10. สงครามกำลังมา

หนังสือพิมพ์The Wall Street Journal ฉบับวันที่12 พฤษภาคม 2015พาดหัวข่าวว่า สหรัฐอาจจะใช้กำลังทางทหารเพื่อเผชิญหน้ากับจีนในหมู่เกาะแสปรตลี่ย์ในทะเลจีนใต้
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

10. สงครามกำลังมา

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ค. 2015 2:54 pm

11011453_351110638418650_4509454091744738143_n.jpg
11011453_351110638418650_4509454091744738143_n.jpg (78.71 KiB) เปิดดู 282 ครั้ง
11181923_351110591751988_6345980993752282965_n.jpg
11181923_351110591751988_6345980993752282965_n.jpg (48.77 KiB) เปิดดู 282 ครั้ง

กลับมาถึงกรุงเทพแล้วเย็นวันนี้ หลังจากไปร่วมงานสัมนาของเส้นทางสายไหมที่เมืองเฉินเจิ้น ประเทศจีน และได้มีโอกาสคุยเรื่องเงินหยวนและปัญหาทะเลจีนใต้ในงานสัมนา ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ไพศาล พืชมงคล เลขาณุการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย - จีนที่ได้เชิญผมไปร่วมงาน
ขอถือโอกาส เอาบทความที่ผมเขียนนำเสนอในงานสัมนามาลงที่นี้ให้อ่านกัน แปลจากภาษาอังกฤษ โดยแฟนคลับ คุณMark Piathanom:

เมื่อประธานาธิบดี สี่ จิ้นผิง ของจีนเสนอแนวความคิดเรื่องเส้นทางสายไหมด้านเศรษฐกิจที่คาซัคสถานในเดือน กันยายนปลายปีที่แล้ว ถือว่าเป็นการเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ของศตวรรษที่ 21
ผู้นำจีนเลือกที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์โดยอ้างถึงเส้นทางการค้าในอดีต ที่รู้จักกันในชื่อ “เส้นทางสายไหม” ให้กับ นักศึกษาและคณาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาเซอบาเยฟ ท่านเสนอว่าจีนและเอเชียกลางควรร่วมมือกันสร้าง เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่ท่านประธานาธิบดีสีได้เปิดไต๋หมากเด็ด
ต่อมา ท่านประธานาธิบดี สี ได้เดินทางไปยังอินโดนีเซีย และเสนอการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ระหว่างจีนและภูมิภาคอาเซียนด้วยเส้นทางสายไหมทางทะเล จีนและอาเซียนเองก็มีความสัมพันธ์กันอยู่แล้ว ด้วยข้อตกลงด้านการค้าเสรี (FTA) ผู้นำจีนมองข้ามความขัดแย้งในภูมิภาคเรื่องทะเลจีนใต้ ด้วยการเสนอเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่จะส่งเสริมความร่วมมือทางการเดินเรือทางทะเล ซึ่งจะเชื่อมโยง จีนและอาเซียน เข้ากับเอเชีย ใต้ แอฟริกาและยุโรปเข้าด้วยกัน
เรื่องเงินก็ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคใดๆเลย เพราะระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศ อินโดนีเซีย ในเดือนตุลาคม 2556 นั้น ประธานาธิบดี สี ยังเสนอที่จะจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเอเซีย (AIIB) เพื่อสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในเขตเศรษฐกิจของทางสายไหม
นอกจากนี้ กลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งนำโดยจีนและรัสเซีย ได้ตกลงที่จะร่วมกันก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่ง ใหม่ (New Development Bank) สถาบันการเงินแห่งนี้จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ World Bank หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (Asian Development Bank) โดยจะให้การช่วยเหลือทางการเงินต่อ ประเทศในตลาดเกิดใหม่เพื่อลงทุนในโครงการที่ต้องการเงินทุนสูงๆ อย่างเช่น โทรคมนาคม ทรัพยากรน้ำ ถนน ทางรถไฟ และ พลังงาน
กลายเป็นว่า เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจและเส้นทางทางบกจะเชื่อมทั้งทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป และ ทวีป แอฟริกาเข้าหากัน โดยอย่างน้อยจะมีธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนำหรับเอเซีย และธนาครเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่เป็นสถาบันการเงินหลักที่จะให้กู้ยืนเงินในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
เขตเศรษฐกิจของเส้นทางสายไหมจะเชื่อมโยงจากด้านปลายของเอเชียตะวันออกไปยังยุโรป ยิ่งไปกว่านั้น วิสัยทัศน์นี้ยัง นำ จีน เอเชียกลาง รัสเซีย และยุโรป ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซ้ำยังได้เชื่อมโยงจีน กับ อ่าวเปอร์เซียและทะเล เมดิเตอร์เรเนียนผ่านทางเอเชียกลางและมหาสมุทรอินเดีย เส้นทางสายไหมทางทะเลยังเชื่อมโยงชายฝั่งของ จีนไปยังยุโรปได้อีกสองเส้นทาง ทางแรกโดยผ่านทางทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดีย ทางที่สอง จากชายฝั่ง ของจีนผ่านทางแปซิฟิคใต้
เป็นที่ชัดเจนอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวเส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจครั้งนี้นั้น เป็นการนำจีนเข้าสู่ผู้นำระดับโลกใน ศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะเปลี่ยนประเทศจีนจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกไปเป็นเครื่องจักรในการลงทุน ทำให้จีนสามารถก้าวข้ามความเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการบริโภคภายใน กลายเป็นประเทศที่จะเน้นการลงทุน โดยจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของจีนที่เป็นศูนย์กลางของโลกต่อไป
นับว่าเป็นการแก้ปัญหาการชะลอตัวของการค้าโลกและการเข้าสู่ยุคตกต่ำของเศรษฐกิจโลกได้อย่างแยบยล เพราะว่าจีนรู้ตัวดีว่าการส่งออกไปตลาดหลักของโลกเช่นสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่นกำลังมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว นอกจากนี้ภายในประเทศ ปรากฎว่ามีหนี้และสภาวะฟองสบู่เกิดขึ้นในการใช้จ่ายที่เกินตัวของรัฐบาลท้องถิ่น อสังหาฯและตลาดหุ้น การสร้างวิสัยทัศน์ในเส้นทางสายไหมจะเป็นทางออกของจีนแบบก้าวกระโดด และจะมีผลเชื่อมโยงกับสถานภาพความเป็นผู้นำโลกของจีนทั้งทางเศรษฐกิจ การเงิน การเมืองและการทหารอีกด้วย
ในการไฟแนนซ์การลงทุนทางสายไหม จีนจำต้องผลักดันให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินหลักของโลกให้ได้ เพื่อมาปล่อยกู้ในโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อมองต่อไปข้างหน้า จีนเองก็ไม่จำเป็นต้องสะสมเงินทุนสำรองเป็นดอลล่าร์สหรัฐในจำนวนมหาศาลอีกต่อไป มิหน้ำซ้ำจีนสามารถลดการถือครองดอลล่าร์ลงไปเรื่อยๆ แล้วเอาหยวนขึ้นมาผงาดแทนในระบบการเงิน ปัจจุบันจีนก็เป็นประเทศที่มี เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกถึง 4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐอยู่แล้ว
เงินหยวนจะเป็นหัวในของทางสายไหมใหม่ ในขณะที่เงินดอลล่าร์สหรัฐจะค่อยๆถูกลบเลือนออกไป
จีนน่าจะตัดสินใจลอยตัวค่าเงินของตัวเองในเดือนตุลาคมหรือภายในปีนี้ เวลาช่างประจวบเหมาะกับการที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศคิดจะรวมเงินหยวนเข้าไปร่วมเป็นเงินสกุลหลักในตะกร้าเงิน เงื่อนไขสำคัญอย่าง หนึ่งคือจีนจะต้องเปิดเผยปริมาณทองคำสำรองของตัวเอง ซึ่งอาจจะมีมากถึง 16,000 ตัน ถ้าเรามองกันอีกมุมหนึ่ง การเปิดเผยทองคำสำรองก็สามารถใช้ในการประกันค่าเงินหยวนไปในตัว เมื่อเงินหยวนกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลก AIIB ก็จะปล่อยเงินกู้เพิ่มเติมเป็นสกุลเงินของจีน ธนาคารเพื่อการพัฒนา(ใหม่) ก็จะได้รับอา นิสงค์นี้เช่นกัน บทบาทของดอลล่าร์สหรัฐก็จะค่อยๆด้อยลงโดยปริยาย
ด้วยข้อเสนอของเส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจนี้ จีนอาจจะถูกมองว่าทำเรื่องข้ามหน้าข้ามตารัสเซียที่พยายยามจะสร้างเขตเศรษฐกิจร่วมยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) สมาชิกของเขตเศรษฐกิจร่วมยูเรเซียประกอบด้วย เบรารุส คาซัคสถาน รัสเซีย และ อาเมเนีย ขณะที่คาจิกิสสถานกำลังจะเข้าร่วมในเร็วๆนี้ ประธานาธิบดีวาลาดิเมีย ปูตินของรัสเซียตั้งเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงประเทศที่เคยเป็นอดีตสมาชิกของสหภาพโซเวียตที่ล่มสลายไปแล้ว ให้กลับเข้ามารวมตัวอีกครั้งหนึ่งกับรัสเซียผ่านเขตเศรษฐกิจร่วมยูเรเซีย
แต่ไม่มีเหตุผลที่เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจของจีนและเขตเศรษฐกิจร่วมยูเรเซียจะไม่สามารถไปกันได้ ที่จริงแล้วจะเสริมกันและสามารถเดินคู่ไปด้วยกันได้เลย การเสริมกันระหว่างสองแนวความคิดนี้จะช่วยในการแข่งขันกับประเทศ G3 --สหรัฐ ยุโรป และ ญี่ปุ่น – เพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งด้านการเติบโตและความรุ่งเรืองสำหรับศตวรรษที่ 21 จีนและรัสเซียเองก็หันหน้าเข้าหากัน อยู่แล้วด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิดมากขึ้นเรือยๆ เพื่อจะเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการคุกคามของโลกตะวันตก นำโดยสหรัฐ
จากมุมมองด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยูเครนและทะเลจีนใต้สะท้อนถึงความพยายามของ สหรัฐที่จะสกัดกั้นรัสเซียและจีนที่กำลังจะมีอำนาจเพิ่มขึ้น ขั้วอำนาจเก่าของโลกกำลังจะตายจากการเผชิญกับภาระหนี้ที่เกินกว่าจะเยียวยา ความไม่มีเสถียรภาพทางการเงิน อัตราการว่างงานที่สูง และการเจริญเติบโตที่แทบจะไม่ขยับ ทั้งสหรัฐและยุโรปก็มองออกว่าการเป็นผู้นำโลกของตัวเองค่อยๆเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ ฐานะทางการเงิน กำลังถูกทำลายด้วยนโยบายดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซนต์ หรือดอกเบี้ยติดลบ การพิมม์เงินขนาดมหึมา และฟองสบู่ในตลาดเงิน จุดจบของโลกเก่าคือการล่มสลายของเศรษฐกิจจากภาวะเงินฝืด หรือการล่มสลายของเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อ หรือการก่อสงครามโลกครั้งที่3 อย่างไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้
ในขณะเดียวกัน รัสเซียและจีนค่อยๆเผยตัวออกมาเป็นผู้นำโลก(ใหม่) ทั้งสองประเทศต้องการความยอมรับ นับถือ และการยอมรับที่เท่าเทียมกันในเวทีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองประเทศ ต้องการปรับเปลี่ยนกฎและกติกาสำหรับทิศทางของโลกในอนาคต
รัสเซียเองพยายายสร้างเขตเศรษฐกิจยูเรเซียให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกด้วย ทรัพยากรธรรมชาติ อาหารและแรงงาน ขณะที่จีนมองตัวเองเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลกด้วยเส้นทางสายไหมเศรษฐกิจ
ไม่เกินความคาดหมายเลยที่ทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรปยอมไม่ได้ที่จะให้รัสเซียก้าวขึ้นมาท้าทาย มีการรวมพลังกันโอบล้อมรัสเซียด้วยกองทัพจากพันธมิตรนาโต้ ด้วยข้ออ้างเรื่องวิกฤติการณ์ในยูเครน การโอบล้อมรัสเซียด้วยกองทัพก็มีเป้าหมายที่จะกีดกันรัสเซียไม่ให้เล่นบทเด่นในยูเรเซีย เพราะว่ายูเรเซียเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลก
สหรัฐเองก็ใช้นโยบายแกนหลักเอเชีย (Asia Pivot) เพื่อจะทวงคืนบทบาทและอำนาจของตัวเองในเอเชียแปซิฟิคโดยอ้างเรื่องความขัดแย้งในแถบทะเลจีนใต้ เหมือนกับที่รัสเซียโดน จีนเองก็ถูกโอบล้อมด้วยฐานทัพทหารของสหรัฐในประเทศในเอเชียแปซิฟิค
สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) --คลังสมองของสหรัฐ-- ได้ออกรายงานว่าสหรัฐต้องทำทุกอย่างให้จีนพ่ายแพ้ในที่สุด เพราะจีนท้าทายความมีอำนาจของสหรัฐในเอเชียและในโลก รายงานที่ชื่อว่า “การทบทวนกลยุทธ์ของสหรัฐ ต่อจีน” ระบุว่า “สหรัฐควรลงทุนด้านการป้องกันประเทศเพิ่มเติมเพื่อสยบจีน cและต้องสยายอำนาจของสหรัฐฯแม้ว่าจะถูกแรงต้านจากจีนมากเพียงใด รัฐสภาของสหรัฐเองก็ควรยกเลิกข้อจำกัดด้านงบประมาณ และควร เพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศให้มากขึ้นอย่างมหาศาล"
วิกฤติโลกได้เกิดขึ้นแล้วทั้งในตะวันออกกลางและและยูเครนเพื่อปกปิดสถานภาพที่อ่อนแอลงของขั้วอำนาจโลกเก่า ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้อาจจะเป็นจุดปะทุที่ลด ทอนความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงให้ภูมิภาคอาเซียนเผชิญหน้ากันทางการทหาร จีนควรแสวงหาหนทางเพื่อจะยุติความขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วยการเจรจา และประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนไม่ควรให้สหรัฐเข้ามาเสี้ยมข้างหลัง
จีนเองยังสามารถมีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของภูมิภาคให้สูงขึ้นโดยการสร้างฐานทัพเรือตลอดแนวชายฝั่งด้านตะวันออกของตัวเอง จากส่วนที่เลยเซี่ยงไฮ้ที่อยู่ทางตอนเหนือไล่ลงมาถึงไห่หนานเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านลอจิสติคทางทหารเพื่อที่จะเผชิญกับกองทัพสหรัฐในเอเซียแปซิฟิค จะเป็นการถ่วงดุลสหรัฐฯทางทหาร
การที่จะทำให้หยวนกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกจำเป็นที่จีนต้องมีแสนยานุภาพทางทหารคอยหนุนเช่นกัน
ข้อตกลงด้านการทหารของญี่ปุ่นกับสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ ไปไกลถึงขนาดอนุญาตให้มีการลาดตะเวนร่วมกันระหว่าง กองทัพเรือของญี่ปุ่นและสหรัฐในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะเป็นสิ่งสร้างความซับซ้อนของปัญหาด้านความมั่นคงใน ภูมิภาคมากยิ่งขึ้น
ความมั่นคงของอาเซียนโดยรวม ขึ้นอยู่กับการสร้างสมดุลย์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ จนถึงปัจจุบัน สหรัฐเป็นมหาอำนาจเดี่ยวในเอเชียแปซิฟิค และพยายามควบคุมอดีตเมืองขึ้นด้วยการก่อสงคราม การกดดันทางการเมือง การแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินและเศรษฐกิจ รวมถึง การใช้กลยุทธ์แบ่งแยกและปกครอง
เมื่อกลับมามองจากมุมมองของคนไทย ประเทศไทยจะได้ประโยชน์หรือจะเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางสายไหมด้วยเหตุผลต่อ ไปนี้
ประการแรก ทำเลทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหมาะสมอย่างย่ิงที่จะเป็นจุด เชื่อมโยงที่สำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล การลงทุนในระบบทางด่วนยกระดับระหว่างทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย ที่ คอคอดกระ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือที่อื่นๆ จะช่วยย่นระยะทางการเดินทางทะเลจากมหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิค แทนที่จะใช้ช่องแคบมะละกาเหมือนปัจจุบัน การลงทุนในรถไฟรางคู่จากคอคอดกระสามารถใช้ขนส่งสินค้า และผู้โดยสารไปยังตอนใต้ของจีนได้เช่นกัน
ประการที่สอง จีนและอาเซียนกำลังทำงานร่วมกันในโครงการเชื่อมต่อด้วยระบบรางในภูมิภาค โครงการนี้ก็ ควรดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป
ประการที่สาม กรุงเทพเองก็เป็นศูนย์กลางทางกลางบินพาณิชย์ ไม่มีเมืองหลวงใดในภูมิภาคนี้สามารถเทียบ เคียงกรุงเทพได้ในด้านภูมิศาสตร์ ครัวการบินไทยเป็นซับไพลเอาร์ให้แทบจะทุกสายการบินที่ต้องแวะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประการที่สี่ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสิบของสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีการค้าที่เข้มแข็ง แถมยังเชื่อมโยงกับประเทศ จีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง
กล่าวโดยสรุป จำเป็นอย่างยิ่งที่จีนควรดำเนินนโยบายที่แตกต่างกับนโยบายกดขี่ที่ใช้โดยประเทศมหาอำนาจตะวันตก เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจควรสื่อถึงความร่วมมือกันอย่างโดดเด่น การอยู่ร่วมกัน อย่างสงบสุข การแบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง และผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาวของทั้งสามทวีปคือ เอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา จีนควรแสดงท่าทีกับประเทศที่ร่วมมือด้วยการให้เกียรติ และให้ความยอมรับที่เท่าเทียมกัน และหลีกเลี่ยงการเอาเปรียบประเทศที่อ่อนแอกว่า การกระทำเช่นนี้จะช่วยประเทศจีนสร้างความแตกต่างทางนโยบายกับประเทศมหาอำนาจตะวันตก จีนจะมีมิตรมากขึ้นแทนที่จะผลักให้ประเทศต่างๆขุ่นเคืองหรือเป็นศัตรูในยุคใหม่อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองให้กับโลก
ถ้าทำได้เช่นนี้ จีนจะกลายเป็นมหาอำนาจที่ สง่างาม มีเกียรติ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสากลโลก และแหล่งอารยธธรรมที่เก่าแก่ของเส่้นทางสายไหมจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเพื่อเป็นแหล่งอารยะธรรมใหม่ของโลก
thanong
16/5/2015
A Thai perspective of the New Silk Road
By Thanong Khanthong
When Chinese President Xi Jingping launched the Silk Road Economic Belt concept in Kazakhstan in September last year, he was rewriting history of the 21st century.
He chose to deliver his vision to revive the ancient trade routes known as the Silk Road to the students and academics at the Nazarbayev University. There he suggested that China and Central Asia cooperate to build a Silk Road Economic Belt. It was the first time President Xi revealed his trump card.
Subsequently, President Xi went to Indonesia to propose building closer ties between China and the Asean region via the Maritime Silk Road. China and Asean have already been bound together by the free trade agreement. Putting aside regional conflict in the South China Sea, he said that the Maritime Silk Road would promote maritime cooperation that would link China and Asean with South Asia, Africa and Europe.
Money did not seem to be a problem. During his state visit to Indonesia in October in 2013, President Xi proposed establishing the Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) to finance infrastructure projects that would bring about further regional cooperation, interconnectivity and economic integration.
In addition, the BRICS countries, led by China and Russia, have already agreed to establish the New Development Bank. This financial institution will compete against the World Bank by providing financing for the emerging market countries to invest in capital intensive projects from telecom, water resources, roads & railways to energy.
As it turns out, the Silk Road Economic Belt and Road routes will run through the continents of Asia, Europe and Africa, connecting East Asia at one end and Europe at the other. Essentially, it will bring together China, Central Asia, Russia and Europe; linking China with the Persian Gulf and the Mediterranean Sea through Central Asia and the Indian Ocean. The Maritime Silk Road will go from China's coast to Europe through the South China Sea and the Indian Ocean in one route, and from China's coast through the South China Sea to the South Pacific in the other.
It is clear that through the revival of Silk Road Economic Belt China is portraying itself as a global leader of the 21st century. It will be transforming its export-led economy into an investment-led machine, made possible by the internationalization of the renminbi. Going forward China will no longer need to accumulate huge US dollar reserves like in the past. Still, China now holds the world's largest foreign reserves of almost $4 trillion.
China may decide to float its currency in October or later this year. This will coincide with its application for the renminbi to be included in the International Monetary Fund's basket of currencies. By that time it will be obligated to disclose the actual amount of its gold reserves, which might reach 16,000 tonnes. The gold reserves, in one way or another, will be used to back the renminbi. With the credibility of the internationalized renminbi, the AIIB will be able to directly extend loans in the Chinese currency. So will the New Development Bank. The US dollar's role will be diminishing.
With the Silk Road Economic Belt proposal, China may be seen as trying to outplay the Russia's drive to create the Eurasia Economic Union. Members of the Eurasian Economic Union now consist of Belarus, Kazakhstan, Russia and Armenia. Kyrgyzstan's membership will be ratified soon. Russian President Vladimir Putin is aiming to reconnect the former states of the now collapsed Soviet Union with Russia through the Eurasian Economic Union.
But there is no reason that China's Silk Road Economic Belt cannot work with or co-exist with the Eurasian Economic Union, the combination of which will rival the G-3 – the United States, Europe and Japan – to create the world's largest pillar of economic growth and prosperity for the 21st century. China and Russia have already been bound together by closer bilateral relations in all spheres in the face of growing conflict with the West, or the United States in particular.
From the geopolitical standpoint, the ongoing conflict in Ukraine and the South China Sea reflect the United States' attempt to rein in Russia's and China's rise to power. The old paradigm is dying. Faced with an insurmountable indebtedness, financial instability, high unemployment and no-growth prospects, the US and the European Union are seeing that their global leadership is being eroded. Their financial houses are facing a prospect of ruins from the zero interest rate policy, massive money printing and financial market bubbles.
At the same time, Russia and China are emerging as new global powerhouses to be reckoned with. Both want respect and equal recognition in global affairs. More importantly, they demand a level playing field to rewrite the rules that underpin the way of this world going forward.
Russia is going its way to create the Eurasian Economic Union, rich with natural resources, food supply and manpower, as the new global economic center. Whereas China is projecting itself as a global economic leader through the Silk Road Economic Belt.
Not unexpectedly, the United States and the European Union have joined forces to encircle Russia through its military alliance in Nato by citing the Ukraine crisis as an excuse. The military encirclement is aimed at preventing Russia's predominance in Eurasia.
The US has also adopted a Asia pivot policy to reassume its role as a power broker by pitching the Asean countries' territorial claims in the South China Sea against China's. Like Russia, China has also been encircled by the US military bases throughout the Asia Pacific.
The Council on Foreign Relations, the US think tank, has issued a report, alleging that China must be defeated because it threatens US's hegemony in Asia and the world. The report, which is entitlted “Revising US Grand Strategy Toward China, said: "The United States should invest in defense capabilities and capacity specifically to defeat China’s emerging anti-access capabilities and permit successful U.S. power projection even against concerted opposition from Beijing. … Congress should remove sequestration caps and substantially increase the U.S. defense budget.”
With the ongoing war in the Middle East and the Ukraine crisis, the South China Sea conflict might become another hot spot that threatens regional security and puts the Asian region at risk of a military conflict. China should find ways to resolve the conflict in the South China Sea with its neighbors via political means. But it can also further contribute to regional security by building up additional naval bases along its eastern shores, from further north of Shanghai down to Hainan, to ensure efficient logistic requirements.
The renminbi internationalization also necessitates China's military supremacy. Japan's recent military agreement with the US will go so far as to permit joint Japanese-US naval patrol in the South China Sea. This will complicate security problems within the region.
Asean's security as a whole depends on having balancing act between the superpowers. So far the United States has been the sole power in the Asia Pacific, keeping the remnants of the colonial legacy in place through war, continuing political, economic and financial exploitation and subtle divide-and-rule strategy.
From a Thai perspective, Thailand can become an integral part of the Silk Road Economic Belt due to several factors:
First, Thailand's strategic location in Southeast Asia is ideal for it to serve as an important link in the Maritime Silk Road. Investing in an elevated toll way between the Andaman Sea and the Gulf of Thailand at the Kra Canal in Prachuab Khirikhan Province will shorten the sea route from the Indian Ocean to the Pacific via the traditional Malacca Strait. A double rail track at the Kra Canal can also transport goods or people to southern China.
Second, China and Asean has already been working on the rail project for intra-regional connectivity. This rail project should proceed in earnest.
Third, Bangkok is already the international hub for commercial aviation. No capital in the region can match Bangkok with this role.
Fourth, Thailand is part of the 10-member Asean, which already has strong trade, economic and political ties with China.
To sum it up, it is important that China pursue a different policy from one of oppression as practiced by the Western powers. The Silk Road Economic Belt should serve as a hallmark of cooperation, peaceful co-existence, shared prosperity and mutual benefits of the three continents of Asia, Europe and Africa for the long term gain. China should treat the participating countries with respect and equal recognition, and avoid exploiting the weak nations. This will help China make friends rather than creating foes in a new era of peace and prosperity. And by doing so, China will emerge as global power with dignity and broad respect.
-end-

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 0655085315



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: 10. สงครามกำลังมา

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ค. 2015 2:55 pm

Pete Tan
ในฐานะที่ จีนกลายเป็นเหยื่อ การข่มขู่-โค่นล้มของสหรัฐมากขึ้น
นักวิเคราะห์ทั่วโลกหลายคนที่สันนิษฐานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็น "คอมมิวนิสต์แต่ในชื่อเท่านั้น" --- ก็ตกใจการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต โดย สีจิ้นผิง
สังคมจีนเช่นสังคมโลก ไม่ถาวรและปรับตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และรัฐบาลเปลี่ยนไปพร้อมกับมัน ไม่มีอะไรที่เป็นถาวรในจักรวาล
สังคมจีน - นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีสมาชิก เป็นจำนวนมาก ควบคุมรัฐบาล ควบคุมเศรษฐกิจ - มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบเศรษฐกิจโลก จากการคาดการณ์ของผู้สังเกตการณ์จากทั้งค่ายต่อต้านจีนและค่ายโปรจีน เร็ว ๆ นี้โลกต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหลาย
กับ บทบาทสำคัญของประเทศจีนใหม่ ในกิจการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ชาติ จะมีความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่ายุคก่อน ๆ
http://journal-neo.org/.../who-s-afraid ... inping.../

Who’s Afraid of Xi Jinping? And Why? | New Eastern Outlook
What the Wall Street Journal has been hinting...
JOURNAL-NEO.ORG
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤษภาคม เวลา 18:27 น.

Chompunoot Morachat ท่านอาจารย์เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของเราคนไทย ...ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ...แต่พอนึกถึงสื่อมวลชนอื่นๆ แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ...หวังอย่างยิ่งว่า เจ้าภาพคงนำสิ่งที่ท่านอาจารย์กล่าวกลับไปพิจารณาใคร่ครวญ เพื่อจะเป็นมหาอำนาจที่ดี ที่แตกต่างจากพวกนักล่าตะวันตก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 32 · 17 พฤษภาคม เวลา 2:27 น.

Suneewan Pensook อยากได้"มหาอำนาจ ที่สง่างาม มีเกียรติ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสากลโลก ซึ่งจะนำมาสู่ความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองให้กับโลก"จริงๆค่ะ... แต่ไม่รู้ว่าจะฝันค้างหรือเปล่า ค่ะเพราะ มีหมาอำนาจที่ยังคอยกีดกัน อันธพาลไปทั่วในขณะนี้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 · 16 พฤษภาคม เวลา 23:46 น. · มีการแก้ไข

Chantira Beverley
ขอมองว่าสิ่งที่อาจารย์ทนงได้พูดมาเป็นเนื้อหาที่ดีมากเลย จะต้องอ่านหลายๆรอบเพราะนี่คือแผนที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การเมืองของภูมิภาคเอเชียที่จะผงาดภายในสองปีนี้และจะเริ่มมั่นคงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เน้นคือการให้เกียรติ การไม่ดูถูก หรือบังคับกดดัน เช่นชาวตะวันตก ความยุติธรรมต่อประเทศที่ทำการค้า เอาผลเสียของชาติตะวันตกมาเป็นโจทย์ มันคือการรื้อฟื้นอดีตที่มั่งคั่งของเส้นทางสายนี้ เข้าสู่การเชื่อมโยงของปัจจุบัน และมุ่งไปเบื้องหน้า บางเรื่องราวก็เสมือนฟ้าลิขิต
ถูกใจ · ตอบกลับ · 23 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:51 น.

Isara Buasod
บทวิเคราะห์ยุทธศาสตร์โลก สู่อารยะธรรมใหม่
สานส์ส่งถึงจีน ป่านนี้คงถึงสายตาของ ท่านสีแล้ว
และคงผ่านการรับรู้จากลุงตู่ ขอขอบพระคุณท่านอจ.ทนง
ขอร่วมเป็นกำลังใจ เพื่อความสงบสุขแห่งมนุษย์ชาติ..
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 · 17 พฤษภาคม เวลา 1:23 น.

Rud Suwansareekasame
สื่อใหญ่อเมริกาเปิดโปงไทยใกล้วิกฤติ,
หลายบริษัทใหญ่ถอนทุนออก,เตือนให้เตรียมรับเงินฝืด,เผยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ( IMF )ได้กลิ่นเรื่องนี้แล้วว่า ช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งของใครบางคนให้แบงค์ชาติใช้เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยไปปกป้อง(อุ้ม)ค่าเง...ดูเพิ่มเติม

Thailand takes a hammer to the baht
Thailand's baht has long out-muscled regional peers, but amid a stumbling economy, the...
CNBC.COM|โดย LESLIE SHAFFER
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 17 พฤษภาคม เวลา 7:23 น.
3 ข้อความตอบกลับ

Peter AU บทนี้ บทเดียวอ่านคุ้มเลยครับ...หรืออ. น่าจะเปิดบท "เป้าหมายมังกร". โดยอ.ลองนั่งเขียนที่จีน เพื่อซึมซับบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยคนจีน..เพื่ออ่านใจคนจีนในยุคนี้..
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 17 พฤษภาคม เวลา 7:20 น. · มีการแก้ไข

Weerachai Kiatwimol จีนนั้นแม้จะบอกว่าไม่ต้องการสงครามแต่เมื่อพิจารณาถึงด้านต่างๆแล้วก็เชื่อว่ามีความพร้อมไม่น้อยกว่า50%แล้วในตอนนี้และแนวร่วมสนับสนุนก็ค่อนข้างชัดเจนแล้ว สหรัฐต่างหากที่ลีลาทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและต่างประเทศ!!!!
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:38 น.

Dara Geza อยากรู้ว่า. คนอื่นๆ เขามีมุมมองอย่างบ้าง มีอะไรที่เราคิดไม่ถึงบ้าง
ส่วนของ อ. หนูว่าน่าสนใจและน่าจะมีฟิดแบคที่ดี ทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 11 · 16 พฤษภาคม เวลา 23:36 น. · มีการแก้ไข

Patch Ks อาหารสมองเช้านี้ แกล้มกาแฟและข้าวต้มหมู 1 ชิ้น ขอบคุณบทความดีๆ และคอมเมนท์ที่สร้างสรรค์ค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:55 น. · มีการแก้ไข

Tanya Charoonsamathisak น่าติดตามมากครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 17 พฤษภาคม เวลา 7:58 น.

Rud Suwansareekasame สุดยอดข้อความมากคับ
ช่วยทำให้หลายคนหูตาสว่างเป็นประโยชน์มากๆคับ
ตอนท้ายสรุปถึงมุมมองของคนไทย..เยี่ยมคับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 17 พฤษภาคม เวลา 8:41 น.

Tanasornl Moir ขอบคุณค่ะ อาจารย์ เนื้อความทำให้เข้าใจมากเลยค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 17 พฤษภาคม เวลา 2:38 น.

Somgran Aphanunt ถ้าเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจยุโรป เอเชียได้ในขณะที่อาฟริกาจีนก็ไปลงทุนไว้เยอะ อเมริกาใต้ก็ค่อยๆเข้าไปลงทุน อเมริกาก็หวั่นไหว แต่หมู่เกาะในทัเลจีนใต้ที่เป็นกรณีพิพาทต่างหากที่ยืดเยื้อ ถ้าจีนก้าวร้าวกับฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน ไม่ประนีประนอม จีนเหนื่อย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 8:37 น.

Natesakaow Phoonsuphirun ขอบคุณค่ะ ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 0:43 น.

Dowdegdee Dee สุดยอดบทความ ขอแชร์คะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 1:14 น.

Didsatat Tangprasert ถ้าจีนยังไม่เลิกท่าทีแข็งกร้าวบริเวณทะเลจีนใต้ผมว่าการเชื่อมต่อมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางมะเลมีปัญหาแน่ ไม่มีประเทศไหนยอมรับการขีดเส้นแผ่นที่ทางทะเลของจีนได้แน่ ๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 9:39 น.

ธีรศักดิ์ โกเมฆ ขอบคุณสำหรับเนื้อความครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 16 พฤษภาคม เวลา 23:44 น.

Ni Da ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:10 น.

Ruchanee Veerakul ขอปรบมือดังๆให้อาจารย์หน่อยค่ะ ยอดๆๆๆ มาก****
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 7:23 น.

Asia Vut-Tita ขอบพระคุณในความรู้ และ ไขข้อข้องใจหลายเรื่องในบทความเดียวครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 3:29 น.

Khun Nong ชอบมากค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:10 น.

Jeerapan Songdej มองไกล เข้าใจ เข้าถึง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 16 พฤษภาคม เวลา 23:51 น.

Natchuda Sonsiwa จีนน่าจะทำได้แน่นอนค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 9:18 น.

Pornpimon Teekathananont ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 1:18 น.

Dokmai Chompuinta กระหายสงครามกันมากนะค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 พฤษภาคม เวลา 6:12 น.

Rud Suwansareekasame ไทยเริ่มถูกเล่นงานแล้วดูจากโพสต์นี้คับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 พฤษภาคม เวลา 7:21 น.

เฉลิมศักดิ์ ลูกตามพ่อ อยากรู้ว่ารัฐบาลไทยกำลังเดินหมากยังไง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 พฤษภาคม เวลา 4:57 น.

Nut Kanchanachoti
ผมเห็นด้วยกับบทสรุปของอาจารย์ฯที่ว่า

"กล่าวโดยสรุป จำเป็นอย่างยิ่งที่จีนควรดำเนินนโยบายที่แตกต่างกับนโยบายกดขี่ที่ใช้โดยประเทศมหาอำนาจตะวันตก เส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจควรสื่อถึงความร่วมมือกันอย่างโดดเด่น การอยู่ร่วมกัน อย่างสงบสุข การแบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง และผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาวของทั้งสามทวีปคือ เอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา จีนควรแสดงท่าทีกับประเทศที่ร่วมมือด้วยการให้เกียรติ และให้ความยอมรับที่เท่าเทียมกัน และหลีกเลี่ยงการเอาเปรียบประเทศที่อ่อนแอกว่า การกระทำเช่นนี้จะช่วยประเทศจีนสร้างความแตกต่างทางนโยบายกับประเทศมหาอำนาจตะวันตก จีนจะมีมิตรมากขึ้นแทนที่จะผลักให้ประเทศต่างๆขุ่นเคืองหรือเป็นศัตรูในยุคใหม่อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองให้กับโลก"

มากครับ และความรู้สึกของผมตอนนี้ที่จีนยังออกแข็งกร้าวเรื่องกรรมสิทธิ์ของหมู่เกาะในทะเลจีนใต้เพราะยังอยู่ในช่วงเร่งเสริมความแข็งเกร่งของฐานทัพที่จะส่งกำลังบำรุงให้กองกำลังของจีนช่วงนี้จะยอมให้ผู้ใดมาทำให้ชะงักไปไม่ได้ ต่อเมื่อทัพจีนมีความพร้อมเต็มที่แล้ว ผมว่าตั๋วเฮียจะมีการเจรจาต้าอวยเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์กับกลุ่มประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในแถบนี้แน่ ตอนนี้เฮียยังไม่พร้อมเต็มที่ต้องรีบเร่งสร้างเสริมกำลังเพื่อยันกับมหาอำนาจตะวันตกเจ้าเก่าครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 พฤษภาคม เวลา 15:54 น.

Panida Rajchakom ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤษภาคม เวลา 11:38 น.

Thunwarat Grace Thavonchotiwong กราบค่ะพี่ ไม่เคยอ่านเรื่องนี้ได้เข้าใจเลยถ้าไม่ใช่พี่ทนง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤษภาคม เวลา 9:47 น.

Wanlapha Wolf ขอบคุณสำหรับข้อความที่ให้ความเข้าใจ ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 พฤษภาคม เวลา 15:17 น.

Bug Bo อเมริกาต้องสร้างภาพจีนให้ดูน่ากลัวก่อน เพื่อลบภาพมืดของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก หลังจากนั้นก็จะปลุกผีญี่ปุ่นขึ้นมา
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 ชม.

Kitshin Noisanga บทความนี้สุดยอดมากเลยครับ..ยอดมากขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 พฤษภาคม เวลา 11:19 น.

James Phongsanusorn Gib Waroonnapa บทสรุปที่ดีเข้าใจได้ง่าย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 พฤษภาคม เวลา 8:26 น.

สินีรัตน์ โตบารมีกุล Sawat Atwp
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤษภาคม เวลา 12:53 น.

Poorich Suvarnapadip IAm NoSock
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤษภาคม เวลา 15:20 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน