เรื่อง " ตัดโซ่ หรือ ตายซาก" ตอน 1 - 2

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เรื่อง " ตัดโซ่ หรือ ตายซาก" ตอน 1 - 2

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 05 ก.ค. 2015 2:27 pm

นิทานเรื่องจริง เรื่อง " ตัดโซ่ หรือ ตายซาก"
ตอน 1
10347164_1079556395406173_2952831494093766192_n.jpg
10347164_1079556395406173_2952831494093766192_n.jpg (65.3 KiB) เปิดดู 264 ครั้ง

เรื่องหนี้ของกรีซยก 2 นี่ ถ้าเป็นหนังก็ออกรสตื่นเต้น ประเภท เกทับบลั้ฟแหลก คมเฉือนคม อะไรทำนองนั้น เพราะมันจะมีการพลิกเกมกันอยู่ตลอดเวลา ต่างฝ่ายก็เอามือล้วงกระเป๋า เหมือนมีของดีแอบอยู่ จะงัดเอาออกมาใช้เมื่อไหร่เท่านั้น แต่จริงๆแล้ว ของดีมีจริง หรือมีปลอม ยังไม่มีใครรู้แน่ ระหว่างนั้น ก็ทำหน้าขรึม หน้าเครียดเจรจากัน สื่อก็รายงานของจริงแถมใบสั่ง เป็นโอกาสล่อให้แมงเม่าเข้าไปเล่นกองไฟ มีคนฉิบหายตายเพราะหนี้ท่วมประเทศยังไม่พอ ต้องหาแมงเม่าเข้ามาสังเวยด้วย มันถึงจะได้อารมณ์ สร้างกำไร จากความหายนะ ความคิดแบบนี้ มีทุกสัญชาติแหละครับ มากน้อย ตามสันดาน และตัณหา
พระเอกที่จะเล่นเกมเกทับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ของกรีซ ที่มาจากพรรค Syriza ซึ่งเป็นพวกที่เอนไปทางสังคมนิยม ก่อต้ังเมื่อปี ค.ศ. 2004 จากการรวมตัวของกลุ่มฝ่ายซ้ายต่างๆ ประมาณ 10 กว่ากลุ่ม Syriza เคยมีชื่อเสียงว่า เป็นพวก anti establishment เป็นพวกไม่เอาทุนนิยมว่างั้นเถอะ แม้ตอนหลังพวกเขาจะไม่เน้นเรื่องนี้ แต่เมื่อ Syriza ชนะเลือกตั้ง เมื่อต้นปี 2015 แน่นอน ทำให้อียูเริ่มขมวดคิ้ว เพราะดูเหมือน Syriza จะมาทำให้ชาวกรีซร้องคนเพลงกับอียู ยิ่งหัวหน้าพรรคที่ชื่อ Alexis Tsipras ประกาศชัดเจนว่า "euro is not my fetish" เงินยูโรมันก็ไม่ได้วิเศษอะไรนักหนา คำประกาศเขาให้รสชาดแบบนั้นนะครับ
ในการเลือกต้ังดังกล่าว Syriza ขาดไปแค่ 2 คะแนน ที่จะเป็นเสียงข้างมาก พวกเขาเลยต้องผสมกับพรรคอื่นตั้งรัฐบาล แต่ยังไงก็ได้นาย Alexis Tsipras เป็นนายกรัฐมนตรีหนุ่มแน่น อายุแค่ 40 และมีนาย Yanis Varoufakis เป็นรัฐมนตรีคลัง ที่จะมาช่วยหาวิธีถอดโซ่ ที่พวกเจ้าหนี้กรีซ เอามาคล้องคอชาวกรีซออกไป หรือทำให้โซ่คล้องคอมันหลวมหน่อย ไม่ใช่รัดติ้ว ท้องกิ่ว หายใจจะไม่ออก ไม่มีจะกินกันทั้งประเทศอย่างนี้
นาย Alexis Tsipras เป็นลูกชาวกรีซ ที่อพยพมาจากตุรกี ตามโครงการแลกเปลี่ยนประชาชน ระหว่าง 2 ประเทศ เขาเป็นคนชอบเล่นกีฬา และทำกิจกรรมมาต้ังแต่เป็นเด็กนักเรียน หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นนักเคลื่อนไหวไฟแรง แหม เหมือนกับจะเขียนเรื่องเจ้ายะใส หนุ่มหน้ามนของสาวๆแดนสยามเลยนะ แต่ยะใส คงต้องติวใหม่อีกแยะนะ เอาเรื่องนายอเล็กซิส ต่อแล้วกัน เขาเรียนจบด้านวิศวกรรมจากวิทยาลัยเทคนิคของกรีซ ระหว่างเรียน ก็เริ่มเข้ากลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายของกรีซ และได้เป็นหัวหน้านักศึกษาทางกิจกรรมการเมือง ก็คงเหมือน สนนท. ของบ้านเรานะครับ หลังจากนั้น ก็เข้าการเมืองท้องถิ่นเต็มตัว ก่อนลงสนามใหญ่
เมื่อบรรดาพรรคฝ่ายซ้าย จับมือรวมกันเป็นพรรค Syriza นายอเล็กซิส ก็ไปเข้าร่วม แล้วในที่สุด ในปี คศ 2009 หนุ่มอเล็กซิส อายุ 30 กว่า ก็ได้เป็นหัวหน้าพรรค Syriza เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง จะมีใครอุ้ม ใครดันหรือเปล่า ข่าวไม่บอก แล้วเขาก็พา Syriza เข้าลงเลือกต้ังในสนามใหญ่ ต้ังแต่ปี 2012 แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ก็ได้เข้าอยู่ในสภา ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายค้าน ไม่เบาเหมือนกันสำหรับ หนุ่มวัย 30 กว่า
เมื่อ สภากรีซล่มในปี ค.ศ. 2014 และประกาศจะมีการเลือกต้ังใหม่ ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2015 อเล็กซิส ระดมพลพรรค ประกาศลงเลือกต้ัง และประกาศ Thessaloniki Programme ในเดือนสิงหาคม ปี 2014 ซึ่งเป็นนโยบายที่เสนอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการเมืองของกรีซเสียใหม่ นอกจากนี้ ยังประกาศใช้นโยบายการหาเสียงว่า พรรค Syriza ต้ังใจจะเข้าไปแก้ไขเงื่อนไขมหาโหด ในสัญญาเงินกู้ ที่บรรดาเจ้าหนี้ต่างประเทศกำหนดไว้ เหมือนเอาโซ่มาคล้องคอชาวกรีซและทำให้ชีวิตชาวกรีซสุดแสนจะลำเค็ญ
ในส่วนนโยบายต่างประเทศ ระหว่างการหาเสียง อเล็กซิส แสดงความไม่พอใจอย่างเผ็ดร้อน กับการตัดสินใจหลายเรื่องของยุโรป ที่คัดท้ายโดยรัฐบาลเยอรมัน ภายใต้การนำของป้าเข็มขัดเหล็ก แน่นอน มันเป็นการฝาก "รอย" ให้ไว้กับป้าเข็มขัดเหล็ก ที่ทำให้การเจรจาต่อมาระหว่างอเล็กซิส ในฐานะนายกรัฐมนตรีกรีซ กับป้าเข็มขัดเหล็ก เกี่ยวกับเรื่องหนี้ของกรีซ ฝืดสิ้นดี
เหมือนจะให้ผู้คนแน่ใจว่าเขาคิดอย่างไร เมื่อได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี งานแรกที่ Alexis Tsipras ทำ คือ เขานำดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ ไปวางแสดงความเคารพที่อนุสรณ์สถานของชาวกรีซ 200 คน ที่เสียชีวิตจากการฆ่าของเยอรมัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1944 ....ช่างเล่นนะไอ้หนุ่ม
งานเดินสายต่างประเทศ รายการแรกของนายกรัฐมนตรีหนุ่มคือ ไปพบนายกรัฐมนตรี Matteo Renzi ที่โรม เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2015 จับเข่าคุยในฐานะ คนเป็นลูกหนี้ ที่มีโซ่คล้องคอเหมือนกัน คุยกันเสร็จ นาย Renzi ก็มอบเนคไทไหมอิตาเลียน ให้เป็นที่ระลึกแก่ นายอเล็กซิส ซึ่งมีชื่อเสียงว่า ไม่นิยมการผูกเนคไท เขารับไว้ แล้วบอกว่า เขาจะผูกเนคไทนี้ ในวันที่ชาวกรีซ ตัดโซ่คล้องคอสำเร็จ... อยากได้ยินคำพูดแบบนี้ ในแดนสยามบ้างครับ
ส่วน นาย Yanis Varoufakis มาคนละทางกับอเล็กซิส
ยานิส ไม่ได้เป็นนักการเมือง เขาออกไปทางนักวิชาการ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ และเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์มีชื่อเสียง แต่ใช่ว่าเขาไม่สนใจการเมือง พ่อเขาร่วมรบในสงครามกลางเมืองกรีซ โดยอยู่ฝั่งคอมมิวนิสต์ แพ้สงครามก็ถูกจับไปนอนคุกอยู่หลายปี ออกจากคุกมาทำธุรกิจ กลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของกรีซ ส่วนแม่ก็เป็นพวกคอการเมือง ครอบครัวนี้ สนับสนุนกลุ่มไอร์แลนด์เหนือให้สู้กับอังกฤษ พวกเขานับ Belfast เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือเป็นบ้านที่ 2
สำหรับคนรุ่นหลังๆ คงไม่ค่อยรู้จักวีรกรรมของชาวไอริช ที่ต้องการแยกตัวจากอังกฤษ นอกจากรู้จากดูหนัง จริงๆ คนไอริช หรือขบวนการ IRA เป็นขบวนการ ที่ถูกอังกฤษและพวก รวมทั้งสื่อ เรียกว่า เป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งๆ ที่พวกเขาคิดการดี ในช่วงประมาณปี ค.ศ.1970 เป็นต้นมา ขบวนการ IRA จะเป็นข่าวเกือบรายวัน ในการวางระเบิดใส่อังกฤษ ผู้คนบาดเจ็บล้มตายมาก ตึกรามบ้านช่องพังวินาศ
ไม่มีการต่อสู้เพื่อเอกราชใด หรือปลดพันธนาการใดจะได้มาง่ายๆ มันต้องลงแรงลงใจลงชีวิตทั้งนั้น ชาวแดนสยาม สบายจนเคยตัว บางพวกทำตัว ยิ่งกว่าตามสบาย เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว หาความสุข สนุกไปวันๆ ไม่สนใจประเทศ และเพื่อนร่วมชาติ จนน่ารังเกียจ น่าเสียดายครับ มีของดี ไม่รู้จักคุณค่า ไม่รู้จักรักษา ชอบอยู่แต่ใน "ครอบ" ไม่อยากใช้คำว่า "คอก" ปล่อยให้มัน ฟอกย้อม ต้มตุ๋นเอาจนชิน วันไหนไม่ถูกย้อม ไม่ถูกต้ม คงกินไม่ได้นอนไม่หลับ เฮ้อ! คุยเรื่อง นายยานิสต่อดีกว่า
เมื่อพ่อรวย ก็ส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ ยานิส จึงเรียน พูด และด่าเป็นภาษาอังกฤษ ได้ชัด และคมคายเอาเรื่อง สรุปว่า เขาเรียนต้ังแต่ ปริญญาตรี จนจบปริญญาเอกจากอังกฤษแล้วกัน
เรียนจบแล้ว ก็ไปสอนหนังสือ ที่หลายมหาวิทยาลัย หลายประเทศ แล้วยังเดินทางไปดูโลกกว้างในแง่มุมของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากสร้างให้เกิด ที่ต้องมองกันอย่างลึกซึ้ง กลับมาก็เปิดบล๊อกของตัวเอง ให้ความรู้ ความเห็น สอนคนนอกมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ ที่สำคัญ เขาบอกว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการที่กรีซ ไปกู้เงินพวกเจ้าหนี้หน้าเลือดเหล่านั้น ไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่เจ้าหนี้ต้ัง ไม่เห็นด้วยๆๆๆ สาระพัด ไม่เห็นด้วย และบอกว่า ถ้ากรีซ ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ชาวกรีก ก็คงแห้งตายซาก และเกาะกรีซอันสวยงาม ก็คงล่มจมหายไปในเมดิเตอร์เรเนียน อย่างน่าเสียดาย ...
เพราะเขียนในบล๊อกแบบนี้ จนดังระเบิด เมื่อ พรรค Syriza ได้เป็นรัฐบาล จึงส่งเทียบมาเชิญ ท่านพี่ยานิส ท่านอย่ามัวแต่นั่งเขียนให้คนอ่านเลย แบบนั้นมันง่าย ( เหมือนที่ลุงนิทานทำ แค่นั่งเขียนอยู่ในบ้าน) ท่านจงออกมาใช้ภูมิปัญญา ลงมือแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจังกับเราเถิด นายยานิส ก็ไม่เล่นตัว ไม่เรื่องมาก แค่บอกว่า พูดกันให้รู้เรื่องก่อนนะ ถ้าเอาผมไปนั่งคลัง ผมจะใช้นโยบาย อย่างที่ผมเขียน คือ เราต้องตัดโซ่ของเจ้าหนี้ ที่เอามาคล้องคอชาวกรีซ ออกเสียนะ
นายกรัฐมนตรีหนุ่มบอก นั่นแหล่ะพี่ เราพูดเรื่องเดียวกัน พี่เอาคีมเบอร์ใหญ่สุดมาเลยนะ มาช่วยพวกผมตัดโซ่ด่วนเลย แล้วยานิสก็ไปนั่งเป็นรัฐมนตรีคลังในรัฐบาล แต่ไม่สังกัดพรรค อืม...
เป็นต้ัง พณฯ ท่านรัฐมนตรี เขาก็ส่งทั้งรถยนต์ คนขับ ผู้ติดตาม เครื่องยศ มาให้พร้อม ยานิส ก็ส่งคืนกลับไปหมด รถยนต์ ผมมีแล้วครับ เก่าหน่อย แต่ยังวิ่งได้ดีอยู่ วันไหนอากาศดี ผมก็ไม่ใช้รถ ขี่มอร์ไซด์ไปเร็ว และประหยัดกว่า มิน่า เลยติดใส่เสื้อหนัง ส่วนผู้ติดตาม ก็ไม่จำเป็นครับ ไม่รู้จะเอามาทำอะไร ถ้าประชาชนเขาไม่พอใจผม เอาไข่ปาผมไม่กี่ที ผมก็รู้หน้าที่ว่า ควรลาออกแล้วครับ ประเทศเราจนมากนะครับ ยังมีหนี้อีกแยะ จะใช้อะไร จะทำอะไร ก็ต้องเอาแต่จำเป็น รู้จักประหยัดบ้าง รับรอง ลุงนิทานไม่ได้เขียนเอง แดกใคร คุณน้องยานิส ให้สัมภาษณ์อย่างนี้จริงๆ
###############
"ตัดโซ่ หรือ ตายซาก"
ตอน 2
ก่อนจะเดินหน้าไปตัดโซ่ มาทบทวนกันหน่อยว่า หนี้กรีซ นี่มันอะไรนักหนา แล้วเงื่อนไขเจ้าหนี้มันทารุณเหมือนเอาโซ่มาคล้องคอชาวกรีกจริงหรือเปล่า หรือพวกหนุ่มๆ เขาเลือดร้อน ฮอร์โมนพุ่งตามวัย เห็นอะไรขัดใจนิด ขัดใจหน่อย ก็คิดชนมันซะเลย
บรรดาขาใหญ่นักวิเคราะห์การเมือง ไม่ใช่ พวกนักวิเคราะห์การเงิน ที่เอาไว้หลอกพวกแมงเม่า บอกว่า มันไม่ใช่เป็นเรื่องว่า กรีซ ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ในสหภาพยุโรป จะผิดนัดชำระหนี้ไหม และจะพากันจูงมือ เดินออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู หรือเปล่า แต่เรื่องหนี้กรีซ อาจกลายเป็นซึนามิ ทางการเงิน เศรษฐกิจ และการเมืองของยุโรปได้อย่างนึกไม่ถึง และถ้าเข้าทาง ...มันอาจจะไปไกลกว่านั้น....
ปัญหาหนี้ของกรีซ เริ่มมาต้ังแต่ปี ค.ศ.2001 ก็ต้ังแต่ กรีซ เริ่มเปลี่ยนมาใช้เงินสกุลยูโร แทนเงินสกุลดรักมาร์ของตัวเองนั่นแหละ กรีซเป็นสมาชิกอียูโซนมาต้ังแต่ปี ค.ศ.1981 แต่กรีซมีงบประมาณขาดดุลยสูงเกินเกณท์ของอียู ที่เรียกว่า Maastricht Criteria อยู่ตลอดมา ถึงจะเกินเกณท์ แต่ ปีแรกๆ ก็ไม่มีปัญหา เพราะดูเหมือนหลายประเทศในอียู ก็เกินกันทั้งนั้น และกรีซ ก็ได้ประโยชน์จากการกู้ดอกถูก ในฐานะเป็นสมาชิกอียู และมีเงินลงทุนเข้ามาเพิ่ม
นี่คือ ความผิดพลาดของกรีซ รายการแรก ที่มองการเข้าไปอยู่ในคอกอียู แต่ด้านบวก ด้านได้ โดยไม่มองด้านลบ หรือไม่คิดว่ามีด้านลบ
ถึง ปี ค.ศ.2004 กรีซ หลุดปากบอกว่า ตัวเองแต่งตัวเลข เพื่อไม่ให้ผิดหลักเกณฑ์อียู แต่น่าประหลาด อียูทำเหมือนไม่ได้ยิน เกิดหูบอดกระทันหันเสียอย่างนั้น ไม่เตือน ไม่ด่า ไม่ทำโทษกรีซ เพราะอะไรหรือ เพราะ ใครๆก็ทำกัน โดยเฉพาะ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ลูกพี่ใหญ่ของอียู ด่ากรีซ ก็เหมือนด่าตัวเองด้วย แล้วถ้าจะทำโทษ จะทำอะไรล่ะ ยังไม่มีกฏกติกา เรื่องนี้เลย ไล่กรีซออกจากอียูเลยดีไหม อียูน่าจะทำได้ แต่มันจะทำให้ภาพพจน์อียู หมดท่า เหมือนแก้ผ้าประจานตัวเอง แถมตอนนั้น สมาชิกอียูยังน้อยอยู่ อยากได้ไอ้พวกพี่เบิ้ม อย่างอังกฤษ ก็ยังยักท่า หรือ รวยๆ อย่างสวีเดน เดนมาร์ก ตอนนั้น ก็ยังทำหยิ่งไม่เข้ามา นี่ถ้ารู้ว่า กรีซ แต่งตัวเลข ใครจะมา มีแต่จะไป แล้วทุกฝ่ายก็ปิดปากเงียบ หลอกตัวเอง หลอกกันเอง และหลอกคนอื่นต่อไป นี่คือความผิดส่วนของอียู ที่ไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว
แต่พอถึงปี ค.ศ.2009 ฝีแตก กรีซปิดต่อไปอีกไม่ไหว เพราะเงินทำท่าจะหมดประเทศ จริงๆ ก็หมดแล้ว มีแต่เงินกู้เขามา อ้อมแอ้ม ออกมาว่า มีตัวเลขงบประมาณขาดดุลย ประมาณ 12.9 % ของ จีดีพี ( ผลิตภัณท์มวลรวมภายใน ) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่าเกณท์ที่ อียู กำหนดไว้ ที่ 3% พูดภาษาเข้าใจง่ายๆ แปลว่า มีจ่ายจ่ายมากกว่ารายรับอยู่แยะมาก จะทำไงดีครับลูกพี่ เป็นคนธรรมดา ก็ต้องบอกว่าอยู่ในสภาพ เป็นหนี้หัวโต นอนเอามือก่ายหน้าผากจนบุบ ก็ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหา
ลูกพี่ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้แผนพิฆาตชุดไหน แต่ สามหมาไน บริษัท จัดอันดับ ratings agency Standard & Poor , Fitch และ Moody's ได้กลิ่น รีบประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของ กรีซลงอย่างรวดเร็ว เหลือเป็นระดับ junk bond หรือระดับขยะ คือ อยู่ในสภาพล้มละลาย พันธบัตรกรีซ มีค่าไม่ต่างกับกระดาษชำระ การประกาศของ 3 หมาไน ได้ผลอย่างดียิ่ง กลางปี 2010 กรีซก็ถูกตัดขาดจากเส้นทางกู้เงินในตลาดทุนของโลก เหลือแต่เส้นทางไปสู่การเป็นประเทศล้มละลายอย่างสมบูรณ์
กรีซแทบไม่เหลือทางเลือก จะตายช้า หรือตายเร็วเท่านั้น แล้วอัศวิน ชื่อ Troika ก็โผล่มา Troika เป็นชื่อเรียก ของสามเสือหิว IMF, ECB (European Central Bank) และ European Commission เล่นบทลูกพี่ใจดี จับมือกันจัดการให้เงินกู้ ที่อ้างว่า เป็นการช่วยฉุดกรีซขึ้นมาจากเหว รอบแรก จำนวน 340 พันล้านยูโร
เงินจำนวนนี้ ถือว่ามากมาย และน่าจะผิดหลักเกณท์ของ IMF เสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมอัศวิน หรือ Trioka รีบจัดการให้ สงสารกรีซมากหรือไง อ้อ ไม่ใช่ มันเป็นพวกไอ้เสือหิว มองหาเหยื่อแบบนี้ มานานแล้วต่างหาก พอเข้าใจนะครับ
เงินกู้ ฉุดจากเหว มาพร้อมกับโซ่เหล็กคล้องคอกรีซ เป็นเงื่อนไขที่อ้างว่า เพื่อสร้างวินัยในการใช้จ่ายของกรีซ ที่กรีซ ไม่มีโอกาสต่อรอง ต้องก้มหน้ารับอย่างเดียว แต่ที่น่าสนใจ เงินกู้แลกโซ่ ควรจะมาช่วยให้สถานะของกรีซในสายตาของตลาดทุนดีขึ้น ตรงกันข้าม เงินกู้ลอยผ่านหน้ารัฐบาลกรีซ ไปเข้ากระเป๋าธนาคารต่างประเทศ ที่ให้กรีซกู้ไปก่อนหน้านี้
เงินกู้ฉุดจากเหว กลายเป็นการใช้หนี้ ฉุดธนาคารต่างประเทศ ขึ้นมาจากเหวก่อน ชาวกรีซยังคงอยู่ในเหวต่อไป แต่มีโซ่มาคล้องคอหนักรัดติ้ว นั่งท้องกิ่วอยู่ก้นเหว ตกลงอัศวิน Troika มาช่วยใคร นี่คือ การเสียค่าโง่ครั้งที่เท่าไหร่ของกรีซ
แล้วธนาคารต่างประเทศไหนล่ะ ที่ได้รับการชำระหนี้ไปก่อน เปิดดูอากู ก็รู้ว่า ธนาคารในอียูเองเป็นเจ้าหนี้กรีซ ทั้งนั้น และเจ้าหนี้รายใหญ่สุด คือ เยอรมัน รองมา คือ ฝรั่งเศส พอเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ถึงเอาดอกกุหลาบแดงไปวางที่อนุสรณ์สถาน
ก่อนการให้เงินกู้ จำนวนมโหฬาร IMF หัวหน้าใหญ่ของกลุ่มเสือหิว ที่เป็นผู้นำการกำหนดเงื่อนไข ลายโซ่คล้องคอชาวกรีซ บอกว่าการใช้จ่ายของกรีซ หนักไปที่ค่าจ้าง เป็นจำนวน ถึง 75% ของงบประมาณรายจ่าย แยกเป็นค่าจ้าง พนักงานของรัฐ ทั้งประจำ และชั่วคราว ค่าจ้างแรงงานคนทำงาน ค่าสวัสดิการ ค่าเบี้ยบำนาญ ของคนที่ทำงานมาจนแก่เหลือแต่เหงือก
ถ้ายังจำกันได้ กรีซจัดงานแข่งกีฬาโอลิมปิค ในปี ค.ศ. 2004 ยิ่งใหญ่ และสวยงาม แน่นอนก่อนจัดงาน ต้องมีการปรับปรุงสาธารณูปโภค ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำประปา ทั้งประเทศรวมทั้ง การก่อสร้าง สนามกีฬา บ้านพักนักกีฬา และอีกหลายๆอย่าง เพื่อรองรับการแข่งขัน และผู้มาชม ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี รายจ่ายของกรีซทั้งด้านแรงงาน และด้านก่อสร้าง ไม่บานทะโล่ ก็คงแปลกอยู่
นอกจากนี้ยังมีหนี้ส่วนบุคคลของชาวกรีก ที่เห็นเป็นโอกาสที่ทำเงิน ด้วยการสร้างที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร บริการรถเช่า ฯลฯ ซึ่งสร้างขึ้นมาจากเงินกู้เกือบทั้งสิ้น
และ นี่ ก็เป็นอีกความผิดพลาด อีกรายการของกรีซ กีฬาโอลิมปิคสวยงาม สร้างชื่อเสียงให้กับกรีซ และก็สร้างหนี้ให้กับกรีซด้วย กรีซขาดทุนย่อยยับ ขายของ ไม่ได้ราคาคุ้มทุนที่ลง แถมมีหนี้ติดค้างทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เลยเป็นโอกาสให้ IMF ผู้ชำนาญการ สั่งให้กรีซ ตัดรายการจ้างงาน และสวัสดิการ ขณะที่กรีซ พยายามขายการท่องเที่ยวประเทศของตัวเองต่อ เพื่อเอาทุนคืนจากการขาดทุนโอลิมปิค IMF ปิดประตูการจ้างงาน เปิดให้ครึ่งบานและครึ่งวัน ที่พัก ร้านอาหารเริ่มโทรม เมื่อมีลูกจ้างมาทำงานไม่พอให้บริการ นักท่องเที่ยวที่ไหน อยากจะไปเที่ยว แล้วยกกระเป๋า และ ล้างจานเอง
ถ้าไม่แน่ใจว่า การจัดงานกีฬาโอลิมปิค ไม่ได้สร้างกำไรเสมอไป ก็ลองไปถามคุณปากจีบ นายกรัฐมนตรี ของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ได้ว่า หลังจาก กระเสือกกระสน จัดการแข่งกีฬาโอลิมปิค เมื่อปี 2012 แล้วเป็นไง ตอนนี้ เลยต้องตัดงบสาระพัด รวมทั้งงบด้านกองทัพ เล่นเอาคุณพีปูตินของผม หัวร่อ ฮิ ฮิ
จึงไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่ ในปี 2010 อัตราว่างงานของกรีซ เพิ่มขึ้นเป็น 15% ทุก 7 คนกรีก จะมีคนว่างงาน 1 คน ! เริ่มมีการประท้วงรัฐบาล การเมืองง่อนแง่น และกรีซ ก็ต้อง กู้เงินจาก อัศวิน Troika เพิ่มขึ้นอีก และโซ่คล้องคอชาวกรีซ ก็หนักขึ้นทุกที ชาวกรีซ ก็จมลงในเหวลึกลงไปทุกที
ปี ค.ศ.2011 สถานการณ์ของกรีซ แย่ลงกว่าเดิม รัฐบาลไหนมาก็แก้ปัญหาไม่ได้ ได้แต่กู้เพิ่มเพื่อเอามาใช้หนี้เก่า หมุนไปเรื่อยๆ รัฐบาลกรีซคิดหาทางทางออกไม่เจอ เขิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคิด
OECD ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่อ้างว่ามีหน้าที่คอยแนะนำประเทศ ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ภายใต้เสื้อคลุม ที่ไอ้นักล่าใบตองแห้ง คิดขึ้นมาหลังจากคิดสร้าง World Bank, IMF บอกกรีซต้องหารายได้เพิ่มด้วยการเก็บภาษีเพิ่ม ใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้หนีภาษี และขายรัฐวิสาหกิจที่สร้างกำไรออกไปให้กับนักธุรกิจ และขายทรัพย์สินของประเทศ เพื่อเอามาใช้หนี้ ชาวกรีก เริ่มรู้ตัวว่า กำลังถูกแร้งลง ออกมาประท้วง ไม่ยอมให้รัฐบาลขายรัฐวิสาหกิจ กับทรัพย์สินของประเทศ บอกไปเก็บภาษีจากพวกคนรวยๆ และพวกหนี้ภาษีด่วนเลย
กรีซ น่าจะเห็นแล้วว่า ตัวเองถูกต้ม และเป็นเหยื่อ ของเหล่านักล่า หมาไน และก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ถ้าตัดสินใจผิดอีก คราวนี้ คงถึงแร้งลง
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
26 มิ.ย. 2558

source
https://www.facebook.com/permalink.php? ... ry_index=0



ภาพประจำตัวสมาชิก
ponggoa
moderator
moderator
โพสต์: 340
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 20 มิ.ย. 2015 5:21 pm
กลุ่ม: Moderators

Re: เรื่อง " ตัดโซ่ หรือ ตายซาก" ตอน 1 - 2

โพสต์โดย ponggoa » อังคาร 28 ก.ค. 2015 8:42 pm

Bene Hanna ดูประวัติ การล้มละลายชาตินี้แล้ว ไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ สงสัยติดอยู่ใน DNA ไปแล้วมังคะ
http://www.oknation.net/blog/health2you ... 25/entry-2

กรีซจะไปรอดไหม(ออกจากยูโรหรือไม่)
บล็อกสุขภาพ และ เรื่องต่างประเทศ --- ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต......
OKNATION.NET
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 22:54 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น อ่านข้อมูล สั้นๆ ตัดสินถึง DNA เลยหรือครับ
ถูกใจ · 15 · 26 มิถุนายน เวลา 23:27 น.

Bene Hanna เขาว่าระยะทางพิสูจน์ม้า ..กาลเวลาพิสูจน์...ถ้าข้อมูลที่เขาเขียนถูกต้อง ..มันไม่ใช่ ข้อมูลสั้นๆ นะคะ
..กี่ครั้ง ..นับเฉพาะยุคลังจากแยกตัวจากตรุกี ..ห้ารอบ...สองรอบไม่จำ ซ็ำแล้วซ้ำอีก จะเรียกอะไรดีล่ะคะ
ถูกใจ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 23:35 น. · มีการแก้ไข

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น จะศึกษา หรือเข้าใจอะไร ควรหาข้อมูลเพิ่ม ที่คุณเอามาลง เป็น
เหมือนสรุป หรือ timeline มันไม่ทำให้เราเข้าใจได้มากหรอก ว่า ทำไม เพราะอะไร แค่รู้ว่า อะไร เท่านั้น
ถูกใจ · 21 · 27 มิถุนายน เวลา 0:01 น.


Tommy LA Bhlapibul "...การใช้จ่ายของกรีซ หนักไปที่ค่าจ้าง เป็นจำนวน ถึง 75% ของงบประมาณรายจ่าย แยก
เป็นค่าจ้าง พนักงานของรัฐ ทั้งประจำ และชั่วคราว ค่าจ้างแรงงานคนทำงาน ค่าสวัสดิการ ค่าเบี้ยบำนาญ ของคนที่ทำ
งานมาจนแก่เหลือแต่เหงือก..." เมืองไทย ร้อยละ 80 เป็นเงินเดือน ข้าราชการ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 26 มิถุนายน เวลา 21:53 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เอาเรื่องเขามาเล่า จะได้มองกลับมาบ้านเรากันบ้างว่า มีอะไรที่
น่าคิด น่าทำ ก่อนที่จะต้องมีโซ่มาคล้องคอ
ถูกใจ · 17 · 26 มิถุนายน เวลา 22:28 น.

Bene Hanna กรีซเขาให้คนเกษียณ ที่45 หรือ 55 ปีนี่แหละค่ะ ขณะที่ประเทศรวยๆอย่างสวีเดน เกษียณที่ 65 ปี ...ดู
แนวคิดของประเทศที่แข็งแกร่ง และอ่อนแอ ตรงเรื่อง "พลเมือง" เรื่องเดียวก็น่าจะเห็นนะคะว่า ที่ไหนจะสร้างชาติ
ได้ดีกว่า กัน
ถูกใจ · 4 · 26 มิถุนายน เวลา 22:44 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ความเห็นคุณ Bebe น่าสนใจ ผมเห็นด้วยว่า จะสร้างชาติได้
ต้อง" สร้าง"พลเมืองก่อน

แต่ การสร้าง แต่ละประเทศ เราดูเป็นตัวอย่างได้ แต่ "เอาอย่าง" ทั้งหมดไม่ได้ ต้องดูภูมิประเทศ วัฒนธรรม การทำ
มาหากิน ฯลฯ แต่ละแห่งประกอบกันด้วย กรีกอยู่โซนร้อน เป็นทะเล เปรียบเทียบกับสวีเดนโซนหนาวทั้งปี ไม่ได้
หรอกครับ
ถูกใจ · 15 · 26 มิถุนายน เวลา 23:03 น.

Cloud Mover ข้อมูลการเกษียณของคนกรีซไม่ถูกต้องครับ ไม่ใช่ 45 หรือ 55 ปี เท่าที่เช็คจากกูเกิ้ล ตัวเลขที่แน่
นอนยังสับสนเพราะบางแหล่งข่าวบอกว่า 57 บางแหล่งบอก ถ้า Early retirement 57 แต่เกษียณปกติ 67 บางแหล่ง
ข่าวบอกจาก 61 จะเพิ่มเป็น 63 บางแหล่งข่าวบอก จาก 65 จะเพิ่มเป็น 67 อ่านแล้วงง ไม่รู้ตัวเลขไหนถูก แต่ 44 กับ
55 ไม่มีพูดถึงเลย ส่วนเรื่องพลเมืองกับการสร้างชาติ มันคงขึ้นกับมุมมองว่า สร้างชาติหมายถึงอะไร เหมือนพลเมือง
ญี่ปุ่น คุณภาพที่มีผลในการสร้างชาติ ในขณะเดียวกันก็มีผลในการทำลายชาติได้เหมือนกัน เหมือนอย่างทุกวันนี้ไม่
ยอมรับความผิด ไม่เคยขอโทษในการรุกรานจีน เกาหลีแบบอำมหิต แม้คุณจะสร้างชาติขึ้นมาได้ด้วยวินัย และกำลัง
จะพยายามก้าวขึ้นมาเป็นรัฐทหารเหมือนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันข้างหน้าคุณสมบัตินี้อาจจะทำให้สิ้นชาติได้
เหมือนกัน เพราะจีนคงรอคิดบัญชีแค้นอยู่
ถูกใจ · 7 · 27 มิถุนายน เวลา 3:04 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น คุณ Cloud Mover พูดเรื่องการสร้างชาติของญี่ปุ่น น่าสนใจ
การ "สร้าง" สำคัญจริงๆ เราจะสร้างให้เป็นอย่างไรล่ะ

อย่างอเมริกา โครงการ War and Peace ที่อเมริกาเอานักวิชาการ 200 กว่าคนมาทำการวิเคราะห์ เมื่อก่อนสงคราม
โลกครั้งที่ 2 ก็เป็นการ "สร้าง" อเมริกา ให้คิดว่าตนเป็นผู้วิเศษ สั่งเป็นสั่งตายใครก็ได้

ญี่ปุ่นนั้น "สร้าง" มาก่อนสงครามโลกคร้ังที่ 2 ที่จะเป็นมหาอำนาจในเอเซีย จึงสร้างคนของตนให้คิดแต่จะรบ รุกราน
ใครก็ไม่คิดว่าผิด เพราะคิดว่าเป็นการแสดงความรักชาติ

การสร้างพลเมือง สร้างชาติ จำเป็นต้องมี แต่ ต้องคิดให้ถ่องแท้ครบถ้วนก่อน ว่า เราต้องการ ประเทศเราเป็นแบบ
ไหน และจึงสร้างประชาชน ที่จะมาสร้างประเทศ ให้เป็นอย่างที่ต้องการ
ถูกใจ · 8 · 27 มิถุนายน เวลา 23:19 น.


Peter AU ดูการฟื้นตัวของกรีซ...แล้วน่าหนักใจแทน นายเล็ก รูดซิปจริงๆ..ย้อนดูจากวิกกี้ ปี55 ยอดส่งออก78,000
ล้านยูเอส..แต่นำเข้าปาไปที่352,000ล้านยูเอส..ดูแล้ว มันน่าจะเจ๊งตั้งแต่ปีมะโว้..ไม่น่าจะรอดถึงป่านนี้...สินค้า
เอาไปขายให้อียูกับป้าไมเกิ้ลขาโหด. 44% นำเข้าเฉพาะ อียู 50%แทบไม่ต้องไปค้าขายกับใคร...ส่วนพื้นที่ราบการ
เกษตร ก็มีน้อย.. อุตสหกรรม ก็ไม่ยิ่งใหญ่อะไร..เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว. มีชายหาดทรายดำๆไว้ให้ลุงนิทาน
พาสาวๆไปรีแล็ค..พักผ่อน. และไปนั่งถู หาเลข เสาโบราญร้อยปี พันปี..มีจุดดีอีกนิด คือเหมาะสำหรับทำท่อน้ำมัน/
แก๊สขึ้นไปขายยูโร..เพราะเป็นประเทศต้นทาง..ไม่รู้คุณป้ากับพี่โอ เห็นอะไรที่ดีๆกว่าที่เราเห็น ถึงบีบกรีซจัง..เที่ยว
ปิดประตูซ้าย/ประตูขวา จะขย้ำให้ได้...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 26 มิถุนายน เวลา 21:03 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ทำเลที่ตั้งของกรีก ท่าเรือ ทางเข้าเมดิเตอร์เรเนียน พวกนี้ของ
ดีของกรีกนะเฮีย ใครๆก็อยากได้ คล้ายๆบ้านเรา ใครๆ ก็อยากได้ขวานทอง...
ถูกใจ · 24 · 26 มิถุนายน เวลา 22:21 น.

Peter AU แหม..มันน่าภูมิใจจริ๊ง...ใครๆก็อยากมาเยี่ยมน้องหนู..อยากจะแอ้มน้องหนู. ที่ผิวขาวสวย หมวยอึ๋มแบบ
นี้...แต่สงสัยนิ๊ดเดียว. คุณพี่ทั้งหลายทำไม ไม่ออกตามช่องประตูละจ๊ะ..เอะอะอะไร. จะหักจะหาญทำลาย เพื่อเจ้า
ชู้ประตูยักษ์กัน..พูดคุยกันดีๆ แบบเฮียปูก็ได้..เผื่อหนูใจอ่อน รับรองจะนวด จะเค้น ให้เดินกลับบ้านไม่เป็นเลย...
หรือเคยทำกับอีหนูอินเดียแดงซะเคยตัว...
ถูกใจ · 7 · 26 มิถุนายน เวลา 22:29 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เฮียครับ ก็คนมันสันดานดิบ ชอบหัก ชอบบีบ แบบนี้ส่วนมากมี
ปมด้อยนะ
ถูกใจ · 12 · 26 มิถุนายน เวลา 22:39 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron มีปมด้อย ผสมโรคจิตด้วยคะ
ถูกใจ · 3 · 26 มิถุนายน เวลา 23:06 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมขอคารวะ เฮีย 1 จอก
ถ้าเฮียไม่เรียกชื่อ เล็ก รูดซิบ ผมคงยังงงอีกนาน
ว่าทำไม ป้าเข็มขัดเหล็ก แกถึงหัวร่อร่า ตอนแกคุย
กับหนุ่มกรีก
ถูกใจ · 3 · 27 มิถุนายน เวลา 3:54 น.

Chaiyaphan Wachirawutichai มีอารมณ์ขันแบบนี้ขอตามอ่านไปตลอดเลยนะครับ ขอบคุณครับ
ถูกใจ · 27 มิถุนายน เวลา 8:24 น.

Joomy Joom รอดูผลการเจรจาวันพรุ่งนี้ มวยคู่นี้มันส์มาก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 20:07 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น พรุ่งนี้ ก็อาจจะยังไม่รู้ผล หรือรู้ แต่ยังไม่จบง่าย...
ถูกใจ · 5 · 26 มิถุนายน เวลา 22:29 น.

Joomy Joom วันนี้มีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้น 3 แห่งในคูเวต ตูนิเซียและฝรั่งเศส เหมือนนัดกันทำเลย
ถูกใจ · 3 · 26 มิถุนายน เวลา 22:38 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น น่าสนใจที่ หมู่นี้ฝรั่งเศสได้รับของขวัญบ่อย
ถูกใจ · 6 · 26 มิถุนายน เวลา 23:05 น.

Ava Juntra ทหาร นักการเมืองทั้งหลาย บริหารดูท่าจะไปไม่รอด พวกนี้ไม่มีหัวการค้า ติดสบายมัวแต่อวดกันเอง ว่า
ฉันรวยอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันอยู่ในตำแหน่งนี้ต้องโกยไปเท่าไร มีใครคิดจะหักหลังฉันมั้ย คนนี้ฉันน่าจะพึ่งได้คนโน้น
ฉันก็หน้าจะพึ่งได้ สอบไม่ได้ก็ซื้อ / โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าท่านต้องทำหน้าที่อะไร ณ ตำแหน่งนี้ เขาจ้างท่านมาเพื่อ
ดูแลพวกเดียวกัน ไม่ใช่ให้มาขายพวกเดียวกัน ไม่เคยมีประเทศไหนในโลกที่รวยและเป็นมหาอำนาจได้เพราะ
เกษตรกรรม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 22:01 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เพราะทำไม่เป็นมากกว่า อีกหน่อยอาหาร เกษตรกรรม จะเป็น
สิ่งจำเป็น ทำให้เป็น อาหารก็ใช้เป็นเครื่องต่อรองได้
ถูกใจ · 18 · 26 มิถุนายน เวลา 22:24 น.

Ava Juntra เราจะต้องเป็นประเทศลี้ภัยสงครามให้ประชาชนทั้งสองฝั่งเป็นโล่ป้องกัน ใช้อาหารเป็นตัวต่อรอง ขาด
เหลือทรัพยากรก็ให้เป็นหน้าที่ของพม่า ทำระบบโลจิสติกให้ดี ให้ประชาชนเข้าวัดถือศีลทำเมตตาภาวนา ทหารไม่
ต้องถือวุธทำเมตตาภาวนาอย่างเดียว ของดีมีอะไรงัดมาใช้ให้หมด ศาสตร์ที่บรรพบุรษให้มาเอามาใช้ให้หมด การทูต
สำคัญมากๆ นโยบายก็สำคัญมากๆ อย่าได้ลังเลเด็ดขาด ใครชวนรบอย่าไปรบ เพราะไม่มีฝ่ายไหนชนะ ดังนั้นไม่จำ
เป็นต้องเข้าข้างฝ่ายไหน เดี๋ยวพวกที่ได้โลกียฌาณ หรือพระอริยเจ้าทั้งหลายก็ช่วยเราเองแหละ ความมั่นคงของพระ
ศาสนาอยู่ที่ประเทศของเราจะถูกทำลายหรือไม่ เรื่องนี้พระสงฆ์และพระอริยทั้งหลายคงไม่ยอมแน่ (ผมจะสอบเป็น
ทูตหวังว่าคงทันนะ)555+ เราคงต้องใช้ดวงครับลุงนิทานงานนี้ คอยดูครับ ติดตามตอนต่อไป.
ถูกใจ · 26 มิถุนายน เวลา 23:22 น. · มีการแก้ไข

Narudsaruk Likitcharoenkron สอบฑูตก็อาศัยดวงด้วยขอบอก
ถูกใจ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 23:37 น.

Cloud Mover ทหาร นักการเมืองที่ไม่มีหัวการค้านั้นคงเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่หนี้ที่มาจากพวกที่มีหัวการค้าก็เป็นปัจจัย
สำคัญเหมือนกัน เหมือนสมัยต้มยำกุ้งบ้านเรา ทำไมธุรกิจทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก ทั้งสถาบันการเงินมันล้มระเน ระนาด ถูก
ขาย ถูกยึดกิจการกันหมด ไม่ใช่เพราะธุรกิจเหล่านั้นก่อหนี้ด้วยหรือครับ
ถูกใจ · 6 · 27 มิถุนายน เวลา 3:13 น.

Chaiyaphan Wachirawutichai เห็นบางข่าวบอกว่าไทยจะเข้าIMF สิ้นปีนี้จริงเท็จแค่ไหนครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 20:22 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ไม่ได้ยินครับ
ถูกใจ · 4 · 26 มิถุนายน เวลา 22:11 น.

Ava Juntra สนับสนุนให้กู้ครับ ยังไงหนี้ก็เป็น 0 เมื่อถึงปี 61-62 /55555+
ถูกใจ · 26 มิถุนายน เวลา 23:24 น.

Chaiyaphan Wachirawutichai ขอบคุณครับ
ถูกใจ · 27 มิถุนายน เวลา 18:17 น.

Noonoii Susawas ดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง
ผู้นำเราแต่ละคนพึ่งไม่ได้เลย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 19:57 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ก็น่าคิดว่า เราเลือกผู้นำกันเป็นหรือยัง สนใจกันไหมว่าควรจะ
เลือกอย่างไร เราคงต้องกลับมาดูที่ตัวเราเองด้วย
ถูกใจ · 12 · 26 มิถุนายน เวลา 23:09 น.

Num Lanorte เสียดาย คนรู้ทันหูตาสว่างแล้วมีน้อยเหลือเกินครับ คิดแล้วมันเศร้าทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ
ถูกใจ · 26 มิถุนายน เวลา 23:55 น.

Wattanachai Chulakan ฟลุก เปิดมาเจอคุณลุงพอดี ขอเจิมก่อนครับ แล้วค่อยอ่าน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 18:02 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ยังมาอีก 4 ตอนครับ
ถูกใจ · 4 · 27 มิถุนายน เวลา 0:05 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron อ่านแล้วนึกถึง ปี 40 วนมาอย่างไรมิรู้ เหมือนภาพอดีตย้อนกลับมาให้เห็นเป็นฉาก ๆ
เลยคะลุงนิทาน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 26 มิถุนายน เวลา 19:03 น.


นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น นึกถึงปี 40 กันไว้ดีแล้ว แต่อย่าให้ต้องเกิดขึ้นอีกแล้วกัน
ถูกใจ · 9 · 26 มิถุนายน เวลา 22:25 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron ก็ยังหยอง ๆๆๆ คะ
ถูกใจ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 23:03 น.

Qool Anne ใช่ค่ะ ตอนนั้นจบใหม่ ทำงานยังได้ร่วมบุญดอลล่ากู้ชาติ กะทองกู้ชาติของหลวงตามหาบัวอยู่เลย
ถูกใจ · 4 · 26 มิถุนายน เวลา 23:29 น.

Ava Juntra ไม่เวียนมาแล้ว ตอนนี้พวกนั้นไม่คิดอะไร เขาขุดหลุมอย่างเดียว
ถูกใจ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 23:30 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron กลัวตายกันใหญ่
ถูกใจ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 23:34 น.

Peter AU ตอนนั้น..ราคาคอนโด แสนสอง..พอใกล้ๆปี40 มันโดดไปสาม-ห้าแสน..สุดท้ายแค่ปักป้าย..บนที่ดิน ที่
รอยหมาขี้ยังเต็มไปหมด..ขายหมด/จองหมด..ตอนนี้ ก็เริ่มบูมคอนโดกันอีกแล้ว..แต่เฉลี่ยไปที่หุ้นบ้าง..แต่ตอน
นั้นเอกชนเป็นหนี้เยอะ..ตอนนี้รัฐเป็นหนี้เยอะ...
ถูกใจ · 3 · 27 มิถุนายน เวลา 8:39 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron งานนี้นะของจริงหละ
ถูกใจ · 2 · 27 มิถุนายน เวลา 8:56 น.

Peter AU ถ้าลูกหนี้ไทยไม่ตาย..เมกาอาจตายแทน..
ถูกใจ · 2 · 27 มิถุนายน เวลา 8:58 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron บทละครถูกสร้างมาแล้วคะ อีกันจะโดนทำลาย(พวกผิวดำกับผิวเหลืองทั้งหมด)
ถูกใจ · 2 · 27 มิถุนายน เวลา 9:01 น.

ไม่ได้ร้าย แค่แรง แล้วเราจะมีผลกระทบบ้างไหมคะ ถามแบบคนไม่รู้อะไรเลยอะค่ะ
ถูกใจ · 27 มิถุนายน เวลา 22:19 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron มหาอำนาจทะเลาะกันนะคะ
ถูกใจ · 1 · 27 มิถุนายน เวลา 22:29 น.



Noonoii Susawas อ่านแล้วสนุกดี แต่ขอให้เมือง
ไทยอย่าเป็นอย่างกรีชเลย
ตอนนี้เขาก็กำลังใช้เงินเกิน
ตัวอยู่นะค่ะ ผู้นำเรา ใช้หนี้
ข้าวเน่าให้อีปูแล้วยังรถไฟ
ความเร็วสูงอีก สักวันคงไม่พ้น
เหมือนกรีชจนได้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 26 มิถุนายน เวลา 19:55 น.


ไอติม โคน ขอบคุณประวัติของไซปราสและยานิสค่ะ ชื่นชมและเอาใจช่วยให้พากรีซพ้นจากปากหมาไนได้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 26 มิถุนายน เวลา 20:26 น.


Toeya Seven ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วรู้สึกสงสารประเทศไทยตอนที่โดนแร้งลง ตอนต้มยำกุ้งครับ เสียสมบัติ
ของชาติและคนไทยไปมากมาย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 19:19 น. · มีการแก้ไข


YimMy Nan มันส์มากที่สุดของที่สุดลุ้นระทึกยิ่งกว่านั่งรถไฟเหาะอีกนะค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณลุงนิทาน มาแต่ละครั้ง
ไม่เคยผิดหวัง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 19:22 น.


คิดถึง ลมหนาว สมัยเด็กๆ เค้าว่าฝรั่งประเทศเค้ามีสวัสดิการดีอย่างนู้นดีอย่างนี้บางประเทศ ปิดร้านครึ่งวันด้วย กินกัน
อย่างดี บ้านเรา กระเพราะไข่ดาว บ้านเค้าโอโห มือเช้ากินกันซะขนาดนั้น โตขึ้นมาที่มันดีได้ ก็เพราะไปปล้อน
ประเทศอื่นเค้ามา นั้นเอง อย่างง่ายๆเลย บริษัทน้ำมันเนี่ยไปยึดประเทศอื่นเค้ามา ขายทั่วโลก ได้เป็นภาษีมาให้
ประเทศตัวเองอะไรเเบบนี้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 27 มิถุนายน เวลา 5:32 น.


ณรงค์เดช ไชยศรี แค่เปิดเรื่องก็สนุกแล้ว ประมาณว่า เปิดตัวโครงการ Aventure ของ Marvel ยังไงยังงั้น หวังว่า
ตอนจบ Heroes ของเราเป็นฝ่ายชนะยัยแม่มดทั้งหลายนะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 มิถุนายน เวลา 18:49 น.


บัญชา ทิพย์โอสถ หรือกรีซจะเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร AIIB ไม่กู้จากรัสเซียและจีนโดยตรงก็จะลดแรงต้านได้
เยอะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 19:17 น. · มีการแก้ไข


Wattanachai Chulakan อยากให้ ปี 40 สมันน้อย พอมีทางเลือกแบบกรีซ บ้างจังครับ ไม่ใช่อะไรๆก้ออยู่แต่ใน
โอวาท
ถูกใจ · ตอบกลับ · 28 มิถุนายน เวลา 9:11 น.


Lilynet Ultimatum เราได้อุทาหรณ์จากนิทานพื้นโลกเรื่องนี้และอีก หลายๆเรื่องเลยครับ คงได้แต่ขอบคุณเป็นอย่าง
มากิ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 มิถุนายน เวลา 19:07 น.


Qool Anne เห็นภาพพญาแร้งใส่สูท รุมทึ้งกรีซเลยค่ะ
เฮ่อ ปล่อยโทรจันเข้าเมืองแท้ๆ

ขอบพระคุณคุณลุงนิทานค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 23:27 น.


Ratchanida Sihabut วิ่งหาเจ้าหนี้ฝั่งเอเชีย น่าจะประมาณนั้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 19:22 น.


บทกวีที่รัก แว่นแก้ว นายอเล๊กซ์ซิส นายยานิส คิดเพื่อชาติ
แก๊งค์เจ้าหนี้หน้าเลือดอำมหิต คิดยึดครอง(รัฐวิสาหกิจ กรีซ)
ถูกใจ · ตอบกลับ · 30 มิถุนายน เวลา 0:46 น.


Chompunoot Morachat ขอบพระคุณค่ะท่านลุง อ่านแล้ว 1) ทำให้เห็นภาพ "พัฒนาการแบบเตี้ยลงสาละวัน"
ของกรีซได้แจ่มชัดมากๆ พรุ่งนี้จะบังคับ เอ้ย ไม่ใช่สิคะ ..จะเชิญชวนลูกศิษย์โข่งทั้งหลายให้อ่านซีรีส์นี้ จนจบ และ
2) ชักจะชอบ คุณน้องยานิส ของท่านลุงเสียแล้วสิ ...หมู่นี้ ทั้งเวทีในประเทศและ ตปท มีฮีโร่ (ทั้งวีรกรรมและรูป
ร่างหน้าตาที่ตรงสเป็คมาก) โผล่มาให้ "จิตใจหวั่นไหว" หลายคน ...อิอิ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 26 มิถุนายน เวลา 20:20 น.


Pongpol Sarathitipak กรีซดื่มยาพิษดับกระหายมาหลายจอก และล่าสุดจอกสุดท้ายจะได้ดื่มหรือเปล่ารอชมต่อไป
ด้วยใจระทึก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 26 มิถุนายน เวลา 18:23 น.


Sayan Aeiamnam ขอบคุณครับคุณลุงอ่านแล้วเห็นความเจ็บปวดของลูกหนี้อย่างไรก็ให้กรีกพ้นพวกแร้งทึ่งทั้งหลาย
แล้วกัน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 18:45 น.


Jukky Ladawan มาแล้ววววว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 มิถุนายน เวลา 19:41 น.


Tanya Charoonsamathisak สนุกมากครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 28 มิถุนายน เวลา 9:05 น.


Moragot Paitoon ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 18:15 น.


Toyty Po ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 มิถุนายน เวลา 19:14 น.


เทวดา เขตร้อน รอตอนต่อไปครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 มิถุนายน เวลา 8:18 น.


คิดถึง ลมหนาว ออกยูโรดีกว่า อย่างน้อยก็ลดค่าเงิน หรือ เพิ่มค่าเงิน ตัวเองตามใจชอบได้ ประเทศเเย่จะไม่ลดค่า
เงินได้ยังไง ถ้าลดค่าเงิน มันยังกระตุ้นได้หลายอย่าง เช่นท่องเที่ยว ส่งออก อะไรพวกนี้ เเต่ที่ไม่ออกเพราะการเมือง
ส่วนหนึ่งหละ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 มิถุนายน เวลา 5:28 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน