ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

เรื่องเล่า ประสบการณ์ขนหัวลุก จากผีทุกประเภท
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13542
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 05 ก.ค. 2015 9:13 am

เผยแพร่เมื่อ 24 ส.ค. 2012
ผีจ้างหนังเรื่องจริงเกิดในปี 2532 ที่จังหวัดอุดรธานี กับความจริงที่ยังขัดแย้งที่ป่า คำชะโนด แม้จะผ่านมานานถึง 23 ปีแล้วจาก รายการ ย้อนรอยถ่ายทอดทาง ITV เมื่อ ปี 2548 เรื่องจริงจากเหตุการณ์จริงคุณเท่านั้นที่­เป็นผู้ตัดสินว่าจะเชื่อหรือไม่!!!
https://www.youtube.com/watch?v=1AGBsg46Zho

*-----------------------------------------------------------------------------------------------------------*

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
Picture20066_450_1.jpg
Picture20066_450_1.jpg (30.71 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

ที่แห่งนี้คือป่าศักดิ์สิทธิ์ ป่าลี้ลับ ป่าอาถรรพ์ … และคือป่าที่มีตำนาน ที่ชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชาวลาวให้ความนับถือ เพราะเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองนาคินทร์ และวังพญานาค ต้นตำนานแม่น้ำโขง เป็นป่าที่มีความน่าสนใจในแง่พฤกษศาสตร์ ที่โลกต้องทึ่ง!!! กับต้นคำชะโนดที่มีอายุนับหลายร้อยปี และมีอยู่ที่เดียว ณ ป่าคำชะโนด

บนพื้นที่ราว 20 ไร่ ณ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี คือ ที่ตั้งของ ป่าคำชะโนด ที่ตั้งตามลักษณะภูมิประเทศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในตระกูลเดียวกับปาล์ม คล้ายๆ ต้นตาล ต้นหมาก หรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แต่สูงกว่า) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า ปี 2520 เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ทำการสำรวจจำนวนต้นชะโนดในป่าแห่งนี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น จนมาถึงปี 2544 ชาวบ้านสำรวจอีกครั้งพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียง 1,865 ต้น ถึงกระนั้นที่นี่ยังคงความเย็นชื้นและให้บรรยากาศวังเวงเหมือนเดิม แต่ที่น่าแปลกใจคือ หากพ้นจากดงชะโนดแห่งนี้ไป ห่างกันแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว นี่เองจึงทำให้ผืนดินราว 20 ไร่ ถูกตั้งฉายาให้เป็นป่าแห่งชะโนดขนานแท้

"เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด" ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด กล่าว

อย่างไรก็ตามผืนป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อชั่วข้ามคืน เพราะเรื่องเล่า "ผีจ้างหนังที่คำชะโนด" (คนอีสานเรียก ผีบังบด หรือเมืองลับแล ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรดลใจให้เห็น) …. โดยเมื่อปี พ.ศ.2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่ดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนเองถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่ และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง...

หลังจากที่วางเงินมัดจำเสร็จ เจ้าของหนังก็จัดแจงเตรียมของอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกจากตัวจังหวัดบ่ายแก่ ๆ ขับรถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางเส้นทางตามที่ผู้ว่าจ้างบอกก็ไม่เห็นว่าจะเจอหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับ จึงนึกว่าหลงกัน ระหว่างจอดรถว่าจะย้อนกลับไปดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิง 2 คนใส่ชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด คนขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แต่แกก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆ อย่างนี้ พาหนะอะไรก็ไม่มี

เมื่อขับเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งให้ชวนสงสัยใหญ่ว่า ทำไมไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด ไม่มีเสียง หมอลำ หรือการละเล่นอะไรเลย พอไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่แปลกว่าทุกคนจะใส่เสื้อสีขาวกับดำ ถ้าเป็นผู้ชายใส่ชุดขาว ผู้หญิงใส่ชุดดำแยกให้เห็นชัดเจนแม้แต่เด็ก แต่ที่แปลกทุกคนจะทาหน้าขาวหมดเหมือนใช้ครีมพอกหน้า
1173193277_450.jpg
1173193277_450.jpg (14 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

เมื่อถึงที่แล้วทุกคนก็เริ่มตั้งจอภาพยนตร์ เดินสายไฟ และเปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างที่กำลังกุลีกุจอติดตั้งก็เริ่มเห็นผู้คนทยอยมานั่งดูหนัง แต่จะแยกชายหญิงชัดเจน ไม่นั่งรวมกัน และปกติของงานวัดจะต้องมีแม่ค้าแม่ขายมาขายน้ำ ขายถั่ว ขายปลาหมึกย่าง แต่ที่นี่กลับไม่มีแม่ค้าสักคน พอติดตั้งเสร็จก็เริ่มฉายหนัง หนังที่เอาไปฉายมี 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่ 2 เป็นหนังตลกแอ็คชั่น เรื่องที่ 3 กับ 4 เป็นหนังผี ระหว่างฉายคนพากย์ก็พยายามพากย์ยิงมุกตลกๆ แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือแสดงอารมณ์อย่างใดเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไปฉายที่ไหน คนก็จะหัวเราะตลอด

จนเริ่มฉายเรื่องที่ 3 ที่เป็นหนังผี สังเกตท่าทางคนที่มาดูเริ่มตั้งใจดู ทั้งที่บรรยากาศตอนนั้นก็เที่ยงคืนดูน่ากลัวมากๆ ระหว่างนั้นทางเจ้าภาพก็จัดข้าวต้มถ้วยเล็กมาให้ทีมงานฉายหนังกินกัน ทางทีมงานเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ มีแต่ข้าวต้มซีดๆ กะเนื้อชิ้นเล็กๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ทางทีมงานก็เลยกินกัน ปรากฎว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่เคยกินกันมา หลังจากฉายหนังจบถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ แป๊บเดียวก็สลายไปหมด ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ทางทีมงานก็เก็บอุปกรณ์ขึ้นรถ โดยมีผู้หญิงสองคนนั่งรถออกมาส่ง ก่อนจะร่ำลาก็จ่ายค่าจ้างที่เหลือซึ่งเป็นเงินเหรียญทั้งหมด พอออกมาส่งถึงปากซอยผู้หญิงสองคนนั้นลงจากรถ พอรถออกตัวคนขับที่เป็นเจ้าของหนังกลางแปลงหันกลับมาดูก็ไม่เห็นผู้หญิง 2 คนนั้นแล้ว

หลังจากกลับมาถึงบริษัท ธงชัย ก็เกิดความสงสัย จึงเช็คประวัติกับผู้ว่าจ้างที่ถ่ายเอกสารให้ตอนวางมัดจำ ก็พบตัวว่ามีชื่อนี้จริง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยไปว่าจ้างใครไปฉายหนังตามวันและเวลาที่บอก เมื่อสงสัยจัดก็เลยสอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่เอาหนังไปฉาย ทางเจ้าอาวาสก็บอกว่าในวันนั้นที่วัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด แต่เจ้าอาวาสเล่าว่า ในคืนวันที่เจ้าของหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ที่ป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ๆ เหมือนกับมีพายุพัดเข้ามา ทั้งๆ ที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย... (?!?)

นอกจากจะมีเรื่องเล่าผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนดแล้ว ผืนป่าแห่งนี้ยังมีเรื่องน่าประหลาดอีกเรื่องคือ เวลาน้ำแล้งก็จะเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่เวลาน้ำท่วม ที่ดินรอบๆ จะท่วมหมด แต่ปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงอย่างไรก็ไม่ท่วม ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้ และเชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าที่เป็นคนทำไม่ให้ผืนป่าแห่งนี้จมน้ำ. . .
kum.jpg
kum.jpg (13.74 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

ขณะที่ ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด ได้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในป่าคำชะโนดอีกหนึ่งเรื่องเล่าของป่าแห่งนี้ ซึ่งคนภายนอกฟังดูอาจคิดว่าเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนกลัวกันเล่นๆ สำหรับชาวบ้านที่อยู่มานานนมกลับเชื่อสนิทใจ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา หรือนิยายประโลมโลก แต่นั่นคือแรงศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อป่าอันลี้ลับและเต็มไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย …

เดิมทีคนท้องถิ่นจะเรียกที่นี่ว่า "วังนาคินทร์คำชะโนด" ที่มาก็คือมีบ่อน้ำอยู่กลางดงชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่าเดิม

เช่นเดียวกับใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็ต้องสำรวมและปฏิบัติตามข้อห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน

"แต่ก่อนห้ามใส่เสื้อสีแดงด้วย ไม่ได้เลยนะ ใครใส่เข้ามานี่เป็นเรื่อง อยู่ไม่ได้นานหรอก ต้องรีบออกไป ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนท่านไม่ชอบ แต่พอหลวงปู่ (หลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดละแวกป่าคำชะโนด) ได้ทำพิธีขอยกเว้นตอนหลังก็ใส่ได้" ทองหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทอง กล่าว

ความเชื่อเรื่องพญานาคของคนที่นี่นั้นอาจไม่แตกต่างจากชาวหนองคายที่เชื่อว่าพญานาคมีจริง บั้งไฟพญานาคเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแห่งเมืองบาดาล ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งถูกนำเสนอผ่านหนัง รวมถึงสื่อทีวีบางช่องเมื่อหลายปีก่อนโน้น ชาวบ้านละแวกป่าคำชะโนดก็คล้ายกัน พวกเขาสร้างทางเดินที่เชื่อมจากโลกภายนอกกับผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไว้ด้วยรูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร นอนเลื้อยยาวไปจนสุดทางเดินราว 300 เมตร เพื่อสะท้อนถึงพลังอำนาจและบารมีของพญานาคราช

กระทั่งในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่าเป็นวันที่พญานาคจะขึ้นมาหายใจ ดวงไฟสีแดงที่ผุดกลางบ่อน้ำแล้วลอยขึ้นท้องฟ้า (คล้ายๆ กับบั้งไฟพญานาคผุดกลางลำน้ำโขงที่ จ.หนองคาย) นั่นละคือ ลมหายใจพญานาค โดยชาวบ้านเชื่อว่าใครเห็นจะเป็นบุญของชีวิตเลยทีเดียว

ป่าคำชะโนด... ยังมีเรื่องเล่าอีกนับไม่ถ้วน ทั้งที่สร้างความรู้สึกชวนขนหัวลุก และตื่นเต้นเสียวสันหลัง เชื่อหรือไม่เชื่อนั้นแล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคล หรือคุณจะลองไปพิสูจน์...?

source
http://hilight.kapook.com/view/17125
*---------------------------------------------------------------------------------------------------------------*
ภาพยนต์ ผีจ้างหนัง

[ เล่นไฟล์ Quicktime ] ผีจ้างหนัง.mp4 [ 119.05 MiB | เปิดดู 1460 ครั้ง ]




ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13542
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 05 ก.ค. 2015 9:31 am

ผีจ้างหนัง

ผีจ้างหนัง เผยตํานานผีจ้างหนัง อาถรรพ์ป่าคำชะโนด
Naka-Movies-06.jpg
Naka-Movies-06.jpg (92.9 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

พญานาคจ้างฉายหนังที่คำชะโนด
เรื่อง ผีจ้างหนังมาฉาย ซึ่งก็คือนาค แปลงกายเป็นมนุษย์ ไปว่าจ้างหนังกลางแปลงให้ไปฉายที่ คำชะโนด และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เวลาชาวบ้านจัดงานประจำปี มีมหรสพมากมาย นาคก็จะขึ้นมาเที่ยว โดยแปลงร่างเป็นคนธรรมดา ผู้หญิงจะแต่งตัวใส่เสื้อขาว นุ่งผ้าสีคล้ายๆ สีดำ ผู้ชายชอบโพกศีรษะด้วยผ้าแดง

เทปคำสัมภาษณ์เจ้าของเรื่องผีจ้างฉายหนัง
phpBB [media]


ตํานานผีจ้างหนัง จาก Case Study 25 ตุลาคม พ.ศ.2547
คำถามผีจ้างหนัง : ตอนนั้นประมาณ 1 ทุ่มเศษ มีคนมาถามบ้านนางทรง (คนทรงของชาวบ้าน) ให้พาไปจ้างหนังบริการแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ ให้แจ่มจันทร์ภาพยนตร์เอาหนังไปฉาย แล้วตกลงราคากันที่สองพันบาท ฉาย 3 ม้วน เลือกเฉพาะหนังผี คนมาจ้างเป็นชายอายุ 50 ปี แต่งตัวนุ่งผ้าจูงกระเบน เหน็บเกี่ยว ใส่เสื้อสีขาวแขนยาว เข็มขัดหนัง หวีผมแต่งตัวดี ทาแป้งข้างขวาด้านเดียว ชายคนนั้นได้นั่งรถกลับมาพร้อมกับรถที่ว่าจ้างหนังมาฉาย เวลาประมาณ 2 ทุ่ม มาถึงบริเวณที่ฉายหนัง คือ เกาะคำชะโนด

คนขับรถบอกว่า ถนนที่รถวิ่งเข้ามาก็เป็นถนนวิ่งลาดยางดีมากๆ ยาวไปตลอดทาง พอมาถึงที่ฉายหนังที่คำชะโนด มีทุ่งหญ้า และก็มีสนามสวยงามมาก ก็เลยไปกลางจอฉายหนังบริเวณใต้สะพานสูง ซึ่งยามหน้าฝน น้ำจะลึกขนาดคอ หรือเอว มีคนมาดูเยอะมาก เต็มสนามเลย ไปถึงตั้งจอหนังเสร็จก็เริ่มฉายเลย คนก็ทยอยเยอะขึ้นมาเรื่อยๆ หนังก็ได้ฉายไปประมาณตี 5 คนที่จ้างหนังมาฉายก็บอกหยุดเถอะ มันใกล้สว่างแล้ว ขณะนั้นหนังยังไม่ทันจบเรื่องที่ 3 เลย คนฉายหนังก็เลยเลิกฉาย แล้วก็เก็บของขึ้นรถ พอเก็บของขึ้นรถเสร็จ หันมาไม่เห็นคนมาดูหนังอีกเลย แม้แต่เพียงคนเดียว ไม่ทราบหายไปไหนกันหมด และหายไปได้รวดเร็วมากขนาดนั้น ตอนที่มีคนมาดูหนังตั้งเยอะ ตอนแรกเป็นสนามหญ้า ตอนนี้มีแต่ต้นตะนา และได้เห็นชายคนจ้างหนังเข้ามาบอกว่า พ่อจะไปส่ง แล้วก็นั่งรถไปด้วยกัน พอขับรถออกมาจากพื้นที่ฉายหนัง แปลกมาก พอเหลียวหลังกลับไปดู ก็มีแต่ก้อนหิน แม้ขับรถไปไกลขนาดไหนก็ตาม หันกลับไปมองด้านหลังก็เป็นสนามหญ้าเหมือนเดิม แต่มีต้นไม้ แต่ดูไปข้างหน้าเป็นถนนลาดยางอย่างดี

พอมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มองกลับไปด้านหลัง จึงเห็นว่าเป็นถนนลูกรัง ถนนลาดยางหายไปแล้ว เป็นปกติ พอวิ่งไปได้สักพักหนึ่ง ชายที่มาจ้างหนังก็หยิบเงินออกมาให้ 2 มัดๆ ละพัน เป็นแบ๊งค์ใบละ 20 บาท แล้วบอกว่าให้เอาไปทำทานที่วัด อย่าเอาไปใช้ พอนั่งไปด้วยกันอีกสักครู่ เขาก็ขอลงที่ข้างทาง พอเปิดประตูลงจากรถก็หายแว้บไปกับตา เร็วมาก ไม่รู้ว่าไปทางไหน

ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากัน นะจ๊ะ

คำตอบเรื่องผีจ้างหนัง : ชายที่ว่าจ้างหนังก็เป็นพญานาคจริงๆ ภพอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ อีกทั้งก็เป็นอดีตมนุษย์ เห็นพฤติกรรมของมนุษย์แล้วก็อยากรู้ อยากเห็น อยากจะลอง
Naka-Movies-01.jpg
Naka-Movies-01.jpg (120.43 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

นาคก็เอาเงินมาจากมนุษย์ที่มาเซ่นสรวง บนบาน สานกล่าว เพราะได้ช่วยเหลือสิ่งที่เขาปรารถนาได้สำเร็จ เขาก็จะเอาเงินมาเซ่นไหว้แก้บน ต่อมาปรากฏว่าสิ่งบนไว้ก็สำเร็จ จึงนำเงินมาแก้บน ด้วยการโยนลงไปในแม่น้ำโขง
Naka-Movies-02.jpg
Naka-Movies-02.jpg (118.57 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

ซึ่งนาคผู้ใหญ่ก็รับรู้ และมารับเงินโดยไม่เปียกน้ำเลย แล้วก็เอามาเล่าให้หนุ่มสาวนาควัยคะนองว่าได้เงินมาอย่างไร และปรึกษาว่าควรจะเอาเงินมาทำอะไร เพราะในเมืองนาคไม่ได้ใช้ นาคหนุ่มสาวจึงลงมติว่าให้เอาเงินนี้ไปจ้างหนังกลางแปลงมาฉาย เพราะอยากดูหนังมาก และหนังที่อยากดูก็เรื่องผีๆ เรื่องก็เลยเกิดขึ้นมาดังกล่าว เพราะเรื่องผีๆ ตอนนั้นกำลังฮิตตอนนั้น
Naka-Movies-03.jpg
Naka-Movies-03.jpg (117.84 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

และนาคเหล่านั้นก็มาแปลงกายเป็นมนุษย์ เนรมิตสิ่งต่างๆ ดังกล่าว ที่ให้เอาเงินไปทำบุญ เพราะต้องการบุญมาก เพื่อให้บุญนี้ทำให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ และได้บรรลุธรรมในภพชาติต่อๆ ไป
Naka-Movies-04.jpg
Naka-Movies-04.jpg (98.53 KiB) เปิดดู 1461 ครั้ง

ที่มาของผีจ้างหนังจากเจ้าของกิจการแจ่มจันทร์ภาพยนตร์
สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่รู้จักไปทั่วประเทศจากเรื่องเล่าผีจ้างหนังโดยมีบุคคลนิรนามไปว่าจ้างหน่วยฉายหนังเร่แจ่มจันทร์ภาพยนตร์ในตัวเมืองอุดรธานีไปฉายหนังในเกาะคำชะโนด และพบว่าละแวกที่ฉายหนังนั้นไม่มีหมู่บ้านใด ๆ โดยคนในหมู่บ้านใกล้เคียงแถวนั้นก็ยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางมาดูหนังคืนนั้น แต่คนฉายหนังก็ยืนยันว่า ตอนดึก ๆ มีคนมานั่งดูหนังที่ฉายเต็มไปหมด

คุณธงชัย แสงชัย เจ้าของหนังเร่บริษัทแจ่มจันทร์ภาพยนตร์กล่าวในบันทึกประวัติคำชะโนดของนายสวาท บุรีเพีย อดีตศึกษาธิการอำเภอบ้านดุง “เรื่องเกิดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2532 มีคนมาว่าจ้างให้หนังของผมไปฉายที่บ้านวังทอง อำเภอบ้านดุง ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 100 กิโลเมตร ค่าจ้างตกลงกันไว้ 4,000 บาท มีหนังฉาย 4 เรื่อง แต่มีสัญญาพิเศษอยู่ 1ข้อ คือ ให้ฉายถึงแค่ตี 4 เท่านั้น ห้ามฉายถึงสว่าง พอตี 4 ก็ให้รีบเก็บข้าวของออกจากสถานที่ฉาย ซึ่งผมได้ฟังก็แปลกใจมากแต่ไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น เพราะเห็นว่าเป็นความต้องการของผู้มาว่าจ้าง จึงไม่ได้ซักถามถึงเหตุผล แต่ปรกติแล้วเวลาไปฉายหนังที่อื่น ชาวบ้านมักจะให้ฉายถึงสว่างทุกเจ้าไป

หลังจากนั้นผมก็ได้ส่งหน่วยฉายหนังไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ ในตอนเช้าพนักงานของผมจำนวน 7 คน ซึ่งกลับมาจากฉายหนังเมื่อคืน ก็เล่าให้ผมกับภรรยาฟังว่า เมื่อคืนไปฉายหนังให้ผีดู
เด็ก ๆ เล่าให้ฟังว่า หนังเริ่มฉายตั้งแต่ตอน 3 ทุ่ม ในตอนหัวค่ำไม่เห็นผู้คน ก็ยังสงสัยว่าหายไปไหนหมด แต่พอ 3 ทุ่มก็มีคนมาเป็นจำนวนมาก และที่แปลกคือ ผู้หญิงซึ่งนุ่งขาวห่มขาวจะนั่งอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำจะนั่งอีกข้างหนึ่ง และคนทั้งหมดก็นั่งกันสงบเงียบเรียบร้อยเหมือนจะไม่เคลื่อนไหวตัว และที่ยิ่งกว่านั้นคือ ไม่ว่าจะฉายหนังอะไร ก็ไม่มีการส่งเสียงเอะอะเหมือนกับฉายหนังกลางแปลงทั่ว ๆ ไป ฉายหนังบู๊ก็เฉย ฉายหนังตลกก็เฉย ไม่มีเสียงหัวเราะ

อีกอย่างคือ งานนี้ไม่มีร้านขายข้าวของ จำพวกของกินเลย โดยทั่วไปงานอื่น ๆ จะมีร้านขายขนม ขายบุหรี่ พอถึงตี 4 พวกคนดูก็ไม่รู้หายไปไหนกันหมด หายไปเร็วเหลือเกิน พวกเด็ก ๆ เขาก็รีบเก็บข้าวของออกจากสถานที่ฉายหนัง พอขับรถมาถึงหมู่บ้านวังทองตอนเช้าก็แวะซื้อบุหรี่ก่อนเลย เนื่องจากเมื่อคืนไม่มีขาย ชาวบ้านถามว่าไปฉายหนังที่ไหนมา เด็ก ๆ ก็บอกว่าฉายในหมู่บ้านวังทอง แต่ชาวบ้านกลับยืนยันว่าไม่มีหนังมาฉายในหมู่บ้านเลย

เรื่องก็เลยยุ่งว่าเมื่อคืนไปฉายหนังที่ไหนมา ในที่สุดเมื่อสอบถามกันจนเป็นที่เข้าใจ ชาวบ้านสรุปว่า “สงสัยพวกคุณจะไปฉายหนังที่ใน “ดงคำชะโนด” ซึ่งเป็นสถานที่ลี้ลับที่เชื่อว่าเป็นเมืองพญานาค มีภูตผีปีศาจสิงสถิตอยู่ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านวังทองนี่เอง

พวกเด็ก ๆ ก็เลยเชื่อว่าถูกผีจ้างไปฉายหนังจริงอย่างที่ชาวบ้านว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมก็อยากจะพิสูจน์ความจริงจึงเดินทางไปที่บ้านวังทอง ผมไปที่ดงคำชะโนดซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปสัก 3 กิโลเมตร แต่ที่ผมแปลกใจมากเพราะดงไม้ที่ผมมองเห็นอยู่กลางทุ่งนาห่างจากตัวถนนครึ่งกิโลเมตรนั้นเป็นดงไม้ทึบ อย่าว่าแต่ให้ขับรถยนต์จะเข้าไปข้างในเลย แม้แต่จะขึงตั้งจอหนังก็ยังไม่ได้ด้วย

ผมจึงไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้นว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาในหมู่บ้านวังทอง หรือหมู่บ้านใกล้เคียงมีการฉายหนังกันบ้างไหม ทุกคนต่างก็ยืนยันว่า ไม่มีหนังเข้ามาฉายเลย ทำให้ผมงุนงงเป็นอันมาก ทำให้ผมต้องเดินทางกลับไปที่ดงคำชะโนดอีกครั้ง เพื่อหาข้อพิสูจน์ ว่าเด็ก ๆ ได้มาฉายหนังที่นี่จริง ในที่สุดก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อว่า เด็ก ๆ ของผมได้เข้าไปฉายหนังในดงคำชะโนดจริง นั่นก็คือ ตรงขอบถนนมีรอยรถยนต์แล่นผ่านลงไปในหล่มดินข้างทาง รอยรถนั้น แล่นผ่าเข้าไปในท้องนาซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำขัง ไม่น่าเชื่อเลยว่ารถฉายหนังจะแล่นเข้าไปในดงคำชะโนดนั้นได้

ด้วยความประหลาดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคุณธงชัยได้ไปนมัสการ หลวงปู่คำตา สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศิริสุทโธ คำชะโนด ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้ ๆ ดงคำชะโนด และได้ไต่ถามถึงเรื่องนี้กับเจ้าอาวาส ซึ่งท่านก็ได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า “คงเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นเทศกาลของบรรดาวิญญาณซึ่งอาศัยอยู่ในดงไม้นี้ จึงได้ว่าจ้างให้หนังมาฉายฉลองเหมือนพวกมนุษย์ วิญญาณเหล่านั้นชาวอีสานเรียกว่า “ ผีบังบด” ในวันนั้นที่วัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด แต่ในป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ ๆ เหมือนกับมีพายุพัดเข้ามาทั้ง ๆ ที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย”

“ในขณะที่หลวงปู่คำตาเล่าเรื่องนี้อยู่ ก็ปรากฏว่ามีงูตัวหนึ่งสีดำสนิท ท่าทางน่ากลัวเลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ตรงหน้าของท่าน ผมและภรรยาตกใจมาก แต่หลวงปู่คำตาก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก คงจะเป็นวิญญาณของผู้ที่อาศัยอยู่ในดงไม้ไม่ต้องการให้ท่านเล่าหรือเปิดเผยอะไรต่อไป จึงได้ส่งให้งูตัวนี้มาปรากฏเพื่อเป็นการเตือน หลังจากนั้นท่านจึงขอตัวไม่เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ แต่ผมก็เชื่อว่ายังมีอะไรที่แปลกน่าสนใจอีกมาก เกี่ยวกับดงคำชะโนดนี้”

ที่มาของผีจ้างหนังจากลูกสาวเจ้าของกิจการ
สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อธนาทิพย์ แสงไชย เป็นลูกสาวของเจ้าของกิจการแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ ร้านดังที่ทุกท่านในเวปนี้เข้าใจกันแล้วว่าได้ไปจัดฉายภาพยนตร์ให้ผีดู ได้มีคนบอกให้ดิฉันมาเปิดอ่านดูกระทู้ต่างๆแล้วเข้าใจว่าหลายๆท่านสับสนกับ เรื่องผีจ้างหนังดังกล่าว เพราะมีหลายกระแสมาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับทางบ้านค่ะ และทางบ้านของดิฉันก็ไม่มีความต้องการที่จะอยากเด่นดังในเรื่องแบบนี้ดังที่ บางท่านเข้าใจ ดิฉันเคยไปที่คำชโนดด้วยตัวเองหลายครั้งแล้ว ก็จะเจอคนแก่ๆที่คอยมานั่งเล่าเรื่องนี้แบบใส่สีตีไข่เพื่อให้ดูน่าสนใจมาก ขึ้น โดยที่เค้าก็ไม่ทราบว่าครอบครัวดิฉันเป็นใคร จนกระทั่งได้มีการแสดงตัวจึงยอมรับว่าได้เล่าเกินความเป็นจริงอยู่มาก ดิฉันอยากเรียนให้ทุกท่านที่อยู่ในเวปนี้เป็นรายละเอียดคร่าวๆให้ทราบกันว่า

ตอนที่มีคนมาจ้างเป็นชาวบ้านผู้ชายชื่อ นายจำปา คำแก้วเป็นชาวบ้านหมู่บ้านวังทอง ได้มีการว่าจ้างให้ไปฉายภาพยนตร์ที่บ้านคำชะโนดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าให้เก็บของออกจากที่ฉายในเวลาตี4 (โดยปกติเจ้าของงานมักให้ฉายภาพยนตร์ถึงสว่าง) ทางร้านตามใจลูกค้าเป็นสำคัญจึงไม่ได้เอะใจอย่างไร จากวันที่ไปฉายมีคนงานไปทั้งหมด 5 คน โดยมีสิ่งปกติดังนี้คือ

1.เวลา 21.00 น. จีงจะมีชาวบ้านเริ่มทะยอยมาดูหนัง (ปกติจะมากันตั้งแต่ 19.00 น.)
2.ไม่ว่าหนังจะเป็นบู๊ หรือตลก อย่างใดก็ตามไม่มีการแสดงความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น
3.เมื่อใกล้เวลา 04.00น. ทุกคนก็รีบเก็บของ(เสื่อปูที่นั่ง)กลับทันที
4.ไม่มีแม่ค้ามาขายของแม้แต้เจ้าเดียว

จากความผิดปกติข้อ 4 นั้นทำให้คนงานไม่มีบุหรี่สูบ เมื่อสว่างจึงได้แวะที่หมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อซื้อบุหรี่ โดยได้ถามคนขายว่าได้ไปดูหนังเมื่อคืนหรือเปล่า คนขายจึงถามว่าฉายที่ไหน ไม่รู้เรื่อง คนงานได้บอกว่าฉายที่บ้านคำชะโนด จึงทำให้เกิดความสงสัยจนนำไปถึงการร่ำลือว่าโดนผีหลอก เพราะที่ตรงนั้นรถใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้แน่นอนเพราะเป็นที่ดินน้ำซับ

เมื่อคนงานทั้งหมดกลับมาที่บ้านก็ได้ตื่นเต้นตกใจว่าผีหลอกแน่นอน และได้นำมาเล่าให้พ่อของดิฉันฟัง แต่ท่านก็ลงความเห็นว่าทั้งหมดเมาจึงคิดไปเอง ซึ่งปกติคนงานก็กินเหล้ากันเป็นประจำและสิ่งที่คนงานเล่าก็ถือเป็นเรื่องที่ เชื่อได้ยาก คุณพ่อจึงไม่สนใจถามเอาความต่อ แต่เรื่องมันเริ่มมาดังหลังจากนั้น 2 เดือนผ่านไป ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเริ่มบอกกันปากต่อปาก และแน่นอนว่าก็ต้องบิดเบือนความเป็นจริงให้ดูเหมือนนิยายสยองขวัญเพื่อให้ดู น่าติดตาม ดิฉันอยากจะบอกว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีเพียงเท่านี้จริงๆค่ะ เงินที่ได้รับมาก็เป็นเงินปกติไม่ได้เป็นใบไม้หรืออะไรก็ตามที่มีคนกล่าว อ้าง ดิฉันเคยเห็นใบสัญญาจ้างหนังกับตาตนเองว่าได้มีคนมาจ้างจริงๆ ซึ่งภายหลังเมื่อกระแสมันแรงมากขึ้น พ่อกับแม่ของดิฉันจึงเริ่มเก็บข้อมูลและได้ไปพบท่านเจ้าอาวาสวัดที่หมู่บ้าน นี้ ก็ได้รับทราบข้อมูลหลายอย่างที่หากนำมาบอกคงยืดยาวเกินไป

ทั้งนี้ ที่ดิฉันได้มาลงกระทู้นี้ก็เพื่อให้ทุกท่านรับทราบและเข้าใจด้วยว่า ทางบ้านของดิฉันไม่เคยมีเจตนาที่จะทำเรื่องแบบนี้มาหลอกเพื่อให้ตัวเองดัง หรืออะไรก็ตามที่เป็นการไม่ดี ทางบ้านดิฉันได้เปิดร้านมีชื่อเสียงทางด้านฉายภาพยนตร์กลางแปลงมานานแล้ว ก่อนที่จะมีเรื่องนี้เสียอีก หากไม่เชื่อก็ขอเชิญทุกท่านลองถามคนในจังหวัดอุดรรุ่นเก่าๆดูได้ว่ามีใครไม่ รู้จัก แจ่มจันทร์ภาพยนตร์หรือไม่ ตัวดิฉันและครอบครัวก็เป็นคนมีการศึกษา ซึ่งขณะนี้ดิฉันก็กำลังศึกษาปริญญาโท MBA อยู่ ก็น่าจะเชื่อได้ว่าเป็นผู้มีมาตรฐานทางความคิดที่ดี

ดังนั้น ขออย่าให้ทุกท่านคลางแคลงใจในเรื่องนี้อีกเลยนะคะ มีอีกสิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันอยากเรียนให้เข้าใจใหม่ด้วยว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาจ้างหนังที่เราท่านเรียกว่าผีนั้น (ซึ่งท่านบังบทหรือสวมมาในร่างคุณจำปา คำแก้วเมื่อมาจ้างหนัง) แท้จริงแล้วท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจะเรียกว่าเป็นเทพก็ได้ ในเมืองบาดาล ดังที่เราท่านเข้าใจกันคือ พญานาคค่ะ ตัวดิฉันเองเป็นคนเกิดปีมะโรง ซึ่งก็มีความเชื่อในเรื่องของพญานาคอยู่แล้ว ก็คิดว่าเป็นลูกหลานท่านที่ท่านอยากมาช่วยเหลือเพราะฉะนั้น จึงอยากขอความกรุณาทุกท่านที่ทั้งเชื่อและไม่เชื่อในเรื่องนี้ได้เข้าใจกัน ว่า ไม่เชื่อก็โปรดอย่าลบหลู่ดูหมิ่น และขอสาบานด้วยชีวิตของดิฉันเลยว่าทุกสิ่งอย่างที่ได้แจงรายละเอียดไปน้น เป็นความจริงทุกประการค่ะ (ธนาทิพย์ แสงไชย) (ขอบคุณข้อมูลจากบล็อกโอเคเนชั่น)

บทความอื่นๆ ใกล้เคียงผีจ้างหนัง คำชะโนด


source
http://www.dmc.tv/pages/scoop/%E0%B8%9C ... B8%87.html


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron