20. สู่การศึกษาในอุดมคติ

คุณSutthichai Janpongเป็นครูต่างจังหวัด เขียนเข้ามาว่า ต้องการให้ผมเขียนซีรี่ส์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา:
"ขอบคุณครับอาจารย์ เป็นมุมมองเกี่ยวการปฎิรูปการศึกษาทั้งระบบเพื่อพัฒนาให้คนในประเทศมีองค์ความรู้ ขบวนการคิดวิเคราะห์เท่าทันกับระบบทุนนิยม รวมถึงปลูกจิตสำนึกในส่วนรวมของสังคม
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

20. สู่การศึกษาในอุดมคติ

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2015 2:40 pm

20. สู่การศึกษาในอุดมคติ
11215824_377449549118092_2971658590913283939_n.jpg
11215824_377449549118092_2971658590913283939_n.jpg (82.75 KiB) เปิดดู 240 ครั้ง

ผู้ที่มองการณ์ไกลในเรื่องการศึกษาในยุคต้นของรัตนโกสินทร์คือสุนทร ภู่ งานเขียนเรื่องพระอภัยมณีสะท้อนให้เห็นว่าโลกของสุนทรภู่คือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังจะมีอิทธิพลต่อโลก โดยแย้มให้เห็นถึงการมาของเรือรบปืนกล ยานเหาะและเทคโนโลยี่ในการรบ สิ่งที่สุนทรภู่เห็นในอนาคตกาลคล้ายๆกับสิ่งที่Leonardo da Vinciเห็นในวิสัยทัศน์ที่ล้ำยุคของตัวเอง
ในเรื่องพระอภัยมณีที่สุนทรภู่แต่งไปเรื่อยๆเป็นคำกลอนเพื่อหาเลี้ยงชีพเหมือนกับจะไม่มีวันจบ สุนทรภู่ให้ความสำคัญกับการศึกษา
ในเนื้อเรื่อง พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเป็นโอรสท้าวสุทัศน์และพระนางประทุมเกสรแห่งกรุงรัตนา เมื่อได้เจริญวัยพอสมควร พระบิดามีรับสั่งให้ไปแสวงหาวิชาเยี่ยงกษัตริย์ทั้งหลายเพื่อเตรียมตัวเป็นกษัตริย์ต่อไปในภายภาคหน้า วิชาที่กษัตริย์เรียนเรียกว่าศิลปศาสตร์
พระพุทธเจ้าในสมัยเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงได้รับการศึกษาเป็นอย่างดีในศิลปศาสตร์จากอาจารย์ที่มีชื่อเสียง คืออาจารย์วิศวามิตร วิชาที่ทรงศึกษา คือ ศิลปศาสตร์ 18 ประการ อันเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้จะเป็นกษัตริย์ อันประกอบด้วย
1. ยุทธศาสตร์ วิชานักรบ
2. รัฐศาสตร์ วิชาการปกครอง
3. นิติศาสตร์ วิชากฎหมายและจารีตประเพณีต่างๆ
4. พาณิชยศาสตร์ วิชาการค้า
5. อักษรศาสตร์ วิชาวรรณคดี
6. นิรุกติศาสตร์ วิชาภาษาทั้งของตน และของชนชาติ ที่เกี่ยวข้องกัน
7. คณิตศาสตร์ วิชาคำนวณ
8. โชติยศาสตร์ วิชาดูดวงดาว
9. ภูมิศาสตร์ วิชาดูพื้นที่ และรู้จักแผนที่ของประเทศต่างๆ
10.โหราศาสตร์ วิชาโหรรู้จักพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆ
11.เวชศาสตร์ วิชาแพทย์
12.เหตุศาสตร์ วิชาว่าด้วยเหตุผล หรือตรรกวิทยา
13.สัตวศาสตร์ วิชาดูลักษณะสัตว์ และรู้เสียงสัตว์ว่าดี หรือร้าย
14.โยคศาสตร์ วิชาช่างกล
15.ศาสนศาสตร์ วิชาศาสนารู้ความเป็นมา และหลักศาสนาทุกศาสนา
16.มายาศาสตร์ วิชาอุบาย หรือตำหรับพิชัยสงคราม
17.คันธัพพศาสตร์ วิชาร้องรำ หรือนาฎยศาสตร์ และวิชาดนตรี หรือดุริยางค์ศาสตร์
18.ฉันทศาสตร์ วิชาการประพันธ์
http://www.baanjomyut.com/library/great ... index.html
จะเห็นได้ว่าคนโบราณเรียนรู้ทุกสาขาวิชาที่สำคัญทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยไม่แยกจากกันเหมือนสมัยปัจจุบัน และเรียกสาขาทั้งมวลว่าศิลปศาสตร์ ใครที่เรียนจบและมีความรอบรู้ในศิลปศาสตร์ถือว่าเป็นRenaissance Manที่แท้จริง
ก่อนเดินทางไปศึกษา ท้าวสุทัศน์สั่งสอนพระอภัยมณีและศรีสุวรรณว่าให้เรียนไสยศาสตร์เวทเพิ่มเติมอีกด้วย จะได้ช่วยป้องกันภัยอันตรายในวันข้างหน้า
ปรากฎว่าพระอภัยมณีและศรีสุวรรณออกเดินทางไปจนถึงหมู่บ้านจันตคาม พบทิศาปาโมกข์สองคนที่มีความเชี่ยวชาญทางปี่และทางกระบอง ทั้งสองพี่น้องเลื่อมใสจึงตกลงใจเรียน สุนทรภู่เรียนเป่าปี่ ส่วนศรีสุวรรณเรียนการต่อสู้ด้วยการบอง
ในแง่นี้ สุนทรภู่เล็งเห็นความนสำคัญของการศึกษาแบบความชำนาญพิเศษ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าspecialization เมื่อเล่าเรียนวิชาไปแล้ว ขอให้เก่งอย่างหนึ่งจริงๆ จะเอาตัวรอดได้ แทนที่จะเหมาเรียนทุกอย่าง สุดท้ายรู้แบบงูๆปลาๆ หรือแบบเป็ด ไม่ได้ดีสักอย่าง
สุนทรภู่จึงแต่งหนังสือให้พระอภัยมณีและศรีสุวรรณปฏิวัติระบบการศึกษาจากระบบโบราณที่เน้นศิลปศาสตร์หรือเรียนสาขาวิชาการต่างๆ18สาขาจนมิหวาดมิไหว ให้มาเรียนวิชาเฉพาะเจาะจงเพื่อความชำนาญพิเศษ
ครั้นเรียนสำเร็จแล้ว พระอภัยมณีและศรีสุวรรณก็ลาอาจารย์ทิศาปาโมกข์กลับบ้าน ท้าวสุทัศน์พอทราบว่าพระโอรสทั้งสองไม่ได้เล่าเรียนศิลปศาสตร์เยี่ยงกษัตริย์ทั้งหลาย แต่กลับไปเรียนการเป่าปีและการต่อสู้ด้วยกระบองอย่างเดียว รู้สึกกริ้วมาก ถึงกับขับไล่พระอภัยมณีและศรีสุวรรณออกจากบ้านเมือง
พระอภัยมณีและศรีสุวรรณที่เริ่มต้นชีวิตโดยไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร นอกจากความชำนาญพิเศษของการเป่าปี่และการต่อสู้ด้วยกระบอง พระอภัยมณีปลอบใจตัวเองและศรีสุวรรณว่า:
"มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี"
อันเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยของพระอภัยมณีและศรีสุวรรณ โดยเดินทางจากโลกที่คุ้นเคย สู่โลกที่แปลกมหัศจรรย์ก่อนที่จะกลับมาสู่โลกที่คุ้นเคยอีกครั้ง
thanong
10/8/2015

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 49118092:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน