7. สู่การศึกษาในอุดมคติ

คุณSutthichai Janpongเป็นครูต่างจังหวัด เขียนเข้ามาว่า ต้องการให้ผมเขียนซีรี่ส์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา:
"ขอบคุณครับอาจารย์ เป็นมุมมองเกี่ยวการปฎิรูปการศึกษาทั้งระบบเพื่อพัฒนาให้คนในประเทศมีองค์ความรู้ ขบวนการคิดวิเคราะห์เท่าทันกับระบบทุนนิยม รวมถึงปลูกจิตสำนึกในส่วนรวมของสังคม
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

7. สู่การศึกษาในอุดมคติ

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2015 1:50 pm

7. สู่การศึกษาในอุดมคติ
11145053_376597059203341_5571729892966225146_n.jpg
11145053_376597059203341_5571729892966225146_n.jpg (21.8 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

ขงจื๊อ (551 - 479 ก่อนคริสตกาล)มีอิทธิพลสูงในการวางรากฐานทางการศึกษาให้กับจีน โดยที่การศึกษาในบริบทของขงจื้อคือการหล่อหลอมให้คนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ให้รู้จักการทำตามหน้าที่ มีความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริต

ขงจื้อให้ความสำคัญกับพิธีการโบราณมาก และเน้นการเคารพบรรพบุรุษเมื่อให้ทุกคนมีสำนึกและมีความกตัญญูต่อรากเหง้าของตัวเอง

วิชาหลักในหลักสูตรขงจื้อคือพิธีกรรม ดนตรี ยิงธนู ขี่ม้า ประวัติศาสตร์ และคณิตศาสตร์

เราสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้คือ 1. พิธีกรรม ดนตรี และประวัติศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของศิลปศาสตร์ (liberal arts)

2. คณิตศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ (science)

3. ยิงธนู และขี่ม้าเป็นส่วนหนึ่งพละศึกษา (physical education) เพราะว่าทุกคนต้องมีร่างกายแข็งแรง มีทักษะในการรบและพร้อมที่จะเข้ารับราชการทหารเมื่อบ้านเมืองต้องการ

นอกจากวิชาการแล้ว ขงจื้อจะเน้นค่านิยมของคุณธรรมทั้งสามประการคือภูมิปัญญา เมตตากรุณาและความกล้าหาญ นักเรียนของขงจื้อยังถูกบ่มเพาะในเรื่องจิตใจที่ตั้งอยู่บนมรรควิถี มีคุณธรรม มีคุณธรรมทั้งจิตใจและความประพฤติ มีภาษาและการพูดจาที่สละสลวย มีความรอบรู้เกี่ยวกับกิจการบ้านเมือง และดื่มด่ำในรสของวรรณคดี

นอกจากนี้ ขงจื้อให้ความสำคัญกับปรัชญาสังคมและการเมือง ประเด็นคือทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข สังคมเดินหน้าและพัฒนาไปได้ โดยที่ผู้ปกครองและผู้ถูกปกครองรู้่จักหน้าที่และความรับผิดชอบ มีคุณธรรมประจำใจ และมีจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์หรืออารยธรรมของบ้านเมือง

หลักของวปรัชญาทางสังคมของขงจื้อมีดังนี้

1. ผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้การปกครอง โดยผู้ปกครองผู้ปกครองแสดงความนับถือให้เกียรติ ส่วนผู้อยู่ใต้ปกครองก็ต้องจงรักภักดี
2. บิดามารดากับบุตรธิดา โดยบิดามารดาให้ความเมตตากรุณา ส่วนบุตรธิดาก็มีความกตัญญูกตเวที
3. สามีกับภรรยา โดยสามี มีคุณธรรม ฝ่ายภรรยาก็ต้องเชื่อฟัง
4. พี่กับน้อง โดยที่วางตัวให้สมกับเป็นพี่ ส่วนน้องก็เคารพเชื่อฟัง
5. เพื่อนกับเพื่อน ต่างก็ต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือและไว้วางใจกันได้

หลักสูตรสำหรับผู้ปกครองของบงจื้อมีอยู่ 9 ประการ ดังนี้คือ
1. การอบรมตนให้มีคุณธรรม
2. การยกย่องผู้มีความรู้ความสามารถ
3. การปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด ตามความสามารถเหมาะสมกับฐานะบุคคลในสังคม
4. การยกย่องขุนนางผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจในแผ่นดิน
5. การแผ่พระคุณไปในหมู่ขุนนางผู้น้อง
6. การแผ่ความรักไปในหมู่ราษฎร ดุจบุตรธิดาในอุทร
7. การสนับสนุนส่งเสริมศิลปวิทยาและอาชีพต่างๆ ให้เจริญ
8. การต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายหรือสวามิภักดิ์
9. การผูกมัดน้ำใจเจ้าครองนครทั้งหลายด้วยไมตรี

โดยรวมแล้ว การศึกษาในระบบขงจื้ออาจจะดูไม่ได้แตกต่างจากระบบของกรีกโบราณมากนัก แต่สิ่งที่การศึกษากรีกไม่ได้เน้นคือเรื่องการศึกษาที่หล่อหลอมให้คนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมผ่านพิธีกรรมและจารีตประเพณี อาจช่วงยุคทองของกรีซที่นักปรัชญามีชื่อเสียงมีชีวิตอยู่คือ โสกราตีส เพลโต และอริสโตเติ้ล กรีซไม่ได้ต่อยอดจากพื้นฐานจากอารยะธรรมที่เก่าแก่ก่อนหน้านั่้น ไม่เหมือนกับจีนที่อารยะธรรมเก่าแก่มีมานานหลายพันปีก่อนขงจื้อเกิด

ด้านจิตใจ แม้ว่ากรีกโบราณจะเน้นความดีหรือคุณภาพจิตใจที่สูงส่ง แต่เรื่องคุณธรรมไม่มีความลึกซึ้งเท่ากับขงจื้อ และเทียบไม่ได้กับหลักของพรหมวิหาร4และคำสั่งสอนอื่นๆด่้านคุณธรรมและความดีของพระพุทธเจ้า ความเมตตากรุณาไม่ได้มีอยู่ในศัพท์ของกรีกโบราณที่เป็นรากฐานของอารยะธรรมตะวันตก สะท้อนให้เห็นว่าคนโบราณในโลกตะวันออกมีจิตใจที่ละเมียดละไม สูงส่งกว่าคนในโลกตะวันตกมากนักอย่างเทียบกันไม่ได้

thanong
8/8/2015
https://th.wikipedia.org/wiki/ขงจื๊อ

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 59203341:0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron