หน้า 1 จากทั้งหมด 1

6. สงครามกำลังมา

โพสต์แล้ว: เสาร์ 23 พ.ค. 2015 2:11 pm
โดย admin
11151008_350126861850361_2795085276896408749_n.jpg
11151008_350126861850361_2795085276896408749_n.jpg (13.98 KiB) เปิดดู 310 ครั้ง

หลักนิยมทางการเมืองและการทหารของสหรัฐฯ คือWolfowitz Doctrine เขียนโดยPaul Wolfowitz อดีตรองรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐสมัยบุชผู้ลูก เขาเป็นพวกนีโอคอน หรือพวกสายเหยี่ยวขวาจัด ที่เชื่อในความเป็นมหาอำนาจเอกแต่ฝ่ายเดียวของสหรัฐ โดยที่ประเทศใดจะมาท้าทายไม่ได้

หลักคำนิยมของWolfowitz สรุปได้ว่า: "เป้าหมายของเราคือต้องกีดกันไม่ให้มีการผงาดของคู่แข่งรายใหม่ ไม่ว่าจะอยู่บนแผ่นดินของอดีตโซเวียต หรือที่ใดก็ตาม ซึ่งจะเป็นภัยต่อระเบียบที่อดีตโซเวียตเคยเป็นภัยคุกคามมาก่อน นี้คือยุทธศาสตร์การป้องกันภูมิภาคใหม่ที่จำต้องพิจารณาเป็นเรื่องสำคัญ และยุทธศาสตร์นี้เรียกร้องให้เราต้องพยายามป้องกันไม่ให้อำนาจใหม่ที่เป็นปฏิปักษ์สามารถมีอิทธิพลเหนือดินแดนที่มีทรัพยากรที่หลังจากได้ควบคุมแล้วจะทำให้สามารถสร้างอิทธิพลโลกได้"

หลักนิยมของWolfowitzนี้ ทำให้สหรัฐต้องมีอิทธิพลเหนือทุกดินแดนในโลกนี้ ซึ่งเป็นไปตามอุดมการณ์ของพวกนีโอคอนที่เห็นว่าสหรัฐเป็นประเทศที่จำเป็น มีความพิเศษเพื่อที่จะปกครองโลก

ขณะนี้มีเพียงสองประเทศเท่านั้นที่ขัดกับหลักนิยมของWolfowitzคือรัสเซียภายใต้พี่ปูติน และจีนภายใต้ท่านสี เพราะว่าทั้งสองประเทศมีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจที่ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลสหรัฐที่กำลังเสื่อม เพราะว่าปัญหาหนี้สิน และปัญหาเศรษฐกิจ

ด้วยหลักนิยมของWolfowitzนี้ทำให้โอบามาดำเนินนโยบายปิดล้อมรัสเซียผ่านกองทัพนาโต้ที่กำลังเคลื่อนกำลังทหารไปยังประเทศยุโรปตะวันออกเพื่อสกัดรัสเซียไม่ให้ผงาดผ่านเขตเศรษฐกิจร่วมยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) โดยเอาวิกฤติยูเครนเป็นข้ออ้าง และขณะนี้โอบามาได้ว่าใช้หลักนิยมWolfowitzเพื่อปิดล้อมจีน เพื่อสกัดทางสายไหมที่จะสร้างจีนให้เป็นมหาอำนาจในศตวรรษที่21 โดยเอาประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้มาเป็นข้ออ้าง

Paul Craig Roberts อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีการคลังสหรัฐสมัยเรแกน ออกมาเตือนอีกครั้งว่า รัสเซียและจีนขวางทางความเป็นมหาอำนาจแต่เพียงผู้เดียวของสหรัฐ ถ้าหากสหรัฐไม่ล้มเลิกหลักนิยมของWolfowitz สงครามนิวเคลียร์จะตามมา

thanong
13/5/2015

http://www.paulcraigroberts.org/2014/05 ... g-roberts/

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 6861850361

Re: 6. สงครามกำลังมา

โพสต์แล้ว: เสาร์ 23 พ.ค. 2015 2:34 pm
โดย admin
Richard Whitt ขอสื่อความหมายเป็นรูปภาพ ครับ
11150912_479146635571276_6944556587830709301_n.jpg
11150912_479146635571276_6944556587830709301_n.jpg (17.46 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 44 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:01 น.

Ton Prapart วันนี้ได้เห็นอาจารย์ระหว่างทานข้าวที่ Novotel รู้สึกเป็นปลื้มมากครับ อีโมติคอนkiki
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 13 พฤษภาคม เวลา 20:56 น.

Thanong Fanclub ทำไมไม่ทัก?
ถูกใจ · 5 · 13 พฤษภาคม เวลา 21:39 น.

Ton Prapart อาจารย์ทานข้าวอยู่ครับ พอดีไม่ทันสังเกตว่าอาจารย์กลับไปตอนไหน อดถ่ายรูปคู่เลย
ถูกใจ · 3 · 13 พฤษภาคม เวลา 21:54 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



นิรนาม ทัมใจ จีนพร้อม! รัสเซียพร้อม! เกาหลีเหนือพร้อม! อิหร่านพร้อม!!!! รอแต่สหรัฐจะกล้ามาเหยียบเงาเมื่อไร จ่ายหนักแน่...อิอิ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 36 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:13 น.

Hawk Sea ที่แน่ๆ อินเดีย เข้าข้าง รัสเซีย แน่นอน เพราะ ได้เข้าร่วมสวนสนาม ในวัน V day ที่ผ่านมา
ถูกใจ · 12 · 13 พฤษภาคม เวลา 13:38 น.

James Wutt ไอ้ยุ่นกับเกาหลีใต้ตายก่อนเพื่อน เพราะไม่แค่โดนเกาหลีเหนือถล่ม แต่เส้นทางอาหารและพลังงานจะถูกตัดขาดเกือบทั้งหมด
ถูกใจ · 12 · 13 พฤษภาคม เวลา 14:34 น.

Ruchanee Veerakul อยากเจ็บตัวแทนอเมริกา ก็แล้วแต่ท่านแล้ว งานนี้โดนยุให้รบแน่ๆ
ถูกใจ · 3 · 13 พฤษภาคม เวลา 17:51 น.

Sirikul Cho ผู้นำประเทศที่สหรัฐเสี้ยม/ยุ ให้ออกหน้มารบแทนนั้น เช่น เยเมน กับซาอุ ทำไม>> ถึงมีความคิดว่า เอาประเทศ และประชาชนของชาติตัวเองมาให้คนอื่นทำลาย พวกเขาปัญญาอ่อน หรือว่า ผลประโยนช์ที่ได้มันมากมาย คุ้มกับประเทศเสียหายยับเยินแล้วเหรอ
ถูกใจ · 2 · 14 พฤษภาคม เวลา 18:10 น.

Wuttisuk Saebae หากเกิดสงครามใหญ่ ยุ่นโดนนิวเคลียร์อีกแน่ๆ จากกลน
ถูกใจ · 16 พฤษภาคม เวลา 8:38 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Prapas Prasertwachirakul
จีนเขาไม่โง่ หรอ ไอ้กัน เขาเตรียมแผนทางสายไหมทางบกไว้แล้ว จีนเข้าไม่เสี่ยงเข้าปะทะหรอ จีนรู้จักยุทธวิธีการรบ แบบผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่เสี่ยงปะทะจุดแข็ง แต่จะค่อยเล่นที่จุดอ่อน และเส้นทางสายไหมทางบก จีนกับรัสเซียแทบไม่เสียอะไรเลย ได้กับได้อย่างเดียว แต่ไอ้กันซิ อดตายแน่นอน จีนคงคิดในใจว่า อย่าล้อมก็ล้อมไปซิ ไอก็มีทางไปของไอ ไม่ง้อทางทะเลก็ได้ ส่วนแผนย้อนศร ผมว่าจีนก็เริ่มปล่อยทิ้งดอลล่าไปเรื่อยๆ ไอ้กันซ่ามาก ก็ปล่อยไปมาก แค่นี้ ไอ้กันเต้นเป็นเจ้าเข้าแล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 30 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:53 น.

Pragron Jansod ก็จริงนะ จีนถือไพ่เหนือกว่าอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าหนี้ จะรีบมาปะทะทำไมที่สเปรดลีย์ ... คงแค่เล่นซักคะเย่อกัน ดูท่าทีว่าจะออกอาวุธยังไง แค่นั้นมั้ง
ถูกใจ · 7 · 13 พฤษภาคม เวลา 14:23 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Love Thailand รักในหลวง
ขอ copy เรื่อง HAARP จากเพจ แฉ..ความลับ มาให้อ่านกันที่นี่อีก อ่านทวนเรื่องนี้กันหลายๆครั้ง หลายๆคนที่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะไปบังคับธรรมชาติ ลองเปิดใจ เพราะหลายๆอย่างที่ย้อนไปในอดีตที่มนุษย์คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะทำให้เป็นเช่นนั้น.......แต่มันก็เกิดขึ้นและเป็นไปได้อย่างแท้จริง อย่างที่เรา ได้เห็น ได้รับรู้ในปัจจุบัน >>> ดังนั้นเรื่อง HAARP ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ หรือมีเรื่องอาวุธลับที่ยังถูกเก็บเป็นความลับอีกมาก ทำไมชาติต่างๆที่เค้าคิดค้นขึั้นมาเป็นอาวุธลับจะต้องมาป่าวประกาศให้ฝ่ายตรงกันข้ามหรือชาติอื่นๆให้รับรู้ เพราะมันต้องถือไว้เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่ทิ้งออกมาแล้วต้องชนะและครองโลกได้เท่านั้น หรือแอบลักแอบโขมยทำเพื่อการทดสอบ หรือ เพื่อการข่มขู่ เพื่อการเอาผลประโยชน์ในการเป็นต่อทางการเมือง ที่ทางทหารหรือระดับผู้ควบคุมประเทศเค้าก็รับรู้กันเอง

วันที่ 15 ม.ค.58 ไขปริศนา..เทคโนโลยี HAARP คืออะไร มันจะทำลายโลกไหม ?
หลายคน คงเคยได้ยินคำว่า HAARP ดังนั้นวันนี้จะมาไขปริศนาเจ้าเทคโนโลยีทางทหารลึกลับนี้ ว่ามันคืออะไร มนุษย์ทั่วไปมักเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีต้นตอมาจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล และทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ประกอบกับการปล่อยสาร CFC ที่ทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก จนอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ในวงการวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง กรณีภาวะเรือนกระจก และทฤษฏีโลกร้อน ก็เชื่อกันมาระยะยาวนานพอสมควร ว่าสารสำคัญที่เป็นต้นเหตุ คือ CFC

แต่ต่อมามนุษย์ก็สังเกตว่า ไม่พบรูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก เหนือพื้นที่ที่มีสถิติการปล่อยสาร CFC เป็นจำนวนมาก เช่น เหนือเมืองมหานครใหญ่ และ เขตอุตสาหกรรมต่างๆ แต่รูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก ดันกลับไปเกิดขึ้นยังบริเวณขั้วโลกทั้งสองด้าน ชั้นโอโซนในบริเวณขั้วโลกใต้ มีปริมาณโอโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงราว 10%

ในช่วง 20 ปีมานี้ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่บริเวณผิวพื้นโลก และ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ในชั้นบรรยากาศระดับล่างและกลาง ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นอุณหภูมิที่ผิวพื้นโลกสูงขึ้นจริง แต่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศกลับ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” เพราะหากทฤษฎีโลกร้อนถูกต้อง อุณหภูมิทั้งสองบริเวณนี้ จะต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จึงเป็นการพิสูจน์ว่า ทฤษฎีโลกร้อนที่เชื่อกันมาหลายปีนี้ผิดพลาด

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีแกมม่า) ได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้ว ในช่วงหลังๆ พบว่าปริมาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก ได้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนความถี่และความรุนแรง ท้องฟ้าในบริเวณขั้วโลกเหนือ ที่ปกติมืดมิดตลอดเวลาในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันกลับมีแสงสว่าง (แสงออโรร่า) เกิดขึ้นเป็นประจำ

ขอบฟ้าถูกยกสูงขึ้น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลึกลับนี้ คือต้นเหตุของความวิปริตของสภาพอากาศทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะหลังมานี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซนได้ โลกจะเย็นลง เกิดฝนกรด และการเกิดเมฆหมอกได้

พ.ศ. 2501 - 2531 เป็นเวลา 30 ปี มีการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบ สรุปได้ว่าปฏิกิริยาระหว่างโลก กับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว ที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้นด้วย

มนุษย์ ได้ใช้ประโยชน์จากความถี่เสียงมานานแล้ว เช่น การพูดคุยกัน ที่มีการสั่นสะเทือนของอวัยะในปาก จนคลื่นความถี่ขึ้น และหูก็รับคลื่นความถี่นั้นมาแปลงอีกที่ ก็สามารถสื่อสารกันได้ หากเสียงนั้น เช่น เปิดเพลงดังๆ ลำโพง ก็จะกระแทกออกมา เพราะความสั่นสะเทือนที่มากเกินไปนั้นเอง

เจ้าเครื่อง HAARP (High Frequency Active Auroral Research Program) ก็ใช้หลักการนี้ มันคือ โครงการทดลองยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โครงการสตาร์วอร์” ถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน

โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา "การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม สร้างและควบคุมสภาพ ภูมิอากาศ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ “

นายอีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการ HAARP นี้ ระบุถึงศักยภาพของมันว่า "สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมด ในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบนโลก สามารถเบี่ยงเบนทิศทาง หรือทำลายจรวด และเครื่องบิน สามารถปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ "

การทำงานของอาวุธนี้ อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุแม่เหล็กไฟฟ้าพลังมหาศาล ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศ เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศ และเผาบริเวณนั้นจนร้อน คลายต้มจนหลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ ที่สามารถรับส่งคลื่นได้

จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ก็จะสะท้อนกลับมายังผิวโลก และทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ รวมไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดิน เพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ถ้าเปลือกโลกตรงนั้นมีรอยแยกอยู่เดิม ก็สามารถทำให้แผ่นดินไหวได้ง่าย ถ้าเกิดในทะเล ก็สามารถทำให้เกิดคลืนสึนามิได้

มันยังสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ร่วมกับดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุมกระแสลมกรด ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติ ที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน ความแห้งแล้ง และความหนาวเย็น และ อื่นๆ อีกมาก

พ.ศ.2539 คือปีที่มีหลักฐานยอมรับว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง โดยเอกสารชื่อ "กองทัพอากาศสหรัฐ รหัส 2025" ได้ระบุเป้าหมายในอนาคต ของกองทัพอากาศสหรัฐว่า "การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศ และสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี เป็นไปได้ทั้งเชิงการรุก และรับ หรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู.....”

“ ความสามารถในการทำฝน หมอก และพายุ หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี แบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของศัตรู..."
ก่อนหน้าการประกาศนี้ สหรัฐได้ซุ่มเงียบ ลงทุนพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีการควบคุมดินฟ้าอากาศ มาเป็นเวลาช้านานจนมั่นใจได้ว่าสามารถบรรลุภาระกิจที่ตั้งไว้ได้จริง

ปี 2539 นายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐสมัยนั้น ปาฎกถาเรื่องการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ตอนหนึ่งว่า...การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดา จะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมี และเชื้อโรค และกรรมวิธีทาง “ พลังงานแม่เหล็ก ที่สามารถเปิดรูโหว่ในชั้นโอโซน หรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดได้"

เป็นวิธีการปกติของอิลลูมินาติ ที่จะต้อง “ปั้นเสือให้วัวกลัว” เพื่อจะใช้เงินงบประมาณมหาศาล เพราะผู้ก่อการร้าย คงสามารถค้นคิดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง แต่เขาอาจมีศักยภาพเพียงการลอกเลียน และประยุกต์อาวุธขึ้นจากเทคโนโลยี ที่มีบรรดาประเทศมหาอำนาจได้ค้นคิดพัฒนาและใช้การได้จริงเท่านั้น

พ.ศ.2540 ที่ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี ได้มีการลงนามในอนุสัญญา "การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหาร และการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง" ทั้งนี้นิยามของ "เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ" หมายถึง "เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆ หรืออวกาศ"

พ.ศ.2541 คณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร ของรัสเซีย (ช่วงนั้นรัสเซีย เพิ่งแยกจากสหภาพโซเวียติมาก่อตั้งประเทศยังไม่ถึง 10 ปี) ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป (EU) ว่าจากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูล และอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการ HAARP

คณะกรรมาธิการ ฯ จากรัสเซีย ยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรป ร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม จากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย สหรัฐ เมื่อถูกจับได้จึงประกาศให้โลกรู้แล้วรู้แร่ดไปเลยว่า โครงการ HAARP กำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี พ.ศ. 2549

พ.ศ. 2544 นาย เดนิส คูชินิชได้ วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ ตอน หนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง "....อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่นดิน" เพราะเขาเริ่มระแคะระคาย และมีหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้

พ.ศ.2545 การค้นพบอิทธิพลรังสีแกมม่า เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศได้นี้ของอเมริกา ถูกยืนยันโดยทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสถาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชื่อของโลก พลังงานแม่เหล็ก ก็ส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดได้ด้วย

พ.ศ.2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึง 4 คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซีย (สภาดูม่า) และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 คน ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงาน เสนอต่อประธานาธิบดี ปูติน , องค์กรสหประชาชาติ (UN) , ประเทศสมาชิก , องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ , ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ , องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง และสื่อมวลชนชั้นนำของโลก

เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลก มีมติห้ามสหรัฐ ทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูง HAARP นี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความว่า "ภายใต้โครงการ HAARP สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์ ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง"

"แสนยานุภาพ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคม สู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดา สู่อาวุธนิวเคลียร์" รายงานนี้ ยังระบุอีกว่าสหรัฐ กำลังสร้างอาวุธ HAARP นี้ในพื้นที่สามแห่ง คือ ที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา , กรีนแลนด์ และในประเทศนอร์เวย์ โดยสหรัฐ ได้ทดลองใช้อย่างเต็มตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2546 มาแล้ว....”

รายงานของสภาดูม่าสรุปว่า “ เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวย์ และกรีนแลนด์ แล้ว ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมาย พร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริง ในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก" ปัจจุบันนี้ HARRP มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 6 เครื่อง ได้แก่

อยู่ในอเมริกา 3 เครื่อง , อยู่ในยุโรป 1 เครื่อง , อยู่ในรัสเซีย 1 เครื่อง (รัสเซียก็มีเป็นของตัวเอง) , อยู่ในจีน ไม่แน่ใจในจำนวนเครื่อง เพราะเพิ่งทดลองใช้เมื่อปี 2557 มานี้เอง รูปร่างเครื่องแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ขึ้นกับว่าจะใช้ทำอะไร เช่น ทำแผ่นดินไหว ทำพายุฝน ฯลฯ
----------------------------->

อ่านมาถึงตอนนี้หลายคนคงกำลังช็อค ในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินละเอียดแบบนี้ ว่าเขาใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาบังคับธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางทหารกันเลยหรือ ก็บอกตั้งแต่ตอนก่อนแล้ว ว่ากลุ่มอิลลูมินาติ เขาคิดและทำอะไรได้มากกว่าที่คนทั่วไปรู้อีกมาก

เอกสารทุกอย่างบันทึกไว้ในระบบแล้ว มีองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลก เช่น UN , ระดับรัฐบาล เช่น สภาฯ กรรมาธิการ , สถาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์ในยุโรป ไม่ใช่โครงการที่ลึกลับอะไรมาก เขามีสถานที่ตั้งโครงการตรวจสอบได้ และอเมริกาก็แถลงยอมรับต่อชาวโลกเมื่อ 16 ปีมาแล้ว อย่างเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องที่เต้าข้อมูลขึ้นมาโดยไร้หลักฐานราชการ

รัสเซีย เขารู้อย่างเป็นทางการมา 16 ปีที่แล้ว เขาถึงคิดเทคโนโลยี ที่ทัดเทียมกับอเมริกา มายันกันไว้ และคอยบลาฟเป็นอริกันตลอดมา เพราะทุนนิยมเลือกตั้งประชาธิปไตย คือ มวยฝ่ายแดง แต่อนุรักษ์นิยม (คอมมิวนิสต์เป็นแบบหนึ่งของระบอบนี้) เป็นมวยฝ่ายน้ำเงิน ทั้งคู่ต่างไม่ยอมกัน

มันเหมือนสีดำ กับสีขาว , ความดี กับ ความชั่ว , ที่ฝ่ายใจมืดดำ ก็จะคิดแต่เรื่องร้ายๆ ลองดูคนเสื้อแดง ที่เขาถูกใส่ความคิดครอบงำเรื่องต่างๆ เช่น ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้งเท่านั้น เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ล้มเจ้า หมิ่นเบื้องสูง และยากมาก ถึงไม่ได้เลย ที่จะไปเปลี่ยนความคิดของเสื้อแดง พวกเขาจะหัวรั้น แถ ข้างๆ คูๆ หัวหมอ หัวรุนแรง เห็นแก่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่สนใจเหตุผล ใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเกินตัว เหล่านี้คือส่งที่ กลุ่มอิลลูมินาติ กำหนดครอบงำวิถีชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ โดยเข้าไปซื้อกิจการทั่วโลก เช่น สื่อ TV, บันเทิง, อินเตอร์เน็ต, ข้อมูล, ข่าวสาร, Hollywood, ธุรกิจอาหาร, ยา, การธนาคาร, ทหาร, การเมือง แทบทุกประเทศ และ ธุรกิจทุกประเภท ฯลฯ

เพื่อให้ชาวโลกตกเป็นทาสความคิดของพวกเขา เราก็จะโดนชักจูงได้ง่าย ฝรั่งชาติตะวันตกเขาพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เออออไปกับเขา คิดเองไม่ค่อยเป็น ส่วนมากพวกกลุ่มอิลลูมินาติ จะชักจูงผ่านภาพยนตร์ Hollywood เพื่อให้มนุษย์เกิดความหวาดกลัว, ความโกรธ, ความแค้น, ชิงชัง ในสิ่งที่เขาต้องการ เช่น หลงผิดมองว่าอเมริกาคือฮีโร่ โกรธและแค้นผู้ก่อการร้าย ชิงชังรัสเซีย เกาหลีเหนือ ฯลฯ
และใส่โปรแกรมไปในสมองของคนเสื้อแดงทุกคนว่า คนแดนไกลคือเจ้ามูลเมือง หรือพระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด ปูข้าวเน่าคือเจ้าหญิงล้านนา กฎหมายไทยสองมาตรฐาน มีชนชั้นในสังคมไทย มีไพร่ อำมาตย์ ทำอะไรก็ผิด การโกงไม่ผิดถ้าแบ่งกันบ้าง ฯลฯ เหล่านี้คือส่งที่ กลุ่มอิลลูมินาติ กำหนดให้คิด ผ่านแก็งค์เผาไทย และกลุ่มก่อการร้ายแดง นปช.

ในช่วงหลังปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา ถ้าสังเกตุจะพบว่ามีภัยพิบัติร้ายแรง ที่คนตายนับไม่ถ้วน เพราะ HAARP เมื่อยิงไปจุดไหนบนผิวโลก จะเกิดการแปรปรวนของสภาพอากาศ และธรณีวิทยา เมื่อคลื่นดังกล่าวสั่นสะเทือนบนอากาศ ก็ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนเป็นพายุได้ ที่หลายคนยังจำติดตา คือ การเกิดคลื่นสึนามิ เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 มีคนตายไปหลายแสนคน

- ในอดีตโบราณมนุษย์ใช้หิน ไม้มาทำเป็นอาวุธ และอยู่ตามถ้ำ ไม่มีใครรู้จักปืน

- มนุษย์เคยเชื่อว่าโลกของแบน มีปลาอานนท์พลิกตัวทำให้เกิดแผ่นดินไหว "หลายร้อยปี"

- มนุษย์สมัยสงครามโลกใช้โทรเลข ยังไม่มีใครรู้จักโทรศัพท์มือถือ

- มนุษย์แหงนหน้ามองดวงจันทร์มาหลายพันปี ไม่มีใครรู้ว่าไปดาวอังคารได้

- มนุษย์ไฝ่ฝันจะบินดั่งนกมานาน แต่ไม่รู้จักเครื่องบิน

- มนุษย์ฟังวิทยุกันอยู่นานหลายสิบปี ไม่มีใครรู้จักโทรทัศน์

- มนุษย์เคยมีแต่ระบบ LAN และเว็ปไซต์ ไม่รู้จักเฟสบุ๊ก ไลน์ ทวีตเตอร์

** หลายพัน หลายร้อย หลายสิบปีผ่านไป เมื่อมนุษย์ย้อนหันกลับไปมองสิ่งเหล่านั้น เราพบว่าทฤษฎีหลายอย่าง "ผิด" เพราะเราพบ "สิ่งที่ถูกต้องกว่า" เราเฝ้าถามย้ำกับตัวเราเองว่า สมัยก่อนทำไมเราไม่คิดเสียแต่แรก..คำตอบคือ "เราไม่รู้ว่ามันทำแบบนั้นได้ และเราดูแคลนความคิดคนอื่น "

** ตอนต่อไป ดูเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สามารถบิดเบี้ยวธรรมชาติอื่นๆ ว่ามีอะไรอีกบ้าง ?..แต่ให้ดูภาพประกอบทุกภาพ ตอนนี้ให้ตาค้างไปก่อน !!

@ เสธ น้ำเงิน4
1507851_969076129799944_4970859733342007529_n.jpg
1507851_969076129799944_4970859733342007529_n.jpg (13.09 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

เลิกถูกใจ · ตอบกลับ · 15 · 13 พฤษภาคม เวลา 18:44 น. · มีการแก้ไข

Fang Cm ช่วยส่งเรื่องนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ ไม่มีโอกาสอ่าน Noomamcovet@hotmail.com
ถูกใจ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 20:05 น.

Ruchanee Veerakul ชีวิตคนไม่มีค่าเลยหรือ คิดได้แบบนี้ ภาวนาให้ลูกศรยัอนกลับไปหาเจ้าของเองบ้างเถอะ จะได้รู้สำนึก..***
ถูกใจ · 2 · 13 พฤษภาคม เวลา 20:10 น.

Love Thailand รักในหลวง คุณ Fang Cm ตามลิงค์นี้ไปเลยค่ะ

https://www.facebook.com/topsecretthai/ ... 3395550361
1459271_313062788883755_2323401500895875252_n.jpg
1459271_313062788883755_2323401500895875252_n.jpg (69.8 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

1484713_313062825550418_2474150832886156113_n.jpg
1484713_313062825550418_2474150832886156113_n.jpg (64.61 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

10922457_313063012217066_6830605518281815262_n.jpg
10922457_313063012217066_6830605518281815262_n.jpg (176.46 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

1383745_313062778883756_4544534049488681747_n.jpg
1383745_313062778883756_4544534049488681747_n.jpg (82.34 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

แฉ..ความลับ ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 30 ภาพจากเมื่อ 16 มกราคม — กับ วิชัย ภวไพบูลย์
วันที่ 15 ม.ค.58 ไขปริศนา..เทคโนโลยี HAARP คืออะไร มันจะทำลายโลกไหม ?

หลายคน คงเคยได้ยินคำว่า HAARP ดังนั้นวันนี้จะมาไขปริศนาเจ้าเทคโนโลยีทางทหารลึกลับนี้ ว่ามันคืออะไร มนุษย์ทั่วไปมักเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีต้นตอมาจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล และทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ประกอบกับการปล่อยสาร CFC ที่ทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก จนอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ในวงการวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง กรณีภาวะเรือนกระจก และทฤษฏีโลกร้อน ก็เชื่อกันมาระยะยาวนานพอสมควร ว่าสารสำคัญที่เป็นต้นเหตุ คือ CFC

แต่ต่อมามนุษย์ก็สังเกตว่า ไม่พบรูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก เหนือพื้นที่ที่มีสถิติการปล่อยสาร CFC เป็นจำนวนมาก เช่น เหนือเมืองมหานครใหญ่ และ เขตอุตสาหกรรมต่างๆ แต่รูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก ดันกลับไปเกิดขึ้นยังบริเวณขั้วโลกทั้งสองด้าน ชั้นโอโซนในบริเวณขั้วโลกใต้ มีปริมาณโอโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงราว 10%

ในช่วง 20 ปีมานี้ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่บริเวณผิวพื้นโลก และ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ในชั้นบรรยากาศระดับล่างและกลาง ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นอุณหภูมิที่ผิวพื้นโลกสูงขึ้นจริง แต่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศกลับ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” เพราะหากทฤษฎีโลกร้อนถูกต้อง อุณหภูมิทั้งสองบริเวณนี้ จะต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จึงเป็นการพิสูจน์ว่า ทฤษฎีโลกร้อนที่เชื่อกันมาหลายปีนี้ผิดพลาด

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีแกมม่า) ได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้ว ในช่วงหลังๆ พบว่าปริมาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก ได้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนความถี่และความรุนแรง ท้องฟ้าในบริเวณขั้วโลกเหนือ ที่ปกติมืดมิดตลอดเวลาในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันกลับมีแสงสว่าง (แสงออโรร่า) เกิดขึ้นเป็นประจำ

ขอบฟ้าถูกยกสูงขึ้น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลึกลับนี้ คือต้นเหตุของความวิปริตของสภาพอากาศทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะหลังมานี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซนได้ โลกจะเย็นลง เกิดฝนกรด และการเกิดเมฆหมอกได้

พ.ศ. 2501 - 2531 เป็นเวลา 30 ปี มีการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบ สรุปได้ว่าปฏิกิริยาระหว่างโลก กับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว ที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้นด้วย

มนุษย์ ได้ใช้ประโยชน์จากความถี่เสียงมานานแล้ว เช่น การพูดคุยกัน ที่มีการสั่นสะเทือนของอวัยะในปาก จนคลื่นความถี่ขึ้น และหูก็รับคลื่นความถี่นั้นมาแปลงอีกที่ ก็สามารถสื่อสารกันได้ หากเสียงนั้น เช่น เปิดเพลงดังๆ ลำโพง ก็จะกระแทกออกมา เพราะความสั่นสะเทือนที่มากเกินไปนั้นเอง

เจ้าเครื่อง HAARP (High Frequency Active Auroral Research Program) ก็ใช้หลักการนี้ มันคือ โครงการทดลองยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โครงการสตาร์วอร์” ถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน

โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา "การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม สร้างและควบคุมสภาพ ภูมิอากาศ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ “

นายอีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการ HAARP นี้ ระบุถึงศักยภาพของมันว่า "สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมด ในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบนโลก สามารถเบี่ยงเบนทิศทาง หรือทำลายจรวด และเครื่องบิน สามารถปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ "

การทำงานของอาวุธนี้ อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุแม่เหล็กไฟฟ้าพลังมหาศาล ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศ เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศ และเผาบริเวณนั้นจนร้อน คลายต้มจนหลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ ที่สามารถรับส่งคลื่นได้

จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ก็จะสะท้อนกลับมายังผิวโลก และทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ รวมไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดิน เพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ถ้าเปลือกโลกตรงนั้นมีรอยแยกอยู่เดิม ก็สามารถทำให้แผ่นดินไหวได้ง่าย ถ้าเกิดในทะเล ก็สามารถทำให้เกิดคลืนสึนามิได้

มันยังสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ร่วมกับดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุมกระแสลมกรด ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติ ที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน ความแห้งแล้ง และความหนาวเย็น และ อื่นๆ อีกมาก

พ.ศ.2539 คือปีที่มีหลักฐานยอมรับว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง โดยเอกสารชื่อ "กองทัพอากาศสหรัฐ รหัส 2025" ได้ระบุเป้าหมายในอนาคต ของกองทัพอากาศสหรัฐว่า "การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศ และสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี เป็นไปได้ทั้งเชิงการรุก และรับ หรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู.....”

“ ความสามารถในการทำฝน หมอก และพายุ หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี แบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของศัตรู..."

ก่อนหน้าการประกาศนี้ สหรัฐได้ซุ่มเงียบ ลงทุนพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีการควบคุมดินฟ้าอากาศ มาเป็นเวลาช้านานจนมั่นใจได้ว่าสามารถบรรลุภาระกิจที่ตั้งไว้ได้จริง

ปี 2539 นายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐสมัยนั้น ปาฎกถาเรื่องการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ตอนหนึ่งว่า...การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดา จะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมี และเชื้อโรค และกรรมวิธีทาง “ พลังงานแม่เหล็ก ที่สามารถเปิดรูโหว่ในชั้นโอโซน หรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดได้"

เป็นวิธีการปกติของอิลลูมินาติ ที่จะต้อง “ปั้นเสือให้วัวกลัว” เพื่อจะใช้เงินงบประมาณมหาศาล เพราะผู้ก่อการร้าย คงสามารถค้นคิดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง แต่เขาอาจมีศักยภาพเพียงการลอกเลียน และประยุกต์อาวุธขึ้นจากเทคโนโลยี ที่มีบรรดาประเทศมหาอำนาจได้ค้นคิดพัฒนาและใช้การได้จริงเท่านั้น

พ.ศ.2540 ที่ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี ได้มีการลงนามในอนุสัญญา "การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหาร และการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง" ทั้งนี้นิยามของ "เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ" หมายถึง "เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆ หรืออวกาศ"

พ.ศ.2541 คณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร ของรัสเซีย (ช่วงนั้นรัสเซีย เพิ่งแยกจากสหภาพโซเวียติมาก่อตั้งประเทศยังไม่ถึง 10 ปี) ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป (EU) ว่าจากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูล และอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการ HAARP

คณะกรรมาธิการ ฯ จากรัสเซีย ยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรป ร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม จากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย สหรัฐ เมื่อถูกจับได้จึงประกาศให้โลกรู้แล้วรู้แร่ดไปเลยว่า โครงการ HAARP กำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี พ.ศ. 2549

พ.ศ. 2544 นาย เดนิส คูชินิชได้ วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ ตอน หนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง "....อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่นดิน" เพราะเขาเริ่มระแคะระคาย และมีหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้

พ.ศ.2545 การค้นพบอิทธิพลรังสีแกมม่า เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศได้นี้ของอเมริกา ถูกยืนยันโดยทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสถาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชื่อของโลก พลังงานแม่เหล็ก ก็ส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดได้ด้วย

พ.ศ.2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึง 4 คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซีย (สภาดูม่า) และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 คน ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงาน เสนอต่อประธานาธิบดี ปูติน , องค์กรสหประชาชาติ (UN) , ประเทศสมาชิก , องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ , ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ , องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง และสื่อมวลชนชั้นนำของโลก

เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลก มีมติห้ามสหรัฐ ทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูง HAARP นี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความว่า "ภายใต้โครงการ HAARP สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์ ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง"

"แสนยานุภาพ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคม สู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดา สู่อาวุธนิวเคลียร์" รายงานนี้ ยังระบุอีกว่าสหรัฐ กำลังสร้างอาวุธ HAARP นี้ในพื้นที่สามแห่ง คือ ที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา , กรีนแลนด์ และในประเทศนอร์เวย์ โดยสหรัฐ ได้ทดลองใช้อย่างเต็มตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2546 มาแล้ว....”

รายงานของสภาดูม่าสรุปว่า “ เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวย์ และกรีนแลนด์ แล้ว ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมาย พร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริง ในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก" ปัจจุบันนี้ HARRP มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 6 เครื่อง ได้แก่

อยู่ในอเมริกา 3 เครื่อง , อยู่ในยุโรป 1 เครื่อง , อยู่ในรัสเซีย 1 เครื่อง (รัสเซียก็มีเป็นของตัวเอง) , อยู่ในจีน ไม่แน่ใจในจำนวนเครื่อง เพราะเพิ่งทดลองใช้เมื่อปี 2557 มานี้เอง รูปร่างเครื่องแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ขึ้นกับว่าจะใช้ทำอะไร เช่น ทำแผ่นดินไหว ทำพายุฝน ฯลฯ

----------------------------->
อ่านมาถึงตอนนี้หลายคนคงกำลังช็อค ในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินละเอียดแบบนี้ ว่าเขาใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาบังคับธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางทหารกันเลยหรือ ก็บอกตั้งแต่ตอนก่อนแล้ว ว่ากลุ่มอิลลูมินาติ เขาคิดและทำอะไรได้มากว่าที่คนทั่วไปรู้อีกมาก

เอกสารทุกอย่างบันทึกไว้ในระบบแล้ว มีองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลก เช่น UN , ระดับรัฐบาล เช่น สภาฯ กรรมาธิการ , สถาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์ในยุโรป ไม่ใช่โครงการที่ลึกลับอะไรมาก เขามีสถานที่ตั้งโครงการตรวจสอบได้ และอเมริกาก็แถลงยอมรับต่อชาวโลกเมื่อ 16 ปีมาแล้ว อย่างเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องที่เต้าข้อมูลขึ้นมาโดยไร้หลักฐานราชการ

รัสเซีย เขารู้อย่างเป็นทางการมา 16 ปีที่แล้ว เขาถึงคิดเทคโนโลยี ที่ทัดเทียมกับอเมริกา มายันกันไว้ และคอยบลาฟเป็นอริกันตลอดมา เพราะทุนนิยมเลือกตั้งประชาธิปไตย คือ มวยฝ่ายแดง แต่อนุรักษ์นิยม (คอมมิวนิสต์เป็นแบบหนึ่งของระบอบนี้) เป็นมวยฝ่ายน้ำเงิน ทั้งคู่ต่างไม่ยอมกัน

มันเหมือนสีดำ กับสีขาว , ความดี กับ ความชั่ว , ที่ฝ่ายใจมืดดำ ก็จะคิดแต่เรื่องร้ายๆ ลองดูคนเสื้อแดง ที่เขาถูกใส่ความคิดครอบงำเรื่องต่างๆ เช่น ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้งเท่านั้น เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ล้มเจ้า หมิ่นเบื้องสูง และยากมาก ถึงไม่ได้เลย ที่จะไปเปลี่ยนความคิดของเสื้อแดง พวกเขาจะหัวรั้น แถ ข้างๆ คูๆ

หัวหมอ หัวรุนแรง เห็นแก่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่สนใจเหตุผล ใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเกินตัว เหล่านี้คือส่งที่ กลุ่มอิลลูมินาติ กำหนดครอบงำวิถีชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ โดยเข้าไปซื้อกิจการทั่วโลก เช่น สื่อ TV, บันเทิง, อินเตอร์เน็ต, ข้อมูล, ข่าวสาร, Hollywood, ธุรกิจอาหาร, ยา, การธนาคาร, ทหาร, การเมือง แทบทุกประเทศ และ ธุรกิจทุกประเภท ฯลฯ

เพื่อให้ชาวโลกตกเป็นทาสความคิดของพวกเขา เราก็จะโดนชักจูงได้ง่าย ฝรั่งชาติตะวันตกเขาพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เออออไปกับเขา คิดเองไม่ค่อยเป็น ส่วนมากพวกกลุ่มอิลลูมินาติ จะชักจูงผ่านภาพยนตร์ Hollywood เพื่อให้มนุษย์เกิดความหวาดกลัว, ความโกรธ, ความแค้น, ชิงชัง ในสิ่งที่เขาต้องการ เช่น หลงผิดมองว่าอเมริกาคือฮีโร่ โกรธและแค้นผู้ก่อการร้าย ชิงชังรัสเซีย เกาหลีเหนือ ฯลฯ

และใส่โปรแกรมไปในสมองของคนเสื้อแดงทุกคนว่า คนแดนไกลคือเจ้ามูลเมือง หรือพระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด ปูข้าวเน่าคือเจ้าหญิงล้านนา กฎหมายไทยสองมาตรฐาน มีชนชั้นในสังคมไทย มีไพร่ อำมาตย์ ทำอะไรก็ผิด การโกงไม่ผิดถ้าแบ่งกันบ้าง ฯลฯ เหล่านี้คือส่งที่ กลุ่มอิลลูมินาติ กำหนดให้คิด ผ่านแก็งค์เผาไทย และกลุ่มก่อการร้ายแดง นปช.

ในช่วงหลังปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา ถ้าสังเกตุจะพบว่ามีภัยพิบัติร้ายแรง ที่คนตายนับไม่ถ้วน เพราะ HAARP เมื่อยิงไปจุดไหนบนผิวโลก จะเกิดการแปรปรวนของสภาพอากาศ และธรณีวิทยา เมื่อคลื่นดังกล่าวสั่นสะเทือนบนอากาศ ก็ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนเป็นพายุได้ ที่หลายคนยังจำติดตา คือ การเกิดคลื่นสึนามิ เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 มีคนตายไปหลายแสนคน

- ในอดีตโบราณมนุษย์ใช้หิน ไม้มาทำเป็นอาวุธ และอยู่ตามถ้ำ ไม่มีใครรู้จักปืน
- มนุษย์เคยเชื่อว่าโลกของแบน มีปลาอานนท์พลิกตัวทำให้เกิดแผ่นดินไหว "หลายร้อยปี"
- มนุษย์สมัยสงครามโลกใช้โทรเลข ยังไม่มีใครรู้จักโทรศัพท์มือถือ
- มนุษย์แหงนหน้ามองดวงจันทร์มาหลายพันปี ไม่มีใครรู้ว่าไปดาวอังคารได้
- มนุษย์ไฝ่ฝันจะบินดั่งนกมานาน แต่ไม่รู้จักเครื่องบิน
- มนุษย์ฟังวิทยุกันอยู่นานหลายสิบปี ไม่มีใครรู้จักโทรทัศน์
- มนุษย์เคยมีแต่ระบบ LAN และเว็ปไซต์ ไม่รู้จักเฟสบุ๊ก ไลน์ ทวีตเตอร์

** หลายพัน หลายร้อย หลายสิบปีผ่านไป เมื่อมนุษย์ย้อนหันกลับไปมองสิ่งเหล่านั้น เราพบว่าทฤษฎีหลายอย่าง "ผิด" เพราะเราพบ "สิ่งที่ถูกต้องกว่า" เราเฝ้าถามย้ำกับตัวเราเองว่า สมัยก่อนทำไมเราไม่คิดเสียแต่แรก..คำตอบคือ "เราไม่รู้ว่ามันทำแบบนั้นได้ และเราดูแคลนความคิดคนอื่น "

** ตอนต่อไป ดูเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สามารถบิดเบี้ยวธรรมชาติอื่นๆ ว่ามีอะไรอีกบ้าง ?..แต่ให้ดูภาพประกอบทุกภาพ ตอนนี้ให้ตาค้างไปก่อน !!

@ เสธ น้ำเงิน4 : กดปุ่ม “ติดตาม” ด้านบนเพจ เพื่อรับข่าวครั้งต่อไป
http://www.facebook.com/topsecretthai

"กติกา" โปรดงดความเห็นในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในตอนนี้, งดนำข่าวลือเขาว่ามา , คำหยาบ , ป่วน , งดลิ้งใดๆ ทุกชนิด , งดข้อความจากแหล่งอื่น , งดภาพ , การให้ร้ายดูหมิ่นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาบล็อกเข้าเพจนี้..สามารถติดตามข่าวสั้นคลิ๊กที่ http://www.facebook.com/thailandcoup

ถูกใจ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 20:13 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Chantira Beverley
กลัว!!!!! นางนี้กำลังจะมา>>ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำแคมเปญโทรอวยพรคุณแม่ผู้โชคดี

วันที่ 10 พฤษภาคมนี้จะเป็นวันแม่สากล มีแคมเปญออกมามากมายเพื่อให้ลูกๆทั่วโลกได้หาซื้อของขวัญสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความประทับใจให้แม่ของตนเอง แต่แคมเปญที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด ก็คือแคมเปญของฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คลินตันไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้ในการหาเสียง โดยการประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าในวันแม่นี้ เธอจะโทรไปเซอร์ไพรซ์วันแม่ให้กับประชาชนคนหนึ่งฟรี เพียงแต่ให้ผู้มีสนใจ ส่งชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรศัพท์มาเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และหากคุณโชคดี ในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งผู้อาจกลายเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ก็จะโทรไปอวยพรวันแม่กับแม่คุณถึงที่บ้าน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 300,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของการเชิญฮิลลารี คลินตัน ไปพูดในงานใดงานหนึ่ง

แคมเปญนี้อาจจะเป็นแคมเปญเล็กๆที่สร้งสีสันก่อนการเลือกตั้ง แต่ในทางกลับกัน ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าคลินตันกำลังฉวยโอกาสเอาวันแม่ ซึ่งเป็นวันพิเศษของครอบครัว มาใช้สร้างโอกาสทางการเมืองของตนเอง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 12 · 13 พฤษภาคม เวลา 12:13 น.

Chern Rayong เธอเปนผู้ได้รับเลือกให้ skyfall ลงมาlเพื่อทำลายโลกคับ เดือนนี้ คงเปนการเปิดตัว ครั้งเเรกเเล้วสินะคับ
ถูกใจ · 4 · 13 พฤษภาคม เวลา 14:56 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Witt Chang
11046270_968129676532818_143197452291358574_n.jpg
11046270_968129676532818_143197452291358574_n.jpg (17.69 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 26 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:59 น.

Veerawat Tomee ประชาธิปไตย!? เสรีนิยม!? โถ่ไอ้สัต-์ !!
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:43 น.

Pachara Ek ใจเย็นครับท่านวี ปล ถ้าใจเย็นแล้วสนใจแปลนิยายต่อไหมฮะ555
ถูกใจ · 13 พฤษภาคม เวลา 12:50 น.

Veerawat Tomee ว่างงานค่อยทำต่อหลังๆไม่ว่างเลยดอง
ถูกใจ · 13 พฤษภาคม เวลา 12:59 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



พงษ์เทพ จริงใจ เมกาไม่รบเองอยุ่แล้ว ตอนนี้กำลังยุให้ ยุน-ปิน-เวียด อาจจะรวมมาเลด้วย จับมือกัน รบกับจีน เรื่องยุให้คนทะเลาะกันเป็นงานถนัดของเมกาอยู่แล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 13 พฤษภาคม เวลา 17:19 น.

Ruchanee Veerakul จริงๆๆ *** เราต้องคิดให้เป็น อย่าหลงให้ถูกหลอกใช้***
ถูกใจ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 17:48 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Witt Chang จากต่างพรรค ใครจะมา ก็ไม่แตกต่างกันครับ เชื่อแบบนั้นจริงๆ...การเมืองมีรูปแบบที่เหมือนกันทุกประเทศ ...เชื่อแบบนั้นจริงๆครับ
10525784_968144529864666_4844562751374258167_n.jpg
10525784_968144529864666_4844562751374258167_n.jpg (17.27 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 16 · 13 พฤษภาคม เวลา 12:18 น.

Chaw Nivatpumin
เสียวครับ คิดถึงตอนสงครามโลกครั้งที่แล้ว เหตุการญ์เพิลฮาเบอร์ เห็นภาพอาบะกอดนายโอ เหมือนกระซิบพูดอะไร เอามันก่อนแบบเราดีไหม?
ในสงครามเวียตนาม เมกาตายเป็นหม์่น เวียตนามตายเป็นล้าน ผลคือเมกาถอนทหารกลับบ้าน
ตอนนี้เมกาหาทหารกล้าออกรบยาก พวกเพนตากอนได้แต่พูด เมกามุ่งจะใช้จรวจ หุ้นเครื่องบินไร้คนขับเผด็จศึก
บังเอิญจีนดื้อ ขณะตอนสงครามเกาหลี จีนไม่มียุทโธปกรณ์ทันสมัยสักอย่าง ยังไม่กลัว

คงได้เห็นแผ่นที่ถูกเขียนใหม่ และพระเจ้ายุ่งแน่
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 13 พฤษภาคม เวลา 15:37 น. · มีการแก้ไข

Viboul Kongpromsuk จีนคงไม่รบด้วยเพราะยังไม่มั่นใจว่ารบแล้วจะชนะ คงผ่อนหนักผ่อนเบา หลบๆ ชนๆ ไปก่อน สหรัฐกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ และรู้ตัวดี ก็คงต้องหาเรื่องไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ไปยั่วยุอิหร่านอยู่
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 13 พฤษภาคม เวลา 18:40 น.

Chapadorn Jhanhom ประเทศเสรีนิยม
เสรินิยมได้ทุกอย่าง ภายใต้อำนาจจักรวรรดิ ฮา
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 13 พฤษภาคม เวลา 14:49 น. · มีการแก้ไข

Adisak Menaa ไม่มีใครเป็นหนึ่งได้ตลอดกาล
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:53 น.

Nunta Sookpaibool สุดท้ายก็ไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจตัวจริงเพราะมันมีคนสั่งซ้ายหันขวาหันอยู่เบื้องหลังผู้นำประเทศ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 14:56 น.

Witt Chang
11151020_968144566531329_5242006641948959036_n.jpg
11151020_968144566531329_5242006641948959036_n.jpg (20.94 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 13 พฤษภาคม เวลา 12:18 น.

Suneewan Pensook หลักนิยมหรือ "หลักความเห็นแก่ตัว"ของเมกากันแน่
ยึดหลักนี้ไม่มีวันโลกสงบสุข
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤษภาคม เวลา 4:51 น.

Chantana Kokubo ดูจากข่าวอัลจาซีร่า สหรัฐฯ กำลังจะยกเลิกแซงชั่นรัสเซีย จริงหรือเปล่า
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:54 น.

Berd Jst หรือจีนจงใจหย่อนเบี้ยเอาใว้ให้มีปัญหา ถือเป็นการซ้อมรบดูการเลือกข้าง ใครจะขยับ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ถอย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 16:09 น.

เบ้ คุง คุ้ง เจ้าหน้าที่เนปาลพบเฮลิคอปเตอร์ทหารของสหรัฐที่สูญหายไประหว่างปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเนปาลแล้ว แต่ยังไม่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของเฮลิคอปเตอร์ >>>>>> เกี่ยวข้องกันมั๊ยน้อออออ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 13 พฤษภาคม เวลา 20:06 น.

เบ้ คุง คุ้ง http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=65514...

จนท.พบเฮลิคอปเตอร์สหรัฐที่ขาดการติดต่อแล้ว
ศูนย์ฉุกเฉินในเนปาลระบุพบเฮลิคอปเตอร์ท...
TNNTHAILAND.COM|โดย TNN24 : THAI NEWS NETWORK (TNN) CO., LTD.
ถูกใจ · 13 พฤษภาคม เวลา 20:06 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Wasana Sriprasit อย่างนี้เทวดาก็ตกงานอะดิ ล้อเล่น ขำ ขำ ขอบคุณ Love Thailand รักในหลวง ได้ความรู้มากเลย พวกนี้คิดทำลายโลกกันแล้ว เราก็คิดทำดีก็แล้วกันเผื่อจะชนะมันบ้าง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤษภาคม เวลา 7:36 น.

Tor Rojwilawan มีใครไปเยือนปูตินป่าว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤษภาคม เวลา 19:36 น.

Witt Chang
11112974_968130599866059_1229672461186207993_n.jpg
11112974_968130599866059_1229672461186207993_n.jpg (12.84 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:06 น.

Dara Geza http://thediplomat.com/.../japan-philip ... -first.../

Japan, Philippines Hold First South China Sea Naval Exercises
The two strategic partners take another step...
THEDIPLOMAT.COM|โดย PRASHANTH PARAMESWARAN, THE DIPLOMAT
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:51 น.

Dara Geza http://www.bloomberg.com/.../australia- ... a-not-to...

Australia Urges China Not to Create South China Sea Air...
BLOOMBERG.COM
ถูกใจ · 2 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:02 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Dara Geza http://rt.com/news/257765-china-military-us-report/

​'Ditch Cold War mentality': China hits back at US DoD report
Beijing has voiced “strong opposition” to a...
RT.COM
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:53 น.

Dara Geza https://www.defencetalk.com/china-says- ... on-its.../

China says US report on its military ‘distorts facts’ | Defense & Security...
DEFENCETALK.COM
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:56 น.

Dara Geza http://thediplomat.com/.../will-beijing ... -42000.../

Will Beijing Deploy 42,000 Drones to Secure the South...
THEDIPLOMAT.COM|โดย FRANZ-STEFAN GADY, THE DIPLOMAT
ถูกใจ · 2 · 13 พฤษภาคม เวลา 11:01 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Dara Geza http://foxtrotalpha.jalopnik.com/navy-h ... ./+pgeorge

Navy Hornets Mock-Dogfight With Malaysian Flankers In South China...
FOXTROTALPHA.JALOPNIK.COM|โดย TYLER ROGOWAY
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:51 น.

Dara Geza เยอะไปละ โพลเพลิน หนูหยุดละค่ะ
ถูกใจ · 13 พฤษภาคม เวลา 11:03 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Dara Geza http://online.wsj.com/.../u-s-military- ... hallenge...

U.S. Military Proposes Challenge to China Sea Claims
The military is considering ways to directly...
WSJ.COM|โดย ADAM ENTOUS, GORDON LUBOLD AND JULIAN E. BARNES
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 13 พฤษภาคม เวลา 10:58 น.
1507851_969076129799944_4970859733342007529_n.jpg
1507851_969076129799944_4970859733342007529_n.jpg (13.09 KiB) เปิดดู 306 ครั้ง