24. ยุคสุดท้าย (End Time)

ในความเชื่อของหลายศาสนา พระเจ้าสร้างทุกอย่าง เมื่อเป็นเช่นนั้น พระเจ้ามีแผนการสำหรับจุดจบของทุกอย่างเหมือนกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13304
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

24. ยุคสุดท้าย (End Time)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 26 ส.ค. 2017 11:16 pm

Thanong Fanclub
ถูกใจเพจแล้ว · 23 มีนาคม 2015 · มีการแก้ไข ·

24. ยุคสุดท้าย (End Time)
11070514_333372833525764_2639378458419210294_n.jpg
11070514_333372833525764_2639378458419210294_n.jpg (18.3 KiB) เปิดดู 247 ครั้ง

พระเจ้าจะมาปรากฎตัวในยุคสุดท้ายของการทำลายหรือไม่อยู่ที่ความเชื่อและศรัทธาของผู้คนในศาสนาต่างๆ แต่พวกอัศวินแห่งพระวิหาร (Knights Templar) น่าจะออกจากเงามืดก่อน หลังจากได้กบดานซ่อนตัวมานานถึง700ปีเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้งในยุคสุดท้าย

พวกอัศวินแห่งพระวิหารไม่เคยตาย และกำลังฟื้นคืนชีพเพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการเป็นเจ้าโลกในโลกใหม่

Knights Templar มากจากKnights of Temple หรืออัศวินแห่งพระวิหาร เดิมทีพวกนี้เป็นก่อตัวกันเป็นนักรบเพื่อปกป้องชาวคริสต์จากยุโรปที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญในนครเยรูซาเลมหลังสงครามครูเสดครั้งที่1ที่ทำให้พวกยุโรปสามารถยึดเยรูซาเลมคืนมาได้จากพวกมุสลิมในปีคศ. 1099 แต่ระหว่างการเดินไปจาริกแสวงบุญ ชาวคริสต์จากยุโรปต้องเผชิญกับภัยอันตรายต่างๆนาๆ ทั้งจากการทำร้ายร่างกาย ถูกปล้นหรือฆ่าตาย

ในปีคศ. 1119 อัศวินชาวฝรั่งเศสนามว่า Hugues de Payens ได้เสนอกับกษัตริย์Baldwin II แห่งเยรูซาเลมและสังฆราชแห่งเยรูซาเลมให้รับรองคณะในศาสนาคริสต์ใหม่ที่เขาจะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองชาวคริสต์ที่เดินทางจาริกสแวงบุญมายังเยรูซาเลม กษัตริย์ทรงเห็นด้วยและตอบรับข้อเรียกร้องนี้ และให้สถานภาพพิเศษกับพวกนักรบอัศวิน โดยให้ไปอยู่ที่ซีกหนึ่งของพระราชวังบนเขาพระวิหาร ซึ่งมีAl-Aqsasหรือวิหารของมุสลิม (สร้างเสร็จปีคศ 705) และถัดไปบริเวณเดียวกันมีDome on the Rock (สร้างปีคศ 691) ตั้งอยู่

เขาพระวิหารนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากเพราะว่าเป็นที่ตั้งของวิหารโซโลมอน1และ2โดยถูกกษัตริย์Nebuchadnezzar II และพวกโรมันทำลายในช่วงประมาณ500กว่าปีก่อนคริสตกาลและในปีคศ 79ตามลำดับ

สงครามครูเสดเป็นการผลัดกันยึดครองเขาพระวิหารในเยูรซาเลมแห่งนี้ระหว่างคริสเตียนและมุสลิม ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์เดวิดของยิวและเป็นสถานที่พระเยซูทรงเสวยอาหารมื้อสุดท้าย

เนื่องจากมีที่พำนักบนเขาพระวิหารของกษัตริย์โซโลมอน พวกนักรบอัสวินเรียกตัวเองว่าKnights of Temple of Solomonด้วย ปรากฎว่าอัศวินแห่งเขาพระวิหารเริ่มต้นด้วยสมาชิกเพียง9คน มีสภาพความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นอดๆหยากๆประสบความสำเร็จในการสร้างฐานอำนาจทั้งการทหาร การเงินและการเมืองเนื่องจากได้สปอนเซอร์ดีคือSaint Bernard of Clairvaux ผู้มีอิทธิพลทางศาสนาในฝรั่งเศส และได้ยกย่องความกล้าหาญชาญชัยของพวกนักรบแห่งเขาวิหารที่ปกป้องศาสนาคริสต์ ผลก็คือพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารได้รับเงินบริจาค ทรัพย์สิน ธุรกิจที่ดินต่างๆมากมายจากทั่่วสารทิศของคริสจักร

ในปี1139 โป๊ปInnocent IIออกกฎให้อัศวินแห่งเขาพระวิหารมีเอกสิทธิ์เหนือกฎหมายท้องถิ่นของประเทศต่างๆในคริสจักร โดยสามารถผ่านด่านได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ ไม่ต้องจ่ายภาษี ไม่ขึ้นกับอำนาจการเมืองของผู้ใด แต่ขึ้นตรงต่อโป๊ปในโรมอย่างเดียว

จากรากฐานนี้นำมาสู่อำนาจและความมั่งคั่ง เพราะว่าพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารพัฒนาระบบแบงค์กิ้งที่โลกเราใช้อยู่ในปัจจุบัน ผ่านการควบคุมเส้นทางคมนาคม ป้อมปราการ อำนวยความสะดวกในการโอนเงิน หรือฝากทรัพย์สิน โดยผู้จาริกแสวงบุญสามารถโอนเงินผ่านโพยก๊วนผ่านเครือข่ายระบบแบงค์กิ้งของพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหาร

ในปีคศ 1150 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของLetter of Credit หรือใบโพยก๊วน พวกผู้ดีที่ต้องการเดินทางไปแสวงบุญที่เยรูซาเลมฝากทรัพย์สินไว้กับพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารและได้รับใบโพยก๊วน เมื่อเดินทางถึงที่หมายแล้ว สามารถเอาใบโพยก๊วนนี้ขึ้นเงินหรือทรัพย์สินในปริมาณเดียวกันได้ วิธีการนี้พัฒนามาเป็นการออกเช๊คที่เป็นรากฐานของระบบแบงค์กิ๊งที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

พวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารสะสมความร่ำรวยเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจากระบบแบงค์กิ๊งจนสามารถให้กษัตริย์ในแว่นแคว้นต่างๆกู้ยืมเงินในการทำสงครามในยุโรป มีข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารว่าสร้างสมาคมลับขึ้นมา มีพิธีกรรมลับในการรับสมาชิกใหม่ หรือนับถือซาตานหรือพระเจ้านอกศาสนา สมาชิกของอัศวินแห่งเขาพระวิหารมีปริมาณ15,000-20,000คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนเป็นนักรบผู้กล้า มีการแบ่งงานกันทำเป็นนักบริหาร นักการเงิน หรือคนดูแลส่วนต่างๆส่วนนักรบจริงๆจะมีประมาณ10%

หลังกลางศตวรรษที่12 พวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารเริ่มเสื่อมอำนาจลง เพราะว่าซาลาดิน (Saladin) ผู้นำของโลกมุสลิมที่มีเชื้อสายชาว(Kurds)สามารถตียึดเมืองเยรูซาเลมมาได้ ทำให้พวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารตั้งออกไปตั้งหลักที่ซีเรีย ไซปรัส อิยิปต์ ฯลฯ หลังจากนั้นพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารกลับมาดำรงชีวิตตามปกติในยุโรป โดยบริหารทรัพย์สินและระบบแบงค์กิ๊งของยุโรป พวกนี้ต้องการสร้างรัฐอัศวินของตัวเองขึ้นมาทำให้เกิดมีความขัดแย้งกับราชวงศ์หรือขุนนางของยุโรป อันนำไปสู่การทำลายและจุดจบของพวกอัศวินแห่งเขาพระวิหารอย่างโหดเหี้ยมในตอนต้นของศตวรรษที่14

แต่อัศวินแห่งเขาพระวิหารพบกับจุดจบจริงหรือ?

thanong
23/3/2015

http://en.wikipedia.org/wiki/Knights_Templar

https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... =3&theater



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน