https://vk.com/theeyesproject
Facebook Page : Active
https://www.facebook.com/fisont" />

นายกฯฝรั่งเศสปฏิเสธแผนโควต้าแบ่งดูแลผู้ลี้ภัยจากลิเบียในกลุ่มประเทศยุโรป

ปอกเปลือก ทรราช .
ทันข่าวสาร ทันโลก รับรู้ข่าวสารต่างๆที่สื่อบ้านเราไม่ค่อยได้นำเสนอกัน
เปิดโลกทัศน์ในการรับรู้ข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก ทันข่าว ทันโลก ทันเหตุการณ์ ตีแผ่เรื่องราวทุกๆเรื่องราวที่มีความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในทุกๆมุมของโลก
https://vk.com/theeyesproject
Facebook Page : Active
https://www.facebook.com/fisont
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13558
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

นายกฯฝรั่งเศสปฏิเสธแผนโควต้าแบ่งดูแลผู้ลี้ภัยจากลิเบียในกลุ่มประเทศยุโรป

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 4:48 pm

เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.58) ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายในยุโรปและอิสราเอล (ซึ่งอันที่จริงก็คือปัญหาเดียวกันนั่นแหละ) ไปแล้วหลายโพสต์ ทั้งบทความข่าวและคลิปวีดีโอ มีจุดที่น่าสนใจในการเสนอการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยกรุงบรัสเซลส์หนึ่งในสมาชิกสหภาพยุโรปซึ่งได้ยื่นข้อเสนอแบบโยนหินถามทางต่อกลุ่มประเทศสมาชิกอียูทั้ง 28 ประเทศเพื่อให้ช่วยกันแบ่งโควต้ากลุ่มผู้อพยพเหล่านี้ไปดูแลในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศของตนเอง ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับแผนนี้มากนักว่าจะแบ่งกันอย่างไร
ก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับแผนดังกล่าวเช่นเยอรมันนี และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและปฏิเสธเลยว่าจะไม่ยอมรับผู้อพยพเหล่านั้นเข้าประเทศของตนโดยเด็ดขาดซึ่งก็คืออังกฤษหนึ่งในประเทศที่ไปบอมลิเบียในปี 2011 นั่นเอง นอกจากนี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิแผนดังกล่าวและแผนที่อียูเสนอให้มีการปราบปรามขบวนการแก๊งค้ามนุษย์ในลิเบียด้วยการใช้กำลังทางทหารอีกครั้ง แต่อียูไม่พูดถึงการใช้กำลังทหารในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศปลายทางที่อยู่ในอียูบ้างเลย เน้นแต่จะหาเรื่องเปิดศึกถล่มลิเบียอีกรอบเท่านั้น
โดยการถล่มลิเบียในรอบแรกนั้นสหรัฐฯและยุโรปได้ยกเรื่องการโค่นล้มอำนาจกัดดาฟี่เพื่อเปิดทางไปสู่ประชาธิปไตยแบบสหรัฐฯและยุโรปซึ่งผลที่ตามมาก็คือกัดดาฟี่ตายสมใจสหรัฐฯ แต่ลิเบียกลายเป็นประเทศที่ไร้กฎหมาย อาชญากรรม และการก่อการร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ประชาชนอยู่ในประเทศของเขาต่อไปไม่ได้เพราะบ้านเรือนถูกเครื่องบินรบของอังกฤษกับฝรั่งเศสถล่มหมดแล้ว ก็ถูกขบวนการค้ามนุษย์หลอกให้ลักลอบเข้าไปอยู่ในยุโรปหลายแสนคนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
คราวนี้อียูมาแผนเดิมอีกเพื่อหาทางระบายอาวุธสงครามออกจากคลังและสต็อกของตัวเอง เนื่องจากผลิตมากแล้วแต่ถ้าไม่ถูกนำไปใช้ครั้งต่อๆไปก็จะไม่สามารถผลิตได้ ธุรกิจก็เจ๊งสิ ดังนั้นจึงต้องหาทางระบายของออกด้วยการไปก่อนสงครามต่างถิ่นโดยรัฐบาลและกองทัพของสหรัฐฯและอียู เพื่อเปิดทางให้พ่อค้าอาวุธของตนสามารถขายของให้กับกองทัพได้โดยใช้เงินจากภาษีประชาชนของพวกเขาเอง เข้าหลักเศรษฐศาสตร์เป๊ะ แผนหนึ่งที่อียูบอกว่าเพื่อเป็นการแก้ไขและป้องกันไม่ให้มีผู้อพยพจากลิเบียไหลเข้ามาสู่ยุโรปก็คือ ต้องใช้กำลังทางทหารในการปราบปรามกลุ่มผู้ค้ามนุษย์ในลิเบียนั่นเอง ฟังดูเหมือนจะดี แต่เอาเข้าให้จริงก็คือหาเรื่องถล่มลิเบียซ้ำอีกรอบต่างหาก
ล่าสุดเกี่ยวกับแผนแบ่งโควต้าผู้อพยพจากลิเบียในยุโรป ทาง Manuel Valls นายกรัฐมนนตรีของฝรั่งเศสออกมาปฏิเศสแผนดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทันทีเลยว่า "ผมขอคัดค้านข้อเสนอให้แบ่งโควต้ารับผู้อพยพ แผนดังกล่าวไม่เคยอยู่ในกรอบข้อเสนอของฝรั่งเศสเลย" (แต่ฝรั่งเศสก็ไม่ได้บอกว่าเมื่อปฏิเสธแผนดังกล่าวแล้วฝรั่งเศสจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เช่นฝรั่งเศสไม่ต้องการให้มีการแบ่งโควต้าให้ประเทศอื่นโดยฝรั่งเศสจะรับไว้เองทั้งหมดหรือเปล่าก็ไม่พูด)
รายงานจาก Eurostat บอกว่าเมื่อปีที่แล้ว (2014) ได้มีผู้ยื่นใบสมัครในฐานะผู้ลี้ภัยในยุโรปจำนวนถึง 600,000 คน และมีผู้ยื่นความจำนงว่าจะไปอยู่ที่ฝรั่งเศสจำนวน 64,000 คน
แหม… ทั้งสหรัฐฯและอียูต่างออกมาเรียกร้องให้ไทยดูแลผู้อพยพโรงฮิงญาในประเทศไทย แต่พอถึงทีตัวเองบ้างบอกว่าไม่รับ ไม่เอา ไม่ช่วย ต้องผลักดันกลับออกไปซะอย่างนั้น ล่าสุดทางสหรัฐฯประกาศขยายระยะเวลาแซงชั่นพม่าต่อไปอีก 1 ปี เพื่อเป็นการกดดันให้รัฐบาลพม่ายอมรับผู้อพยพชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของตนและให้ที่อยู่ที่ทำกินและสวัสดิการต่างๆเหมือนกับพม่า นั่นไงแผนของสหรัฐฯ ต่อไปสหรัฐฯก็คงจะสนับสนุนด้านอาวุธให้กับคนเหล่านั้นเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในซีเรียที่ตอนแรกบอกว่าเป็นพวกไอซิส ต่อมาก็ตั้งชื่อให้ใหม่ว่าเป็นพวกกบฎสายกลางต่อต้านรัฐบาลของซีเรียที่มาจากการเลือกตั้งแต่สหรัฐฯไม่ยอมรับเพราะไม่สามารถควบคุมได้อย่างรัฐบาลของยูเครน
เวลาสื่อฯตกวันตกและสื่อฯไทยสมองไหลที่เหมือนจะชอบเห็นความขัดแย้งนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการกระทบกันระหว่างชาวโรฮิงญาและชาวพม่าในรัฐยะไข่ประเทศพม่า ก็จะเล่นประเด็นทางศาสนาแทน มองว่าเป็นความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในพม่า เพื่อชี้นำให้สังคมโลกเข้าใจว่าเหตุการปะทะกันนั้นเป็นความไม่ยุติธรรมที่ชาวพุทธซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของพม่าไปรังแกชาวมุสลิมโรฮิงญาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย และต้องการจะชี้นำว่าหนึ่งในสาเหตุของความขัดแย้งนั้นก็คือประเด็นทางศาสนา
วิธีการแบบนี้เป็นจิตวิทยาใช้ในเรียกร้องความสนใจและการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามให้มุ่งเป้าไปที่พม่า หากได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ความรุนแรงก็จะขยายตัวออกไปเรื่อยๆเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง สหรัฐฯไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เล่นข่าวแบบนี้ซ้ำๆ เดี๋ยวคนก็เชื่อเอง จากนั้นก็ส่งพวก ngo และเจ้าหน้าที่ยูเอ็นลงพื้นที่ในพม่าแล้วทำรายงานต่อยูเอ็นเพื่อออกมาตรการกดดันพม่าต่อไปอีกอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ และมันก็ได้ผลดีซะด้วยสิ แล้วพม่าว่าอย่างไรต่อกรณีที่สหรัฐฯขยายระยะเวลาแซงชั่นนี้? พม่าบอกว่าโดนจนชินแล้ว โดนต่อไปอีกซักปีจะเป็นไรไป
The Eyes
17/05/2558
----------
http://sputniknews.com/politics/2015051 ... 29284.html
http://sputniknews.com/asia/20150514/1022135262.html
http://sputniknews.com/europe/20150508/1021860303.html
แนบไฟล์
10988435_1668992356654231_5550849444470635065_o.jpg
10988435_1668992356654231_5550849444470635065_o.jpg (107.66 KiB) เปิดดู 392 ครั้ง
11266152_1668992393320894_3624402823800398318_o.jpg
11266152_1668992393320894_3624402823800398318_o.jpg (143.6 KiB) เปิดดู 392 ครั้ง
1889096_1668992383320895_5086033549492376088_o.jpg
1889096_1668992383320895_5086033549492376088_o.jpg (130.25 KiB) เปิดดู 392 ครั้ง



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 4 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron