36. ล่อกันนัว

ทางการจีนยังไม่ได้สรุปว่า ไฟไหม้และเกิดการระเบิดอย่างน่าสะพึงกลัวที่โรงงานเคมีRunxing Chemical Coที่มณฑลชานตุงในคืนวันเสาร์ที่22 สิงหาคมที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุอะไร ในชั้นนี้ยังด่วนไปที่จะสรุปว่าเกิดจากอุบัติเหตุ ความเลินเล่อประมาท หรือวินาศกรรม
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13192
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

36. ล่อกันนัว

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 30 ส.ค. 2015 1:13 am

11960238_382625505267163_6954256799835340506_n.jpg
11960238_382625505267163_6954256799835340506_n.jpg (43.14 KiB) เปิดดู 169 ครั้ง

นิติรัฐไทยน่าเชื่อถือกว่านิติรัฐสหรัฐ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกคนละ 18 ปี อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย คดีปล่อยเงินกู้ให้ บมจ.กฤษดามหานคร ร่วมหมื่นล้านบาทโดยมิชอบ ส่วน “ทักษิณ” จำเลยที่ 1 คดีเดียวกันอยู่ระหว่างหลบหนี ให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.asp ... 0000096833

ไม่มีผู้บริหารแบงค์Wall Streetแม้แต่รายเดียวเข้าคุกจากวิกฤติการเงินปี2008
Not One Top Wall Street Executive Has Been Convicted Of Criminal Charges Related To 2008 Crisis
http://www.huffingtonpost.com/2013/09/1 ... 19792.html

ตกลงระหว่างระบบนิติรัฐไทยและนิติรัฐสหรัฐ ของใครน่าเชื่อถือกว่ากัน? ต่อไปใครว่าไทยเรื่องนิติรัฐ ให้ยกกรณีนี้เป็นตัวอย่างนะจ๊ะจะบอกให้

thanong
27/8/2015

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 63/?type=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13192
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: 36. ล่อกันนัว

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 30 ส.ค. 2015 1:18 am

มะขามเทศ มะเขตถาม ติดคุกตอนแก่ บางคนเป็นมะเร็ง บางคนหัวใจกำเริบ แต่ไอ้คนสั่งการตัวการใหญ่เสวย
สุขอยู่เมืองนอก พวกขี้ข้าดูเอาไว้ เขาสั่งอะไรก็ทำแล้วมันเข้าไปนอนในคุกเป็นเพื่อนไหม ขอโทษลูกหลานของ
ผู้ถูกคำพิพากษาด้วย ไม่ได้อยากจะซ้ำเติมนะ แต่นี้คือบทเรียนของประเทศ คนที่สั่งการเขาไม่ได้มาติดคุก กิน
ข้าวคุกด้วย เห็นว่าธนาคารกรุงไทยจะขอพระราชทานอภัยโทษ ตามกฏแล้วก็ต้องรับโทษตามสัดส่วนก่อน เข้า
เกณฑ์การขอล่ะมั้งถึงจะได้ เข้าคุกไปได้กี่วันล่ะ ช่วงชั้นฎีกาประตัวหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรมั้งเรือนจำพิเศษ
กรุงเทพ คุกขั้นไฮโซ แถมต้องชดใช้เงินคืนให้ธนาคารอีกหมื่นล้าน เจ็บไหมงานนี้ อีกคนมีเป็นหมื่นล้านกินสุข
สบายอยู่ต่างประเทศ ลองแบกหน้าไปขอยืมเงินเขาไหม เผื่อเขาจะช่วย แบบที่พวกคุณเคยช่วยเขาไว้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 73 · 27 สิงหาคม เวลา 19:43 น.


Thanong Fanclub You're one of the smartest ladies here.
ดูคำแปล
ถูกใจ · 15 · 27 สิงหาคม เวลา 22:52 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม เคยอ่านกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษในช่วงวโรกาสมหามงคล อ่านเกือบทุกปี เขาจะ
ระบุมาเลยว่าจะลดให้นักโทษประเภทไหนเท่าไหร่ ต้องโทษมากี่ปี เหลือกี่ปี ส่วนที่กรุงไทยจะขอพระราช
ทานอภัยโทษ คงทำขอเฉพาะราย เราจะไม่ก้าวล่วง แต่ช่วงที่ คสช. เข้ามาบริหารบ้านเมือง จะได้คดีค้างเก่าได้
สะสางกันซะที ชนสวัสดิ์เข้าไปนอนในคุกล่ะ หลังจากเลื่อนการฟังฏีกามาหลายครั้ง คดีของกรุงไทย เป็นคดี
อาญา บางคนสงสัยทำไมผู้บริหารต้องรับคดีอาญา ถ้าเป็นธนาคารเอกชน คงไม่โดน มาตรา 157 หรอก ไปอ่าน
คำพิพากษาจากข่าว ที่โดนเพราะเป็นพนักงานแล้วอนุมัติไม่ชอบ ผิดกฏ ผิดหลักเกณฑ์ และหวังว่าจะเป็นบรรทัด
ฐานไปถึงคดีจำนำข้าว ที่ฝ่ายบริหารจะลอยตัวบอกว่าอนุมัติเพราะเป็นนโยบาย เป็นฝ่ายบริหารดูแลนโยบาย ไม่ใช่
ฝ่ายปฏิบัติ เกิดความเสียหายก็ไม่ผิด ลอยตัว ไม่เกี่ยวไม่ได้
ถูกใจ · 25 · 28 สิงหาคม เวลา 2:37 น.

ณรงค์เดช ไชยศรี หลักนิติรัฐ คือ หลักที่การปกครองของประเทศต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ ซึ่งปัจจุบันเกือบ
ทุกประเทศใช้กฎหมายทั้งสิ้น แต่ต้องประกอบด้วยหลักความชอบด้วยกฎหมาย หลักความสุจริต หลักประโยชน์
สาธารณะ และหลักอื่นๆ หลักดังกล่าวทั้งหลายเรียกว่าหลักกฎหมายมหาชน ซึ่งตรงกับ สัมมาทิฏฐิ สัมมาวาจา
สัมมาวายาโม สัมมาอาชีโว ในมรรคมีองค์ 8 สรุปลงคำว่า สัมมา แปลว่า ถูกต้อง เพียงแค่นี้ ประชาธิปไตยที่มี
ธรรมกำกับก็เกิดขึ้นแล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 52 · 27 สิงหาคม เวลา 16:12 น.


Anond Kaewlin ต่อให้มีเงินมากขนาดไหนก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกรรมนี่แหละผลของการทุจริตที่คิดว่ามีเงินมาก
ไม่ติดคุกหรือมีพวกเป็นใหญ่สาวไม่ถึงแต่กรรมมองเห็นอนาถแท้ชีวิตติดคุกตอนแก่
ถูกใจ · ตอบกลับ · 20 · 27 สิงหาคม เวลา 16:29 น.


ปรัธยาน์ภรณ์ สงค์รอด ยังไม่จบนะกรุงไทยๆ
ปล่อยกู้ให้กัมพูชาไป
ซื้อ
ระบบไอทีของทักกี้ ป่านนี้เงินนั้นยังไม่ได้คืน นี่อีกกระทงใหญ่
ท่านใดจำได้มีข้อมูลนำมาทบทวนความจำ
บ้านเมืองเราถูกทำร้าย
บาดเจ็บยิ่งกว่ามะเร็ง
กินสมองแล้วมั้งคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 · 27 สิงหาคม เวลา 20:29 น.


Nun Sas จริงๆ ต้องสืบต่อให้ได้ว่าบิ๊กบอสที่ประธานคณะกรรมการ ธนาคารกรุงไทยอ้างถึงตอนประชุมปล่อยกู้
คือใคร
ถูกใจ · ตอบกลับ · 13 · 27 สิงหาคม เวลา 17:29 น.


Wisan Nirinthanachat ตอนปี 40 สู้ค่าเงินจนล่มจม มีใครติดคุกและต้องชดใช้บ้างมั๊ยครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 27 สิงหาคม เวลา 20:38 น.


Narudsaruk Likitcharoenkron ผู้พิพากษาคือ ตัวแทนของพระมหากษัตริย์ คะ บ้านเรายังโชคดีที่อำนาจศาลยัง
เป็นของพระราชา คือความยุติธรรมนั่นเอง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 27 สิงหาคม เวลา 19:09 น. · มีการแก้ไข


Thanadej Patanavichit เห็นใจ คุณ วิโรจน์ (อดีดกรรมการผู้จัดการ ธ.กรุงไทย) มากครับ ถึงแม้ว่ากรุงไทยจะ
ปล่อยกู้แล้วโครงการล้มเสียหายไป 1.1 หมื่นล้าน แต่ที่ดินที่จำนองมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้าน แต่ทาง AQ ก็พร้อม
จ่าย http://www.prachachat.net/news_detail.p ... 1440649515

ศาลฯสั่ง AQ ร่วมคืนเงิน KTB กว่า 1...
ศาลฯสั่ง AQ ร่วมคืนเงิน KTB กว่า 1 หมื่นล้านบาท ฟาก AQ ชี้ไม่กระทบบริษัทมาก...
PRACHACHAT.NET|โดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
ถูกใจ · ตอบกลับ · 9 · 27 สิงหาคม เวลา 15:53 น.


ความเชื่อ ความฝัน หุ้น,AQ ปรับตัวขึ้นมาจากมื่อวาน
ถูกใจ · 3 · 27 สิงหาคม เวลา 18:02 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม คดีนี้จะก็ไม่ต่างกับคดีคลองด่าน ที่นักการเมืองหนี แต่ข้าราชการต้องรับผิดชอบตามคำ
สั่งศาล และนี่ก็จะเป็นบรรทัดฐานต่อไป และย่อมมีผลถึงคดีจำนำข้าว เป็นคดีอาญา ค่าเสียหายก็ต้องชดใช้ แต่ที่
โดนคือ การอนุมัติไม่ชอบด้วยกฏหมาย แค่ศาลบอกว่าผิด 157 ก็จบแล้ว จำนำข้าวก็จะมาอ้างว่าเป็นฝ่ายบริหาร
ดูแลนโยบาย อนุมัติออกไป มีผลติดตามมาด้วยทั้งนั้น พอเสียหายฉันไม่รู้ ฉันไม่ผิดไม่ได้
ถูกใจ · 7 · 28 สิงหาคม เวลา 2:13 น.

Thanadej Patanavichit ไม่เหมือนคลองด่าน เพราะคดีนี้ ทาง ธ.กรุงไทย มีที่ดินค้ำประกันที่มีมูลค่ามากกว่า
หนี้สิน
ถูกใจ · 1 · 28 สิงหาคม เวลา 6:12 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม ที่ดินคือการจำนองค้ำประกัน มันก็เป็นหลักการของการจำนอง ที่เหมือนกันคือ มันผิด
อาญา คุณเอาความเสียหายชดเชยทางแพ่งมาเทียบได้ยังไง คดีคลองด่านข้าราชการโดน นักการเมืองหนี ไม่
เหมือนตรงไหน ค่าปรับคดีกรุงไทย 26,000 บาทเอง กระจอกมาก ที่เขาให้ชดใช้คือค่าเสียคืนให้โจทก์ ก็คือ
ที่ดินที่จำนองไว้ แล้วถามนิด ตอนจำนองเนี่ย ราคาประเมินเท่าไหร่ ในคำพิพากษามันโชว์ราคาประเมิน 2555
สมัยไอ้เหลี่ยมเป็นนายกสมัยไหน คุณรู้ราคาประเมินตอนจำนองไหมล่ะ จะได้มาบอกว่ามันสูงกว่ามูลค่าหนี้ที่
เกิด เขาเอาหลักเกณ์การอนุมัติไม่ชอบ คุณไปมองว่า มีที่ดินจำนอง เกิดความเสียหายแต่ที่ดินมีมูลค่ามากกว่า
หนี้ เลยไม่ผิด ทั้งที่การอนุมัติมันผิดตั้งแต่ต้น ในหลักเกณฑ์การอนุมัติ แล้วคนสั่งการหนี เหมือนตระกูลอัศว
เหมหนี ถ้าเป็นธนาคารเอกชน ค่อยมาพูดกันว่าไม่เหมือนคลองด่าน ก็อยากรู้เหมือนกัน 4,000 กว่าไร่มันแถว
ไหน ไม่ใช่ถนนเพิ่งผ่านไม่กี่ปีมูลค่าประเมินเลยลอยลมขึ้นมา หรือเมื่อก่อนป่าเขาทุ่งนา ประเมินจริงไม่ถึงมูลค่า
หนี้ แต่ยังไงมันคือความผิดทางอาญา ถ้ากลุ่มคนอุนมัติ อนุมัติให้หลักเกณฑ์ ไม่ผิดกฏหมายตามมาตรที่ศาล
ท่านว่า หลายมาตรา แล้วมีสินทรัพย์มากกว่าหนี้จริงในวันจำนอง คงไม่นอนคุกหรอก
ถูกใจ · 3 · 28 สิงหาคม เวลา 10:01 น. · มีการแก้ไข

Thanadej Patanavichit ที่ดินอยู่ตรง บางนา-ตราด คุณ วิกรม เคยติดต่อขอซื้อ 1.5 หมื่นล้าน ปีก่อน // ธนาคาร
มีหน้าที่ปล่อยกู้ เค้าปล่อยกู้แล้วได้ดอกเบี้ย แล้วเค้าเสียหายตรงไหน ?

ส่วนคนที่ได้รับเงินมาจะนำไปใช้ผิดก็ไม่น่าจะเป็นความผิดของธนาคาร และการจำคุกนายธนาคารถึง 18 ปี น่าจะ
ไม่เป็นธรรม // เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ใชข้าราชการนะครับ // ไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่ทำแบบนี้แล้่วต่อๆ ไป
ธนาคารจะปล่อยกู้ยากแล้วธุรกิจใหญ่ๆ จะมีปัญหาตาม
ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 10:12 น. · มีการแก้ไข

Thanadej Patanavichit ช่วงที่คุณวิโรจน์เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย หลายคนอาจโตไม่ทันหรือบาง
คนอาจจำไม่ได้ ช่วงนั้นเพิ่งพ้นจากต้มยำกุ้งมาได้ไม่นาน ธนาคารในประเทศยังอาการหนักและเข็ดขยาดกับการ
จัดการลูกหนี้ ทำให้แทบทุกธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ซึ่งในทางเศรษฐกิจเมื่อแบงก์ไ...ดูเพิ่มเติม

Buak Bangbuathong
เมื่อวานมีข่าวที่ทำให้ใจหายมาก

ตลอดชีวิตการทำงานเป็นนักข่าวมา ๒๐ กว่าปี (ทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นนักข่าวอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนสถานภาพ
ไป) มีแหล่งข่าวไม่กี่คนที่ผมให้ความนับถือและยิ่งเป็นแหล่งข่าวในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก

คุณวิโรจน์ นวลแข เป็นหนึ่งในนั้น

ผมมีโอกาสได้พบและสัมภาษณ์คุณวิโรจน์ไม่บ่อยครั้งนักเนื่องจากสายงานที่ทำในช่วงแรกไม่ตรงกับคุณวิโรจน์
แต่ในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมมีโอกาสได้ทำข่าวปรส. ซึ่งเป็นช่วงที่ทำข่าวสนุกที่สุดและได้พัฒนาตัวเองมากที่สุด
(ในขณะที่สถานการณ์การเงินในช่วงนั้นย่ำแย่ที่สุดด้วย) ผมมีโอกาสได้พบและสัมภาษณ์คุณวิโรจน์แบบ
exclusive หลายครั้งด้วยกัน เนื่องจากผู้บริหารคนหนึ่งที่บริษัทเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนวชิราวุธกับคุณวิโรจน์ ทำให้
เราสามารถเชิญคุณวิโรจน์มาให้ความรู้และให้สัมภาษณ์ได้ถึงที่ออฟฟิศ

ครั้งหนึ่งทีมงานเรานั่งเตรียมตัวกันอยู่ในส่วนรับรองแขกในห้องทำงานท่านเจ้าสำนัก เมื่อคุณวิโรจน์มาถึงสิ่งแรก
ที่ทำ (โดยที่ยังไม่นั่งลง) คือยื่นมือมาจับมือกับผู้บริหารที่เป็นเพื่อนโรงเรียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผมยังจำภาพนั้น
ได้ติดตาจนถึงวันนี้ หลังจากวันนั้นเวลาได้ยินใครพูดถึงเรื่องความผูกพันกันของเด็กวชิราวุธผมไม่มีข้อกังขาอีก
เลย ด้วยภาพคุณวิโรจน์จับมือกับเพื่อนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาเลยแต่สีหน้าและแววตามันบอกออกมา
แทน

ในช่วงนั้นนอกจากการสัมภาษณ์แบบเจอตัวกันแล้ว บางครั้งที่ได้ประเด็นใหม่ๆ มาผมยังต้องโทรศัพท์ไปรบกวน
ขอความรู้และความเห็นจากคุณวิโรจน์ด้วย โดยที่ท่านเจ้าสำนักให้เบอร์โทรศัพท์มือถือมาพร้อมกับบอกว่า "บวก
มึงเอาเบอร์คุณวิโรจน์ไป บอกว่าได้เบอร์มาจากพี่" ด้วยความเกรงใจ ผมโทรศัพท์ไปรบกวนคุณวิโรจน์เพียงสอง
ครั้ง ซึ่งทั้งสองครั้งได้รับความกรุณาจากคุณวิโรจน์เป็นอย่างดี

หลังจากช่วงนั้นผมได้พบคุณวิโรจน์อีกเพียงสองครั้ง โดยเป็นช่วงที่คุณวิโรจน์พ้นจากตำแหน่งที่ธนาคารกรุงไทย
แล้ว ครั้งแรกผมไปทำข่าวเปิดตัวบัตรเครดิตเจ้าหนึ่งที่เกาะสมุย ระหว่างที่เดินรอเวลาเริ่มงานอยู่กับเพื่อนนักข่าว
สองสามคน เราเจอคุณวิโรจน์ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น รองเท้าวิ่ง ในตอนนั้นคุณวิโรจน์น่าจะอายุใกล้ๆ ๖๐
หรือ ๖๐ กว่าแล้ว แต่ยังดูฟิตมาก เมื่อยกมือไหว้สวัสดีเป็นที่เรียบร้อยเราถามถึงชีวิตในช่วงนั้น รายละเอียดผมจำ
ไม่ได้แต่ที่จำได้คือ คุณวิโรจน์บอกว่าช่วงนี้อ่านหนังสือ เมื่อถามว่าอ่านหนังสือแนวไหน คุณวิโรจน์ตอบว่า พวก
แมเนจเมนต์ไม่ได้อ่านแล้วเพราะไม่ได้ใช้ ช่วงนี้อ่านหนังสือธรรมมะ

อีกหลายปีต่อมาผมได้พบคุณวิโรจน์อีกครั้ง ตอนนั้นผมเป็นบรรณาธิการนิตยสารธุรกิจฉบับหนึ่ง เรามีกิจกรรมอี
เวนต์เล็กๆ กับคนอ่านและสมาชิก โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาพูดให้คนอ่านที่สนใจได้เข้ามาฟัง ครั้งหนึ่ง
เราเลือกสถานที่จัดเป็นบูทีกโฮเต็ลย่านใจกลางเมือง ซึ่งมาทราบก่อนจัดงานไม่กี่วันว่าเป็นของลูกคุณวิโรจน์

ในวันงาน ระหว่างที่ผู้อ่านทยอยเข้ามาลงทะเบียน คุณวิโรจน์เดินผ่านประตูเข้ามา เมื่อเห็นมีการลงทะเบียนกันอยู่
ก็เดินมาถามว่าจัดงานอะไร หลังจากที่ผมอธิบายเสร็จคุณวิโรจน์ก็ถามถึงนิตยสารที่ทำอยู่ ซึ่งในเวลานั้นเป็น
นิตยสารธุรกิจหัวนอกที่ซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นฉบับภาษาไทยเล่มแรกในวงการ คุยกันสักพักคุณวิโรจน์ก็ปลีกตัว
ไป

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่าถึงคุณวิโรจน์ก็คือ ช่วงที่คุณวิโรจน์เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย หลายคน
อาจโตไม่ทันหรือบางคนอาจจำไม่ได้ ช่วงนั้นเพิ่งพ้นจากต้มยำกุ้งมาได้ไม่นาน ธนาคารในประเทศยังอาการหนัก
และเข็ดขยาดกับการจัดการลูกหนี้ ทำให้แทบทุกธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ซึ่งในทางเศรษฐกิจเมื่อแบงก์ไม่
ปล่อยสินเชื่อภาค real sector ก็เดินไม่ได้ แบงก์เองก็แย่เพราะเงินฝากท่วมแบงก์ มีแต่ดอกเบี้ยจ่ายไม่มีดอก
เบี้ยรับ

ธนาคารกรุงไทยภายใต้การคุมบังเหียนของคุณวิโรจน์เป็นแบงก์แรก (ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลในเวลานั้น
เพราะเป็นแบงก์รัฐ) ที่ลุกขึ้นมาปล่อยสินเชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง หลายคนอาจพอจะจำเพลงโฆษณาที่ร้องว่า
"เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน..." ได้

อันนี้แหละครับที่เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่ออีกครั้งและทำให้
เศรษฐกิจเดินหน้าได้ในตอนนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ที่ผมพอจะทำได้คือ ขอคุณอำนาจพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้
เคราะห์หรือกรรมเก่าของคุณวิโรจน์หมดไปโดยเร็ว

ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 10:14 น.

Thanadej Patanavichit ช่วงที่คุณวิโรจน์เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย หลายคนอาจโตไม่ทันหรือบาง
คนอาจจำไม่ได้ ช่วงนั้นเพิ่งพ้นจากต้มยำกุ้งมาได้ไม่นาน ธนาคารในประเทศยังอาการหนักและเข็ดขยาดกับการ
จัดการลูกหนี้ ทำให้แทบทุกธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ซึ่งในทางเศรษฐกิจเมื่อแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อภาค
real sector ก็เดินไม่ได้ แบงก์เองก็แย่เพราะเงินฝากท่วมแบงก์ มีแต่ดอกเบี้ยจ่ายไม่มีดอกเบี้ยรับ

ธนาคารกรุงไทยภายใต้การคุมบังเหียนของคุณวิโรจน์เป็นแบงก์แรก (ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลในเวลานั้น
เพราะเป็นแบงก์รัฐ) ที่ลุกขึ้นมาปล่อยสินเชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง หลายคนอาจพอจะจำเพลงโฆษณาที่ร้องว่า
"เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน..." ได้

อันนี้แหละครับที่เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่ออีกครั้งและทำให้
เศรษฐกิจเดินหน้าได้ในตอนนั้น
https://www.facebook.com/buakbangbuatho ... nref=story

Buak Bangbuathong
เมื่อวานมีข่าวที่ทำให้ใจหายมาก

ตลอดชีวิตการทำงานเป็นนักข่าวมา ๒๐ กว่าปี (ทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นนักข่าวอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนสถานภาพ
ไป) มีแหล่งข่าวไม่กี่คนที่ผมให้ความนับถือและยิ่งเป็นแหล่งข่าวในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก

คุณวิโรจน์ นวลแข เป็นหนึ่งในนั้น

ผมมีโอกาสได้พบและสัมภาษณ์คุณวิโรจน์ไม่บ่อยครั้งนักเนื่องจากสายงานที่ทำในช่วงแรกไม่ตรงกับคุณวิโรจน์
แต่ในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมมีโอกาสได้ทำข่าวปรส. ซึ่งเป็นช่วงที่ทำข่าวสนุกที่สุดและได้พัฒนาตัวเองมากที่สุด
(ในขณะที่สถานการณ์การเงินในช่วงนั้นย่ำแย่ที่สุดด้วย) ผมมีโอกาสได้พบและสัมภาษณ์คุณวิโรจน์แบบ
exclusive หลายครั้งด้วยกัน เนื่องจากผู้บริหารคนหนึ่งที่บริษัทเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนวชิราวุธกับคุณวิโรจน์ ทำให้
เราสามารถเชิญคุณวิโรจน์มาให้ความรู้และให้สัมภาษณ์ได้ถึงที่ออฟฟิศ

ครั้งหนึ่งทีมงานเรานั่งเตรียมตัวกันอยู่ในส่วนรับรองแขกในห้องทำงานท่านเจ้าสำนัก เมื่อคุณวิโรจน์มาถึงสิ่งแรก
ที่ทำ (โดยที่ยังไม่นั่งลง) คือยื่นมือมาจับมือกับผู้บริหารที่เป็นเพื่อนโรงเรียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผมยังจำภาพนั้น
ได้ติดตาจนถึงวันนี้ หลังจากวันนั้นเวลาได้ยินใครพูดถึงเรื่องความผูกพันกันของเด็กวชิราวุธผมไม่มีข้อกังขาอีก
เลย ด้วยภาพคุณวิโรจน์จับมือกับเพื่อนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาเลยแต่สีหน้าและแววตามันบอกออกมา
แทน

ในช่วงนั้นนอกจากการสัมภาษณ์แบบเจอตัวกันแล้ว บางครั้งที่ได้ประเด็นใหม่ๆ มาผมยังต้องโทรศัพท์ไปรบกวน
ขอความรู้และความเห็นจากคุณวิโรจน์ด้วย โดยที่ท่านเจ้าสำนักให้เบอร์โทรศัพท์มือถือมาพร้อมกับบอกว่า "บวก
มึงเอาเบอร์คุณวิโรจน์ไป บอกว่าได้เบอร์มาจากพี่" ด้วยความเกรงใจ ผมโทรศัพท์ไปรบกวนคุณวิโรจน์เพียงสอง
ครั้ง ซึ่งทั้งสองครั้งได้รับความกรุณาจากคุณวิโรจน์เป็นอย่างดี

หลังจากช่วงนั้นผมได้พบคุณวิโรจน์อีกเพียงสองครั้ง โดยเป็นช่วงที่คุณวิโรจน์พ้นจากตำแหน่งที่ธนาคารกรุงไทย
แล้ว ครั้งแรกผมไปทำข่าวเปิดตัวบัตรเครดิตเจ้าหนึ่งที่เกาะสมุย ระหว่างที่เดินรอเวลาเริ่มงานอยู่กับเพื่อนนักข่าว
สองสามคน เราเจอคุณวิโรจน์ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น รองเท้าวิ่ง ในตอนนั้นคุณวิโรจน์น่าจะอายุใกล้ๆ ๖๐
หรือ ๖๐ กว่าแล้ว แต่ยังดูฟิตมาก เมื่อยกมือไหว้สวัสดีเป็นที่เรียบร้อยเราถามถึงชีวิตในช่วงนั้น รายละเอียดผมจำ
ไม่ได้แต่ที่จำได้คือ คุณวิโรจน์บอกว่าช่วงนี้อ่านหนังสือ เมื่อถามว่าอ่านหนังสือแนวไหน คุณวิโรจน์ตอบว่า พวก
แมเนจเมนต์ไม่ได้อ่านแล้วเพราะไม่ได้ใช้ ช่วงนี้อ่านหนังสือธรรมมะ

อีกหลายปีต่อมาผมได้พบคุณวิโรจน์อีกครั้ง ตอนนั้นผมเป็นบรรณาธิการนิตยสารธุรกิจฉบับหนึ่ง เรามีกิจกรรมอี
เวนต์เล็กๆ กับคนอ่านและสมาชิก โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาพูดให้คนอ่านที่สนใจได้เข้ามาฟัง ครั้งหนึ่ง
เราเลือกสถานที่จัดเป็นบูทีกโฮเต็ลย่านใจกลางเมือง ซึ่งมาทราบก่อนจัดงานไม่กี่วันว่าเป็นของลูกคุณวิโรจน์

ในวันงาน ระหว่างที่ผู้อ่านทยอยเข้ามาลงทะเบียน คุณวิโรจน์เดินผ่านประตูเข้ามา เมื่อเห็นมีการลงทะเบียนกันอยู่
ก็เดินมาถามว่าจัดงานอะไร หลังจากที่ผมอธิบายเสร็จคุณวิโรจน์ก็ถามถึงนิตยสารที่ทำอยู่ ซึ่งในเวลานั้นเป็น
นิตยสารธุรกิจหัวนอกที่ซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นฉบับภาษาไทยเล่มแรกในวงการ คุยกันสักพักคุณวิโรจน์ก็ปลีกตัว
ไป

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่าถึงคุณวิโรจน์ก็คือ ช่วงที่คุณวิโรจน์เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย หลายคน
อาจโตไม่ทันหรือบางคนอาจจำไม่ได้ ช่วงนั้นเพิ่งพ้นจากต้มยำกุ้งมาได้ไม่นาน ธนาคารในประเทศยังอาการหนัก
และเข็ดขยาดกับการจัดการลูกหนี้ ทำให้แทบทุกธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ซึ่งในทางเศรษฐกิจเมื่อแบงก์ไม่
ปล่อยสินเชื่อภาค real sector ก็เดินไม่ได้ แบงก์เองก็แย่เพราะเงินฝากท่วมแบงก์ มีแต่ดอกเบี้ยจ่ายไม่มีดอก
เบี้ยรับ

ธนาคารกรุงไทยภายใต้การคุมบังเหียนของคุณวิโรจน์เป็นแบงก์แรก (ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลในเวลานั้น
เพราะเป็นแบงก์รัฐ) ที่ลุกขึ้นมาปล่อยสินเชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง หลายคนอาจพอจะจำเพลงโฆษณาที่ร้องว่า
"เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน..." ได้

อันนี้แหละครับที่เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่ออีกครั้งและทำให้
เศรษฐกิจเดินหน้าได้ในตอนนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ที่ผมพอจะทำได้คือ ขอคุณอำนาจพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้
เคราะห์หรือกรรมเก่าของคุณวิโรจน์หมดไปโดยเร็ว

ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 10:16 น.

Thanadej Patanavichit ขนาด คุณ บรรยง พงษ์พานิช ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ยังบอกว่า "เซ็งสุดๆ...เศร้า
มากๆ...เสียใจลึกๆ...ซึมโคตรๆ...รู้สึกรักประเทศไทยน้อยลงเยอะเลย...อยากเลิกงานทุกอย่างแล้วกราบลาหนี
ไปอยู่ต่างแดน" // แบบนี้ใครจะกล้าเสียสละทำงานให้ประเทศอีก...
ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 10:26 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม ไปอ่านดูซิ ทำศาลเขาถึงนับว่าธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ แล้วทำไมโจทก์ถึงฟ้องได้
แล้วทำไมคำร้องของจำเลยจึงตกไป ก็บอกไง ถ้าเป็นธนาคารเอกชนไม่โดนหรอก กรุงไทยใครถือครองเกินครึ่ง
โดนทั้ง โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงาน ใน
องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ถ้าคณะกรรมการฝ่ายบริหารชุดนี้ทำงานธนาคารเอกชน ไม่ต้องนอน
คุก คุณลองอ่านคำพิพากษาดีๆ ไม่เกี่ยวหรอก โครงการใหญ่โครงการเล็ก แต่การอนุมัติมันถูกขั้นตอนไหม นี่ยัง
ไม่อ่านมาตราอื่นๆ ที่โดนเลย แต่นั่นแหละ ถ้าทำงานเอกชนแล้วมีการจำนอง ที่ดินจำนองมากกว่าหนี้ ให้อนุมัติ
ผิดหลักเกณฑ์ยังไงคงไม่โดนอาญาแผ่นดินหรอก
ถูกใจ · 3 · 28 สิงหาคม เวลา 10:26 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม ส่วนทำไมถึงขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คงเพราะ
จำเลยที่ 1 เลยล่ะมั้ง แต่จะเกี่ยวโยงยังไงมันต้องดูในสำนวน ที่มันมีเป็นสิบๆ ลัง เราจะมาบอกว่าไม่เกี่ยวคงไม่
มองแบบทั่วไป ศาลท่านต้องอ่านสำนวน รับหรือไม่รับฟ้อง ถ้าไม่มีจำเลยที่ 1 ที่มันหนี้ เขาก็อาจจะไม่ถึงขึ้นศาล
นี้ก็ได้ ก็ว่าเป็นคดีทุจริตไปแบบ
ถูกใจ · 3 · 28 สิงหาคม เวลา 10:33 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม คุณลองไปอ่านที่เฟสบุ๊คของท่าน Chuchart Srisaeng แล้วจะเข้าใจว่าทำไมต้องขึ้นศา
ลฏีกาแผนกคดีอาญา และทำไมต้องรับโทษขนาดนั้น จะได้ไม่ต้องเอาไปรวมกับการจำนองที่ดิน ถึงบอกไงถ้า
เขาทำงานธนาคารเอกชน เขาไม่ต้องโดนอาญาแผ่นดินหรอก
ถูกใจ · 3 · 28 สิงหาคม เวลา 10:42 น.

Thanadej Patanavichit การพลาดก็ไม่ใช่การโกง แต่ถ้ามีคนโกงก็ต้องลงโทษติกคุกไป.... หากการปล่อยสิน
เชื่อแล้วเป็นหนี้เน่าถือว่าเป็นความผิด สร้างความเสียหาย ธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่คงต้องถูกผู้ถือหุ้นฟ้องติดคุกกัน
มากมาย // ธนาคารกรุงไทยมีสถานะเป็นองค์กรของรัฐ เนื่องจากมีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ภาย
ใต้การกำกับดูและของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งถือครองหุ้นธนาคารกรุงไทยเกินร้อยละ 50 โจทก์จึงมีอำนาจ
ฟ้องจำเลยในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามนิยามของพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงาน
ของรัฐ พ.ศ. 2502 // เริ่มต้นผิดก็ผิดกันหมด
ถูกใจ · 1 · 28 สิงหาคม เวลา 11:04 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม การพลาดไม่ใช่การโกง คนโกงติดคุกไป โอคุณพระ ถ้าคุณเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดความ
ผิด ยังไงก็รับโทษตามกฏหมายกำหนด เขาแบ่งชัดเจนแล้วคุณ " .....สำหรับจำเลยที่ไม่ได้เป็นพนักงานใน
หน่วยงานของรัฐไม่อาจกระทำผิดฐานเป็นตัวการในความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานใ...ดูเพิ่ม
เติม
ถูกใจ · 5 · 28 สิงหาคม เวลา 11:34 น. · มีการแก้ไข

มะขามเทศ มะเขตถาม ที่คุณเถียงแทนจำเลยทั้งหมดเพราะคุณคิดว่าความผิดเขาไม่ควรจะติดคุก หรือในสายตา
คุณพวกเขาเป็นคนดี แต่กฏหมายบัญญัติไว้ ต้องโทษจำ คุณจะว่าไม่ควร ก็ไม่ได้ล่ะมั้ง บอกเลยว่าต้องไปอ่าน
สำนวนและคำพิพากษาฉบับเต็มถึงจะมันส์ เพราะกฏหมายเกี่ยวเนื่องกันหลายฉบับ จะมามโนแค่ความคิดเราไม่
ได้หรอกคุณ
ถูกใจ · 4 · 28 สิงหาคม เวลา 11:36 น. · มีการแก้ไข

Thanadej Patanavichit แยกเรื่องการเมืองออกไปก่อนแล้วลองคิดดูว่า ถ้ากรุงไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ (ตามคำ
ตัดสิน) ถ้าพนักงานปล่อยกู้พลาดแล้วติดคุก ต่อไปคงไม่มีใครกล้าปล่อยกู้นะครับ กลายเป็นเหมือนระบบ
ราชการ
ถูกใจ · 1 · 28 สิงหาคม เวลา 11:32 น.

มะขามเทศ มะเขตถาม คำถาม และพวกที่ติดคุก คุณว่าเขาอนุมัติชอบด้วยกฏหมายไหม ผิดกฏเกณฑ์ของการ
ปล่อยสินเชื่อไหม ถ้าพลาดแล้วไม่ติดคุก ก็ไม่ต้องบัญญัติกฏหมายหรอก กฏหมายไม่ต้องใช้ พนักงานปล่อยกู้
ถ้ามีโจทก์ไปฟ้องแล้วผิดกฏหมาย แล้วกฏหมายบัญญัติต้องติดคุก คุณจะให้เขาไม่ผิดเหรอ
บอกเลยพนักงานสินเชื่อ ถ้ามีโจทก์ไปฟ้องจะด้วยข้อหาอะไรก็ตาม ถ้ามันมีเหตุให้เขาฟ้องได้ ก็เส่ี่ยงคุกเสี่ยง
ตารางทั้งนั้น ถ้ากฏหมายเขาบัญญัติโทษจำคุกไว้ เป็นตำรวจยิงคนร้ายยังอาจจะเจอข้อหาทำเกินกว่าเหตุ ถ้าไม่
ทำอะไรเลยจะเจอข้อหามาตรา 157 ดังนั้นคนทุกคนที่ไม่กล้าก็ไม่ต้องเป็นตำรวจเลย ไม่ต้องระมัดระวังการ
ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องทำอะไรเลย จบ ถ้าคนกลัวจะขับรถชนคนตายไม่ว่าจะเจตนาหรือประมาทก็ไม่ควรจะขับรถ
เลย จบ ถ้าให้ดีไม่อยากมีโทษจำคุก แก้กฏหมายซะ
ถูกใจ · 5 · 28 สิงหาคม เวลา 12:22 น.

ทวีสิน ธนนิมิตประเสริฐ ตอบโจทย์ ได้ตรงครับ กฏหมาย มีบัญญัติไว้ สำหรับ พนักงานที่เป็น รัฐวิสาหกิจ หรือข้า
ราชการ ถ้าบอกว่า ถ้าบอกว่า พนักงานปล่อยกู้พลาดแล้วติดคุก ควรจะออกจากพนักงาน หรือบอร์ดไปก่อนหน้า
ครับ ในเรื่องของธนาคารที่เป็นเอกชน ถ้าปล่อยกู้แบบมีช่องว่างให้ธนาคารเสียหาย ก๋โดนลงโทษนะครับ แม้จะ
ไม่ถึงกับโกง
ถูกใจ · 2 · 28 สิงหาคม เวลา 13:02 น.

ทวีสิน ธนนิมิตประเสริฐ Thanadej Patanavichit ธ.กรุงไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ ครับ เพียงแต่เพิ่ม คำว่า มหาชน เข้า
ไป เพราะอยู่ในตลาดหุ้นนะครับ
ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 13:10 น.

นักล่า ความจริง เค้าปล่อยกู้ให้บริษัทที่มีหนี้บานเบอะ จนท.ฝ่ายอื่นก็เสนอห้ามปล่อยกู้แล้วแต่ก็ดันทุรังปล่อยกู้
อย่างนี้ไม่ส่อเจตนาหรือไง
ถูกใจ · 3 · 28 สิงหาคม เวลา 19:22 น.

Panyakorn Tumpradit ถ้าทำเรื่องแบบนี้แล้วไม่ผิดต่อไปคงขายประเทศไทยกินกันละ
ถูกใจ · 16 ชม.

ธีทัต นัดทอง นิติ เป็นสุดยอดเคล็ดวิชา อยู่เหนือวิชาชีพอื่นๆ ชี้เป็นชี้ตายให้โทษวิชาชีพอื่นๆได้ด้วย ว่าแต่ว่าก่อน
ตัดสินคดีผู้ตัดสินรู้เรื่องการเงินการธนาคาร เข้าใจการใช้ดุลยพิจของนายแบงค์มากน้อยแค่ไหน สงสัยตรงนี้ ใน
ยุคที่ NPL กำลังเบ่งบานทั่วบ้านทั่วเมือง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 27 สิงหาคม เวลา 19:46 น.


Pith Bangkeiad ผลงานของ คตส. กับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง ที่ควรได้รับการคาระวะจากคน
ไทย ได้ลบล้างคำทีว่า "คุกมีไว้ขังคนจน ". เสียที ส่วนอัยกิน นั้นแทบไม่มีเครดิต เพราะตัดทายาท และสมุนอสูร
ร้าย ออกไป 4 ตัว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 28 สิงหาคม เวลา 14:52 น.


Dontree Khrutdilakanan ศาลบอก บอส ไม่แน่ใจว่าใคร
แต่จำเลยไม่มา ถ้ามาน่าจะรอด
เพราะบอสนี่อาจเป็น รมต.คลังก็ได้นิ. แต่แปลกมีจำเลยสองคนที่ศาลยกเพราะไม่แจ้งข้อกล่าวหา แสดงว่าคน
ฟ้อง สับเพร่าหรือไม่ก็หมกเม็ดนั่นแล
คนแบงค์ติดคุกนี่ผิดตรงทำไปแบบอนุมัติข้ามขั้นตอนกับระเบียบของแบงค์ชาติ
ไม่มีข้อหาคอร์รัปชั่นหรือยักยอกทรัพย
ถ้าเป็นจีนจะโดนประหารมั้ยน้า
อีกอย่างทำไมคนแบงค์ทำไมต้องเป็นศาลนักการเมือง อันนี้พึ่งจะรู้์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 27 สิงหาคม เวลา 16:41 น. · มีการแก้ไข


Tana Jitja ธ.กรุงไทยเป็นรัฐวิสาหกิจและมีนักการเมืองร่วมกระทำความผิดครับ จึงต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดี
อาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ถูกใจ · 27 สิงหาคม เวลา 21:05 น.

Dontree Khrutdilakanan ถ้าปรึกษาอดีตเลขาคณะรัฐมนตรีหรือคนร่างรัฐธรรมนูญ.ตอนนี้ สมัยนั้นคงรอดแน
เพราะแกเคยออกมาพูดเคล็ดลับเวลาโดนนักการเมืองสั่งการด้วยวาจาว่าต้องทำไง....่
ถูกใจ · 27 สิงหาคม เวลา 21:12 น. · มีการแก้ไข

Waga WaGa จนผมลืมไปแล้ว ว่ามีเรื่องนี้อยู่ในศาล. นานไปหน่อยน่าจะกระชับระยะเวลาเร็วขึ้นนะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 27 สิงหาคม เวลา 15:52 น.


ครูชุมชน คนโกสุม เห็นมีข่าวคนใหญ่คนโตเข้าคุกเป็นว่าเล่น ว่างๆเราช่วยกันไปดูในคุกหน่อยครับว่า นอนคุก
จริงไหม ...เพราะประทศเราผ่านเวทีละครนะดับโลกมาแล้ว...ความน่าเชื่อถือจึงแทบไม่มีเลย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 27 สิงหาคม เวลา 20:00 น.


Praves Thongtha ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคนไม่ใช่นักการเมืองได้หรอ
ครับเพิ่งรู้เอาศาลเดียว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 28 สิงหาคม เวลา 11:26 น.


ปิยวุฒิ ปิยาภิชาต นักการเมืองก็ซื้อได้ ทหารกองทัพก็ซื้อได้ ศาลก็ต้องซื้อได้สิ อันนี้คือโมเดล ของทุนนิยม
ขนานแท้และดั้งเดิม คำว่า เงินคือพระเจ้า ก็มาจากประเทศนี้แหลาะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 22 · 27 สิงหาคม เวลา 15:52 น. · มีการแก้ไข


Sutheemorn Ta Chorthubthim เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ได้ความรู้มากเลยค่ะ..สุดยอด
ถูกใจ · ตอบกลับ · 12 ชม.


Songsit Julcharthree อเมริกา... ปชต. ของคนบางกลุ่มเท่านั้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 27 สิงหาคม เวลา 20:10 น.


หมอฟัน จอมโหด อาจารย์ครับมีนักการเมืองอเมริกานักโทษติดคดีหนีออกนอกประเทศเหมือนไทยไหมครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 27 สิงหาคม เวลา 17:37 น.


Soontorn Ma สถานการณ์ของสหรัฐ ก็คล้ายๆกฤษฎามหานคร ที่ล้มละลายแล้ว แต่ยังพยายามจะสูบเงินจาก
ระบบ โดยการคอรัปชั่นของผู้ดูแลระบบ ในกรณีสหรัฐ ตัวเองเป็นผู้ดูแลระบบ เลยโมเมจัดอันดับตัวเองให้อยู่ที่
ระดับน่าเชื่อถือ ทั้งที่ความจริงล้มละลายไปแล้ว กรณีสหรัฐเป็นตัวอย่างที่ดีของการ "ธรรมาภิบาล"ที่เลวใน
ทุกระดับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 · 27 สิงหาคม เวลา 17:04 น.


Prasopchai Chai อย่าไปว่าใครเลย จะเข้าตัวเองเปล่าๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 สิงหาคม เวลา 21:29 น.


Chantira Beverley ข้อมูลเสริม เครดิต thaipost >>หลังการเงินฟองสบู่สหรัฐแตกเมื่อปี 2008 ทางธนาคาร
กลางหรือเฟดเดอรัล รีเซิร์ฟ ได้พิมพ์เงินเข้าไปอุ้มทั้งแบงก์และบริษัทยักษ์ในเครือพวกอำมาตย์โลกถึง $16
ล้านล้าน ไม่รู้ว่าเอาอำนาจมาจากไหน พิมพ์ออกมาได้อย่างไร โดยไม่มีหลักทรัพย์...ดูเพิ่มเติม

Market Owl
An attempt to decipher the world via the...
RPRESCHERN.WORDPRESS.COM
ถูกใจ · ตอบกลับ · 33 · 27 สิงหาคม เวลา 17:41 น.


Chantira Beverley เพราะว่าหนี้มหาศาลไม่สามารถชำระคืนได้ มีแต่ต้องพิมพ์เงินเพื่อใช้หนี้ไปไปเรื่อยๆ ฝรั่งเขา
เรียกว่า Ponzi Scheme ทำให้ทั้งตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ มีสภาพเป็นลูกโป่ง ถึงจุดจุดหนึ่ง นักลงทุนที่ถือพันธบัตร
สหรัฐจะขายทิ้ง ทำให้ดอกพุ่งตีกลับ
ถึงตอนนั้นธนาคารกลางจะต้องพิมพ์เงินเข้าไปช่วยเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ค่าเงินดอลลาร์จะถดถอยอ่อนตัวลง
เงินเฟ้อจะพุ่งทะยาน และท้ายที่สุดความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์หมดไป และดอลลาร์ก็จะกลายเป็นเศษ
กระดาษ
แต่คำถามคือ แล้วสหรัฐจะล้มทั้งยืนเมื่อใด?
ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราไปดูฐานะการเงินของสหรัฐก่อนดีกว่า ปี 2012 สหรัฐตั้งงบประมาณ $3.8 ล้านล้าน เก็บ
ภาษีได้ $2.5 ล้านล้าน ขาดดุล $1.3 ล้านล้าน
เศรษฐกิจอเมริกาขณะนี้โตแค่ระดับ 2% กว่า หรือมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาจากผลผลิตสินค้าและบริการ $300,000
ล้าน เทียบไม่ได้เลยกับการก่อหนี้ภาครัฐอย่างเดียวผ่านงบประมาณขาดดุลอย่างเดียวที่ระดับ $1 ล้านล้านกว่า
หรือ $3.56 พันล้านต่อวัน ตัวเลขขาดดุล $1 ล้านล้านกว่านี้ จะหลอกหลอนรัฐบาลสหรัฐไปอีกนานแสนนาน
นาย John Williams แห่ง Shadostats เชื่อว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเลวร้ายกว่านั้นมาก เพราะสหรัฐมีภาระหนี้นอก
งบ (งบประกันสังคม, ประกันสุขภาพ, บำเหน็จบำนาญ) ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ $7 ล้านล้าน เมื่อเก็บภาษีได้แค่ $2
ล้านล้านกว่าต่อปี การใช้จ่ายเกินตัวแบบนี้จะไปได้อีกกี่ยก?
ขณะนี้หนี้รัฐบาลกลางเข้าขั้นวิกฤติอยู่ที่ $16.4 ล้านล้าน เทียบเท่ากับ 103% ของผลิตภัณฑ์ประชาชาติ ทำให้
สภาคองเกรสที่คุมโดยพวกรีพับลิกัน กับทำเนียบขาวต้องรบกันทุกปี เพื่อต่อรองกันในเรื่องการยกเพดานหนี้
ประเทศ ซึ่งขณะนี้ชนเพดานไปเรียบร้อยแล้ว ถ้ากระทรวงคลังไม่เอาเงินคงคลัง $200,000 ล้านมาใช้ก่อน ป่าน
นี้รัฐบาลกลางสหรัฐเช็คเด้งไปเรียบร้อยแล้ว
(หนี้สาธารณะสหรัฐเพิ่มไปเรื่อยๆ จากระดับต่ำกว่า $2 ล้านล้าน สมัยประธานาธิบดีคาร์เตอร์ เป็น $16 ล้าน
ล้านกว่า สมัยประธานาธิบดีโอบามา ตอนโอบามาเข้ารับตำแหน่งปี 2009 หนี้สาธารณะอยู่ที่ $10 ล้านล้าน)
ฐานะการเงินสหรัฐที่ล้มละลายแล้ว ดูได้จากตัวเลขหนี้ภาระผูกพันนอกงบประมาณ (ภาระประกันสังคม สาธารณ
สุขและเงินบำเหน็จบำนาญ) ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดหรือยอมรับความจริงกัน ขณะนี้หนี้นอกงบหรือภาระผูกพันอยู่ที่
$86.8 ล้านล้าน
หรือ 550% ต่อจีดีพี!!!
หนี้นอกงบของสหรัฐ $86.8 ล้านล้าน สูงกว่าจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของโลก ซึ่งอยู่ในระดับ $60
ล้านล้านเสียอีก!!!
นายตีโมที ไกท์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ ซึ่งเพิ่งจะหมดวาระ เรียกร้องให้สภาคองเกรสยกเลิกเพดานหนี้ประเทศ
โดยอ้างว่าเรื่องนี้จะได้ไม่ต้องเป็นประเด็นทางการเมืองอีก นายไกท์เนอร์ต้องการให้รัฐบาลกลางสหรัฐสามารถ
ก่อหนี้ได้โดยไม่มีเพดาน ไม่มีที่สิ้นสุด
ถูกใจ · 11 · 27 สิงหาคม เวลา 17:42 น.

Chantira Beverley Thanong Fanclub
14 กรกฎาคม 2013 · กรุงเทพมหานคร ·
เฟดทำQEอุ้มแบงค์พรรคพวก ส่วนธนาคารที่ไม่อยู่ในเครือเฟดโดนปิดไปแล้ว465แห่ง
ระหว่าง2008-2012 ทางเจ้าหน้าที่ของสถาบันประกันเงินฝากได้ปิดธนาคารไปแล้ว465แห่งทั่วประเทศสหรัฐฯ
ทรัพย์สินโดนtake over หรือเลหลังขายเพื่อใช้หนี้ อันเกิดมาจากหนี้เสีย
ส่วนธนาคารอยู่ในเครือเฟดยังกินดีอยู่ดี แถมรวยขึ้น เพราะไม่มีคู่แข่ง และไล่ซื้อของถูกจากพวกที่ล้ม
ธนาคารในเครือเฟด Too Big Too Fail Banksจะล้มได้อย่างไร ในเมื่อ
1. เฟดพิมพ์เงินทำQEเข้าไปซื้อmortgage backed securitiesของพวกในเครือ ราคาตามบัญชี แทนที่จะเป็น
ราคาตลาดที่ตกฮวบฮาบ
2. ให้สภาพคล่องไม่อั้นที่ดอกเบี้ยเกือบ0% ส่วนแบงค์ Not Too Big To Fail Bankปล่อยล้มตามธรรมชาติ
3. ให้ตกแต่งบัญชี ซ่อนหนี้เน่า

The 2008 financial crisis led to the failure of a large number of banks in the United States. The Federal
Deposit Insurance Corporation (FDIC) closed 465 failed banks from 2008 to 2012.[1] In contrast, in
the five years prior to 2008, only 10 banks failed.
ถูกใจ · 5 · 27 สิงหาคม เวลา 17:51 น. · มีการแก้ไข

Chantira Beverley http://en.wikipedia.org/.../List_of_ban ... s_in_the...
List of bank failures in the United States (2008–present) - Wikipedia, the free encyclopedia
The 2008 financial crisis led to the failure of a large number of banks in the United States. The Federal
Deposit Insurance Corporation (FDIC) closed 465 failed banks from 2008 to 2012.[1] In contrast, in
the five years prior to 2008, only 10 banks failed.[1][2]
EN.WIKIPEDIA.ORG
ถูกใจ · 5 · 27 สิงหาคม เวลา 17:52 น.

Chantira Beverley ข้อมูลเสริมดูยาวไปนะคะแต่ลองอ่านทุกช้อตค่ะ แล้วจะเข้าใจว่ากลโกงของเฟดที่น่าเกียจ
มากๆ อุ้มแต่พรรคพวก เค้าโกงแม้แต่คนอเมริกัน ในปี2008 เสียหายเยอะมากคนตกงานเยอะจนมาบัดนี้ มันคือ
ต้มยำกุ้งของอเมริกาที่ไม่น่าจะฟื้นเลย แต่เพราะการทำสื่อประชาสัมพันธ์ การอัดฉีดเงินเข้าไปโดยไม่ต้องกู้ไอ
เอ็มเอฟ ไม่มีประเทศไหนมากดดันหรือเข้าไปยึด เกมที่ไม่เป็นธรรมเลย อเมริกันทำกับประเทศไทยแสบสันต์
มาก อ่านกันเยอะค่ะ เราจะเข้าใจทุกประเด็น
ถูกใจ · 20 · 27 สิงหาคม เวลา 18:01 น. · มีการแก้ไข

Chayapop Sriprasertsak ลิเบอร่าน ลัทธิตาสว่าง เขานับถือกฎหมายเมกา คือ พระเจ้าครัช
ถูกใจ · ตอบกลับ · 11 · 27 สิงหาคม เวลา 15:51 น.


คิดถึง ลมหนาว ผมเห็นใจคนพวกนั้นนะยกเว้นทักษิณ โดนสั่งให้ทำทั้งนั้นมีทั้งอยากทำเเละไม่อยากทำ ยุคนั้น
สมัยนั้น ถ้าไม่ทำก็เด้งออก คนกินเงินเดือนทั้งนั้น เเต่อย่างว่า ทำผิดก็รับกรรมกันไป เป็นไปตามกรรมจริงๆ
เรียนจบทำงานดีๆ ได้รับเงินก้อนสุขสบาย ทั้งที่อยากเเละไม่อยากท้ายที่สุดติดคุก เหมือนเค้ากำหนดมาเเล้ว
เลยนะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 27 สิงหาคม เวลา 19:09 น. · มีการแก้ไข


Cloud Mover เห็นใจหรือครับ เหมือนกำลังจะบอกว่า..น่าเห็นใจที่ถูกบังคับให้โกง...ซึ่งกรณีคนพวกนี้ น่าจะ
เพราะอยากจะโกงอยู่แล้วด้วย ถ้าเขาบังคับให้ทำ ไม่ทำก็เด้ง...แต่ทำก็มีสิทธิ์ติดคุก ถ้าเรียนกันมาสูง ๆ แล้วบอก
ตัวเองไม่ได้ว่า ...ควรจะทำอะไร ก็สมควรแล้วครับ แล้วถ้าเก่งกันขนาดเป็นระดับผู้บริหารแบงค์แล้ว ยังกลัว
อด...แต่ไม่กลัวติดคุก ผมสอนลูก สอนหลานทุกวัน ให้คิดให้ไกล แต่ถ้ามันยังดันทุรังจะทำ แล้วมันเกิดติด
คุก...ผมก็คงต้องสมน้ำหน้ามัน
ถูกใจ · 4 · 27 สิงหาคม เวลา 23:43 น. · มีการแก้ไข

คิดถึง ลมหนาว จริงครับ เเต่คนเราบางคนมันเป็นกรรมเก่า สะพานทางมันเเคบมาก บีบมาเรื่อยๆ จะกระโดดหนีก็
สูงมาก ก็เลยจำเป็นต้องทำอะไรเเบบนี้ เเต่บางคนเค้าก็ยินดีเลยนะที่จะเข้าร่วม ยุคนี้สมัยนี้ ต้องมีเเผลทั้งนั้น
เเหละถึงจะขึ้นมาที่สูงได้
ถูกใจ · 1 · 28 สิงหาคม เวลา 8:14 น.

คิดถึง ลมหนาว ในสังคมไทย ทั้งข้าราชการ หรือ เอกชน คุณจะก้าวหน้าได้ คุณต้องเก่งในด้านกระจายผล
ประโยชน์ไปให้ทั่วถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ใครขัดขา มันไม่เหมือนยุค 80 นะที่ขยันทำงานไปเรื่อยๆ ได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 8:21 น.

Cloud Mover คุณกำลังบอกเหมือนคนส่วนใหญ่ในยุคนี้ที่บอกว่า...โกงไม่เป็นไร ใคร ๆ ก็โกงกันทั้งนั้น หรือ
โกงไม่เป็นไร ..ถ้าโกงแล้วแบ่งปัน...หรือโกงแล้วทำประโยชน์ให้บ้านเมืองบ้าง (ต้องโกงแล้วมาแบ่งกัน..จึงจะ
ก้าวหน้า) คิดกันแบบนี้ไงครับ บ้านเมืองมันถึงได้ลงเหว...และเรื่องกรรมเก่านะ มันมีส่วนก็จริง แต่ศาสนาพุทธ
ไม่เคยสอนว่า อะไรในชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับกรรมเก่า ที่สำคัญท่านเน้นนะ คือ กรรมใหม่ กรณีอย่างนี้ พวกเขาเลือก
ทำได้ แม้กรรมเก่าจะมีส่วนผลักให้พวกเขามาเจอกับเรื่องแบบนี้ จะกระโดดหนีก็สูงมากจริง อาจตกมาขาหักแต่
ไม่ถึงตายหรอก แต่ไม่เลือกที่จะใช้กรรมชั่วเก่า แถมทำกรรมชั่วใหม่ซ้ำเข้าไปอีก กรรมใหม่ ที่จะเป็นตัวตัดสิน
ดี-ชั่ว ในตัวของเขา เขาเลือกได้ และเขาเลือกที่จะเลว จึงเป็นเรื่องของกรรมใหม่ ไม่ใช่กรรมเก่า
ถูกใจ · 28 สิงหาคม เวลา 23:31 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน