นข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ พอเราภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่ว่า
จะเคยเรียนมารูปแบบไหน? หรือสำนักใด? แต่พอถึงจุดหนึ่ง มันจะมีทางร่วม ซึ่งนักภาวนา(ที่เดินตรงทาง) จะต้อง
ผ่านทุกคน ไม่ว่าจะเริ่มต้นมาอย่างไร
พอจิตมันมี"ปัญญา" เพราะเห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอมีปัญญามากขึ้น จิตมันจะ
บังเกิดความเบื่อหน่าย เพราะมันเห็นว่า ไอ้บรรดาความสุข ทั้งหลายที่เราต่างดิ้นรนไขว่คว้า เพื่อที่จะได้มานั้น มันไม่
เที่ยงแท้ แน่นอน หรือจีรังยั่งยืน เรียกว่าเห็น "อนิจจัง"
สิ่งที่เราเคยเข้าใจว่า "มันเป็นความสุข" เช่น กิน กาม เกียรติ มันอยู่กับเราได้ไม่นาน แล้วชีวิตมันจะอยู่ไปเพื่ออะไร?
และไม่รู้จะไปต่อยังไง? บางคนเบื่อมากๆ แทบจะหมดอาลัย ตายอยากในชีวิต แต่คนละอย่าง กับคนที่คิดสั้นฆ่าตัว
ตายนะ ไอ้ที่ฆ่าตัวตายนั้น ส่วนใหญ่เป็นวิบาก เพราะเขาเจอความทุกข์ แล้วหาทางออกไม่ได้ แต่สำหรับนักภาวนา
ถึงขั้นนี้เขาเรียกว่า "นิพพิทาญาณ" อาการเบื่อโลก เพราะไม่รู้เท่าทัน
ถ้าใครภาวนามาถึงตรงนี้ "อย่าหยุดนะ" เพราะตรงนี้สำคัญมาก ถ้าใครที่ไม่มีครูบาอาจารย์แนะนำ พอมาถึงตรงนี้จะไป
ต่อไม่เป็น หรือไม่ก็เลิกภาวนาไปเลยก็มี
ความเบื่อเพราะมีปัญญา (นิพพิทาญาณ) กับเบื่อของคนทั่วไป ต่างกันตรงที่ คนทั่วไปที่ไม่ภาวนา มันเบื่อเพราะเสพ
อารมณ์เดิมๆ แล้วต้องการเปลี่ยนอารมณ์ ในการกระทบ เช่น เบื่ออาหารรสชาติเดิมๆ จึงต้องเปลี่ยนเมนู เบื่อกลิ่นน้ำ
หอมเดิมๆ เลยต้องเปลี่ยนกลิ่นใหม่ กระทั่งสามีเบื่อภรรยา หรือภรรยาเบื่อสามี จึงหันไปมีกิ๊กมีชู้ ตรงนี้เรียกว่า เบื่อ
เพราะกิเลส "ไม่ใช่" เบื่อเพราะมีปัญญา เป็นอาการเบื่อของคนทั่วไป ที่ไม่เคยภาวนา
ส่วนความเบื่อเพราะ จิตมีปัญญาที่เรียกกันว่า "นิพพิทาญาณ"นั้น จะกลิ่นใหม่ กลิ่นเก่า อาหารเก่าอาหารใหม่ แฟนเก่า
แฟนใหม่ ล้วนมีค่าเท่ากัน คือ "ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน" เพราะจิตมีปัญญาเห็นไตรลักษณ์ ของสิ่งต่างๆเหล่านี้แล้ว
นั่นเอง
ถ้าใครเดินมาถึงตรงนี้ อย่าเลิกนะถ้าเลิก น่าเสียดายมาก เพราะมรรค ผล นิพพาน มันอยู่เบื้องหน้านี่เอง ให้พิจารณา
ต่อจนเห็นว่า แม้แต่บรรดาความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ตัวมันเองก็ไม่เที่ยง ถ้าเรารู้เท่าทันตรงนี้ มันจะหายเบื่อของมัน
เอง จิตมันจะค่อยๆเริ่มหมดความปรุงแต่ง เริ่มเข้าสู่ความเป็นกลาง ต่อการปรุงแต่งทั้ง กุศลและอกุศล ที่เรียกว่า
"สังขารอุเบกขาญาณ" เพราะมีปัญญาแก่กล้าขึ้นนั่นเอง
ส่วนลำดับต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร? ขอไม่พูดต่อนะ พวกท่านต้องพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง เพราะถ้ายิ่งพูด พวกท่านก็จะ
ยิ่ง"จำ" แล้วเอาสิ่งที่จำไปปรุงแต่ง
อย่าลืมว่า ธรรมะของพระพุทธองค์ เป็นปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ วิญญูชน พึงรู้เห็นได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่จำ
เป็นต้องเชื่อ แต่ถ้าอยากรู้..... "จงลองดูเถิด"...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 9 · 3 ชม.


Tummasak Charoensak ขอบพระคุณครับ
ถูกใจ · 2 นาที




พระธรรม นำทาง ขอบคุณครับอาจารย์ แสดงว่าที่ผม เบื่อคนที่บ้านว่า จู้จี้ ขี่บ่น ก็อยู่ในข่าย เบื่อเพราะกิเลสใช่ไหม
ครับ..คริคริ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 ชม.


ธรรมเจริญ เครื่องนอน สาธุค่ะ เป็นสิ่งที่กำลังสงสัยเลยค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ ·


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron