10. วาระโลกใหม่ของปีเสียงแตร (Year of Jubilee)

กลางเดือนกันยายน ปี2015 อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ชี้เป็นชี้ตายของโลกที่เราจำต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพราะว่าอาจจะเป็นระยะเวลาของการเริ่มต้นการเปลี่ยนถ่ายจากโลกเก่าสู่โลกใหม่ โดยที่ผู้คนส่วนมากจะตั้งตัวกันไม่ติด
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

10. วาระโลกใหม่ของปีเสียงแตร (Year of Jubilee)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ค. 2015 1:14 am

11263156_353851151477932_8920361884920378571_n.png
11263156_353851151477932_8920361884920378571_n.png (85.33 KiB) เปิดดู 646 ครั้ง

เมื่อเร็วๆนี้ทาง The McKinsey Institute ได้ออกรายงานพิเศษว่าหนี้โลกเกือบจะแตะ$200ล้านล้านแล้ว ขาดเพียงแค่$1ล้านล้านเท่านั้น

แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้หนี้โลกโดยรวมแล่นผ่านระดับ$200ล้านล้านไปแล้ว เทียบเท่ากับว่ามนุษย์แต่ละคนบนโลกนี้มีหนี้$27,204 ในขณะที่จีดีพีโลกอยู่ที่$70ล้านล้าน

เนื่องจากวิกฤติการเงินของปี2008 ทำให้ประเทศต่างๆ รวมทั้งบรรดาธนาคารกลางหลักของโลกปั๊มเงิน สร้างหนี้ใหม่ให้ระบบการเงินเพื่ออุ้มไม่ให้ระบบการเงินพัง ทำให้มีหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึง$57ล้านล้านในระยะ8ปีที่ผ่านมา

จีนเองก็มือเติบ สร้างหนี้เพิ่มจากปี2007เป็น$28ล้านล้าน หรือ282%ต่อจีดีพี

ระบบการเงินโลกเป็นระบบเครดิตที่ผู้สร้างนำมาให้เราใช้ให้เราลุ่มหลงในภาพมายาของความรวยที่สร้างอยู่บนกองหนี้ เป็นการใช้เงินอนาคตที่ไม่มีวันจ่ายคืนได้

หนี้โลกนี้เป็นฟองสบู่ที่ต้องแตก ไม่มีทางที่จะเลี่ยงได้ ทางยูเอ็นและกองทุนการเงินระหว่างประเทศรู้เรื่องนี้ดี จึงได้เตรียมการที่จะปรับโครงสร้างหนี้โลก

พูดง่ายๆพวกที่หนุนยูเอ็นและกองทุนการเงินระหว่างประเทศสร้างปัญหาหนี้เองแล้วขอแก้ปัญหาเอง โดยให้ประเทศต่างๆติดกับดักหนี้แล้วมาช่วยแก้ปัญหาเพื่อควบคุมประเทศต่างๆให้อยู่ในแถว หรือยอมยกอำนาจอธิปไตยให้รัฐบาลโลกในโลกใหม่ของปีเสียงแตร

thanong
22/5/2015
http://www.silverseek.com/commentary/20 ... ates-14435

source
https://www.facebook.com/ThanongFanclub ... 1151477932



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13555
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: 10. วาระโลกใหม่ของปีเสียงแตร (Year of Jubilee)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ค. 2015 1:15 am

Richard Whitt
ความมั่งคั่งมีความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญระหว่าง ปี ค.ศ.1970 ถึงปัจจุบัน มากกว่าช่วง ปี ค.ศ.1914 - 1970 ปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrialization) และปฏิวัติทางการเงิน (Financialization) มีการพัฒนาเติบโตเร็วมาก ยิ่งระยะหลังแล้วขบวนการทางการเงิน เติบโตเป็นพลังหลักภายใต้ระบบหนี้ (Debt - Based System)

การยกเลิกมาตรฐานทองคำใน ปี ค.ศ. 1971 ทำให้ระบบการเงิน หรือทรัพย์สินทางการเงิน (Financial Assets) เติบโตมากกว่าปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ คนที่ถือครองทรัพย์สิน หรือคนที่มีเงินทุนมากจะได้เปรียบ เพราะว่ามูลค่าที่ถูกปั่นจาก (Debt - Based System) หรือ (Financialization) จะได้เปรียบกว่ามนุษย์รับเงินเดือน หรือบุคคลทั่วไปที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นทุน ระบบเงินกระดาษ (Fiat Currency System) หลังการยกเลิกมาตรฐานทองคำ (Gold Standard)

เมื่อ ปี ค.ศ.1971 ทำให้ทรัพย์สินทางการเงินเฟื่องฟู เพราะมีการเพิ่ม (Dollar) เข้าไปในระบบทั้งในสหรัฐอเมริกา และในโลก ถึงแม้ว่าจะสร้างเงินเฟ้อมาก แต่ทรัพย์สินทางการเงินถูกปั่นให้สูง และได้ประโยชน์ ส่วนประชาชนทั่วไปที่มีรายได้แน่นอนจะมีฐานะแย่ลง เพราะถูกเงินเฟ้อกินหมด ความเหลื่อมล้ำในสังคมยิ่งทวีคูณหลังจากที่ (Federal Reserve) อุ้มภาคการเงินหลัง ปี ค.ศ. 2008 ผ่านการทำ (Quantitative Easing : QE)

ส่วนระยะ ปี ค.ศ. 1914 - 1970 นั้นความเหลื่อมล้ำระหว่างความร่ำรวย กับความยากจนยังไม่สูงมากเพราะว่า

1. เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี ค.ศ. 1914 - 1918 ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ (Depression)

2. มีสภาวะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ (Depression) ปี ค.ศ. 1929

3. ทำการยึดทองคำจากประชาชน ปี ค.ศ. 1933

4. เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี ค.ศ. 1939 - 1945

5. จบสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วง (Baby Boom) มีการลงทุนใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบอุตสาหกรรม และระบบการเงิน และชนชั้นกลางเริ่มจะขยายตัว ทุกคนได้ผลประโยชน์

6. แต่ระบบอุตสาหกรรม และขบวนการการเงินใช้ไปนาน ๆ จะสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะนายธนาคาร นักการเงิน นายทุน จะได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนประชาชนทั่วไปที่มีรายได้คงที่แน่นอน จะโดนเงินเฟ้อ (Inflation) กินหมด ยิ่งมีการ (Hollow Out) หรือย้ายฐานการผลิตจากสหรัฐอเมริกา ไปจีน หรือนอกประเทศในทศวรรษ 1980s เป็นต้นมา ทำให้การจ้างงานในภาคการผลิตหายไป ครับ
11230220_483150585170881_8069168325445421539_n.jpg
11230220_483150585170881_8069168325445421539_n.jpg (27.01 KiB) เปิดดู 645 ครั้ง

ถูกใจ · ตอบกลับ · 40 · 15 ชม.
1 ข้อความตอบกลับ

Damrong Pungsuwan
ลุงตู่บอกว่า"มีหนี้ก็ต้องใช้"ไม่ว่าจะเป็นหนี้อะไรก็ตาม ในระบบนอกระบบ

ใครเชื่อเรื่องกรรมแม้ชาติหน้าชาติไหนๆเมื่อเจอกันก็ต้องใช้หนี้

คนที่เชื่อ๗ปีล้างหนี้ทีเป็นความเชื่อที่ผิดครับ เบียดเบียนผู้อื่นต้องรับผลของกรรม

โลกมนุษย์ไม่ใช่สวรรค์ชั้นที่๖ที่ใช้สอยของที่เทวดาชั้นที่๕ยินดีเนรมิตให้นะครับ โลกมนุษย์ใช้ระบบสัมปะทานหรือแบ่งปันผลประโยชน์ เราอยู่ในช่วงกินบุญเก่าที่บรรพบุรุษเอาเลือดเอาเนื้อสู้รบปกป้อง(แย่งชิง)แผ่นดินทรัพยากรไว้ ฉันใดฉันนั้นประเทศใหญ่ๆเขาก็มีประวัติศาสตร์ ดั่งที่อาจารย์ทนงค์เขียนคำพูดของนายพลสหรัฐฯกล่าวว่า"อิสระภาพได้มาเพราะการต่อสู้ดังนั้นอิสระภาพสมควรได้รับการปกป้อง"
ถูกใจ · ตอบกลับ · 9 · 15 ชม. · มีการแก้ไข

Ccna Rns
ไทยเองก็มือเติบ เริ่มสร้างหนี้กันตั้งแต่เรียนมัธยม(ทั้งที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมแล้ว)
จากเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนยากไร้แต่ไฝ่หาความรู้ที่ดีมากๆ)

ขอรำพึงรำพันนิดส์....1 อีโมติคอนgrin

เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ทำมาตั้งนานแล้ว มีการประเมินผลเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตีฆ้องร้องป่าวถึงความสำเร็จด้านไหน อย่างไรบ้าง
- จำนวนคนได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น แล้วเพิ่มคุณภาพอะไรเพิ่มขึ้นบ้างไหม หรือแย่กว่าเดิม
- เพิ่มโอกาสการทำงานในระดับที่สูงขึ้นกว่าใช้แรงงานด้วยวุฒิ ม. 3 ม.6 แล้วรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจริงหรือเปล่าเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ และหนี้สิน

โดยส่วนมากจะให้กู้ทุกรายที่ยื่นขอ ทำให้เคยชินกับการสร้างหนี้โดยไม่จำเป็นกับบางครอบครัวที่มีศักยภาพ เพียงเห็นแก่สิทธิ์ได้เงินมาใช้ก่อน (เหมือนสิทธิ์รถคันแรก) จะได้เอาเงินในมือไปใช้อย่างอื่น(ซึ่งอาจฟุ่มเฟือย)

ตั้งแต่มี กยศ. มหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะมอของรัฐฯหรือในกำกับของรัฐฯ ก็เก็บเงินแพงขึ้น ทั้งค่าเทอมคิดแบบเหมาจ่าย (และก็ไม่จบภายใน 4 ปี อย่างน้อย 20% ) ค่าหอพักปี 1 บังคับให้จ่ายล่วงหน้าเป็นปีๆ แต่อยู่รวมกันอย่างปลากะป๋อง บางคนยอมทิ้งแล้วออกไปเช่าหอนอกในเทอม 2

บางมอจัดทำหลักสูตรเรียน 5 ปี 2 ปริญญา เรียน 3 เทอม/ปี —> เงินทั้งนั้นที่จะเข้ากระเป๋ามอ —> โดยให้ข้อมูลด้านเดียวว่ามีโอกาสในการทำงานมากขึ้น (จริงหรือเปล่า ?) แต่คนเรียนจ่ายเงินมากขึ้นอย่างน้อย 7 เทอม จบไปแล้วได้เงินเดือนมากกว่าคนจบปริญญาเดียวหรือเปล่า ? แล้วเรียนอัดๆ แบบนี้ไหวกันหรือเปล่า ?

สถิติคนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วพ้นสภาพตอน ปี 2 ขึ้นไป (ปี 1 ไม่มีเพราะเลี้ยงไวักินตังค์ค่าเทอม) เยอะมากน้อยแค่ไหน เหตุเพราะอะไร ?
เพราะ
- มอจะรับหมด จะเรียนตรงสาขาที่มีพื้นฐานหรือไม่ ไม่สน ใช้คำหรูแทนว่า ให้โอกาสทางการศึกษา (แต่มอมีรายได้เข้าเป๋ามากขึ้น)
- บางสาขารับคนเยอะเกินไป สอนทีเป็นหลักร้อยสำหรับวิขาในสาขา และหลักพันในวิชาพื้นฐาน(บังคับ) และอุปกรณ์ในการเรียนก็ไม่เพียงพอหรือมีบ้างไม่มีบ้างในวิชาปฏิบัติ เช่น ไม่เคยทดลองใช้อุปกรณ์จริงให้เรียนแต่ทฤษฎีอย่างเดียว และ เรียนเย็บแผลโดยการดูจากวีดิโอ เป็นต้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 11 ชม.

Тигр Рус สายพานการศึกษาแบบแดกด่วน จ่ายครบจบแน่ แต่คุณภาพ ?
ถูกใจ · 1 · 10 ชม.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...



ธีรศักดิ์ โกเมฆ อืม ภาพรวมเลย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 16 ชม.

Blossom Rose วิเคราะห์ว่าระบบการเงินของโลกจะล่มวลาย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 ชม.

ต้อย ขันติ พูดง่ายว่าชักดาบ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 ชม.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron