21. เงินดี vs เงินเลว (Good Money vs Bad Money)

ภาวะเงินเฟ้อถดถอย (เงินเฟ้อติดลบ) ได้จู่โจมประเทศไทยเป็นเวลา 5 เดือนติดกันแล้ว ในไตรมาสแรกของปีนี้ เงินเฟ้อติดลบ 0.5% ในเดือนเมษายนสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น โดยมีเงินเฟ้อติดลบ 1.04%
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13234
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

21. เงินดี vs เงินเลว (Good Money vs Bad Money)

โพสต์โดย admin » อังคาร 09 มิ.ย. 2015 10:49 pm

21. เงินดี vs เงินเลว (Good Money vs Bad Money)

11168126_359326340930413_1849909952332849642_n.jpg
11168126_359326340930413_1849909952332849642_n.jpg (29.88 KiB) เปิดดู 1773 ครั้ง

มันจะกระไรอยู่ถ้าเขียนเรื่อง good money, bad moneyแล้วไม่เอ่ยถึง Sir Thomas Gresham (1519 – 1579) พ่อค้าและนักการเงินชาวอังกฤษ ซึ่งทำงานให้กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่6ของอังกฤษ พระราชินีแมรี่ที่ 1และพระราชินีเอลิซาเบธที่1
Gresham พูดประโยคเด็ดเอาไว้ว่า "Bad money drives out good" หรือเงินเลวไล่เงินดีออกไป จนกลายเป็นกฎทางการเงินและเศรษฐศาสตร์ไปเลย หรือรู้จักกันดีว่าGresham's law
Gresham's lawกล่าวเอาไว้ว่า: "เมื่อรัฐบาลสร้างเงินอย่างหนึ่งให้มีค่าสูงกว่าความเป็นจริง และสร้างเงินอีกอย่างหนึ่งให้มีค่าต่ำกว่าความเป็นจริง เงินที่มีค่าต่ำกว่าความเป็นจริงจะหายออกจากประเทศ หรือถูกนำออกจากการหมุนเวียนในระบบเอาไปกักตุน ส่วนเงินที่มีค่าสูงกว่าความเป็นจริงจะหลั่งไหลเข้าไปในระบบ"
ในสมัยก่อนเงินทำด้วยเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือโลหะชนิดอื่นๆ ทำให้เงินมีค่า พอเวลาเปลี่ยนไป ปริมาณโลหะที่อยู่ในเหรียญจะลดน้อยลง เพราะว่าโลหะมีค่ามากกว่าเหรียญที่ถูกหล่อออกมาเป็นเงิน เมื่อเป็นเช่นนั้น คนจะเก็บเหรียญเก่าที่มีปริมาณโลหะมากกว่า แล้วใช้แต่เหรียญใหม่แทนเพราะว่ามีปริมาณโลหะน้อยกว่าค่าของเงินที่ตีตราบนเหรียญ เหรียญเก่าที่เก็บไปจะถูกเอาไปหลอมใหม่เพื่อขายโลหะได้ราคาสูงขึ้น
ปริมาณโลหะในเหรียญที่ลดน้อยลงคือเงินเฟ้อนั้นเอง เพราะว่ารัฐบาลมักจะมีการใช้จ่ายเกินตัว ต้องปั๊มเหรียญออกมามากเพื่อใช้จ่ายในงบประมาณ ในเมื่อโลหะหายากหรือมีจำกัด จึงลดปริมาณโลหะ แต่ยังคงมูลค่าเดิมตามที่ตีตราบนเหรียญเอาไว้ แต่ประชาชนฉลาด จะหยุดใช้เหรียญเก่าที่มีปริมาณโลหะมาก และใช้เหรียญใหม่อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้เอง จึงนำGreshamไปสู่คำกล่าวว่าเงินเลวไล่เงินดีออกไปหมด
หลายปีมาแล้ว จำได้ว่าคนไทยที่ไปยุโรปเล่าให้ฟังว่าเหรียญ10บาทไทย ใช้แทนเหรียญ1ยูโรได้เวลาเอาไปหยอดตู้ซื้อของ หรือตู้โทรศัพย์ 1ยูโรมีค่าเท่ากับ40กว่าบาท ทำให้คนไทยหัวใสเก็บเงินเหรียญยูโรและเอาเหรียญ10บาทไปหยอดแทน ได้กำไรอื้อซ่า ส่ยนเจ้าของตู้ยอดเหรียญเปิดมาเจอแต่เงินบาท คงลมแทบจับ นี้ก็เข้ากฎของGreshamเหมือนกัน
ในสมัยปัจจุบัน เศรษฐกิจมีบูมมีล่มสลายจากระบบธนาคารกลางที่เพิ่มปริมาณเงินมาก เพื่อหนุนระบบเครดิตของธนาคารและตลาดการเงิน ทำให้เกิดเงินเฟ้อ คนที่ถือเงินไม่สบายใจที่ค่าเงินลด จึงหันไปถือทรัพย์สินอย่างอื่นแทนเช่นทอง หรือเงิน หรืออสังหาริมทรัพย์ เงินกระดาษจึงเป็นbad moneyที่ไล่ทองที่ถือว่าเป็นgood moneyให้หายจากระบบได้
มีข่าวว่า ตอนนี้จะซื้อเหรียญทองในร้านขายปลีกในยุโรปลำบากมาก เพราะว่าเงินยูโรกำลังเป็นbad moneyที่คนยุโรปทิ้งเพื่อไปถือทองหรือทรัพย์สินอย่างอื่นดีกว่า ทำให้เหรียญทองขาดตลาดหรือหายไปจากตลาด
500กว่าปีผ่านไป กฎของGrashamยังใช้ได้ดี เพราะว่าเรื่องเงินๆทองๆ ไม่เข้าใครออกใคร
thanong
9/6/2015
http://www.investopedia.com/terms/g/greshams-law.asp
https://www.dollarvigilante.com/blog/20 ... urope.html

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 13/?type=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13234
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: 21. เงินดี vs เงินเลว (Good Money vs Bad Money)

โพสต์โดย admin » อังคาร 16 มิ.ย. 2015 7:21 pm

Chompunoot Morachat เหมือน bad people drive out good ไหมคะท่านอาจารย์ ทุกวันนี้ คนเลวเยอะมาก ไล่คนดีหนี (ไปกบดาน/ปลีกวิเวก) เกือบหมดแล้ว...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 33 · 9 มิถุนายน เวลา 21:08 น.

Thanong Fanclub Bad people make good people shine.
ดูคำแปล
ถูกใจ · 47 · 9 มิถุนายน เวลา 21:11 น.

Rahtgarn Paunpimon ตอนนี้คนเก็บทองและหยวนแต่เอาดอลล่าร์เลวๆออกมาใช้ แถมกู้ดอลล่าร์เงินในอนาคตมาใช้ก่อนเพราะรู้ว่าในอนาคตมันจะไร้ค่าจะได้ใช้คืนในราคาถูกๆในอนาคต

นักธุรกิจไทยบางคนLeverageเอาเงินดอลล่าร์มา9เท่าของมูลค่ากิจการหวังว่าใช้คืนตอนที่ดอลล่าร์ล่มหลาย มันจึงเหมือนได้มาฟรีๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 · 9 มิถุนายน เวลา 21:36 น.

Mint Wang เสี่ยงนะครับเล่นแบบนี้ เมกาอิทธิฤทธิ์เยอะ ฆ่ายาก กว่าจะตาย บางทีเราจะแย่ซะก่อน เหอะๆ
ถูกใจ · 3 · 10 มิถุนายน เวลา 7:51 น.

Bankkok Dangeros อย่ามั่นใจในหยวนมากครับ ... ดูจากปริมาณเงินหยวนที่จีนอัดเข้ามาในระบบโลกแล้ว เหมือนจีนก็พิมพ์ หยวนกงเต๊กออกมาไม่อั้น เหมือนที่อเมริกาทำอยู่เช่นกันครับ เพียงแต่อเมริกามันต้องขายพันธบัตรให้เฟด จึงได้เงินดอลลาร์ออกมา แต่กับรัฐบาลจีน พิมพ์หยวนลอยๆ ขึ้นมาได้เลย โดยไม่ต้องออกพันธบัตรเพื่อออกขายให้แก่ใครเลยนะครับ
ถูกใจ · 9 · 10 มิถุนายน เวลา 8:27 น.

Mint Wang มีข่าวแบงค์ชาติอินโด สู้ค่าเงินจนหมดคลัง ลอยค่าเงินแล้ว สรุปโดนถล่มค่าเงินแล้ว ยังคิดว่าในเอเซียจะโดนถล่มพร้อมๆกันหรือเปล่าเนี่ย***
ถูกใจ · 10 · 10 มิถุนายน เวลา 8:34 น.

Bankkok Dangeros "สู้ค่าเงินจนหมดคลัง ลอยค่าเงินแล้ว" ---> ประเทศไทยเราลอยตัวค่าเงินบาท เพราะวิกฤตต้มยำกุ้งไปตั้งแต่ปี 2540 แล้วนี่ครับคุณ Mint Wang
ถูกใจ · 3 · 10 มิถุนายน เวลา 8:48 น.

Mint Wang ไปอ่านเพจคุณปีเตอร์ แซ่โซวมาครับ มีทั้งข่าวใหม่+เก่า อยู่รวมกัน ไม่รู้เราเข้าใจผิดหรือเปล่า ขอโทษนะครับ ถ้าผิด**555
ถูกใจ · 2 · 10 มิถุนายน เวลา 9:13 น.

Anwarsadat Live ผมก็ไม่อยากให้ไว้ใจหยวนมากนักครับ เพราะการที่จะตีดอลล่าร์ให้แตกได้ ก็ต้องใช้ bad more money มาไล่ดอลล่าร์ออกไปจากระบบ คือต้อง Bad กว่าดอลล่าร์มากๆ แปลว่า ถ้าหยวนไล่ดอลล่าร์ออกไปได้ หยวนจะมีอายุสั้นมากที่จะครองระบบ .. หรือเค้าตั้งใจกันมาอย่างนั้น !
ถูกใจ · 2 · 10 มิถุนายน เวลา 11:28 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



Tee Boonvipas ขอบคุณครับครูที่ช่วยอธิบายเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 9 มิถุนายน เวลา 22:46 น.

Love Thailand รักในหลวง เดาซิว่ามีกี่ประเทศในโลกที่ไม่มีธนาคารกลาง ?

Guess How Many Nations In The World Do Not Have A Central Bank?

ธนาคารกลางควบคุมทั้งโลกอย่างแท้จริง

ณ จุดนี้ มีเพียงประเทศหลักประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีธนาคารกลางคือประเทศเกาหลีเหนือ

มีบางประเทศเป็นเกาะเล็กๆเช่น สหพันธรัฐไมโครนีเซีย ที่ไม่มีธนาคารกลาง แต่ถึงแม้ว่าคุณจะนับเข้ามาด้วย มากกว่า 99.9 % ของประชากรในโลกก็ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศที่มีธนาคารกลาง มันเกิดขึ้นเช่นนี้ได้อย่างไร ? อะไรที่ทำให้ทั้งโลกตกลงเห็นว่าธนาคารกลางเป็นระบบที่ดีที่สุด ? คนทั้งโลกนี้เต็มใจที่จะเลือกเช่นนี้หรือไม่ ? ไม่ใช่แน่นอน เท่าที่รู้ไม่มีเสียงโหวตแม้แต่เสียงเดียวของคนประเทศไหนเต็มใจที่จะเลือกให้จัดตั้งธนาคารกลางขึ้นมา แต่แทนที่กันสิ่งที่เกิดขึ้นคือธนาคารกลางได้ถูกบังคับใช้กับเราทุกคน. ทั่วโลก ประชาชนได้รับการบอกว่าปัญหาทางการเงินเป็น “ สิ่งที่สำคัญเกินไป ” ที่จะขึ้นกับการเมือง และการแก้ปัญหามีทางเดียวคือการจัดตั้งกลุ่มที่ไม่ต้องมีการเลือกตั้งขึ้นมา, นายธนาคารที่ไม่ต้องรับผิดชอบมาควบคุมสิ่งต่างๆเหล่านั้นสำหรับเรา.

แล้วอย่างแน่นอน ธนาคารกลางทำอะไร ?
คุณจะประหลาดใจว่ามีคนเพียงไม่มากที่สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้องจริงๆ ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่วิกิพีเดียอธิบายว่าธนาคารกลางทำอะไร…

ธนาคารกลาง, ธนาคารสำรองกลาง, หรือ ธนาคารกลางเกี่ยวกับเงินตรา เป็นสถาบันที่ดำเนินการทางด้านการเงินของประเทศ อุปทานของเงิน และ อัตราดอกเบี้ย. ธนาคารกลางยังดูแลระบบธนาคารพาณิชย์ของประเทศของตนด้วย ในทางตรงกันข้ามกับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกลางจะผูกขาดในการเพิ่มฐานการเงินในประเทศ และพิมพ์สกุลเงินประจำชาติซึ่งจะเป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตัวอย่าง ได้แก่ ธนาคารกลางสหภาพยุโรป ( ECB ), ธนาคารกลางอังกฤษ, ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา
( FED ), และ ธนาคารกลางจีน

ในสหรัฐอเมริกาเราถูกบอกว่าเรามีระบบตลาดเสรี แต่ในระบบตลาดเสรีที่แท้จริงกลไกตลาดจะเป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยว่าเป็นเท่าไหร่ เราไม่ต้องการใครมา “ กำหนดอัตราดอกเบี้ย ” สำหรับเรา

และทำไมเราต้องให้กลุ่มธุรกิจธนาคารเอกชน ( ธนาคารกลางสหรัฐ ) มีอำนาจในการสร้างและจัดการอุปทานเงินของเรา ? รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกามอบหมายอำนาจนั้นให้กับรัฐสภา

มันไม่ได้เป็นราวกับว่าเราต้องการธนาคารกลางสหรัฐอย่างแท้จริง. ในความเป็นจริงช่วงเวลาที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐจะถูกจัดตั้งขึ้น.

เป็นที่น่าเสียดายที่น้อยกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ผู้นำของเราตัดสินใจว่ามันจะเป็นการดีที่สุดที่จะส่งอนาคตทางการเงินของเราให้กับกลุ่มธุรกิจธนาคารเอกชนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ที่ถูกออกแบบโดยผลประโยชน์ของวอลล์สตรีทที่มีอิทธิพลอย่างมาก ตั้งแต่นั้นมา ค่าของสกุลเงินของเราได้ลดลงมากกว่า 96 เปอร์เซ็นต์และหนี้ของชาติก็มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่า 5000 เท่า

แต่แม้จะมีปัญหาทั้งหมด, ส่วนใหญ่ของพรรคเดโมแครตและส่วนใหญ่ของพรรครีพับลิกันไม่แม้กระทั่งยินดีที่จะพิจารณาลดทอนอำนาจอันยิ่งใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐ และความคิดของการกำจัดธนาคารกลางสหรัฐ ( FED ) ด้วยประการทั้งปวงเท่ากับเป็นการดูถูกสบประมาทนักการเมืองส่วนใหญ่ของเรา

แน่นอนสิ่งที่เหมือนกันนี้เป็นความจริงไปทั่วโลก ธนาคารกลางเป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้อย่างแท้จริงในโลกสมัยใหม่ แม้กระทั่งว่าทุกๆคนสามารถเห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไร ไม่เคยมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ประสบผลสำเร็จแม้แต่เพียงแห่งเดียวที่ใดบนโลกที่จะปิดธนาคารกลางลงได้.

แทนที่อย่างนั้น ในปีที่ผ่านๆมาเราได้เห็นถึงธนาคารกลางยังคงขยายไปอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างเช่น ลองมองสิ่งที่เกิดขึ้นในบางประเทศที่ไม่ได้รับการพิจารณาว่าได้รับการ “ บูรณาการ ” เข้าสู่ประชาคมโลก ….

- ในปี 2001, สหรัฐอเมริกาบุกรุกอาฟกานิสถาน. ในปี 2003 ธนาคาร ดา อัฟกานิสถาน ( Da Afghanistan Bank ) ถูกก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบัญญัติ ตอนนี้อัฟกานิสถานมีธนาคารกลางที่ทันสมัยเหมือนกับพวกเรา

- ในปี 2003, สหรัฐอเมริกาบุกรุกอิรัก ในต้นปี 2004, ธนาคารกลางของอิรักถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการสกุลเงินของอิรักและบูรณาการอิรักเข้าสู่ระบบทางการเงินของโลก

หลังจากการขับ ซัดดัม ฮุสเซน ลงจากอำนาจในการบุกรุกอิรักในปี 2003, สภาการปกครองอิรัก และ สำนักงานเพื่อการบูรณะและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เริ่มพิมพ์ธนบัตรดีนาร์ซัดดัมเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรักษาอุปทานเงินจนกว่าสกุลเงินใหม่จะถูกนำมาใช้

กฎหมายธนาคารถูกตราขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2003 กฏหมายนำให้กรอบการใช้กฎหมายของอิรักสำหรับธนาคารสอดคล้องกับมาตรฐานสากล, และพยายามส่งเสริมความเชื่อมั่นในระบบธนาคารโดยการสร้าง ความปลอดภัย, เสียง, การแข่งขัน และ ความสามารถในการเข้าถึงระบบธนาคารได้ง่าย.

ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2003 และวันที่ 15 มกราคม 2004, คณะบริหารประเทศชั่วคราวได้ออกธนบัตรและเหรียญดีนาร์ของอิรักใหม่, ด้วยธนบัตรที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ป้องกันการปลอมแปลง, เพื่อสร้างสกุลเงินร่วมแบบเดียวที่ใช้ทั่วทั้งประเทศอิรักและจะทำให้เงินมีความสะดวกมากขึ้นในการใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนอิรักด้วย. ธนบัตรเก่าถูกนำมาเปลี่ยนเป็นธนบัตรใหม่ได้ด้วยอัตราที่เท่ากัน, ยกเว้นสำหรับเงินดีนาร์สวิส, ซึ่งถูกนำมาเปลี่ยนได้ที่อัตรา 150 ดีนาร์ใหม่ต่อหนึ่งดีนาร์สวิส.

ธนาคารกลางอิรักถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะเป็นธนาคารกลางอิสระของอิรักโดยกฏหมายธนาคารกลางของอิรักเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2004

- ในปี 2011 สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดสร้างความหวาดกลัวให้กับลิเบีย ก่อนมูอัมมาร์ กัดดาฟี ถูกโค่นอำนาจ สหรัฐฯช่วยกบฏก่อตั้งธนาคารกลางลิเบียและสร้างบริษัทน้ำมันแห่งชาติใหม่

ธนาคารกลางถูกออกแบบมาโดยเฉพาะให้เป็นกับดักของชาติอยู่ในวงจรหนี้ซึ่งพวกเขาไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหลบหนี วันนี้หนี้ต่อจีดีพีสำหรับทั้งโลกมีจำนวนสูงมากเป็นประวัติการณ์ที่ 286 เปอร์เซ็นต์ มนุษยชาติถูกทำให้เป็นทาสด้วยเครื่องจักรหนี้ตลอดกาล, แต่ประชาชนส่วนมากไม่แม้กระทั่งจะตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

มันเป็นเวลาที่จะต้องตื่นขึ้นได้แล้ว เราต้องให้การศึกษาผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับว่าทำไมเราต้องกำจัดธนาคารกลางออกไป สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา บทความก่อนหน้านี้ของผมมีชื่อว่า “ ในงานฉลองครบรอบ 100 ปีของธนาคารกลางสหรัฐ ( FED ) นี่เป็น 100 เหตุผลที่จะปิดมันลงตลอดกาล ” เป็นจุดที่ดีในการเริ่มต้น ในประเทศอื่นๆ เราต้องการคนที่เขียนบทความแบบเดียวกันเกี่ยวกับธนาคารกลางของประเทศตัวเองในภาษาของประเทศตัวเอง

อีลิทของโลกควบคุมเราเพราะว่าเราอนุญาตให้พวกเขาควบคุมเรา ระบบการสร้างหนี้ตลอดกาลสร้างความรวยอย่างมหาศาลให้กับพวกเขาขณะที่มันทำให้ส่วนที่เหลือของโลกกลายเป็นทาส เราต้องเปิดโปงความชั่วร้ายของพวกเขาและแผนปฏิบัติการด้านมืดเบื้องหลังมันขณะที่เรายังคงมีเวลาอยู่.

http://www.prisonplanet.com/guess-how-m ... s-in-the...

Michael Snyder
Economic Collapse
June 9, 2015

Guess How Many Nations In The World Do Not Have A Central Bank?
<​b>Michael Snyder <​/b>| Central banking...
PRISONPLANET.COM
ถูกใจ · ตอบกลับ · 15 · 10 มิถุนายน เวลา 11:26 น. · มีการแก้ไข

โช กุน กราบขอบพระคุณที่ให้ความรู้ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 มิถุนายน เวลา 10:45 น.

Sitti Mathubphong วิธีพับเสื้อตัวละหลายบาท
รูปภาพของ Sitti Mathubphong
ถูกใจ · ตอบกลับ · 9 · 9 มิถุนายน เวลา 21:13 น.

Witt Chang ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 10 มิถุนายน เวลา 10:01 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน