21. นักเสแสร้งผู้ยิ่งใหญ่ (The Great Pretender)

Martin Armstrong แห่งarmstrongeconomics.comให้สัมภาษณ์ว่า ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ (Fall of 2015) อาจจะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงโลกในวงจร300ปี โดยจะเกิดการจราจลทางสังคมในประเทศต่างๆ อันจะนำไปสู่การปฏิวัติประชาชนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

21. นักเสแสร้งผู้ยิ่งใหญ่ (The Great Pretender)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 26 ส.ค. 2017 11:22 am

Thanong Fanclub
ถูกใจเพจแล้ว · 3 พฤษภาคม 2015 · มีการแก้ไข ·

21. นักเสแสร้งผู้ยิ่งใหญ่ (The Great Pretender)
11150580_347743262088721_3380996559181649433_n.jpg
11150580_347743262088721_3380996559181649433_n.jpg (66.43 KiB) เปิดดู 259 ครั้ง

ทีนี้ลองมาอ่านภาคภาษาไทยบ้าง ไม่ต้องเสแสร้งกันแล้ว:

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะเห็นอะไรที่เราไม่เห็น ทำแสร้งใจเย็นไม่ได้จึงรีบลดดอกเบี้ยนโยบายลงจาก1.75% เป็น1.50%ในวันที่29 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นการลดติดต่อกันครั้งที่2หลังจากลดดอกเบี้ยไปแล้วหนึ่งสลึงในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินก่อนหน้านี้

พร้อมกันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เตรียมการออกมาตรการให้คนไทยสามารถขนเงินออกนอกประเทศได้มากขึ้นเพื่อช่วยทำให้เงินบาทอ่อน แบงค์ชาติเป็นกังวลใจเหลือเกินว่าระดับอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันไม่เกื้อหนุนให้การส่งออกที่ฟุบไปจะสามารถฟื้นตัวเองได้

ตกลงธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นห่วงอะไรกันแน่ถึงได้รีบลดดอกเบี้ย เพราะว่าเศรษกิจที่ซบเซา? ส่งออกที่เดี้ยงไปแล้ว? กำลังซื้อที่หายไปของคนไทย? หรือว่าเกรงว่าตลาดการเงินจะไปไม่รอด?

ทุกอย่างมันสัมพันธ์กันไปหมด แต่เอาเข้าจริง ทางธนาคารแห่งประเทศไทยคงต้องเกรงว่าตลาดการเงินจะพังถ้าหากว่าไม่ช่วยลดดอกเบี้ย ให้ดูธนาคารกลางของประเทศที่พัฒนาแล้วให้ดี ปากก็บอกว่าต้องการฟื้นเศรษฐกิจ แต่ที่จริงแล้วต้องการเชฟตลาดการเงินและแอบไฟแนนซ์การใช้จ่ายภาครัฐบาลผ่านการทำQEซื้อพันธบัตรรัฐบาล ตอนนี้ตลาดการเงินมีอิทธิพลเหนือระบบเศรษฐกิจจริงแล้ว ทุกคนดูราคาหุ้น ดูราคาทรัพย์สินหมด ปล่อยให้ตกไม่ได้

ตลาดการเงินเหมือนระบบสุริยะจักรวาลที่ขยายตัวไปเรื่อยๆหลังจากเกิดจากบิ๊กแบง ตัวมันเองไม่ได้่มีค่าอะไร แต่อิงพื้นฐานหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่วิวัฒนาการของเทคโนโลยี่ทางการเงิน ตราสารการเงินใหม่ๆ การใช้ระบบเครดิตและการสร้างหนี้เพื่อดันจีดีพีให้โต ทำให้ตลาดการเงินครอบงำเศรษฐกิจที่แท้จริงจนมิดหัว จนกลายเป้าหมายหลักของรัฐบาลและสังคมว่าอะไรจะพังก็ได้แต่ตลาดการเงินพังไม่ได้ เพราะว่าจะฉิบหายกันไปหมด

ในเมื่อตลาดการเงินกลายเป็นtoo big to fail หรือปล่อยให้ล้มไม่ได้ ทางการต้องเอ้าไปอุ้ม โดยที่ตัวมันเองต้องขยายตัวออกไปเรื่อยๆ แม้ว่ารายได้จริง หรือปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะเกื้อหนุนหรือไม่ เก้าอี้ดนตรีนี้หยุดไม่ได้

เมื่อลงเล่นเก้าอี้ดนตรีของตลาดการเงินแล้ว หยุดไม่ได้ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยคงต้องลดดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ หาทางเพ่ิมสภาพคล่องให้ตลาดการเงิน กลายเป็นว่าเรากำลังเดินตามUS Federal Reserve, Bank of England, Bank of Japan, European Central Bankและธนาคารกลางอื่นๆของโลกที่กำลังทำQEพิมพ์เงินเพื่ออุ้มตลาดการเงินและตลาดหุ้น เฟดอุ้มตลาดS&P500 ส่วนBank of Japanพิมพ์เงินซื้อหุ้นตลาดนิคเคอิหน้าตาเฉย

ดูตัวอย่างของนายAlan Greenspan อดีตประธานเฟด ตอนแรกทุกคนยกย่องหมดว่าเป็นฮีโร่ที่กอบกู้เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ตอนนี้กลายเป็นว่าทุกคนชี้เป้าว่าวิกฤติ2008เกิดจากนโยบายการเงินที่หละหลวมของนายGreenspanทำให้สหรัฐฯล้มละลายทางการเงิน

นาย Ben BernankeมาแทนนายGreenspan เป็นผู้ริเริ่มการพิมพ์เงินQE จนงบเฟดเพิ่มจาก$800,000ล้านเป็น$4.5ล้านล้านเวลานี้ มีการส่งสัญญานเตือนว่าถ้างบดุลเฟดleverageไปเกิน$5ล้านล้านจากทุนเรือนต้นที่$50,000กว่าล้าน ความน่าเชื่อถือจะหมดไป เฟดจะเอาไม่อยู่ทั้งดอลล่าร์และระบบการเงินทั้งหมด

ส่วนป้าJanet Yellenมาเต้นแร้งเต้นกา เตะถ่วงเวลาออกไป ยังหาทางลงไม่เจอ หยุดQEไปแล้ว แต่ต้องอุ้มทรัพย์สินเน่าๆที่ซื้อเข้ามาต่อไป ขาดทุนกำไรไม่สน ถ้าต้องขึ้นดอกเบี้ย เกมจะจบ ถ้าไม่ขึ้น ต่อไปเงินเฟ้อจะมาเยือน หลังภาวะเงินฝืดสุดๆสิ้นสุดลง จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ

นายHaruhiko Kurodaผู้ว่าการธนาคารชาติญี่ปุ่นกำลังพิมพ์เงินอย่างบ้าเลือด เหมือนขับเครื่องบินคามิกาเซ่ สั่งซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น100% และซื้อหุ้นทุกสัปดาห์

เห็นชัดเจนว่าlegacyหรือมรดกของนายธนาคารกลางไม่มีใครจบสวย เนื่องจากคิดว่านโยบายการเงินเป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่หมักหมมหรือหนี้ที่ล้นพ้นของประเทศได้

และเนื่องจากรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นไม่มีวินัยทางการคลัง และไม่ยอมปล่อยให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมล้มหรือปรับโครงสร้าง ไม่ยอมลดหนี้ อำนาจของการบริหารประเทศจึงตกไปในมือของธนาคารกลางโดยปริยาย เพราะว่ามีอำนาจใจการพิมพ์เงินที่ทุกคนต้องการไขว่คว้า เพื่อสร้างหนี้ใหม่บนหนี้เก่าในการแก้ปัญหาการเงินและเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางของจีนเตรียมตัวจะลงเล่นQEด้วย เพราะว่าถ้าไม่เล่นจะเสียเปรียบสหรัฐฯและอียู แต่อาจจะถอนตัวได้ ถ้าไม่ถลำลึก ส่วนญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง จะพิมพ์เงินจนโลกแตกสลาย สหภาพยุโรปกำลังอยู่ในระยะแรกของการทำQE ส่วนสหรัฐฯอาจจะต้องทำQEรอบที่4 แม้ว่าจะมีแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้

เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยแอ่นอกมาแสร้งทำเป็นอัศวินม้าขาวเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจไทย และภาคการส่งออก โดยที่แท้ที่จริงแล้วอาจจะเป็นกังวลใจกับตลาดการเงินมากกว่าที่กลายเป็นยอดปิรามิดของระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะว่ามันเป็นwealth effectตามนิยามของความร่ำรวยสมัยใหม่ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องลดดอกเบี้ยลงไปเรื่อยๆ แล้วทำลายฐานเงินฝาก ดันให้เกิดการเก็งกำไรในภาคเศรษฐกิจที่unproductive จนดอกเบี้ยติด0% แล้วก็ทำQE เพราะว่าถึงตอนนั้นใครๆก็ทำแล้ว เราจะทำมั่งไม่เป็นแปลกเนื่องจากเศรษฐกิจโลกมันไปต่อไม่ไหวเนื่องจากหนี้ที่มากเกินไป ต้องใช้ปืนใหญ่QEรบกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

แล้วเราจะถอนตัวไม่ขึ้นเมื่อเล่นเกมการเงินนี้ที่เป็นอัศวินม้าขาวนำหน้าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อนาคตของจุดจบของQEคือภาวะเงินเฟ้อที่จะมาทำลายค่าเงิน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้จะเพิ่มขึ้นระหว่างคนรวยและคนจน

ประเทศมหาอำนาจเขาเสแสร้งเล่นเกมนี้ เพราะเขารู้ว่าเมื่อเกมต้องโอเวอร์ เขาก็จะหยุดเสแสร้งทุกอย่าง แล้วเอาปากกระบอกปืนมาจ่อที่หัวของประเทศต่างๆให้ทำตามกฎหรือระเบียบการเงินใหม่ แล้วเขาก็รีเซ็ทระบบใหม่ทั้งหมด เขาก็จะไม่เสียหายอะไรมาก ส่วนประเทศเล็กๆจะพากันฉิบหายกันไปหมด

ทางออกของเมืองไทยคือสร้างภูมิต้านทานให้ประเทศ ไม่ใช่เปิดเสรีทุกอย่าง AECจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรก แต่หลังจากนั้นคนไทยจะไม่เหลืออะไรเลย โดนต่างชาติครอบกินเรียบ ที่สำคัญที่สุดภาคการเกษตรที่คนไทย60%จากประชากรทั้งหมดต้องยืนหยัดอยู่ให้ได้ โดยการปรับโครงสร้างที่รัฐบาลช่วยหนุน และไม่ให้ธุรกิจรายใหญ่หรือต่างชาติเอาเปรียบ และนโยบายการเงินที่เหมาะสมให้คนไทยส่วนใหญ่สามารถอยู่ได้ ไม่โดนดอกโหดทำร้าย

ธนาคารแห่งประเทศไทยควรคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย มากกว่านโยบายการเงินที่แอบทำเพื่อกอบกู้ระบบการเงินที่เหมือนแวมไพร์ดูดเลือดเศรษฐกิจที่แท้ โดยไม่รู้จักอิ่ม โดยที่ไม่คิดถึงคนไทยโดยส่วนรวม เพราะหลงคิดว่าภาคการเงินและผู้ส่งออกคือทางออกของประเทศ ถ้าเป็นอย่างนี้ หายนะจะมาเยือนเมื่อคนจน หรือคนที่หาเช้ากินค่ำอยู่ไม่ได้

thanong
3/5/2015


https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... =1&theater



ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน