https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf" />

เมื่อวานนี้ผมไปรำลึกความหลัง เมื่อย้อนกลับไปราวๆ ๘ - ๑๐ ปี ที่แล้วนะครับ ไปที่วัดอุโมงค์ วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ของเมือง

หลังจาก เพจ อาจาร์ยชาลีโดนปิดไป ก็มีเพจนี้แทน แต่ไม่ใช่คนเดียวกัน

Face Book Page : Active
https://www.facebook.com/profile.php?id ... 35&fref=nf
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13542
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เมื่อวานนี้ผมไปรำลึกความหลัง เมื่อย้อนกลับไปราวๆ ๘ - ๑๐ ปี ที่แล้วนะครับ ไปที่วัดอุโมงค์ วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ของเมือง

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 23 ส.ค. 2015 5:38 pm

11883848_1470589309931475_1832632185447207697_o.jpg
11883848_1470589309931475_1832632185447207697_o.jpg (131.82 KiB) เปิดดู 397 ครั้ง

เมื่อวานนี้ผมไปรำลึกความหลัง เมื่อย้อนกลับไปราวๆ ๘ - ๑๐ ปี ที่แล้วนะครับ ไปที่วัดอุโมงค์ วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ของเมืองเชียงใหม่ วัดนี้สมัยย้ายจาก กทม.มาทำงานที่เชียงใหม่ ราวๆปี ๒๕๔๘ ผมเคยมานั่งสมาธิบริเวณ ฐานเจดีย์ด้านบน และรวมถึงหน้าพระพุทธรูป ในอุโมงค์ข้างล่าง
คนเราไม่สำคัญว่าจะเกิดที่ไหน วันใดวันหนึ่งเมื่อวิบากให้ผล ย่อมมีเหตุให้กลับมาอยู่ที่แห่งนั้น "ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม"
เพราะทุกที่ๆเราอยู่ ผู้คนที่เรารู้จักและ"คุ้นเคย" ล้วนสืบเนื่องจาก เหตุในอดีต ที่เราไม่สามารถจดและจำได้ทั้งสิ้น
เหตุอดีตส่งผลมาสู่ปัจจุบัน และเหตุที่เรา"กำลังทำ" ในปัจจุบัน ก็ส่งผลถึงอนาคต เป็นวงรอบของ กิเลส กรรม วิบาก สืบต่ออย่างไม่มีวันสิ้นสุด จนกว่าเราจะหยุด "ทำกรรม" นั่นหมายถึง บรรลุอรหันต์แล้วนั่นเอง
แต่เรื่องของ "กฎแห่งกรรม" เป็นสิ่งที่(ปุถุชน)เข้าใจได้ยาก พระพุทธองค์จึงบัญญัติเอาไว้ว่า เป็นเรื่องของอจินไตย จึงไม่ควรไปครุ่นคิดให้เสียเวลา
จริงๆผมก็คิดแทนพวกท่านแล้วนะ ถึงได้ปรากฏบทความ ทั้งทางโลกและทางธรรม ให้พวกท่านได้อ่านจนทุกวันนี้ และมีบางคนรู้สึก"คุ้นเคยผูกพันธ์" กับกระแสจิตของ "ชาลี" จนต้องติดตามมาตลอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น เพราะความ"บังเอิญ" เช่นกัน
"จิตพระอริยะกับปุถุชน" จะต่างกันเยอะ เพราะดวงจิตของพระอริยะ ท่านดับ"ทิฐิ"หรือความเห็นผิด ดับความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย ได้แบบเด็ดขาด(สมุทเฉท) แค่ดับความเห็นผิด ละสักกายทิฐิได้ อัตตาก็ลดลงไปเยอะ
เพราะตัว"ทิฐิ"ความเห็นผิด ในอัตตาตัวตนนี่แหละครับ ที่ทำให้เกิดการแก้แค้น ต้องการเอาชนะ ผูกพยามบาท อาฆาตจองเวร แบบไม่รู้จักจบจักสิ้น และไม่ยอมอโหสิกรรมให้ใคร
ที่สำคัญที่สุด"ทิฐิ มานะ" เวลาเกิดกับใคร ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อย"รู้ตัว" จิต "คุ้นเคย"กับอารมณ์ไหน ก็จะหลงและติดในอารมณ์เหล่านั้น คนที่คุ้นเคยกับอกุศลจิต ก็จะหลงและเข้าใจว่า ตนเองนั้นมีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องไปปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ เพราะไม่เห็นมันจะทุกข์อะไร?
คนที่คิดเช่นนี้ ยังใช้ชีวิตและประมาทอยู่มาก เวลาต้องประสบกับ ความพลัดพราก จากข้าวของ หรือคนที่ตนรัก ความทุกข์จะเกิดขึ้นเป็นทวีคูณ
ถ้าเราสามารถฝึก"จิต" จนหลุดพ้นจาก อาสวะหรือกิเลสแล้ว ไม่ว่าในอดีตท่านจะคุ้นเคยกับ กุศลหรืออกุศลมากแค่ไหน รับรองว่าจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะดวงจิตนั้น ได้ที่พึ่งอัน"เกษมสูงสุด"แล้วนั่นเอง...
11811421_1470589483264791_4388443601203218017_n.jpg
11811421_1470589483264791_4388443601203218017_n.jpg (55.61 KiB) เปิดดู 397 ครั้ง


source
https://www.facebook.com/permalink.php? ... 9412618335



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron