6. สู่การศึกษาในอุดมคติ

คุณSutthichai Janpongเป็นครูต่างจังหวัด เขียนเข้ามาว่า ต้องการให้ผมเขียนซีรี่ส์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา:
"ขอบคุณครับอาจารย์ เป็นมุมมองเกี่ยวการปฎิรูปการศึกษาทั้งระบบเพื่อพัฒนาให้คนในประเทศมีองค์ความรู้ ขบวนการคิดวิเคราะห์เท่าทันกับระบบทุนนิยม รวมถึงปลูกจิตสำนึกในส่วนรวมของสังคม
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

6. สู่การศึกษาในอุดมคติ

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2015 12:46 pm

6. สู่การศึกษาในอุดมคติ
11825899_376242222572158_3720854700899065298_n.jpg
11825899_376242222572158_3720854700899065298_n.jpg (83.59 KiB) เปิดดู 179 ครั้ง

การศึกษาวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ในห้องเรียนเพื่อให้เข้าถึงความจริง ความงามและความดีอันสูงสุดอย่างเดียวไม่พอ ถ้าหากว่าไม่มีทัศนะศีกษา การเรียนรู้ภาคปฏิบัติ หรือสั่งสมประสบการณ์โดยตรง และพลศึกษาเพื่อพลานามัยที่แข็งแรง และการเตรียมพร้อมในการเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติในอนาคต
ธรรมชาติของเด็กคือการได้เล่นอยู่ที่กลางแจ้งหรืออยู่กับธรรมชาติ จะให้เด็กถูกจองจำอยู่ในห้องเดียวอย่างเดียวเพื่อเคี่ยวเข็นวิชาการอาจจะไม่ได้ผลของความเป็นเลิศในวิชาการ การที่เด็กได้มีโอกาสไปเรียนรู้ด้วยการทัศนะศึกษานอกสถานที่เช่นพิพิธภัณฑ์ โรงละคร หอศิลป์ หอดูดาวหรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะทำให้เด็กมีความตื่นรู้ หรืออยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น
แต่ที่สำคัญการได้ปฏิบัติ หรือลงมือกระทำจริงจะเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง แต่ละโรงเรียน แต่ละพื้นที่หรือชุมชนจะมีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน นอกจากการทดลองในห้องเรียนแล้ว เด็กต้องเรียนรู้การเกษตร การทำนา การปลูกผัก การปลูกต้นไม่้ การทำสวนทำไร่ การทำปศุสัตว์ การขุดคลอง การทำชลประทาน การประมง การช่างฝีมือต่างๆ ฯลฯ เพราะว่าโตขึ้นแล้ว เขาจะรู้สึกหวงแหนและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน หรือเรียนรู้ที่จะพัฒนาท้องถิ่นจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
องค์ความรู้ที่แท้จริงแล้ว ได้จากการปฏิบัติ หรือประสบการณ์ เพราะว่าจะเป็นการเข้าถึงและรู้จริงอย่างถ่องแท้ หนังสือหนังหาหรือตำราที่เราเรียน เป็นสิ่งที่ผู้เขียนเรียบเรียงมาจากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ของตัวเองหรือผู้อื่นปฏิบัติ เพราะฉะนั้นปฏิบัติเองจะเป็นการเรียนที่ดีที่สุด พระพุทธเจ้าก็สอนให้พวกเราเรียนธรรมะผ่านการปฏิบัติ ธรรมะไม่มีความหมายอะไร ถ้าไม่ได้ปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วถึงจะเห็นจริง เข้าใจเอง และรู้แจ้งเกิดปัญญาในเวลาต่อมา
สังคมโบราณทุกสังคมเน้นพละศึกษาและการรบ เยาวชนต้องเรียนมวยปล้ำ ศิลปะป้องกันตัว เรียนฟันดาบ ยิงธนู ต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ ขี่ม้า เพราะว่าจิตใจที่เข้มแข็งมาจากร่างการที่เข้มแข็งนั้นเอง
เปรียบเทียบกับการศึกษาไทยยุคนี้ก็แล้วกัน ที่เน้นการเรียนในห้อง การติวพิเศษ แต่ไม่ได้เน้นภาคปฏิบัติและพลศึกษาอย่างจริงๆจังๆ ร่างกายที่เติบโตจึงไม่สมบูรณ์สง่าผ่าเผยเหมือนคนโบราณ
สรุป การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์เพื่อปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับความจริง ความงามและความดี ต้องไปควบคู่กับทัศนะศึกษาและภาคปฏิบัติที่เข้มข้นไม่แพ้กัน และพละศึกษาที่เข้มข้นให้ผู้ชายพร้่อมที่จะรับใช้ชาติเป็นชายชาติทหาร และผู้หญิงพร้อมที่จะดูแลครอบครัวเวลาผู้ชายไม่อยู่บ้าน
thanong
8/8/2015

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 2282572152
แนบไฟล์
11817170_376242249238822_2693624107826000555_n.jpg
11817170_376242249238822_2693624107826000555_n.jpg (136.56 KiB) เปิดดู 179 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน