https://www.facebook.com/peerawas.keesi ... nref=story" />

คำว่า ‘ใจเป็นที่ตั้ง’ กับคำว่า ‘จุดยืน’ (แห่งผลประโยชน์) สองคำนี้เอามาทาบกัน มีอะไรเหมือน

FaceBook Page : Active
https://www.facebook.com/peerawas.keesi ... nref=story
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

คำว่า ‘ใจเป็นที่ตั้ง’ กับคำว่า ‘จุดยืน’ (แห่งผลประโยชน์) สองคำนี้เอามาทาบกัน มีอะไรเหมือน

โพสต์โดย admin » จันทร์ 06 ก.ค. 2015 11:02 pm

คำว่า ‘ใจเป็นที่ตั้ง’ กับคำว่า ‘จุดยืน’ (แห่งผลประโยชน์) สองคำนี้เอามาทาบกัน มีอะไรเหมือน หรือมีอะไรต่างกันบ้างไหม น่าคิดนะครับ
ผมรู้จัก ‘โจ้’ หรือ Apiman Mahawat แห่งสำนักพิมพ์เดอะเนชั่นมานานสักสามปี แล้วกระมัง ด้วยลีลา ท่าทาง ของนักขาย ที่ไม่มาก ไม่น้อย ไม่บังคับ ไม่ขู่เข็ญ แต่ให้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของการตัดสินใจของลูกค้า ที่จะซื้อโฆษณาหรือหน้าสิ่งพิมพ์ของหนุ่มรายนี้ ทำให้ผมรู้สึกประทับใจลึกๆในตัวเขานับตังแต่วันแรกที่ได้เห็นการนำเสนอ
วันนี้พี่โจ้มาทำหน้าที่อาสาสมัครของ JA Thailand เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับน้องๆทีมงาน JA ที่จะต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศระหว่าง โรงเรียน บริษัทผู้สนับสนุน พนักงานอาสาสมัครของบริษัท พี่โจ้คงจะบรรยายอะไรให้น้องๆฟังที่เป็นประโยชน์ไม่แพ้บรรยายให้ผมฟัง ซึ่งผมไม่ได้เข้าฟังด้วย เกรงว่าพี่โจ้จะเกร็ง
แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า คนเราถ้าทำงานด้วย ‘ใจ’ หรือเอาใจเป็นที่ตั้ง ใจที่ว่านั้นคือ จิตใจที่มีต่อส่วนรวม แม้จะต้องมีการขายสินค้าและบริการบ้างก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ขาย ไม่กำไร คงอยู่ไม่ได้ แต่จะแค่ไหนจึงจะพอ จึงต้องมีหลักคุณธรรมและจริยธรรมกำกับในใจตัวเองตลอดเวลา ทำอย่างไรเด็กและเยาวชนของเราจึงจะได้รับการปลูกฝังเช่นนี้ถ้วนทั่วกัน
สมัยที่ทำกลุ่มศึกษา สมัยเป็นนิสิตนักศึกษา คำๆแรกที่ต้องถกกันคือคำว่า ‘จุดยืน’ มีการศึกษาเอกสารทางการเมือง ที่แปลมาจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรื่องของ จากซือเต๋อ จิตใจรับใช้ประชาชน ผมเองก็เป็นหนึ่งในขบวนการนักศึกษาสมัยนั้น และจิตใจที่รับใช้ประชาชน รับใช้ส่วนรวมก็ยังฝังใจมาถึงทุกวันนี้ ขอบคุณ (หลวง)พี่ สุเทพ ลัคณาวิเชียร ที่ได้บ่มเพาะคุณธรรมที่ดีงามสมัยนั้น
พี่โจ้มาวันนี้ ผมขอให้มาเป็นอาสาสมัคร ทำงานด้วยใจ ไม่ให้อะไรตอบแทน นอกจากของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆที่เห็นในภาพ ต้องเสียค่ารถค่ารามาเอง ต้องเสียเวลาทำงานหาลูกค้ามาเอง แต่พี่โจ้ก็ยินดีที่จะเสียสละ
ด้วยจิตใจเช่นนี้ ผมเชื่อว่าพี่โจ้จะเจริญก้าวหน้าทั้งในความเป็นลูกจ้าง หรือจะประกอบธุรกิจส่วนตัว และจะเจริญก้าวหน้าในกิจการเพื่อสังคมในคราวเดียวกัน
ผมมาช่วยงาน JA Thailand เขาก็ตั้งให้เป็นที่ปรึกษา แต่ผมขอเรียกว่า ‘ที่ปรึกษา/อาสาสมัคร’ มากกว่า คือต้องเอาผลประโยชน์ของเด็กและเยาวชนเป็นที่ตั้ง
ไม่ว่า JA ระดับ Worldwid และ JA Thailnd ก็ประกาศว่า หัวใจขององค์กรคือ อาสาสมัคร (ไม่ใช่เงินสนับสนุน) กิจกรรมทุกกิจกรรมจึงต้องมีอาสาสมัคร อันเป็นพนักงานที่แสนจะหาเวลาลำบาก แต่กิจกรรมเหล่านั้นถูกออกแบบให้ฝึกฝนการเสียสละของผู้ใหญ่ทั้งสิ้น บางท่านอาจจะเป็นถึง Vice President ของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเวลาของท่านมีค่าเหลือเกิน
การได้เข้ามาสัมผัส การได้เข้ามาเสียสละเช่นนี้จะทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ว่ามีตำแหน่งใดๆในบริษัท ไม่ห่างไกลจากความเป็นจริงของสังคม จะมาก จะน้อย อีกประเด็นหนึ่ง
ขอขอบคุณพี่โจ้ของน้องๆไว้ ณ ที่นี้

source
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... 685&type=1
แนบไฟล์
11720036_10153405586618686_1900872104_n.jpg
11720036_10153405586618686_1900872104_n.jpg (93.45 KiB) เปิดดู 333 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน