https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee" />

เงาฝรั่ง-เงามังกร (2)

FaceBook Page : Active
https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13304
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เงาฝรั่ง-เงามังกร (2)

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 22 มิ.ย. 2017 7:29 pm

Bunnaroth Buaklee
10 ชม. ·

เงาฝรั่ง-เงามังกร (2)
19366594_1532622056782531_1328083254174574663_n.jpg
19366594_1532622056782531_1328083254174574663_n.jpg (73.49 KiB) เปิดดู 261 ครั้ง

เจิ้งเหอ กลายเป็นโมเดลและข้ออ้างของปักกิ่งที่จะยาตราแสนยานุภาพทุนมังกรออกไปตาม OBOR

สปีชของ สีจิ้นผิง (และผู้นำระดับรอง) เพื่อผลักดัน OBOR หลายครั้งชูแนวทางของเจิ้งเหอ ว่าได้แผ่แสนยานุภาพออกไปก็จริง แต่ไม่เคยยึดครองมาเป็นอาณานิคม (แบบฝรั่ง) มีแต่สร้างสันติ มิตรภาพ และการค้า

มองมุมหนึ่งก็จริงของจีน เพราะจีนไม่มีแนวทางยึดครองดินแดน แล้วไปปกครองตามนิยาม Colonialism

แต่อีกมุมหนึ่ง การแผ่แสนยานุภาพแบบเจิ้งเหอ ก็คือ การทูตนำการทหารตามนั่นแหละ

เจิ้งเหอใช้กองทหารปราบกองกำลังท้องถิ่นเชื้อสายจีนที่สุมาตรา เพราะหมิงเชื่อว่าเป็นโจรสลัด อันที่จริงก็แค่การจัดการความขัดแย้งของกองกำลังจีนโพ้นทะเลสองกลุ่ม จัดการเสร็จก็จัดแจงให้คนของตัวปกครองต่อ... แล้วก็ใช้กำลังจับตัวกษัตริย์ศรีลังกาไปปรับทัศนคติ ระหว่างนั้นก็เปลี่ยนตัวผู้ปกครองที่หมิงพอใจ

การเปลี่ยนตัวผู้ปกครองดินแดนรายทางการค้าทางสายไหมท้องทะเลยุคเจิ้งเหอ ยังลามมาถึงสยามอยุธยา ประวัติศาสตร์บอกว่าเจ้านครอินทน์ สายสุพรรณภูมิที่ใกล้ชิดกับจีน ทำรัฐประหารขึ้นครองแทนสมเด็จพระรามราชา (กษัตริย์ลำดับ5ของอยุธยา) ปลดลงแต่ไม่ฆ่า ให้ไปครองเมืองเล็กๆ ปทาคูจามใกล้ๆ กันจนสิ้นไปเอง

สุลต่านมะละกา ก็ได้รับการคุ้มครองจากหมิง กลายเป็นเมืองอิสระ ไม่ต้องกลัวอยุธยา - มัชปาหิต ชวา ที่เป็นมหาอำนาจ AEC ในยุคนั้น จนมะละกากลายเป็นเมืองท่าสำคัญยาวนานต่อเนื่องมา ถ้าเจิ้งเหอไม่ยื่นมือไปคุ้มครอง รับรองว่ามะละกาไม่ได้เกิดหรอก เพราะเจ้าชายปรเมศวรกษัตริย์มะละกา(ต่อมาเข้าอิสลามเป็นสุลต่านองค์แรก) นั้นหนีมัชปาหิตกระเซอะกระเซิงข้ามช่องแคบมะละกามา

จีน จัดระเบียบ และสร้างอิทธิพลภูมิรัฐศาสตร์ทางสายไหมมาแต่โบราณ ไม่ได้มีแค่การค้าและมิตรภาพหรอก ยังมีกำปั้นตามหลังด้วย กรณีที่หือที่อือ

มาถึงบัดนี้ก็เดินตามนั้น !

ความคิดแบบจีน และรูปแบบท่วงทำนองของมหาอำนาจมังกร ต่างจากฝรั่ง .. จริงตามที่ สีจิ้นผิง ประกาศ

อันที่จริงการต่างประเทศแบบเจิ้งเหอนั้น ไม่ใช่แบบแผนปกติของจีนหรอกนะ เพราะเดินเรือออกมา ทำกันแค่ยุคสมัยเดียว เพราะแต่เดิม จงกั๋ว-ศูนย์กลางจักรวาลรอให้อาณาจักรรายล้อม พวกอนารยชนทั้งหลายมาสวามิภักดิ์เอง

กรณีที่มีพรมแดนต่อเนื่อง สุดขอบดินแดนจีนที่พอยื่นมือไปได้ อย่างญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ลาว พม่า ล้านนา ก็จะมีการจัดการในแต่ลักษณะตามแต่ระยะใกล้ไกลและขนาดของเมือง

เอกสารจีนโบราณหยวนสือลู่ หมิงสือลู่ ยังกล่าวถึงการมีสำนักปลอบโยน (เซวียนเหว่ย) ระดับต่างๆ ในดินแดน ลาว ล้านนา พม่าตอนบน ด้วยซ้ำไป

เขามองว่าดินแดนพวกนี้เป็นเขตชายขอบที่ต่อเนื่องจากยูนนานลงมาอีกทอด

ส่วนอาณาจักรตอนใต้ละโว้ สุพรรณ จาม ศรีวิชัย ฯลฯ ล้วนแต่มีบรรณาการไปจิ้มก้องตลอดมา

ราชสำนักจะตอบแทนการสวามิภักดิ์ด้วยการค้า และของตอบแทนที่มีค่ายิ่งกว่าเสียอีก

ราชสำนักฮ่องเต้ได้กล่อง พวกอาณาจักรจิ้มก้องได้สตางค์ ! มันก็เป็นแบบนี้เรื่อยมา

จีนไม่เคยส่งออกคนของตนอย่างเป็นทางการ แต่ชาวจีนโพ้นทะเลก็ส่งออกตัวเองออกไปตั้งถิ่นฐานข้างนอกเป็นระยะๆ เรื่อยมา จนกลายเป็นเครือข่ายสัมพันธ์ของชาวจีนโพ้นทะเลที่ใหญ่โตมาก

ตอนปฏิวัติจีน ซุนยัดเซน ก็ได้เครือข่ายนี้แหละสนับสนุน จีนไทยที่เยาวราชก็ใช่ ตระกูล ณ ระนอง เศรษฐีปักษ์ใต้ทั้งหลายก็ด้วย !

ความคิดเรื่องการส่งออกคนไปสร้างความมั่งคั่งนอกประเทศ ก็รวมอยู่ในแนวคิดเจิ้งเหอยุคใหม่บนเส้นทาง OBOR

ส่งออกไป แล้วตามไปจัดระเบียบ บนพื้นฐานความสัมพันธ์การทูตขบวนเรือเจิ้งเหอ

ภาพประกอบ - ยีราฟ เจิ้งเหอได้มาจากแถวๆ เคนย่า ราชสำนักหมิงเชื่อว่า นี่เป็นกิเลน สัตว์ในตำนาน

การได้เรียนรู้พืชพันธุ์สัตว์ประหลาดๆ ทั้งหลายเกิดจากการเดินทางแผ่แสนยานุภาพของทั้งจีน ฝรั่ง แต่ฝรั่งทำเป็นล่ำเป็นสันมากกว่า เป็นจุดกำเนิดของ botanical garden และ สวนสัตว์



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน