https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee" />

ม.44 รถไฟไฮสปีดจีน

FaceBook Page : Active
https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ม.44 รถไฟไฮสปีดจีน

โพสต์โดย admin » เสาร์ 17 มิ.ย. 2017 6:12 pm

Bunnaroth Buaklee ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 3 ภาพ
เมื่อวานนี้ เวลา 8:12 น. ·
ม.44 รถไฟไฮสปีดจีน
19060126_1525960664115337_4188704476159866824_n.jpg
19060126_1525960664115337_4188704476159866824_n.jpg (33.96 KiB) เปิดดู 316 ครั้ง


พอราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ม.44 ให้โครงการรถไฟจีนสายโคราช ที่จะต่อไปถึงหนองคายในอนาคตได้เดินหน้า เมื่อวานเย็น ก็มีแถลงการณ์ของ วสท. วิศวกรรมสถานฯ ออกมาไม่เห็นด้วยทันที
วงในรู้กันมานานพอสมควรว่า การเจรจารถไฟไทย-จีน คืบเหมือนไม่คืบมาเกืนครึ่งปี ทั้งๆ ที่บรรลุหลักการใหญ่ไปหมดแล้ว แต่ที่ต้องประชุมรอบที่ 17.. 18 .... เรื่อยมา มีแต่วาระรายละเอียด หยุมหยิม
คนของประเทศคอมมิวนิสต์ที่ชินความเบ็ดเสร็จรวดเร็ว คงคิดอย่างอื่นไม่ได้ นอกเสียจากคิดว่า มีใครสั่งเตะถ่วง !
เหตุผู้นำไทยไม่ได้รับเชิญร่วมวง BRI เมื่อพฤษภาคม น่าจะมาจากรถไฟไม่คืบด้วย (นอกเหนือจากกรณีท่าทีอื่นที่พยายามบาลานซ์อำนาจแบบ Siamese talk)
ไทยเราน่ะ เลือกยุทธศาสตร์/ตำแหน่ง ประเทศบนหลักเปิดกว้างและถ่วงดุล ตามแนวเดิมที่เคยปฏิบัติ ในท่ามกลางกระแสลมบูรพาพัดจัด โอเคล่ะ ไอ้ที่เอียงไปทางจีนกว่าเดิมก็เยอะ แต่ก็ยังมีก๊อกสองสาม ดึงญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ทิ้งสัมพันธ์เดิมค่ายตะวันตก
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสะท้อนออกมา ผ่านรายละเอียดของโครงการระเบียงศก.ตะวันออก EEC /
แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด มันจึงมีสัญญาณระดับสูงออกมาแต่เดือนก่อน (หลัง BRI จบไม่นาน) ว่า รถไฟไทยจีนสร้างปีนี้แน่นอน ... ซินหัวลงข่าวก่อนสื่อไทยเสียอีก
แล้วก็ตามมาด้วยดาบ ม. 44 เมื่อวาน !
เรื่องนี้มองได้หลายด้าน แต่ละมุมก็มีเหตุผลของตน
เพราะถ้าผมเป็นข้าราชการประจำที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเจรจา ผมก็คงต้องหยุมหยิม ไม่ปล่อยให้ผ่าน อะไรที่อันตรายก็ต้องเตะถ่วงไปรอบหน้า ....
เพราะกฎหมายของเราละเอียด ... แต่ถ้าละเอียดไปก็จะกลายเป็นหยุมหยิม / และแยกส่วน เดี๋ยวก็กฎโน่น เดี่ยวกฏนี่... ข้าราชการจึงต้องระวัง ไม่งั้นเปลี่ยนรัฐบาลตัวเองซวย
อะไรบ้างที่เป็นอุปสรรค?
คำตอบก็คือ อะไรทั้งหลายที่ ม.44 กล่าวถึงนั่นล่ะ ระเบียบพัสดุ /-การจัดซื้อ/ ราคากลางทั้งหลาย รวมไปถึง กฎหมายของสภาวิชาชีพวิศวกรรมฯ
จีนบอกว่า เฮ้ยจะให้คนของอั๊วะ ไปยื่นขอใบอนุญาตสอบความรู้เรื่องเทคโนโลยีไฮสปีดกับสภาของลื้อได้ยางงาย ...ในเมื่อประเทกไทย ไม่เคยมีไฮสปีด
มองจากมุมจีนก็ใช่ พอเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงมองว่าเราโยเย
แต่หากมองจากมุมของ วสท. ก็ต้องพยายามปกป้องวิชาชีพ บอกว่ามันมีเทคนิคอื่นเยอะแยะ ให้เขาทำมาหากินแล้วต้องเข้าระบบของเรา รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ผมเขียนไปบ่อยครั้งมาก ว่า ระบบ/ระเบียบแบบราชการบ้านเรา มันมีมานาน ยิ่งพัฒนายิ่งรวมศูนย์แบบต่างคนต่างใหญ่ จนกลายเป็นหยุมหยิม ... พอมาเจอการเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่มีรอบการแข่งขันเร่งรัดขึ้น เดิมพันสูงขึ้น กฎของเรากลายเป็นเครื่องถ่วง
มันถึงต้องมี super structure การบริหารแบบเบ็ดเสร็จพิเศษ ครอบระบบเดิมอีกทอด (แปลว่าระบบเดิมรองรับไม่ไหว)
การผ่าทางตันด้วย ม.44 รอบนี้ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง
คำถามใหญ่ๆ คือ หมดจากรัฐบาลนี้ ต่อไปเราจะอยู่กันยังไงในโลกต้นศตวรรษ 21 ที่จะมีการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ กระแสคลื่น disruptive พัดกระหน่ำ... จะอยู่ยังไง ภายใต้โครงสร้างของระบบบริหารราชการแบบเดิม
19145976_1525960667448670_7232542740709207993_n.jpg
19145976_1525960667448670_7232542740709207993_n.jpg (40.94 KiB) เปิดดู 316 ครั้ง
19145725_1525960660782004_6029684544844851844_n.jpg
19145725_1525960660782004_6029684544844851844_n.jpg (33.28 KiB) เปิดดู 316 ครั้ง



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ม.44 รถไฟจีนตอน 2

โพสต์โดย admin » เสาร์ 17 มิ.ย. 2017 6:14 pm

Bunnaroth Buaklee
22 ชม. ·
มีบางท่านคิดว่าผมหยวนให้รัฐบาล ใช้ ม.44 ปล่อยให้จีน ทำมาหากิน ทำไมไม่ค้านตั้งแต่ตอนนี้
ตอบว่า..ยังไม่ถึงเวลาครับ !
ภายใน 120 วัน ที่จะทำสัญญา ถ้ารัฐบาลเร่งหรือมีวาระซ่อนยังไงก็ไม่มิดหรอก เพราะมันจะปรากฏอยู่ในสัญญา เมื่อถึงตอนนั้นรัฐบาลจะเป็นเป้าเต็มประตู เพราะสัญญาที่ทำไปจะเป็นเครื่องชี้วัดที่บิดพริ้วไม่ได้
ถ้าเอื้อให้เขาแบบถวายพาน ไทยเสียเปรียบไม่มีประตูออก เชื่อเหอะว่ารัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย รัฐบาลยิ่งใหญ่แค่ไหนสะดุดขาตัวเอง ...
แต่ตอนนี้ว่าไป ดีดดิ้นไป แสดงอะไรไป ก็แค่ตีปลาหน้าไซ ดักคอ คาดเดา ...
ถามว่า ..ใช้อำนาจเด็ดขาด ยกเลิกกระบวนการพิจารณาปกติ มันผิดธรรมาภิบาล ทำไมไม่ค้าน
ก็ตอบว่ามันเป็นอำนาจเด็ดขาดแบบเผด็จการตามกฎหมาย พูดไปทำไมมี ส.ส.ในระบอบประชาธิปไตยที่พวกคุณบูชายังไม่ค้านสักแอะ แกนนำมากมายหายไปไหน... ทำไมไม่ถามหา ...
เรื่องแบบนี้การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ....
ใครทำ ใครรับผิดชอบ ... ถ้าภายใน 120 วันนี้เจรจาและทำสัญญา ถ้าสัญญาออกมาไม่ขี้เหร่ ก็รอดไป...แต่ถ้าสัญญาขี้เหร่ มันอาจจะเป็นชนวนใหญ่ กระดานหก ที่รอรับผลกันเอง
ถามว่าทำไมต้องประเคนจีน? ..อ้าว ก็เขา MOU กันมา เจรจากันมาไม่รู้กี่รอบ รู้ๆ กันอยู่ว่าบริษัทจีน ไม่มีหรอก ญี่ปุ่น เกาหลี พวกนี้ไปเอาอีกโครงการโน่น จะมาอ้างทำไมว่า ยกให้จีน...เพราะมันเป็นเรื่องของไทย-จีนมาแต่ต้น
เรื่องรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน มันเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวเนื่องกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลก ศตวรรษ 21 ใครไม่ทันเป็นคนหลงทาง..มีปัจจัยคาบเกี่ยวหลายระดับ
ดังนั้นถ้าสวมแว่นตา เฉพาะสีใดสีหนึ่งมามองแล้วตัดสิน ... ท่านก็จะได้คำตอบเฉพาะแว่นสีนั้น
ประวัติศาสตร์บอกว่าชาติเล็กไม่เคยได้เปรียบในความสัมพันธ์กับชาติใหญ่... แค่เอาตัวให้รอด
ถามตัวเองว่า เอาตัวให้รอด แล้วได้ประโยชน์มั้ย จะได้แค่ไหน ก่อนที่จะถามเรื่องต่อๆ ไป

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ม.44 รถไฟจีน ตอน 3

โพสต์โดย admin » เสาร์ 17 มิ.ย. 2017 6:14 pm

Bunnaroth Buaklee
8 ชม. ·
ม.44 รถไฟจีน ตอน 3
เมื่อปี 2012-2013 ตอนนั้นจีนเจรจาจะสร้างรถไฟความเร็วสูง ลาวเรียก ລົດໄຟຄວາມໄວສູງ เป็นที่ฮือฮา.. คนลาวที่ไปเจอ เขาไม่เอาเลย เพราะถนนหนทางของเขายังไม่ดี ..ได้แอ่วตระเวณลาวเหนือ ไปถึงซำเหนือ เวียงไซ ไปเกือบสุดพรมแดนเวียดนาม อยู่บนระดับความสูงเกิน 1500 เมตร คดเคี้ยว ตลอดวัน
เห็นพ้องกับเพื่อนลาว ว่าไม่ควรสร้าง เอาเงินมาทำถนนให้คนพื้นถิ่นดีกว่าให้ ต่างชาติผ่านแว้บๆ
ระหว่างนั้นข่าวรถไฟความไวสูงจีน-ลาวเป็นที่ฮือฮา รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็จะมีรถความเร็วสูงบ้าง นัยว่าเชื่อมต่อกัน ...แล้วก็หลุดคำว่า ไว้ขนผักด้วย เป็นเป้าให้โดนล้ออยู่หลายวัน เพราะไฮสปีดมีไว้ขนคนไม่ได้ขนสินค้า
ดีที่รัฐบาลลาวแข็งพอสมควร ทั้งบ่ายเบี่ยง เตะถ่วง ยืนกรานไม่เอา ... ในขณะนั้นนโยบาย OBOR ของจีนก็ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ maritime silk road /// แต่ที่จีนชัดที่สุดในตอนนั้นก็มุ่งตะวันตก มุ่งเชื่อมท่อและถนนกับเอเชียกลาง กลุ่มประเทศลงท้ายด้วยสถานทั้งหลาย.... (แล้วก็ต่อยอดความคิดออกมาเป็น OBOR ในอีกปีสองปีต่อมา)
พอความคิดของจีนชัด รถไฟลาวเลยกลายเป็นความร่วมมือ ให้เจ้าบ้านได้ประโยชน์ตามแนวคิด win-win ปรับมาเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง ได้เริ่มสร้างจริงเมื่อปลายปีที่แล้ว
จาก 2013 เงียบหายไปช่วงใหญ่ และลงตัวใน 2016 นานนะครับ!
แต่พอมาถึง 2016 ภูมิรัฐศาสตร์ทุน ภาพรวมใหญ่ของอาเซียนก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะ maritime silk road/ OBOR
รถไฟจีนลาวกำลังสร้างมาจ่อ..
ไฮสปีดเทรน KL-singapore จะประกาศผลในปลายปี ...
มาเลย์ทำรางคู่ ยกเครื่องการขนส่งระบบรางเชื่อมภูมิภาค ไปๆ มาๆ หาดใหญ่จะกลายเป็นฮับเดินทาง ขนนักท่องเที่ยวให้มาเลย์ไปเลย ถ้าเราไม่ขยับทำอะไร เพราะ ETS 140 ก.ม./ชม. ขยับมาจ่อถึงปากประตูบ้าน...
เผลอนิดเดียว จีนล้อมไทยไว้หมดแล้วจริงๆ นะ.. กัมพูชากลายเป็นมณฑลจีนไปแล้ว การลงทุนใหม่ตลอดแนวเกาะกง-สีหนุวิลล์ จะมีท่าเรือ SEZ เขตส่งออกต่างๆ แข่งกับอีสเทิร์นซีบอร์ด ตึกสูงสุดอยู่ที่พนมเปญ
ส่วนมาเลเซียจับมือจีนคิดการใหญ่มูลค่าเป็นล้านล้านเหรียญ จะเบียดสิงคโปร์หล่นแท่นให้ได้ /
อินโดนีเซียเสียอีก ที่ใช้พลังของประชากร 200 ล้านเป็นประโยชน์ // จีนก็รับ แต่ไม่เอออวยทั้งหมด ให้จีนได้ไฮสปีด จาร์กาต้า-บันดุง แต่ระยะจากนั้นเชื่อมชวากลาง จะปรับมาเป็นความเร็วปานกลาง และจะให้ญี่ปุ่นทำ
มาถึงตอนนี้ ไทยเราไม่ขยับไม่ได้แล้วล่ะครับ ต่อให้ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ผมก็จะหนุนให้ยิ่งลักษณ์รีบเชื่อมต่อ แล้ววางตำแหน่งต่างๆ ให้เราได้ประโยชน์จากยุคของการจราจรขนส่ง/เคลื่อนย้ายใหญ่
เมื่อปี 2013 รถไฟจีนลาวยังไม่ชัด ... เราเองขยับไปก่อนดีไม่ดี เข้าทางเขา
มาถึงตอนนี้ รถไฟรางคู่ ความเร็วปานกลาง 140-160 ก.ม./ชม. เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วเราก็กำลังสร้าง ที่ขอนแก่นยกระดับผ่าเมือง มีคนบอกว่าราง 1 เมตรทำความเร็วไม่ได้ มาเลย์ ก็ 1 เมตรนะครับ ETS วิ่ง 160 ก.ม./ชม. ได้ ... รางคู่จะทำให้เมืองทั้งหลายเติบโต และสามารถขนสินค้าความเร็ว 120 ก.ม./ชม
ที่จริงมีรางคู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีไฮสปีดอีกระบบก็ได้
แต่มาคิดอีกที ถ้าเราจะยกระดับ EEC เป็นชุมทาง CLMV จริง ก็ต้องมีอะไรที่ขนส่งเร็๋วๆ จากศูนย์กลาง EEC ไปเชื่อมกับระบบใหญ่ของเอเชีย นั้นก็คือ ชุมทางรถไฟที่หนองคาย-เวียงจันทน์
วิธีการและปรัชญาการทูต+ลงทุน แบบจีน ไม่เหมือนฝรั่ง ... แต่ขึ้นชื่อว่ายักษ์มหาอำนาจไม่ว่าจีนฝรั่งล้วนวางใจ 100% ไม่ได้
บทจะเกรี้ยวกราด ใช้การลงโทษแรงๆ ก็เห็นตัวอย่างมาแล้ว เมื่อต้นปีก่อน ยังซ้อมรบอยู่พรมแดนพม่าทางคะฉิ่นอยู่เลย / อย่าลืมสงครามสั่งสอนที่เวียดนามเคยเจอ สิงคโปร์น่ะอยู่ลำบากในยุคลมบูรพาพัดแรง จีนกำลังใช้การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในมาเลเซียสั่งสอนเตมาเสค
ก็เพราะลมบูรพากำลังพัดแรง

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ม.44 รถไฟจีน ตอน4

โพสต์โดย admin » เสาร์ 17 มิ.ย. 2017 6:15 pm

Bunnaroth Buaklee
5 ชม. ·
ม.44 รถไฟจีน ตอน4
รถไฟเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ต้นศตวรรษ 21
ถ้ามองแค่รถไฟก็จะเห็นแต่รถไฟ ทั้งๆ ที่โจทย์มันใหญ่กว่ารถไฟหลายเท่า
การเปลี่ยนแปลงใหญ่คืออะไร มันจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหน มีอิทธิฤทธิ์ส่งเสริมหรือทำลายล้างอย่างไร? เป็นโจทย์หลัก !
การเปลี่ยนแปลงใหญ่แรกคือดุลอำนาจของมหาอำนาจโลก ตัวเลขการเติบโตของจีน และพลังผลิต
ถ้ามีแค่พลังผลิตเฉยๆ เหมือน 5 ปีก่อนที่จีนยังเป็นแค่โรงงานรับจ้างผลิตของโลก ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่เฮียเล่นออกมาลงทุนทำการค้าร่วมกับประเทศต่างๆ เป็นเทือกแถวไปน่ะสิ // OBOR เปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลก ต่อให้เราอยู่เฉยๆ ไม่ยุ่งกะมัน มันก็มากระทบเรา
Mega trends แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใหญ่ กำลังจะทำลายฐานการผลิตแบบเดิมที่เราเคยภูมิใจ ฐานผลิตรถยนต์แห่งอาเซียน จะถูก EV มาทำลาย นี่คือ Disruptive ตัวสำคัญ สแกนดิเนเวียนจะมี EV ครองตลาดในอีกไม่ถึง 10 ปี เยอรมันกำหนดไว้แล้วว่าภายใน 2030 ...
จีนเองก็ออกกฏหมายใหม่ บังคับผู้ผลิตทุกเจ้าทำ EV อย่างน้อย 8% ในปีหน้า ... นี่เป็นเทคนิคของจีนให้บริษัทฝรั่ง ญี่ปุ่นต้องถ่ายเทคโนโลยีใหม่ให้ ถ้าอยากขายในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกต่อ
การเปลี่ยนแปลงใหญ่ดังกล่าว จะเกิดเร็วมาก มาเลย์ ฟิลิปปินส์ อินโดฯ กำลังปลดเงื่อนไขลงทุน ทำทุกวิถีทางดึงผู้ผลิตรถไฟฟ้า ผลิตแบตลิเธียมไอออน ไปลงกับเขา
ทีมของสมคิด จตุศรีพิทักษ์เลยต้องเปิดทุกหน้าตักไปสู้เขา ได้ไม่ได้ ตอนนี้ยังลูกผีลูกลิงอยู่เลย
แต่ถ้าไม่ได้ ก็เอวัง ฐานผลิตตะวันออกที่เคยรุ่งเรือง
นึกถึงฟิลิปปินส์ ก่อนสงครามโลกคนไทยส่งลูกหลานไปเรียนนะครับ เจริญมาก ... จากนั้นประเทศนี้ก็จมลง เวลาประเทศจมน่ะ ชั่วครึ่งอายุคนเท่านั้น อย่าประมาทการเปลี่ยนแปลงใหญ่ระลอกนี้เชียว
Mega trends มีอีกหลายตัว ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ การเดินทางไปมาหาสู่ก็ใช่ Migration is mega trend บอกไปหลายครั้งแล้ว
ลองนึกภาพดู ยุคที่คนทั้งโลกเดินทางเป็นว่าเล่น ใครๆ ก็บินได้... รอบๆ ประเทศมีแต่คนเดินทาง พอมาถึงพรมแดนไทย เจอด่านโกโรโกโส ต้องโบกสองแถว ต่อรถตู้ บขส.เข้ามา เพื่อนั่งรถไฟ รฟท.ยุครัชกาลที่ 5 หรือไม่ก็ถนนหนทางแบบที่เป็นอยู่ ...มันจะรอดมั้ย
การเปลี่ยนแปลงใหญ่มีเยอะ กระทบเยอะ ปัญหาอย่างที่บอกในตอนที่ 1 นั้่นแหละ ระบบบริหารราชการของเรามันใหญ่อุ้ยอ้ายและรวมศูนย์ รัฐบาลนี้และรัฐธรรมนูญมีชัยยิ่งเน้นรวมศูนย์ ไม่มีแล้ว กระจายอำนาจ
รัฐบาลเลือกตั้งมา ก็ชอบรวมศูนย์ ทำมาหากินง่าย นักการเมืองบ้านเราเองก็ชินกับระบบราชการแบบนี้
ผมกลัวว่าเราจะเสพติดการใช้อำนาจพิเศษแบบ ม.44 จนเกินไป แม้จะสร้าง super structure มารองรับเฉพาะเรื่องๆ แต่ไม่ได้ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด ... เอาไม่อยู่หรอก
กลัวว่ารัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งจะทำอย่างไร เมื่อเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ชนิดมาถึงก็ Disrupt ทำลายล้างไปเลย
มีทางไม่กี่ทาง แบบมักง่ายก็ใช้มติ ครม. ยกเว้น / หรือประกาศ พรฎ. ยกเว้น... มันก็คือ มาตรา 44 อีกชนิดนั่นแหละ สมัยทักษิณ ปลอดประสพ ก็เคยลอดช่อง ใช้ฟาสต์แทร็กมาแล้ว นี่คือวิธีการแก้ บนระบบแบบเดิม ซึ่งปัญหาของวิธีแบบนี้มันจะยิ่งทำให้การคานและตรวจสอบยากขึ้น
รัฐบาลเผด็จการ มีตะบอง ใช้ง่าย ฟันตูม จบ แก้ปัญหาที่คาราคาซังเห็นผล คราวนี้เดินทางไปเยือนจีนสบาย อาเฮียไม่เขม่นแล้ว
ปัญหาของคนที่อยากเห็นบ้านเมืองไปได้ระยะยาว ยากกว่า !!
เพราะต้องคิดหาระบบบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล เพื่อรอรับการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ...
รัฐบาลจากการเลือกตั้ง มาเจอแบบเรื่องแบบนี้จะทำยังไงให้แก้ปัญหาได้ บนหลักการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพในระยะยาว...ยกตัวอย่างสมมตินะ .แค่เจรจาโตโยต้า ฮอนด้า อยู่ต่อ จะช่วยให้เป็นฐานผลิตใหญ่ EV แล้วจัดโปรฯชุดใหญ่ให้.. ดีไม่ดี ผิดกฏหมายหยุมหยิมไปซะแล่ว
รึว่ามาเจอกรณีเจรจารถไฟ ไทย-จีน รอบ 18 ลงรายละเอียดไม่ได้ ต่อเป็นรอบ 19 20 ....35 ... 40 ยื้อไปอีกสองสามปี ถ้ารัฐบาลเลือกตั้งมาเจอแบบนี้ จะตัดสินใจยังไง นึกไม่ออก

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ม.44 รถไฟจีน ตอน 5(จบ)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 17 มิ.ย. 2017 6:15 pm

Bunnaroth Buaklee
33 นาที ·
ม.44 รถไฟจีน ตอน 5(จบ)
ถิ่นกาขาว
รถไฟเป็นแค่รูปธรรมหนึ่ง ของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ / มันเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเชิงรุกของจีน
ไม่ใช่แค่รถไฟ จากนี้ไปจะมีโครงการที่รองรับการเปลี่ยนแปลงใหญ่มากมาย
บางโครงการก็ดี / บางโครงการไม่ดี / บางโครงการจำเป็นต้องทำ / บางโครงการไม่จำเป็นแต่รัฐบาลคิดอยากทำ
เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนบางแห่ง ยังไม่เห็นจำเป็น หรืออย่างน้อยมีคำอธิบายว่าจะเป็นประโยชน์ตรงไหน ... แต่รัฐก็ทำ ใช้ดาบกายสิทธิ์ทำแล้วยังไม่คืบ ค้างๆ กึ๊กกั๊ก / หรือเรื่องระเบิดแก่งจะระเบิดแค่ไหน แล้วเราได้อะไร ??
ยุคต่อไป ภายใต้กระแสลมบูรพาพัดจัด อาเซียนจะไม่เหมือนเดิม เอาแค่ในมาเลเซีย กัมพูชา ลาว คนจีนจะเต็มไปหมด นอกจากการค้าแล้วก็คือการเดินทาง ...ไม่ใช่แค่คนจีน เพราะประชาคมอาเซียนด้วยกันก็เปิดกว้างให้ทำงาน ย้ายถิ่น / โลกยุคหน้าอันใกล้ ฝรั่ง แขกอาหรับ เนกรอยด์จากอาฟริกา ก็จะมา
แบบที่คนโบราณเปรียบเป็น "ถิ่นกาขาว" ที่จะมีอะไรมากมายโถมใส่ลงมา ชนิดที่เราไม่คุ้นเคย
เขียนแบบนี้เดี๋ยวมีคนถามอีก อ้าวทำไมไม่ลุกต้าน ประกาศสู้จีนไปเลยล่ะ ... โถ โลกนี้มันไม่ได้เช กูวาร่า กัดดาฟี อะไรขนาดนั้นหรอกครับ กระแสเปลี่ยนแปลงใหญ่แต่ละยุคนำมาทั้งบวก ลบ/ เมื่อสามร้อยปีก่อน ถ้าสวมอุดมการณ์ต่อต้านอาณานิคม ก็สู้จนตัวตายไปก็เท่านั้น ตายเปล่าแท้ๆ
ที่เกริ่นมาเพื่อจะบอกว่า อะไรที่มากับรถไฟน่ะ ที่ดีก็รับ.. ที่ไม่ดีก็เตรียมตั้งป้อมสู้มัน
ตอนที่แล้วได้เอ่ยถึงระบบบริหารราชการรวมศูนย์แบบไทยๆ ที่ไม่ประสานกัน จนรัฐเองต้องพยายามแก้ปัญหานั้นด้วยการใช้อำนาจพิเศษตั้ง super structure มาครอบอีกชั้น
การปฏิรูปกลไกบริหารราชการรวมศูนย์ให้มันปรองดอง ทำงานได้ ก็เรื่องหนึ่ง
แต่ที่สำคัญพอๆ กัน (แต่ผู้มีอำนาจไม่สนใจ) ก็คือ การกระจายอำนาจ อย่างจริงจัง !
เพราะแนวโน้มของรัฐบาล มาจากทุนและผู้ปกครอง / มักจะมองเห็นความจำเป็นของทุนและธุรกิจใหญ่มากกว่าเสมอ และทุนกับต่างชาติก็มักจะเสียงดังด้วยสิ
ในท่ามกลางบรรยากาศแบบถิ่นกาขาว คนนอก/คนต่างชาติ และผู้ได้เปรียบ มักจะได้รับการเอาใจใส่มากกว่าคนท้องถิ่นดั้งเดิม
มันจึงควรต้องเร่งรัดกระจายอำนาจ ยกระดับความเข้มแข็งท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่น/เขตวัฒนธรรม หรือ ชุมชนดั้งเดิมของ Native Citizen ได้รับการปกป้อง ดูแล และจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในท่ามกลางรถไฟความเร็วสูง ผู้คนต่างถิ่น และการหลั่งไหลถั่งโถมเข้ามา
เสียดาย ที่ชนชั้นนำของเราสนใจแต่การรวมศูนย์อำนาจ มองไม่เห็นความสำคัญของการกระจายอำนาจ ในท่ามกลางยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงใหญ่
มานึกๆ อีกที ไม่ใช่แค่ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่จะถูกกระทบหรอก / กลุ่มผลประโยชน์วิชาชีพ Interest group อย่างสภาวิชาชีพวิศวกร ที่แท้ก็คือ ชนดั้งเดิมที่ได้รับผลกระทบจาก ถิ่นกาขาว / โครงการตามความจำเป็นของยุคสมัยใหม่ เช่นกัน
ทุกอย่างมีสองด้าน มีทางได้ ก็ย่อมมีผลกระทบเสมอ
สองวันมานี้ ลองสางๆ เรียงลำดับผลกระทบจาก ม.44 ผ่าทางตันรถไฟจีน ... ดูเหมือนว่าเรื่องเหล็กในเหล็กนอก ดูแล้วยังเป็นเรื่องเล็กกว่า ระบบที่กำกับวิชาชีพวิศวกรที่จะถูกทำลายลงโดยขบวนรถไฟ
เรื่องมาตรฐานวิศวะอะไรผมไม่มีความรู้หรอก รู้แต่ว่า ศักดิ์ศรีของท้องถิ่น/หรือบรรทัดฐานของคนพื้นที่มันควรจะมี และควรรักษาไว้ ไม่รู้ที่อินโดนีเซียเขาทำแบบนี้หรือเปล่า ถ้าจะต้องปรับแก้หรือไปเจรจาอะไรกับอาเฮีย สีจิ้นผิง ก็ควรจะเป็นประเด็นผลกระทบเหล่านี้ ... บอกสีจิ้นผิงว่าเฮียได้รถไฟตามประสงค์แล้ว ได้โปรดเว้นที่ยืนให้กับคนท้องถิ่นด้วย
ป.ล.วันนี้พิมพ์ 3 ตอนรวดเดียว เพื่อให้จบซีรี่ส์นี้ ให้หมดอะไรที่อยากสื่อสารซะรอบเดียวไปเลย


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน