บทนำ 3 - 4

จากประวัติศาสตร์ ที่ฝรั่งทั้งเขียนทั้งแต่ง และคนไทยเอามาแปล เป็นทั้งหนังสืออ่าน และบทเรียนประวัติศาสตร์สากล ทำให้เราเข้าใจ และเชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์ลอบฆ่าอาชดยุก ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของออสเตรีย-ฮังการี โดยชาวเซอรเบีย ที่เซราเจโว เมืองหลวงของเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน คศ 1914
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

บทนำ 3 - 4

โพสต์โดย admin » อังคาร 26 พ.ค. 2015 8:45 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ต้มข้ามศตวรรษ”
11150244_1038222219539591_2815555542344511450_n.jpg
11150244_1038222219539591_2815555542344511450_n.jpg (54.19 KiB) เปิดดู 293 ครั้ง
บทนำ

(3)

ก่อนปี คศ 1882 โลกรู้จัก น้ำมันเหนียวๆ ดำๆ ที่เรา เรียกว่า ปิโตรเลียมแล้ว แต่ยังไม่รู้จะเอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง และยังไม่รู้ว่า มันเป็นของมีค่ามหาศาล ถึงขนาดที่ฝ่ายที่อยากได้ หรือฝ่ายที่ไม่อยากให้ใครได้ไป พร้อมที่จะสร้างเรื่อง เพื่อทำสงครามฆ่าฟันประชาชนเจ้าของประเทศที่เป็นเจ้าของน้ำมันดำๆ เหนียวๆ นี้ ให้ตายเป็นเบือและประเทศเขาพินาศย่อยยับ อย่างไม่รู้สึกผิดและละอายแม้แต่น้อย

ปี คศ 1853 ชาวเยอรมันชื่อ Stohwasser เป็นผู้ใช้เทคนิค ผลิตน้ำมันตะเกียง จากน้ำมันที่เรียกว่า " rock oil" เพราะมันจะไหลออกมาจากก้อนหิน ในแหล่งที่มีน้ำมัน เช่นที่ Titusville ที่ รัฐ Pennsyvania หรือ ที่ Baku ของรัสเซีย หรือที่ Galicia ที่ขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์

John D Rockefeller คนโคตรรวยตัวแสบของอเมริกา คงได้ยินเรื่องน้ำมันตะเกียงของเยอรมัน จึงตั้งบริษัทน้ำมัน The Standard Oil Company ขึ้นในปี คศ 1870 เพื่อขายน้ำมันตะเกียงบ้าง รวมทั้งน้ำมัน ที่นำมาใช้ผสมกับตัวยา เพื่อเป็นยารักษาโรค มันเป็นน้ำมันชนิดราคาถูก แต่ก็ทำให้ Rockefeller รวยขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้เหมือนกัน เพราะเขาเล่นใช้วิธีผูกขาด และบี้ราคาคูแข่ง จนอยูไม่ได้และต้องขายกิจการให้เขาในราคาถูก ดีกว่าเจ๊งจนไม่เหลือแม้แต่กางเกง

ดูเหมือนคนขายปุ๋ย ขายไก่แถวบ้านสมันน้อย ก็นำวิธีนี้มาใช้ บี้มันทุกกิจการ คนค้าขายคนเล็ก คนน้อย จึงต้องถอยร่น หร่อยหรอ และหายไปในที่สุด เหลือแต่รายใหญ่ยักษ์ครอบงำเกือบทั้งประเทศ รวย และก็เลว ไม่ต่างกัน

ในขณะเดียวกับที่ Standard Oil ของ Rockefeller กำลังก้าวหน้า เขมือบคู่แข่งในอเมริกาไปเรื่อยๆ เจ้าพ่อของอีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ตระกูล Rothschild จมูกไว ก็เข้าไปขุดเจาะน้ำมันที่ Baku ใน Azerbaijun ของรัสเซีย ในปี คศ 1880 Rothschild มีโรงกลั่นน้ำมันใน Baku ประมาณ 200 แห่ง Rothschild ซึ่งมีรากเหง้ามาจากยิว ไม่ได้ไปขุดน้ำมันแต่ลำพัง ขนเอาบรรดาญาติพี่น้องของตระกูล ที่กระจายอยู่ในเมืองต่างๆของยุโรป เข้าไปค้าขาย และขยายพันธ์อยู่ในรัสเซียด้วย เป็นเรื่องที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ซาร์นิโคลัสแห่งรัสเซีย ที่แสดงอย่างเปิดเผยว่าไม่ชอบยิว และไม่ชอบใจ Rothschild

ปี คศ 1882 กัปตัน Fisher แห่งกองทัพเรืออังกฤษ พยายามชักชวน ให้กองทัพเรืออังกฤษ เปลี่ยนเครื่องยนต์เรือรบ จากใช้ถ่านหิน เป็นใช้น้ำมัน ซึ่งจะทำให้เรือรบน้ำหนักเบาลง และวิ่งได้เร็วขึ้น Fisher ไม่ได้เป็นรายแรก ที่คิดติดเครื่องให้เรือวิ่งด้วยน้ำมันแทนถ่านหิน รัสเซียก็ใช้มาแล้ว เป็นเรือกลไฟเติมน้ำมัน ที่รัสเซียเรียกว่า "mazut" วิ่งควันโขมงอยู่บริเวณทะเลสาป Caspain

กัปตัน Fisher ทำการบ้านอย่างเคร่งเครียด ถึงข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างการใช้เครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันกับใช้ถ่านหิน ในที่สุด กองทัพเรืออังกฤษก็เห็นด้วย ที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน เพราะ ถ้าทำสำเร็จ ไม่ใช่แค่กองทัพเรือของอังกฤษจะยิ่งกว่าใหญ่เท่านั้น มันคงจะทำให้ความฝัน ที่จะครองโลกไปตลอดกาลนานของอังกฤษ เป็นความจริงอีกด้วย

อังกฤษคิดหนัก ฝันนี้จะเป็นจริงได้อย่างไร ในเมื่ออังกฤษไม่มีแหล่งน้ำมันของตนเอง บนเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย แม้แต่แหล่งเดียว

ส่วนน้ำมันที่ Baku ของรัสเซีย ก็ทำท่าจะมีปัญหาประดังกันมา เรื่องแรก Rothschild ไม่ได้มีจมูกไวคนเดียว Rockefeller ก็มีคนตามดมกลิ่นให้เหมือนกัน ประมาณปี คศ. 1884 Rockefeller จึงเข้าไปใน Baku ช่วงแรก 2 ค่ายแข่งกันขุด แย่งกันขาย ผลปรากฏว่า อาการหนักทั้งคู่ น้ำมันล้นตลาด และราคาตก 2 เจ้าพ่อจึงจับมือตกลงกัน แบ่งเขต แบ่งโควต้ากันเอง ทำเหมือน Baku เป็นที่ดินสาธารณะ ไม่มีเจ้าของ ไม่เห็นหัวซาร์นิโคลัส เจ้าของตัวจริง

เรื่องเอายิวไปแพร่พันธ์อยูในรัสเซีย ก็ทำให้ซาร์นิโคลัส เหม็นหน้า Rothschild พอแล้ว นี่ Rothschild รวมหัวกับ Rockefelker ทำข้อตกลง เรื่องการขุดและขายน้ำมันที่ Baku อย่างนี้ ซาร์จะรับไหวหรือ เขาเฉี่ยวหัวเอา เหมือนไม่เห็นหัวเจ้าของ นโยบายส่งยิวออกนอกรัสเซีย จึงเริ่มเป็นรูปธรรม และแน่นอน นโยบายนี้ จึงเป็นการสร้างความขุ่น แค้นเคือง อาฆาต ไว้กับหลายกลุ่ม หลายคน เมื่อโอกาสจะครอบครอง แหล่งน้ำมันที่รัสเซีย ไม่ง่ายอย่างที่คิด อังกฤษจึงต้องหาเสาหลักที่สามต่อไป อย่างเร่งด่วน

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ต้มข้ามศตวรรษ”
บทนำ

(4)

ในปี คศ 1902 เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่า บริเวณอาณาจักรออตโตมาน ที่เรียกกันว่า เมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) คือ อิรัคและคูเวตในปัจจุบันนี้แหละ เต็มไปด้วยแหล่งน้ำมันปิโตรเลียม แต่ละแหล่งจะมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน และจะเข้าไปถึงแหล่งได้อย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แค่การเจอแหล่งน้ำมันนี้ ก็ทำให้บรรดานักชิงน้ำมัน อยากเป็นเจ้าของปั้ม คิดแผนกันวุ่นไปหมด จนถึงทุกวันนี้ ย้ำ จนถึงทุกวันนี้

ในที่สุด ปี คศ 1905 อังกฤษ ซึ่งใช้สายลับระดับใกล้เคียง 007 นาย Sidney Reilly ตามสืบจนรู้ว่า นาย William Knox d'Arcy วิศวกรชาวออสเตรเลีย และเป็นนักสำรวจธรณีวิทยาสมัครเล่น ซึ่งมีข่าวว่าเจอน้ำมัน ที่วิหารเก่าแก่แถวเมืองโบราณของอิหร่าน และเทียวไปเทียวมาที่ลอนดอน เพื่อหาเงินกู้มาใช้ในการขุดน้ำมัน ซึ่งโอกาสได้เงินกู้ ริบหรี่มาก

แต่นาย d'Arcy นับว่ายังมีโชค เนื่องจากเขาเป็นวิศวกร จึงมีโอกาสได้รับใช้ Shah Muzaffar กษัตริย์เปอร์เซีย (อิหร่าน ปัจจุบัน) ซึ่งเพิ่งขึ้นมาครองบัลลังก์ในตอนนั้น และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศ โดยการสร้างทางรถไฟ ปี คศ 1901 Shah ตอบแทน d'Arcy ในการให้คำปรึกษาต่างๆ ด้วยการให้สัมปทานอายุ 60 ปี ที่จะขุดเจาะแผ่นดินส่วนไหนของเปอร์เซียก็ได้ ขุดเจออะไร ก็ให้ตกเป็นทรัพย์สินของนาย d'Arcy เขาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ Shah ไป สองหมื่นเหรียญ พร้อมตกลงแบ่งให้ Shah 16 เปอร์เซนต์ของรายรับที่จะได้ มันเป็นสัมปทาน ที่ตกทอดถึงทายาท และผู้รับโอนด้วย

สายลับ Reilly ปลอมตัวเป็นพระ เพราะรู้ว่า นาย d'Arcy เป็นคนเคร่งศาสนา เขาเกลี้ยกล่อม หว่านล้อม จนในที่สุด นาย d'Arcy ซึ่งกำลังจะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มธนาคารฝรั่งเศส ของพวก Rothschild เปลี่ยนใจ โอนสัมปทานให้พระปลอมแทน นาย d'Arcy คงนึกว่าได้ทำบุญกับพระเจ้า คงคิดไม่ต่างกับพวกที่ทำบุญกับพระปลอม ที่มาจากวัดจานบิน

ได้แหล่งน้ำมาแล้ว 1 รายการ แต่คงไม่พอ สำหรับจะใช้เพื่อเป็นอาวุธครองโลก อังกฤษสายตายาวไกล มองจ้อง และจองเอาไว้ ทั่วทั้งตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแถบ Mosul อังกฤษ รู้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ไม่น่าจะนานเกินรอ อังกฤษมีแผนเรียบร้อยแล้ว แค่รอจังหวะเวลาบางเรื่องเท่านั้นเอง

แต่ใช่ว่ามีแต่อังกฤษ ที่คิดครองแหล่งน้ามัน เยอรมันเองก็คิด อาจจะต่างกันที่วิธีการ หรือกลยุทธ เท่านั้นเอง

ประมาณปี คศ 1870 อุตสาหกรรมของอังกฤษ นำหน้าเยอรมัน ชนิดทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น ในความเห็นของอังกฤษขณะนั้น เยอรมันไม่มีทีท่า ว่าจะขึ้นมาเป็นคู่แข่ง เรียกว่าไม่อยู่ในสายตาของอังกฤษเอาเลย แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 30 ปี อุตสาหกรรมของเยอรมัน โตเร็วเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นการเดินเรือ การผลิตเหล็ก การไฟฟ้า เครื่องจักร เคมี ปุ๋ย ยารักษาโรคฯลฯ และทำให้เยอรมันเอง ก็ต้องการน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต ในการทำอุตสาหกรรม

และในขณะนั้น เยอรมัน ก็ไม่ต่างกับอังกฤษ ที่ไม่มีแหล่งน้ำมันของตนเอง เยอรมันต้องพึ่งน้ำมันของ Standard Oil จึงอยู่ในกำมือของ Rockefeller จนหน้าเขียว เยอรมันจะทนหน้าเขียวไปตลอด ก็คงไม่ไหว

กลุ่มอุตสาหกรรมและการเงินของเยอรมัน นำโดย Deutsche Bank จึงเจรจา กับรัฐบาลของออตโตมาน เพื่อรับสร้างทางรถไฟ ที่จะวิ่งจาก กรุงคอนแสตนติโนเปิล เมืองหลวงของออตโตมาน ข้ามผ่านอนาโตเลีย เป็นเส้นทางที่เยอรมันวางแผน จะให้ไปถึงเมือง แบกแดด เป็นเส้นทางที่ผ่านแหล่งน้ำมันใหญ่ไปตลอดสาย ข่าวนี้ ทำให้อังกฤษเครียดอย่างยิ่ง และถึงกับนอนฝันร้าย เมื่อมีรายงานข่าวว่า ระหว่างสร้างทางรถไฟ สัมพันธ์ระหว่างเยอรมัน กับออตโตมาน ก็กระชับแน่นขึ้น แน่นขึ้น ไปเรื่อยๆ

สัมพันธ์คงกระชับกันแน่นจริง ในที่สุดออตโตมาน ก็ตกลง ให้เยอรมันสร้างทางรถไฟยาว ไปถึงแบกแดด ทางรถไฟสาย Berlin Bagdad ยาว 2,500 ไมล์ ฝันร้ายของอังกฤษ กลายเป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องจริงที่ดีเกินความฝัน ของเยอรมัน เพราะ ในปี 1912 จากการเจรจาของ Deutsche Bank ออตโตมานเกิดใจดี แถมให้สิทธิ 2 ข้างทาง (right of way) กว้าง 20 กิโลเมตร ยาวตลอดเส้นทางรถไฟ ซึ่งจะไปถึง Mosul หรือ อืรัค ในปัจจุบัน แก่เยอรมัน

ข่าวนี้ทำให้อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ถึงกับยืนไม่อยู่ เข่าทรุดทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง เท้าทั้ง 2 ข้าง จากนิ้วก้อยถึงนิ้วโป้ง ทำท่าจะรับน้ำหนักต่อไปอีกไม่ไหว จะให้ดีแบบนี้ ต้องมี 4 เท้า ถึงจะยืนอยู่ได้

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
21 เม.ย. 2558

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... permPage=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: บทนำ 3 - 4

โพสต์โดย admin » อังคาร 26 พ.ค. 2015 8:46 pm

Tanya Charoonsamathisak ถ้ารถวิ่งได้โดยไม่ง้อน้ำมัน ... อะไรๆคงดีกว่านี้นะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 14:43 น.

Suneewan Pensook การวิจัยการใช้พลังงานธรรมชาติ ...แสงอาทิตย์..ลม..เพื่อใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น คุ้มค่าการลงทุนเลยไม่ไปถึงไหน เพราะมีกลุ่มทุนที่ได้ผลประโยชน์จากการขายนํ้ามันมาตัดแข้งตัดขา อยู่ไงคะ เลยไม่สำเร็จซ้ากที...
ถูกใจ · 6 · 21 เมษายน เวลา 17:39 น.

Tanya Charoonsamathisak เห็นด้วยครับ...ยี่ปุ่นจะทำรถไฮโดรเจนขาย ไม่รู้จะได้ใช้จริงไหม
ถูกใจ · 3 · 21 เมษายน เวลา 17:41 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็ลุ้นอยู่ ขอให้ทำสำเร็จ และรอด (ตาย)
ถูกใจ · 18 · 21 เมษายน เวลา 18:38 น.

Tanya Charoonsamathisak นิวเคลียร์จะลงที่โรงงานโตโยต้าก่อนเลยครับคุณลุง
ถูกใจ · 3 · 21 เมษายน เวลา 18:50 น.

เจมส์คุง เฝ้าบ้าน เรียกว่าจรเข้ขวางคลอง ขวางมานานมากแล้ว รถพลังงานไฮโดรเจน อ.ท่านหนึ่งบ้านเราเคยมำมาแล้วครับ แต่ก็อย่างว่า "จรเข้ขวางคลอง" ยุ่นยังพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยลดการใช้น้ำมัน ผมเชื่อลึกๆว่า ซามูไรเองเค้าก็ไม่อยากอยู่ใต้ปีกอินทรีย์ตลอดไป
ถูกใจ · 7 · 21 เมษายน เวลา 20:37 น.

Tanya Charoonsamathisak ใช่ครับ
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 21:04 น.

Arnat Buakhaio เทคโนโลยีพลังงานถูกแช่แข๋งหมดครับดูแบตเตอรี่สิกลไกการทำงานเดิมๆมาสองรัอยปีได้ละมั้งครับ
ถูกใจ · 4 · 21 เมษายน เวลา 21:39 น.

Tanya Charoonsamathisak แสบจริงๆพวกเวรนี้
ถูกใจ · 2 · 21 เมษายน เวลา 22:00 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...

เพ็ญศรี จิ้ว
นานแล้วนะที่อาการติดนวนิยายจะลงแดงหายไปจากชีวิต
พอมาอ่านเรื่องนี้อาการติดนิทานนิยายกลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
คุณเขียนดีจังถ้าประวัติศาสตร์ไทยมีผู้เรียบเรียงดีๆแบบคุณหนังสือประวัติชาติไทยคงเป็นหนังสือที่น่าศึกษาที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง
คุณคิดจะเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยไหมคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 30 · 21 เมษายน เวลา 13:08 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น คิดอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่รู้จะสำเร็จไหม เพราะมีแผนจะเขียนเกี่ยวกับโลกล้อมเรานี่ ให้ครบตามต้ังใจก่อน อาการลงแดงฟื้นแบบนี้ เป็นการให้กำลังใจผมครับ 55
ถูกใจ · 44 · 21 เมษายน เวลา 18:31 น.

NiNi Aoffy น่าจะเขียนครับลุง...ปูแนวทางที่ดีต่อไปในอนาคต
ถูกใจ · 22 เมษายน เวลา 14:39 น.

Boonyapa Ddc คุณเพ็ญศรีพูดเหมือนลูกชายเลยค่ะ "ถ้าวิชาประวัติศาตร์ เขียนสไตล์ท่านลุงนิทาน. ลูกได้เอแน่นอน"
ถูกใจ · 1 · 22 เมษายน เวลา 23:26 น.

Noosi Suwaalee ขอเป็นอีก 1 เสียงน๊ค๊..ที่บอกว่าชอบอ่าน นิยายเหมือนกัน เรื่องที่ชอบ ถ้าอ่านไม่จบก็จะไม่วาง..ยิ่งถ้านิทานแบบลุง เขียนให้อ่าน ยิ่งสนุก.ต้องติดตาม และขอสนับสนุน ให้ลุงเขียนประวัติชาติไทย จะได้ให้เด็กๆอ่านเปิดตา เปิดสมอง ดีกว่านั่งหน้าจอเล่นเกมส์ ครอบครัวจะได้เอาหน้าชน เอาหัวคิด.จะได้รักชาติเยอะๆ.. ขอบคุณค่ ลุง นิทานเรื่องจริงตำนานการลวง หลอกล่อลงหม้อตุ๋น
ถูกใจ · 1 · 28 เมษายน เวลา 12:51 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Narudsaruk Likitcharoenkron ลุงนิทานไม่รู้สถานการณ์ที่เยเมนจะจุดหรือป่าวคะ สถานการณ์ล่อแหลมมากกกกกก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 21 เมษายน เวลา 11:29 น.

Chaiyawat Choophan ถ้าคำทำนายมีจริง เคยมีคนแปลของนอสฯว่าสงครามโลกจะเริ่มต้นที่เยเมน อ่านตอนแรก ยี่สิบกว่าปีก่อน ยังมองไม่ออกว่าทำไม ทั้งๆที่ไม่เห็นสำคัญ พึ่งจะได้อ่านชี้แนะให้เห็นครับ
ถูกใจ · 6 · 21 เมษายน เวลา 12:15 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron พอจะตามหาบทความได้มั้ยคะ
ถูกใจ · 3 · 21 เมษายน เวลา 14:34 น.

Chaiyawat Choophan เป็นหนังสือคำทำนายนอสตราดามุส พิมพ์เป็นเล่มหนาๆ แต่จำไม่ได้ว่าสำนักพิมพ์อะไร ที่จำได้เพราะคำทำนายซ้ำกับหนังสือที่อ่านสมัยเด็กๆ ชื่อดาวหางฮัลเล่ย์กับคำทำนายของนอสตราดามุส น่าจะประมาณช่วงที่ดาวหางฮัลเล่ย์มาครับ (สามสิบกว่าปีแล้ว)
ถูกใจ · 5 · 21 เมษายน เวลา 15:11 น. · มีการแก้ไข

Narudsaruk Likitcharoenkron แป๋ววววว
ถูกใจ · 3 · 21 เมษายน เวลา 15:12 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เรื่องที่เยเมน มันคงปานปลาย ลุงบอกแล้ว ว่าเขาอยากได้แต่ปั้ม เขาไม่อยากได้เจ้าของปั้ม คนคุมปั้ม
ถูกใจ · 25 · 21 เมษายน เวลา 18:42 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron คนเยเมนตายฟรี เศร้าคะ
ถูกใจ · 5 · 21 เมษายน เวลา 19:09 น.

Patama Pook ระหว่างเสี่ยซีผีกับร็อคกี้เฟลเรอร์ ใครมันจะโคตรอำมะหิตกว่ากันนะ
ถูกใจ · 5 · 21 เมษายน เวลา 19:25 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron ทั้งคู่ 5555
ถูกใจ · 3 · 21 เมษายน เวลา 19:29 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Chaiyawat Choophan เหลือแต่จะทำอย่างไร ให้ตนแดนสมันน้อยรู้เท่าทันเกมคนขายไก่ขายปุ๋ยแต่กินรวบ และชาวสมันน้อยสามัคคีกันได้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 · 21 เมษายน เวลา 10:27 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ต้ังคำถามเป็นเรื่องดี แสดงว่าเริ่มรู้ตัวแล้ว แต่ต้องหาคำตอบด้วย ได้คำตอบแล้ว ต้องลงมือทำเผลสำเร็จจึงจะเกิด
ถูกใจ · 15 · 21 เมษายน เวลา 18:19 น.

Chaiyawat Choophan ครับ ขอบคุณครับ
ถูกใจ · 2 · 21 เมษายน เวลา 18:22 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...

Art Charlie ลุง รวมเล่มทำเป็น E-book เลย รับรองมีคนซื้ออ่านแน่นอน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 21 เมษายน เวลา 9:50 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น น่าคิดครับ แต่ผมไม่คิดทำขาย ถ้าทำ ผมอยากทำเป็นวิทยาทาน ไม่ว่าพิมพ์เป็นหนังสือ หรือ เป็น E book
ถูกใจ · 34 · 21 เมษายน เวลา 18:36 น.

Ccna Rns นี่ก็น่าจะเป็น E-book แล้วนะคะ แบบว่าเวอร์ชันแรกจะออกมาทีละ chapter ก่อน อีโมติคอนgrin
ถูกใจ · 23 เมษายน เวลา 13:47 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Peter AU เราไม่ลองย้อนดูตัวเองมั่ง...ทำไมเฟด ตั้งมาเป็นร้อยปี..แล้วถามว่า เราแค่รู้ตามเขา ยังไม่ทันเลย..ทุกวันนี้ รมต.ยังคลำทางออกกันไม่เจอ..อยากรู้จัง สมัยปี คศ.1900 คนไทยสมัยนั้น" คิดเรื่องอะไร..? ทำอะไรอยู่...? ไม่มีวางรากฐานเรียนรู้ความจริง อะไรเลยหรือ..?" และเราอาจจะไม่แปลกใจเลย..ถ้ารุ่นหลานมาถามเราว่า.."สมัยปีพศ.2558 เราคิดอะไรอยู่..? ทำอะไรกันอยู่...? ไม่มีวางรากฐาน เรียนรู้ความจริง อะไรเลยหรือ ..?"
ถูกใจ · ตอบกลับ · 27 · 21 เมษายน เวลา 9:41 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ขอบคุณครับ ที่ช่วยถามออกมาดังๆ เป็นคำถามที่วันนี้คนไทยต้องถามตัวเองบ้าง และหาคำตอบด้วยตัวเอง เราต้องตื่นเสียที เกือบทุกเรื่อง เราปล่อยให้การเมือง และระบบราชการที่ล้มเหลวพาเราลงเหวเราเสพแต่ข่าวฟอกย้อมกับน้ำเน่า ไปวันๆ แล้วเราจะเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลานครับ คำคอบที่มีให้ลุกหลาน ถ้าเขาถามว่า ปี พศ 2558 เราทำอะไรกันอยู่ เราทำแต่เรื่องไร้สาระครับ
ถูกใจ · 28 · 21 เมษายน เวลา 18:12 น.

ต้น ต้นต้ล
รู้แต่ระดับบนๆป่ะครับ?

โรงงานใดๆก็ตามค่าแรงคนงานยิ่งต่ำยิ่งดียิ่งกดได้ยิ่งดี
สภาพสังคมถึงรวยกระจุกจนกระจายแทบทุกประเทศ จะได้มีแรงงานไว้ให้ใช้
บ้านสมันน้อยก็เหมือนกัน
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 21:54 น.

Bankkok Dangeros คนไทยส่วนใหญ่คิดแต่ความสุขของตัวเองและครอบครัวเป็นหลักนะครับ แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าไม่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองและครอบครัวเพื่อให้มีประเทศที่เข้มแข็งพอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ที่ดินพันไร่ เงินฝากธนาคารพันล้าน กิจการใหญ่โต ก็สูญสลายมลายหายไปทันทีเช่นกันนะครับ ...
ถูกใจ · 2 · 23 เมษายน เวลา 23:07 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Winyou Jeeraprapakan เรื่องคล้ายๆ อ. เขียนมาแล้ว แต่เข้าใจว่าเป็นบทนำ ใครสนใจไปตามหาเรื่องเก่าๆ นะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 21 เมษายน เวลา 8:58 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เขียนมาแล้วบ้าง แต่ต้องเขียนซ้ำเป็นการปูพื้น สำหรับท่านที่ยังไม่เคยอ่าน และเรื่องมันต่อเนื่องกันครับ ปูพื้นอีกวัน จะเข้าตัวเรื่อง ที่ผมยังไม่เคยเขียนมาก่อนครับ
ถูกใจ · 19 · 21 เมษายน เวลา 18:25 น.

ต้น ต้นต้ล ถ้าจำไม่ผิดของ อ. ไม่ได้กล่าวลงลึกถึงแรงจูงใจที่เยอรมันจะอยากทำทางรถไฟ/ เรื่อง พท 20กม ข้างราง /เรื่องการจับมือกันแบ่งเขตหากินของสองตระกูลนั่นด้วยครับ

ขออภัยหากจำคลาดเคลื่อน
ถูกใจ · 2 · 21 เมษายน เวลา 21:58 น.

เจมส์คุง เฝ้าบ้าน ถูกต้องครับคุณ ต้น ต้นตัล มีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมมาในบทเริ่มต้นนี้ครับ
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 22:43 น.

Bravo Zulu มีเรื่องบ่อน้ำมันที่รัสเซียเพิ่มขึ้นมาครับ
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 23:45 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Kaew Kanpipat อันนี้ตอนที่สองรึเปล่ารับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 เมษายน เวลา 8:55 น.
ดูอีก 2 ข้อความตอบกลับ

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ขอบคุณ คุณ Napassorn ที่ช่วยชี้ทางครับ ช่วยสังเกตหน่อยนะครับ พอเข้าตัวเรื่องแล้ว นิทานจะเขียนชื่อเรื่อง บทที่ และตอนที่ เอาไว้ เพราะเป็นนิทานยาว ถ้าไม่เขียนไว้ และไม่อ่านจั่วหัว เดี๋ยวจะหลงทางและอ่านไม่สนุก
ถูกใจ · 9 · 21 เมษายน เวลา 18:50 น.

Kaew Kanpipat ผมละตามอ่านไม่พลาดซักตอนเลยครับลุง
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 18:53 น.

Panithi Kong Saktrakulkla มึงอ่านหน่อย คนไทยปะเนี้ยะ อ่าน 8 บรรทัด
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 23:03 น.

Kaew Kanpipat ประมาณว่ายังว่างอ่าน ก็สไลด์ลงไปผ่านๆแล้วไม่เห็นวงเล็บอีกตอนไง #ดูเป็นภาระสังคมเลยครับ
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 23:06 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Thai Tiger ..........ดูเหมือนคนขายปุ๋ย ขายไก่แถวบ้านสมันน้อย ก็นำวิธีนี้มาใช้ บี้มันทุกกิจการ คนค้าขายคนเล็ก คนน้อย จึงต้องถอยร่น หร่อยหรอ และหายไปในที่สุด เหลือแต่รายใหญ่ยักษ์ครอบงำเกือบทั้งประเทศ รวย และก็เลว ไม่ต่างกัน ........... ความคิดนี้ที่คุณลุงลงเอาไว้ เป็นเรื่องที่อยู่ในใจมาตลอด ไม่รู้เมื่อไรจะมี " ใครสักคน " มาช่วยดูแลเกษตรกรและระบบจัดการการผูกขาดบ้านเรา เป็นเรื่องเป็นราวสักที
ถูกใจ · ตอบกลับ · 63 · 21 เมษายน เวลา 8:17 น. · มีการแก้ไข

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็รอ "ใครสักคน" เหมือนกันครับ แต่ถ้าใครสักคนนั้น ยังไม่มา เราๆก็น่าจะแสดงออก ถึงความไม่เห็นด้วย ไม่พอใจของเราได้ ด้วยการไม่สนับสนุนกิจการเขา ถ้าเราหลายๆๆๆๆคน ไม่สนับสนุน เขาก็เหนื่อยได้ อีกอย่างหนึ่ง สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคมีอยู่ เราๆ ไปร่วมแสดงพลังกับเขาได้ อย่าให้เขาว้าเหว่ออกแรงกันอยู่ไม่กี่คน อย่าลืมนะครับ เขาทำอย่างนี้ได้ ส่วนหนึ่ง เพราะเราประชาชนยอม!
ถูกใจ · 30 · 21 เมษายน เวลา 18:00 น.

ต้น ต้นต้ล
ลดความอยากมีอยากได้ให้พร้อมๆกัน

แต่ยากมากเลย บ่นว่าของแพงแล้วชวนกันไปใช้ของทดแทนอย่างอื่นอาจจะง่ายกว่า พ่อค้าอาจจะลดราคาลงมาเองตามกลไก

อาจจะ... แต่การรวมตัวยากที่สุด -..-
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 22:02 น.

Sirikul Cho "ใครสักคน" คงหายากมาก เพราะ ในที่สุดคุณก็จะถูกซื้อตัว ในราคาที่ยังไง ก็ต้องขายวิญญานให้เขา
ถูกใจ · 2 · 22 เมษายน เวลา 10:57 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Watt Supaksirikul ขอบคุณครับ...
คนขายไก่ในบ้านเรานี่แสบไม่แพ้คนหน้าเหลี่ยมเป้าหมายคือยึดครอบครองทุกอย่างในดินแดนสมันน้อย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 · 21 เมษายน เวลา 9:06 น.

Tweeter Swiftlet คนรุ่นใหม่ที่เห่อพวกฝรั่งหัวแดงทั้งหลาย ควรอ่าน จะได้เข้าใจ สันดานคนพวกนี้ ว่าโหดขนาดไหน ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 16 · 21 เมษายน เวลา 8:14 น.

จตุพร เพชรเรียง ฝาหรั่งหัวแดงตะวันตก ผู้ดีมะกันยิว จูงมือกกันเดินมาจนถึงจุดสิ้นสุด เมื่อต้องมาเจอจีนและรัสเซีย "ขวาง"
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 19:09 น. · มีการแก้ไข
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Sirideb Udesanandana ขนาดลุงเล่าย้อนไปเป็นร้อยปี ยังทำให้เห็นภาพชัดมาถึงปัจจุบันเลย อดีตนักล่าหากินยังไง ปัจจุบันยังงั้น แค่เปลี่ยนคำพูดให้ฟังหอมหวานขึ้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 12 · 21 เมษายน เวลา 8:17 น.

Oldtiger Tiger กลยุทธเลวๆ แบบนี้ มันสืบทอดข้ามสายพันธ์ุกันได้ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 21 เมษายน เวลา 8:31 น.

Yun KunGz ขอเป็นวันละ 4 ตอนได้ไมคับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 21 เมษายน เวลา 8:43 น.

เจมส์คุง เฝ้าบ้าน ใจเยนๆครับเอาตามลุงนิทานเถอะครับ บางที่รอเป็นๆเราก็รอครับ
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 22:50 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


คิดถึง ลมหนาว เชื่อหรือเปล่าคนเรียนจบสูงๆยังไม่รู้เลยว่า fed เป็นเอกชน เเถมเเถเเบบโง่ๆด้วย เพราะเค้าไม่เชื่อกับสิ่งที่เค้ารู้ว่าผิด
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 21 เมษายน เวลา 17:31 น. · มีการแก้ไข

Sirawat Songboonkaew เจ็กขายไก่ขายปุ๋ยรวยหลายแสนล้าน ตายไปก็ซื้อตั๋วขึ้นสวรรค์ไม่ได้หรอก เล่นฆ่าลูกไก่แบบจับทิ้งทะเลเป็นอาการปลาทั้งเป็น ทีละหลายล้านตัว สวรรค์คงไม่เอาคนใจดำผิดมนุษย์มนาไปอยู่ด้วยหรอกครับ.
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 11:27 น.

จตุพร เพชรเรียง เฮียแกตายไปเมื่อไหร่ นานเลยล่ะกว่าจะได้ขึ้นมา
ถูกใจ · 1 · 21 เมษายน เวลา 11:48 น.

Bravo Zulu เขาไม่ทิ้งแล้วครับ เขาเอาไปทำไก่นักเก็ตแสนอร่อย(สำหรับบางคน)แล้วครับ
ถูกใจ · 21 เมษายน เวลา 23:49 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


คิดถึง ลมหนาว คนขายไก่ขายปุ๋ยยิ่งกว่านั้นอีกทุบหุ้นตัวเองทั้งๆที่มีข้าวดีผลประกอบการดีให้คนถือหุ้นเทขายหุ้นทิ้งเเล้วตัวเองไปรับถูกๆกินปันผลอร่อยคนเดียว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 15:50 น.

Kriangkrai Phonpatthaphi ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดทองคำน้ำสีดำหอมหวนจนพวกมันลืมทองคำเหลืองกันไปเลยหรือไง ขณะที่โลกก็ยังไม่ฟื้นตัวดีจาก WW1 ดี มันก็หาเหตุแย่งกระดูกผูกเงื่อนขมวดเข้าสู่ WW2. ล้างบางผู้คนอีกจนได้ และครั้งต่อไปผมก็ว่าไม่น่าจะต่างกันมาก. มีพวกเดียวนี่แหล่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 11:02 น.

Sayan Aeiamnam ชอบคำว่าคนขายไก่ขายปุ๋ยบ้านสมันน้อยนี้เหละ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 9:20 น.

เปรมพล วิบูลย์เจริญสุข แสบจริงๆ ยิวกับอังกฤษ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 21 เมษายน เวลา 8:26 น.

Suneewan Pensook เห็นภาพชัดมากๆค่ะ... ตอนนี้คนขายไก่ขายปุ๋ยไม่เพียงแค่ทำร้ายพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย..แต่ยังทำร้ายธรรมชาติ ทำให้คนโค่นต้นไม้ เผาดินมาปลูกไร่ข้าวโพดเลี้ยงไก่ควันโขมงอยู่ทุกปีเป็นปัญหาระดับโลกไปแว้ว ...คงใช้ความคิดเดียวกันจริงๆ >>"ใครเดือดร้อนไม่สน ขอกรูได้ผลประโยชน์ไว้ก่อน"
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 21 เมษายน เวลา 17:48 น. · มีการแก้ไข

เจมส์คุง เฝ้าบ้าน ผมนับถือลุงนิทานตรงที่ ท่านไม่ใช่ลัทธิธรรมเกย์ ท่านไม่ใช่ลัทธิกินรวบประเทศไทย อย่างซีผี ไม่ใช่นักการเมือง เป็นแต่หอกระจายข่าวแจงแจ้งทั้งเรื่องราวอดีตปัจจุบัน อนาคต ให้พวกเราได้ตื่นรู้ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 21 เมษายน เวลา 20:50 น.

Sarawut Poolsawat ดูเหมือนว่าจะเป็นความเลวแบบสืบสันดานกันมาเลยนะครัช ตั้งแต่ยุคเริ่ม จนถึงปัจจุบัน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 21 เมษายน เวลา 9:12 น.

Moragot Paitoon มาเเว้วๆๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 21 เมษายน เวลา 8:10 น.

Jira Bunnag อะไรๆก็ไม่ทุเรศเท่ากับไอ้นิสัยรวยแล้วต้องเลวเหมือนจนแล้ว
ต้องโง่ถูกไอ้พวกเลวมันหลอกเอา ขอบคุณครับลุงนิทาน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 21 เมษายน เวลา 14:20 น.

โมนา อนุโมทนา ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงคิดว่าจะครองโลก ทั้งๆที่โลกกว้างใหญ่มาก จะครองได้ยังไง ชีวิตก็อยู่ได้แค่จุดเดียว ของแต่ละเวลา ไม่ได้อยู่ได้หลายๆจุดในเวลาเดียวกันซะหน่อย ยังไม่เข้าใจว่าเขาคิดยังไง ถึงจะคิดครองโลก อะไรเป็นเหตุให้คิดแบบนั้นคะ ช่วยชี้แนะด้วยคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 21 เมษายน เวลา 13:26 น.

Sakon Rattanamangsang ความโลภครับ
ถูกใจ · 2 · 21 เมษายน เวลา 16:55 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Yui Peeraya ขอบคุณลุงนิทานคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 21 เมษายน เวลา 10:41 น.

Wanprapa Nualngam ปลาใหญ่กินปลาเล็ก บ้านเราตลาดสดแทบจะไม่มีคนเดินแล้ว55555
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 21 เมษายน เวลา 18:08 น.

Chanin Benchanark อดีตใครที่ ขวางทางผลประโยชน์ ของ ยิว ! ต้องมีอัน วินาศ สันตะโร ไปสะทุกราย ! ( ปัจจุบัน ยิวได้แผ่ อิทธิพล ไปทั่วโลก ) ขอบ พระคุณท่านลุงฯ ครับ!
ถูกใจ · ตอบกลับ · 23 เมษายน เวลา 15:03 น.

Spom Pomguy ขอบคุณครับคุณลุง..
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 เมษายน เวลา 10:48 น.

Boonyapa Ddc " ดูเหมือนคนขายปุ๋ย ขายไก่แถวบ้านสมันน้อย ก็นำวิธีนี้มาใช้ บี้มันทุกกิจการ คนค้าขายคนเล็ก คนน้อย จึงต้องถอยร่น หร่อยหรอ และหายไปในที่สุด เหลือแต่รายใหญ่ยักษ์ครอบงำเกือบทั้งประเทศรวยและก็เลวไม่ต่างกัน " ประโยคสุดท้าย. โดนใจมากค่ะ. ". อันศึกนอกศึกไกลก็ต้องห่วง. ยังเจ็บทรวงศึกในไล่ข่มเหง ". ข้าวต้นตระกูลพันธ์ุไทย. ไม่มียาง"
ถูกใจ · ตอบกลับ · 25 เมษายน เวลา 17:44 น.

Boonyapa Ddc งานยุ่งจนไม่ได้เปิดเฟช. ขอแชร์ก่อนนะคะ (แล้วจะรีบอ่าน ตามให้ทัน). ขอบพระคุณค่ะท่านลุงฯ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 22 เมษายน เวลา 23:31 น.

Wiiz' Sreepesh คนขานไก่ในบ้านเราก็คงไม่ใช่ใครอื่่น ยิาตาตี่นี่เองจะฮุบทั้งประเทศอยู่แล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 24 เมษายน เวลา 13:36 น.

Khot Khot เยี่ยม!!
ถูกใจ · ตอบกลับ · 21 เมษายน เวลา 11:06 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน