https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%8 ... k=timeline" />

จุดเริ่มต้นที่ได้นำสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สื่อ Zionist ไม่บอกเล่า - สิ่งที่ทุนธนาคาร Zionistได้กระทำ

ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ๆ กล้าวิจารณ์ชนชาติยิว อเมริกา
FaceBook Page : Active
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%8 ... k=timeline
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13543
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

จุดเริ่มต้นที่ได้นำสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สื่อ Zionist ไม่บอกเล่า - สิ่งที่ทุนธนาคาร Zionistได้กระทำ

โพสต์โดย admin » เสาร์ 22 ส.ค. 2015 10:05 pm

จุดเริ่มต้นที่ได้นำสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สื่อ Zionist ไม่บอกเล่า - สิ่งที่ทุนธนาคาร Zionistได้กระทำ
11899822_750892575038989_6445593063197135834_n.jpg
11899822_750892575038989_6445593063197135834_n.jpg (127.65 KiB) เปิดดู 1019 ครั้ง

นานก่อนที่ Adolf Hitler จะได้มีการกระทำใดๆกับชาวยิวทั้งสิ้น ชาวยิวในนามของ Worlds Jewish Congress สามาคมชาวยิวตัวแทนของร้อยประเทศทั่วโลก ที่มีสมาชิก 14 ล้านคน ได้ประกาศสงครามควํ่าบาตร Boycott สินค้าเยอรมันนี ใน 1933 โดย ‘เยอรมันนีคือศัตรูหมายเลข 1 ของเรา จุดเป้าหมายของเราคือการประกาศสงครามโดยไร้ความปราณีกับเธอ’ คือคำของ Bernat Lecache ประธาน Worlds Jewish Congress [1] เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เขียนถึงว่า ‘กลุ่มทุนธนาคารได้กวาดเอา รัฐบุรุษ นักการเมือง นักข่าว นักกฎหมาย ไปไว้ฝั่งหนึ่ง และได้ออกคำสั่งโดยอำนาจเยี่ยงกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาได้ประกาศสงครามทางเศรษฐกิจ การเงินกับเยอรมันนี’ [2] หลังการกระทำนี้จึงได้มีการเริ่มโต้กลับจาก Hitler โดย การประกาศจะควํ่าบาตร Boycott สินค้าของชาวยิวในเยอรมันนี

ปัญหานี้ได้นำสู่การเจรจาระหว่าง Hitler กับอีกสมาคมของชาวยิว Worlds Zionist Congress ที่มีจุดประสงค์ในการได้มาดินแดนซึ่งจะเป็นเป็นของชาวยิวเอง โดยมีการตกลงกันในการ Deport เคลื่อนย้ายชาวยิวออกจากเยอรมันนีไปประเทศที่ 3 ซึ่งในเบื้องต้น Hitler ได้ต้องการจะส่งไป Madagasgar ใน Africa แต่สมาคม Zionist ไม่ยอม ต้องการไป Palestine ที่เดียว ในข้อตกลง เรียกว่า Haavara Agreement [3]
ชาวยิวจะสามารถนำทรัพย์สินของตนไปได้ โดยการแปรเงินเป็นสินค้าเยอรมัน เช่นเครื่องจักรกลเป็นต้น ซึ่งจะมีการขนย้ายนำไปขายที่ Palestine โดยผู้ย้ายถิ่นฐานจะได้รับเงิน Palestine จากการขายนั้น

การตกลง ของ Worlds Zionist Congress นั้นได้ขัดจุดประสงค์ในการ Boycott ของ Worlds Jewish Congress โดยเฉพาะชาวยิวในเยอรมัน ที่จริงๆแล้วไม่ได้ต้องการจะย้ายไป Palestine แต่ต้องการจะกดดันให้รัฐบาลของ Hitler อยู่ไม่ได้ ด้วยการคว่ำบาตรทางการค้า จึงได้สร้างความขัดแย้งในสมาคมชาวยิว Worlds Jewish Congress เองไม่น้อย โดยความจริงคือ Worlds Zionist Congress ด้วยการมีจุดประสงค์ต้องการดินแดนเป็นจุดหมาย ได้ให้ความร่วมมือกับ Hitler และได้ล้มการควํ่าบาตร ณ เวลานั้น ซึ่งกำลังได้ผล อันเป็นหักหลังชาวยิวกันเอง โดยการกระทำนี้ เป็นไปตามความต้องการของทุนธนาคาร Zionist ที่ต้องการดินแดนของตนเอง แต่ตนเองไม่ได้ต้องการจะไปอยู่ตัวเอง ตนเองต้องการอยู่ใน ยุโรป สหรัฐ แต่ต้องการมีที่ยุทธศาสตร์ของตนเองที่จะสามารถไปได้ จึงได้ตกลงร่วมมือกับ Hitler ที่ต้องการขับไล่ชาวยิวออกจากจากเยอรมันนี เพื่อใช้ให้ไปยึดครองพื้นที่นี้แทน การกระทำของนายทุนธนาคาร Zionist นี้ เป็นไปตามที่ Hitler ได้กล่าวในหนังสือ ‘Mein Kampf’ ที่ได้เขียน ก่อนหน้านั้น10 ปี ในปี 1923 : ‘มันไม่ได้แม้เข้ามาในหัวของพวกเขาเลยว่าจะสร้างรัฐของยิวที่ Palestine เพื่อการไปอยู่ ใช้ชีวิต เขาเพียงต้องการองค์กรกลางสำหรับการโกงรอบโลก ที่มีอธิปไตยของตนเอง พ้นจากการก้าวก่ายโดยรัฐอื่น สวรรค์สำหรับผู้หลบหนีความผิด และมหาวิทยาลัยสำหรับโจร’ [4]

ปัญหาความขัดแย้งกับชาวยิวในเยอรมันนีเป็นไปตามลักษณะที่ได้กล่าวมาต่อไป มีการคว่ำบาตรสินค้าเยอรมันในสหรัฐอีกในเวลาต่อมา ซึ่งไม่สามารถประสบความสำเร็จแล้ว โดยนโยบายเศรษฐกิจของ Hitler ได้สร้างความมหัศจรรย์ให้โลกเห็น โดยภายในระยะเวลา 4 ปี จากประเทศที่ล่มจม มีประชากรตกงานถึง 6 ล้านคน กลับกลายเป็นประเทศที่ไม่มีการว่างงาน กลับมาเป็นมหาอำนาจ

ในปี 1938 หลังการที่นักการทูตเยอรมัน Ernst vom Rath ถูกสังหารที่ปารีสโดยชาวยิว ปัญหาความขัดแย้งกับชาวยิวได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนในปี 1939 ได้เกิดเหตุการณ์การสังหารชาวเยอรมันในโปแลนด์หลายครั้งเรียกว่า Danzig Massacres ในพื้นที่ Danzig corridor ในWest Prussia ที่ชาวเยอรมันเหล่านั้นอาศัยอยู่ อันเป็นพื้นที่เดิมของเยอรมันนีที่ได้ถูกยกไปเป็นของโปแลนด์ พร้อมประชากรหลังเยอรมันนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยหลังการสังหารที่ Bromberg ที่ชาวยิวพร้อมทหารโปแลนด์ได้ฆ่า ชาย หญิง และ เด็กเยอรมันไป 5,500 คน หลังพลเรือนชาวเยอรมันถูกสังหารทั้งหมดรวมถึง 58,000 คนแล้ว Hitler จึงจำต้องบุกเข้าไปในโปแลนด์เพื่อปกป้องชาวเยอรมัน [5] โดยในการบุกโปแลนด์นั้น เยอรมันได้กระทำพร้อมกับโซเวียต ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้ ตกลงเซ็นสัญญาร่วมกันใน Molotov–Ribbentrop Pact และ Hitler-Stalin Pact [6] ก่อนหน้านั้น โดยทั้ง 2 ประเทศได้ตกลงจะร่วมมือปกป้องกันและกันในบุกยึดคืนพื้นที่อันเป็นพื้นที่เดิมของตนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เช่นในโปแลนด์ โดยหลังเยอรมันนีได้บุกโปแลนด์ 3 วันอังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมันนีในวันที่ 3 กันยายนถือเป็นวันที่เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการโดยอ้างการบุกรุกโปแลนด์

ข้อที่น่าสังเกต ในการประกาศสงครามของของอังกฤษนั้น อังกฤษได้อ้างสาเหตุคือการปกป้องโปแลนด์ ทั้งที่
(1) โปแลนด์เป็นฝ่ายยั่วยุสังหารชาวเยอรมัน โดยเยอรมันได้ส่งจดหมายคัดค้านไปสู่ The League of Nations (ก่อนเป็น UN) นับสิบครั้งก่อนที่จะบุก แต่แม้ผิดกฎคุ้มครองชนกลุ่มน้อย (minority protection agreement) The League of Nations กลับไม่สนใจ
(2) โซเวียต ได้บุกเข้าไปในโปแลนด์พร้อมเยอรมันนี แต่อังกฤษกลับเลือกที่จะประกาศสงครามกับเยอรมันเพียงฝ่ายเดียว ไม่ประกาศกับโซเวียต [7]
(3) หลังสงครามโลก อังกฤษให้โซเวียต ยึด Kresy พื้นที่ทางตะวันตกของโปแลนด์ (ปัจจุบัน Belarus, Ukraine และ Lithuania) ไปทั้งหมด [8]

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? อังกฤษได้ประกาศสงครามเพื่อการปกป้องโปแลนด์จริงหรือ?
ข้ออ้างคือเพียงแค่ข้ออ้าง โดยความเป็นจริง สาเหตุในการประกาศสงคราม คือ การร่วมรับใช้จุดประสงค์ของทุนธนาคาร Zionsts ตามพล๊อต ในการ:

(1) ทำลายระบบเศรษฐกิจ National Socialist ที่มีประสิทธิภาพ เป็นคู่แข่งที่เหนือกว่า ระบบของทุนธนาคารยิว Zionist ทั้ง 2 ได้แก่ระบบ Capitalism และ Communist ตามที่ Churchill ที่ได้กล่าวกับ Lord Robert Boothby ‘ความผิดอย่างให้อภัยไม่ได้ของเยอรมนีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ การพยายามปลีกอำนาจทางเศรษฐกิจของตนเองออกจากระบบการค้าของโลก และสร้างระบบใหม่ที่จะทำให้ระบบการเงินโลกเสียโอกาสในการทำกำไร’ [9]

(2) อาศัยสถานการณ์สงคราม สร้าง Propaganda ที่ได้มีการวางแผนมานานแล้ว (ที่ผู้เขียนจะเปิดเผยในอีก 2 บท คือบทที่ 8) หลอกให้เชื่อในความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวยิวเกินจริงอย่างมาก เพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจให้แก่ชาวยิว เพื่อพวกยิวจะสามารถมีรัฐของเขาเองคือ Israel โดยการยึด และขับไล่ ล้างพันธ์ุชาว Palestine จากพื้นที่ของเขา พร้อมการรับความช่วยเหลือต่างๆจากสหรัฐ รวมถึงค่าชดเชยจากเยอรมันนี โดยชาวยิวใน Israel จะสามารถนำมาสร้างประเทศของตนเองได้ โดยไม่ต้องทำงานหาเงินเอง นอกจากนี้แล้ว ยังจะสามารถนำเรื่องราวที่แต่งขึ้นมา มาใช้เป็นเกราะป้องกัน กลบการกระทำต่างๆของพวกตนเองได้สารพัดในอนาคต

โดยตรงนี้คงต้องเสริมว่า หลังอังกฤษได้ประกาศสงครามไปแล้ว ทางเยอรมันยังได้พยายามที่จะส่งชาวยิวไป Palestine ต่อ แต่ฝ่ายอังกฤษกลับเป็นผู้ห้ามชาวยิวอพยพไป Palestine ทั้งนี้ก็มิใช่ด้วยเพราะเหตุอื่นใด นอกจากการที่จะมีมีชาวยิวอยู่ในเขตของเยอรมันนี มีความจำเป็นต่อพล๊อตใส่ร้าย ที่เหล่า Zionist จะสร้างตามแผน

หลังอังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมันนี กลุ่มชาวยิวในเยอรมันนีได้มีการประกาศสนับสนุนอังกฤษ และฝรั่งเศสในสงคราม เมื่อหลังชาวยิวได้ประกาศเช่นนี้แล้ว พวกเขาย่อมต้องตกในสถานะเป็นข้าศึกในเยอรมันนีเอง เช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นในสหรัฐ Hitler จึงมีความจำเป็นต้องจับชาวยิวเข้าสู่ค่ายกักกัน เช่นเดียวกับที่สหรัฐได้จับชาวญี่ปุ่นเข้าสู่ค่ายกักกัน

Hitler เป็นผู้ไปเริ่มสงครามตรงไหน? แม้หลังอังกฤษประกาศสงครามไปแล้ว เขาได้มีแต่ความพยายามที่จะเจรจายุติสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งสิ้น 21 ครั้ง ที่ถูกอังกฤษเมินทั้งหมด เขายอมทนให้อังกฤษโจมตีทางอากาศ ถึง 6 ครั้งก่อนที่จะตอบโต้ แต่ในที่สุด ด้วยการผนึกกำลังมุ่งทำลายล้างของ ทั้ง 2 ลัทธิที่ชาวยิวสร้างขึ้นมา ทั้ง Capitalism และ Communist ทั้ง 3 ผู้นำ Churchill, Roosevelt และ Stalin ที่เป็น Zionist ยิวทั้ง 3 National Socialist และ เยอรมันนี จึงถูกทำลายราบคาบในที่สุด โดยผู้ชนะสงครามคือ กลุ่มนายทุนธนาคาร Zionist ทั้งหลาย ที่ได้สำเร็จในการทำลายระบบเศรษฐกิจที่เหนือกว่า เพื่อรักษาประโยชน์พวกตน และ ในปี 1948 Israel ได้รับการประกาศเป็นรัฐ ที่ได้รับค่าชดเชยมากมายจากเยอรมันนี และความช่วยเหลือมากมายในการสร้างประเทศจากประเทศอื่นๆ [10]

ส่วนเยอรมันนี ในฐานะผู้แพ้สงครามโดยไม่มีเงื่อนไข หมายถึง
(1) การต้องยอมถูกใส่ร้าย รับผิดชอบต่อสิ่งที่ไม่เป็นความจริงสารพัด (ที่จะกล่าวถึงในบทต่อไป)
(2) การต้องยอมไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆทั้งสิ้น จากอาชญากรรมสงครามโดยฝ่ายพันธมิตร อาทิเช่นการโจมตีที่อาศัยพลเรือนทางอากาศด้วย Blanket Fire Bombing ตามนโยบายของ Churchill ที่พลเรือนตายนับล้าน อาทิเช่นที่ Dresden, Cologne เป็นต้น
(3) การต้องยอมถูกฝ่ายพันธมิตรกระทำชำเราหลังสงคราม
(a) การฆ่าล้างชาวเยอรมันโดยโซเวียตไม่ตำกว่า 2.5 ล้านคน
(b) การฆ่าล้างชาวเยอรมันในค่ายกักกันของสหรัฐโดยการให้อยู่กลางแจ้งโดยไม่ให้อาหาร 1 ล้านคน
(c) การที่ผู้หญิงชาวเยอรมันถูกฝ่ายพันธมิตรข่มขื่นจำนวนนับล้านคน
โดยในฐานะผู้แพ้ ไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆทั้งสิ้น
(4) การต้องยอมจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากเพื่อสร้างประเทศให้แก่รัฐ Israel ของทุน Zionist
(5) การที่ประเทศเยอรมัน จนทุกวันนี้ยังเป็นประเทศที่ยังไม่มีอธิปไตยของตนเอง
(a) ไม่มีรัฐธรรมนูญของตนเอง ยังอยู่ภายใต้กฎ ‘Grundgesetz’ ที่ฝ่ายพันธมิตรวางไว้ [11]
(b) อยู่ภายใต้กฎที่สื่อและการศึกษาของเยอรมัน ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายพันธมิตรจนถึงปี 2099
(c) อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมเสรีภาพทางความคิด โดยการแสดงความเห็นในเรื่องของ Hitler และการกระทำของเยอรมันนีต่อชาวยิวในสงคราม หากต่างจาก เรื่องอย่างเป็นทางการ ‘Official Story’ ของฝ่ายพันธมิตรมีโทษจำคุก ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ความจริงออกมาได้

แม้ในปัจจุบัน ที่ชาวเยอรมันจำนวนมากไม่แสดงความจริงออกที่สาธารณะ มิใช่เพราะเขาเห็นตามเรื่องราวอย่างเป็นทางการอันมีความเป็นเท็จมากมาย แต่เป็นเพราะเขาทำไม่ได้ ไม่สามารถปกป้องตนเอง เพราะกฎหมายบังคับ โดย ณ ปัจจุบันก็มีหลายคนติดคุกอยู่ เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมและการจำคุกเหล่านี้ เกี่ยวกับการแสดงความเห็นปกป้องเยอรมันนีทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ว่าจะมีที่เยอรมันนีประเทศเดียว แต่มีถึง 16 ประเทศตะวันตกด้วยกันทั้งหมด โดยผู้เขียนจะนำรายละเอียดมาแสดงในบทต่อไป คือบทที่ 7

2558/08/22

[1] โดย "Germany is our public enemy No. 1. It is our object to declare war without mercy against her." http://en.metapedia.org/wiki/Jewish_inv ... rld_War_II
http://globalfire.tv/nj/03en/history/mustsaid.htm

[2] The International Bankers swept statesmen, politicians, journalists and jurists all to one side and issued their orders with the imperiousness of absolute Monarchs. They had declared economic and financial war on Germany http://sv.metapedia.org/wiki/David_Lloyd_George

[3] http://en.metapedia.org/wiki/Haavara_Agreement

[4] "It doesn't even enter their heads to build up a Jewish state in Palestine for the purpose of living there; all they want is a central organization for their international world swindle, endowed with its own sovereign rights and removed from the intervention of other states: a haven for convicted scoundrels and a university for budding crooks." Adolf Hitler (Mein Kampf)
http://www.goodreads.com/quotes/342153- ... est-of-the

[5] http://www.germanvictims.com/wp-content ... ocaust.pdf

[6] https://en.wikipedia.org/wiki/Molotov–Ribbentrop_Pact
http://en.metapedia.org/wiki/German-Sov ... ssion_Pact

[7] http://en.metapedia.org/wiki/German-Sov ... ssion_Pact

[8] https://en.wikipedia.org/wiki/Territori ... rld_War_II

[9] Germany’s unforgivable crime before the second world war was her attempt to extricate her economic power from the world’s trading system and to create her own exchange mechanism which would deny world finance its opportunity to profit. (Churchill to Lord Robert Boothby, as quoted in: Sidney Rogerson, Propaganda in the Next War (Foreword to the second edition 2001).)
http://en.metapedia.org/wiki/Winston_Churchill

[10] https://history.state.gov/milestones/19 ... ion-israel

[11] http://global.britannica.com/topic/Basic-Law

source
https://www.facebook.com/permalink.php? ... ry_index=0



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน