8. สู่การศึกษาในอุดมคติ

คุณSutthichai Janpongเป็นครูต่างจังหวัด เขียนเข้ามาว่า ต้องการให้ผมเขียนซีรี่ส์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา:
"ขอบคุณครับอาจารย์ เป็นมุมมองเกี่ยวการปฎิรูปการศึกษาทั้งระบบเพื่อพัฒนาให้คนในประเทศมีองค์ความรู้ ขบวนการคิดวิเคราะห์เท่าทันกับระบบทุนนิยม รวมถึงปลูกจิตสำนึกในส่วนรวมของสังคม
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

8. สู่การศึกษาในอุดมคติ

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2015 2:02 pm

8. สู่การศึกษาในอุดมคติ
11800202_376599269203120_1116859298125386796_n.jpg
11800202_376599269203120_1116859298125386796_n.jpg (19.1 KiB) เปิดดู 194 ครั้ง

ข้อโต้เถียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการศึกษา คือความเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างบิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อของไมโครซอฟท์ และสตีฟ จ๊อบส์ผู้ก่อตั้งApple
เกตส์กล่าวต่อสมาคมผู้ว่าการรัฐของสหรัฐอเมริกาว่า รัฐบาลควรที่จะลงทุนงบประมาณการศึกษาที่จำกัดในสาขาวิชาการที่สร้างงานมากที่สุด โดยนัยแล้ว เกตส์ต้องการให้รัฐบาลลดการลงทุนหรือส่งเสริมสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปศาสตร์ เพราะว่าศิลปศาสตร์ไม่ได้สร้างงานในโลกธุรกิจหรือเศรษฐกิจสมัยใหม่ เรียนจบทางด้านศิลปศาสตร์จะตกงานเปล่าๆ
อีกสามวันต่อมา ในงานเปิดตัวiPad 2ของแอปเปิ้ล สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวว่า: "มันอยู่ในดีเอ็นเอของแอปเป้ิล เทคโนโลยี่ (technology)อย่างเดียวไม่พอหรอก มันเป็นเทคโนโลยี่ที่แต่งงานกับศิลปศาสตร์ (liberal arts) แต่งงานกับมนุษย์ศาสตร์ (humanities) ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมา คือทำให้หัวใจของเราร้องเพลง ไม่มีสิ่งใดจะจริงไปกว่าอุปกรณ์ที่มาหลังยุคของเครื่องพีซี"
จะเห็นได้ว่า เก็ตส์มีความคิดที่แตกต่างจากจ๊อบส์โดยสิ้นเชิง โดยเชื่อว่าสังคมข้างหน้าจะถูกกำหนดหรือผลักดันโดยวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี่ พวกที่เรียนศิลปศาสตร์อย่างมากทำงานได้อย่างมากคืออยู่ในภาคบริการ ความคิดนี้สอดคล้องกับความเห็นของนักการศึกษา หรือผู้ปกครองส่วนใหญ่ในสมัยนี้ ที่ต้องการให้นักเรียนหรือบุตรหลานเรียนในสาขาวิชาที่จะ "ทำเงิน" ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพราะว่าสาขาวิชาเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมใหม่ๆทางเทคโนโลยี่
แต่สำหรับจ๊อบส์แล้วมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างผู้ที่ชำนาญในการสร้างเทคโนโลยี่ที่เป็นฮาร์ดแวร์ และผู้ที่สร้างสรรค์นวัตกรรม หรือดีไซน์ที่เป็นซอฟท์แวร์ พวกที่อยู่ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์อาจจะอยู่ในแนวหน้าในการสร้างเทคโนโลยี่ใหม่ๆ แต่พวกที่มีพื้นฐานการศึกษาจากศิลปศาสตร์จะเป็นผู้ออกแบบดีไซน์หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นดีเอ็นเอ หรือหัวใจของเทคโนโลยี่
ผู้ที่มีพื้นฐานมาจากวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์อาจจะมีความคิดด้านกลไกและคิดอย่างเป็นระบบแต่ขาดส่วนที่เป็นศิลปะ ส่วนผู้ที่มีพื้นฐานจากศิลปศาสตร์จะมีความเป็นศิลปะอยู่ในตัวแต่ไม่มีความรู้ทางเทคโนโลยี่
ความท้าทายคือการจับเอาเทคโนโลยี่และศิลปศาสตร์มาแต่งงานกันให้ได้ จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆที่มหัศจรรย์ เหมือนกับโปรดักซ์ของแอปเปิ้ลที่เป็นที่ใฝ่ฝันของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอีแป๊ด ไอโทรศัพท์ แม๊คบุ๊ค ไอจูน ฯลฯ
อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้แล้ว มนุษย์ที่สมบูรณ์คือคนที่ถึงพร้อมด้วยความจริงอันสูงสุดผ่านวิทยาศาสตร์ ความงามอันสูงสุดผ่านศิลปศาสตร์ และความดีอันสูงสุดผ่านปรัชญาและศาสนา บ่อเกิดของความรู้ของมนุษย์ที่แท้จริงมากจากสามสาขาวิชาหลักของวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์และปรัชญา&ศาสนา
ความท้าทายของการศึกษาคือ การหล่อหลอมเยาวชนรุ่นใหม่ให้แตกฉานทั้งวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ปรัชญา & ศาสนา โดยที่ไม่เร่งให้ศึกษาวิชาเฉพาะที่สร้างความชำนาญพิเศษเร็วเกินไป (specialization) เพราะว่าความชำนาญพิเศษที่ขาดพื้นฐานที่มั่นคงของความรู้ในวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ปรัชญา&ศาสนาจะทำให้พัฒนาการของนักเรียนหรือนักศึกษาที่จบออกมามีขีดจำกัดในการทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้สังคมอนาคต
thanong
8/8/2015
http://ls1.berkeley.edu/our-society-nee ... scientists
http://ls1.berkeley.edu/our-society-nee ... scientists

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 1115868602
แนบไฟล์
11863249_376600259203021_5306640237025719491_n.jpg
11863249_376600259203021_5306640237025719491_n.jpg (20.61 KiB) เปิดดู 194 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน